Masukมะนาวค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเมื่อเธอรู้สึกถึงการขยับเขยื้อนร่างกายของใครบางคน สายตาของมะนาวค่อย ๆ ปรับโฟกัสกับภาพตรงหน้า และเธอไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอจึงรู้สึกเช่นนั้น เพราะตอนนี้หัวของหญิงสาวได้เอนเอียงไปซบบนไหล่ของชายหนุ่มคนที่เคยจ้องมองดูใบหน้าเธออยู่นั่นเอง
มะนาวจึงรีบยกหัวขึ้นกลับไปดังเดิมแล้วค่อย ๆ หันหน้ากลับไปดูชายหนุ่มคนนั้นอีกครั้ง ตอนนี้เธอเห็นเขากำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเขาอ่านมานานแค่ไหนแล้ว และเธอเผลอไปซบไหล่เขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน
"ขอโทษด้วยนะคะ ที่หัวของฉันได้ไปซบไหล่ของคุณ พอดีฉันเผลอหลับไปน่ะ และไม่ได้ตั้งใจที่จะไปรบกวนคุณนะคะ"
มะนาวรู้สึกร้อนรนจึงรีบกล่าวคำขอโทษออกไปเป็นภาษาอังกฤษเพราะกลัวว่าชายหนุ่มจะเข้าใจเธอผิดไป แต่ชายหนุ่มเพียงแค่หันหน้ามามองเธอเล็กน้อยเท่านั้น ก่อนจะกลับไปอ่านหนังสือต่อและทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งยิ่งเขาทำแบบนี้มะนาวก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาอีกรอบ
คนอะไร คนอื่นเขาพูดด้วยดี ๆ แต่ทำเมินมาสองรอบแล้วนะ เป็นใบ้หรือยังไงกัน!
มะนาวได้แต่คิดด่าอยู่ในใจ แต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้อยู่ดี เธอได้แต่นั่งภาวนาให้ถึงสนามบินโตเกียวเร็ว ๆ เพราะเธอเบื่อคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ นี้เต็มทนแล้ว
หลายชั่วโมงผ่านไป ที่สนามบินโตเกียวประเทศญี่ปุ่น
"ว้าว..." คำพูดเดียวสั้นๆ ที่หลุดออกมาจากปากของมะนาวเมื่อหญิงสาวได้มองเห็นภาพตรงหน้า
หลังจากที่หญิงสาวผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้วเธอจึงเดินออกมาข้างนอกเพื่อยืนรอคนที่จะมารับเธอแถว ๆ ประตูทางออกสนามบิน มะนาวได้แต่มองซ้ายทีขวาทีเพื่อดื่มด่ำกับบรรยากาศที่ไม่เคยพบเคยเจอมาก่อนเลยในชีวิตนี้
ในช่วงเวลานี้ละอองหิมะสีขาวค่อย ๆ ร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า และกำลังตกโปรยปรายอยู่ทั่วบริเวณนั้น ประกอบกับอากาศที่หนาวเย็นจึงทำให้ภาพที่เธอเห็นอยู่ตรงหน้างดงามเสียยิ่งกว่ารูปถ่ายที่เคยเห็นบนสื่อต่าง ๆ อีก
ตอนนี้อากาศภายนอกสนามบินหนาวมากจนทำให้มะนาวต้องค้นหาเสื้อตัวหนาที่อยู่ในกระเป๋าใบใหญ่ออกมา เพื่อใส่ซ้อนทับอีกหนึ่งชั้นจึงจะทำให้ร่างบางของเธออบอุ่นขึ้นมาได้
มะนาวเหม่อมองบรรยากาศรอบ ๆ อยู่นานจนไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปเนิ่นนานแค่ไหนแล้ว กระทั่งหญิงสาวรู้สึกถึงแรงสะกิดของใครบางคนที่ไหล่ขวาของเธอเพีบงเบา ๆ
"คุณจะไปด้วยไหม มัวแต่ยืนเหม่อมองอะไรอยู่ตรงนี้น่ะ มันเกะกะขวางทางคนอื่นเขา" เสียงพูดเป็นภาษาญี่ปุ่นของชายหนุ่มคนที่เคยนั่งอยู่ข้าง ๆ เธอบนเครื่องบินนั่นเอง
มะนาวได้แต่งงและสงสัยว่าทำไมเขาถึงต้องมาพูดแบบนี้กับเธอด้วย ทั้งที่เธอก็ยืนรออยู่ในส่วนที่คิดว่าไม่น่าจะเกะกะขวางทางใครได้นะ หรือเขาตั้งใจที่จะมาหาเรื่องกันอีก แล้วทำไมตอนอยู่บนเครื่องบินไม่เห็นเขาจะพูดอะไรกับเธอเลยสักคำจนหญิงสาวนึกว่าเขาเป็นใบ้เสียอีก
แต่มาตอนนี้เขากลับเป็นฝ่ายที่อยากจะพูดคุยกับเธอเองเสียอย่างนั้น แถมยังชวนไปไหนอีกก็ไม่รู้ใครมันจะเป็นบ้าไปกับเขากันทั้งที่พวกเราไม่ได้รู้จักกันสักหน่อย
"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันกำลังรอคนมารับอยู่ค่ะ"
มะนาวตอบกลับไปด้วยภาษาเดียวกันกับเขา
อ๋อ! หรือว่าเขาฟังภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่องกันนะ เขาถึงไม่ได้ตอบอะไรกลับมาสักคำ
มะนาวได้แต่คิดอยู่ในใจแล้วลองย้อนนึกไปถึงเรื่องราวที่เคยเกิดขึ้นระหว่างพวกเขาในขณะที่อยู่บนเครื่องบิน
แต่หน้าตาเขาก็ดูฉลาดเหมือนกับนักธุรกิจที่ต้องเดินทางบ่อย ๆ อยู่นะ ทำไมถึงสื่อสารภาษาอังกฤษไม่ได้ก็ไม่รู้
มะนาวที่ได้แต่คิดและสงสัยอยู่ในใจเหมือนเดิม แต่เธอก็ต้องปล่อยวางความคิดเหล่านี้ไปเพราะมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเธอเลยสักนิด
"อาจารย์ของคุณที่ประเทศไทยไม่ได้บอกไว้หรือยังไงว่าผมจะเป็นคนพาคุณไปยังที่พักนักศึกษามหาวิทยาลัยน่ะ"
ชายหนุ่มจ้องหน้าถามหญิงสาวราวกับว่าเธอช่างไม่รู้เรื่องอะไรเลย
"ห๊ะ! คุณว่ายังไงนะคะ"
มะนาวได้แต่ตกใจกับสิ่งที่เขาพูดออกมา และอีกอย่างถ้าหากเรื่องที่เขาพูดมาเป็นเรื่องจริงแล้วทำไมเขาถึงไม่แนะนำตัวเองตั้งแต่ทีแรกล่ะ ทั้งที่นั่งอยู่ข้างกันแท้ ๆ ตอนนี้ยังจะมีหน้ามาคาดโทษหาว่าเธอเป็นคนไม่ได้เรื่องไม่ได้ราวอีก แล้วใครมันจะไปตรัสรู้กันล่ะว่าคุณคือใคร
"ผมพูดว่าอาจารย์ของคุณที่ประเทศไทยไม่ได้บอกไว้ล่วงหน้าหรือยังไงครับ"
ชายหนุ่มพูดทวนซ้ำขึ้นมาอีกครั้งอย่างเหนื่อยหน่ายใจ เพราะดูเหมือนว่าหญิงสาวตรงหน้าจะไม่รู้จักเขาเลยสักนิด
"คุณคือ คุณยามาดะ โช เหรอคะ" มะนาวถามกลับไปด้วยความแปลกใจ
เพราะหญิงสาวคิดมาตลอดว่าคนที่อาจารย์ติดต่อไว้ให้คงจะเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัยท่านหนึ่ง ที่น่าจะมีอายุพอ ๆ กันกับอาจารย์ของเธอที่ประเทศไทย ดังนั้นในหัวสมองของหญิงสาวจึงไม่เคยคิดเลยว่าคนที่จะมารับเธอนั้นจะมีอายุน้อยมากขนาดนี้
และดูเหมือนว่าสิ่งที่เธอคาดคิดไว้มันจะผิดพลาดไปนิดหน่อย เพราะอาจารย์ของเธอแจ้งแต่เพียงว่าใครที่จะต้องเป็นคนมารับเธอแล้วให้ช่องทางการติดต่อของเขาไว้แค่นั้น และบอกเพียงว่าเป็นคนรู้จักของอาจารย์เอง
ส่วนคนที่จะมารับจะมีหน้าตาเป็นอย่างไรมะนาวเองก็ไม่เคยได้เห็นรูปถ่ายของเขามาก่อน แล้วจะไปรู้ได้อย่างไรว่าเขาคือใคร อีกอย่างเจ้าตัวก็ไม่ยอมแนะนำตัวเองตั้งแต่ทีแรกเอง ดังนั้นเรื่องนี้จะมาโทษเธอก็ไม่ได้
และตั้งแต่ที่มะนาวได้ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองมาเธอก็ได้ส่งแชทไปพูดคุยกับคนที่อาจารย์ติดต่อไว้ให้แล้ว โดยแจ้งไปว่าเธอได้มาถึงสนามบินโตเกียวและกำลังเดินออกไปรอที่หน้าประตูทางออก
ส่วนอีกฝั่งก็ได้อ่านแชทแล้ว แต่ทางนั้นก็ไม่ได้แจ้งอะไรกลับมาหาเธอ ดังนั้นเธอเลยสรุปเอาเองว่าเขาก็คงจะรู้เรื่องทุกอย่างของเธอหมดแล้วจึงไม่ได้สอบถามอะไรอีกให้มากความ
"ครับ แล้วสรุปคุณจะนั่งรถไปกับผมไหม"
ชายหนุ่มถามออกมาด้วยความเหนื่อยหน่ายใจกับท่าทีงงงวยของหญิงสาว เพราะเขายืนรอเอาคำตอบของเธอมาได้สักพักใหญ่แล้ว
แต่เพื่อความมั่นใจของมะนาวว่าตนเองไม่ได้โดนคนอื่นหลอกอยู่ มะนาวจึงขอยืนยันความถูกต้องอีกครั้งหนึ่งก่อน นั่นคือการโทรไปยังเบอร์ติดต่อที่อาจารย์ของเธอได้ให้ไว้
"ขอเวลาสักครู่นะคะ"
มะนาวกล่าวพร้อมทั้งรีบหยิบมือถือขึ้นมาก่อนจะกดโทรออกไปยังเบอร์นั้นทันที ผ่านไปไม่ทันไรมือถือของชายหนุ่มตรงหน้าก็เริ่มสั่นขึ้นมาเล็กน้อยพร้อมแสดงถึงสายที่โทรเข้ามาในตอนนี้ เมื่อชายหนุ่มเห็นดังนั้นเขาจึงได้หันหน้าจอมือถือของตนเองไปให้หญิงสาวดูเพื่อเป็นการยืนยันตัวตนของเขาให้กับเธอ
มะนาวเห็นดังนั้นจึงรีบกดวางสายแล้วโค้งคำนับให้กับชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเธอทันที เหมือนเป็นการขอโทษอยู่กลาย ๆ ถึงแม้ว่าเธอจะไม่มีความผิดเลยก็ตาม
"ขอโทษค่ะคุณยามาดะ ฉันไม่ทราบจริง ๆ ว่าเป็นคุณ”
มะนาวรีบกล่าวขอโทษชายหนุ่มนิสัยแย่คนนี้ที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าของเธอ และได้แต่พูดค่อนขอดให้เขาอยู่ในใจ
"รีบตามผมมาพวกเราจะได้เดินทางกันต่อ เพราะนี้ก็ค่ำมากแล้ว"
เขาพูดกับมะนาวพร้อมทั้งหันหลังให้เธอ จากนั้นเขาจึงเดินไปที่รถเก๋งคันสีดำที่กำลังจอดรอรับผู้โดยสารอย่างเช่นคันอื่น ๆ มะนาวไม่รอช้ารีบจับกระเป๋าของตัวเองขึ้นมาแล้วเดินตามหลังเขาไปติด ๆ
"เอากระเป๋าของเธอขึ้นไปเก็บในท้ายรถให้ด้วยนะ"
เสียงยามาดะสั่งให้ลูกน้องหนึ่งในสองคนที่มายืนรอรับเขาเพื่อให้นำกระเป๋าของมะนาวขึ้นไปเก็บบนรถ ส่วนลูกน้องอีกคนก็ไปเปิดประตูรถยนต์เพื่อให้เจ้านายของพวกเขาได้ขึ้นไปนั่งรอด้านใน
หลังจากที่ชายหนุ่มขึ้นไปนั่งเรียบร้อยแล้ว ลูกน้องคนเดิมก็ได้ผายมือข้างหนึ่งพร้อมทั้งก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อเชื้อเชิญให้หญิงสาวขึ้นไปนั่งอีกด้านหนึ่งที่อยู่ข้าง ๆ เจ้านายของพวกเขา
มะนาวเห็นดังนั้นเธอก็มีความคิดขึ้นมาในหัวเลยทันทีว่าชายหนุ่มผู้นี้จะต้องมีฐานะที่ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน เพราะมีลูกน้องมารับตั้งสองคน เขาจะต้องเป็นคนรวยขนาดไหนถึงทำแบบนั้นได้
"วันนี้คุณไปพักที่บ้านผมก่อนแล้วกันเพราะตอนนี้ก็ค่ำมากแล้ว พรุ่งนี้เช้าค่อยย้ายเข้าไปพักในมหาวิทยาลัยอีกที" เสียงยามาดะกล่าวกับหญิงสาวในขณะที่รถกำลังแล่นอยู่บนท้องถนน
"เอ่ออออ...มันจะดีเหรอคะ ฉันเกรงใจน่ะค่ะ เดี๋ยวฉันนั่งแท็กซี่เข้าไปเองได้ค่ะ คุณปล่อยฉันลงที่ป้ายรถเมล์ข้างหน้าก็ได้ค่ะ"
เสียงมะนาวรีบกล่าวปฏิเสธไปอย่างนิ่มนวล เพราะเธอยังไม่กล้าที่จะไว้ใจชายหนุ่มผู้นี้สักเท่าไหร่ อีกอย่างในใจของมะนาวก็ไม่ได้รู้สึกยินดีที่จะมากับเขาตั้งแต่ทีแรกเลยด้วยซ้ำ แต่ที่ต้องมาด้วยกันก็เป็นเพราะว่าเขาคือคนที่อาจารย์ติดต่อไว้ให้ก่อนหน้านี้แล้วเท่านั้นเอง และถ้าเธอพูดปฏิเสธเขาไปตั้งแต่ในครั้งแรกก็เกรงว่าจะทำให้อาจารย์ของตนนั้นเสียคำพูดเอาได้
แต่นี่เขากลับจะพาเธอไปนอนค้างคืนที่บ้านแทน ใครมันจะเป็นบ้ากล้าไปนอนพักกันล่ะ คนเพิ่งจะเคยเจอหน้ากันแท้ ๆ มันใช่เรื่องปกติหรืออย่างไร ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนที่อาจารย์แนะนำมาให้ก็ตามทีเถอะ
"วันนี้คุณต้องเข้าไปพักที่บ้านของผมก่อน และไม่ต้องกังวลหรอก เพราะบ้านผมมีอีกหลายห้องคุณสามารถอยู่ได้ตามสบาย แล้วพรุ่งนี้เช้าค่อยเข้าไปในมหาวิทยาลัยกัน เพราะตอนนี้มันก็มืดค่ำมากแล้วใครเขาจะมาอยู่รอเพื่อเปิดห้องให้คุณเข้าพักกันล่ะ"
เขาพูดพร้อมทั้งหันหน้ามาหามะนาวเพื่ออธิบายถึงเหตุผลให้เธอฟัง มะนาวได้แต่คิดตามในสิ่งที่เขาพูดมาและมันก็พอจะมีน้ำหนักอยู่บ้าง เพราะหอพักในมหาวิทยาลัยบางแห่งจะมีพนักงานประจำอยู่แค่ในช่วงเวลากลางวัน และหากใครจะมาติดต่อขอเข้าหอพัก จะต้องมาในช่วงเวลานี้ที่มีพนักงานอยู่เท่านั้นถึงจะสามารถเบิกกุญแจเข้าห้องได้
แต่การที่จะให้เธอไปนอนค้างคืนที่บ้านผู้ชายตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันเลยเนี่ยนะ ถึงจะบอกว่านอนกันคนละห้องก็ตามเถอะ มันก็รู้สึกแปลก ๆ อยู่ดี แต่มะนาวก็ไม่มีทางเลือก เธอได้แต่ปลงตกกับสถานการณ์ตรงหน้านี้ถึงแม้ว่าอยากจะเข้าไปพักที่มหาลัยในคืนนี้เลยก็ตาม แต่มันก็คงทำแบบนั้นไม่ได้
หรือถ้าจะให้เธอไปเช่าโรงแรมอยู่ มะนาวเองก็ไม่ได้มีเงินมากพอที่จะทำแบบนั้นหรอก เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์ที่เธอมีอยู่ตอนนี้จะต้องใช้จ่ายอย่างรอบคอบ เพราะถ้าหากว่ามีเหตุการณ์ฉุกเฉินอะไรขึ้นมาเธอกลัวว่าจะไม่สามารถหาคนที่จะมาช่วยเหลือเธอได้ทันที เลยต้องคิดเผื่อสถานการณ์เหล่านี้เอาไว้ด้วย
"งั้นคืนนี้ขอรบกวนคุณยามาดะด้วยนะคะ"
มะนาวพูดพลางก้มหัวให้เขาเล็กน้อยก่อนที่เธอจะเบือนหน้าหนีออกไปมองทิวทัศน์ภายนอกหน้าต่างรถยนต์ในขณะที่กำลังแล่นอยู่บนท้องถนนในค่ำคืนนี้
เวลาผ่านไปไม่นานรถเก๋งสีดำก็ได้แล่นเข้าสู่บริเวณบ้านหลังหนึ่งที่อยู่ห่างไกลจากบ้านหลังอื่น โดยมีพื้นที่มากกว่า 3 ไร่ และบ้านหลังใหญ่นี้ถูกตั้งอยู่ใจกลางของพื้นที่ทั้งหมด
บ้านนี้เป็นบ้านสไตล์ญี่ปุ่นสมัยเก่าสามชั้น โดยรอบ ๆ บริเวณบ้านได้ปลูกต้นไม้ดอกไม้เอาไว้ตามแนวพื้นที่โดยรอบ และที่ลานหน้าบ้านก็ถูกจัดสรรเป็นสวนหย่อมเอาไว้อย่างสวยงาม
รูปทรงตัวบ้านเป็นทรงสี่เหลี่ยมและพื้นบ้านถูกยกสูงขึ้นมาเล็กน้อยจากพื้นดิน แต่ละชั้นจะมีระเบียงทางเดินยื่นออกมา เพื่อใช้สำหรับนั่งพักพักผ่อนและชื่นชมบรรยากาศ
นอกจากบ้านหลักแล้ว ในพื้นที่เดียวกันนี้ก็จะมีบ้านหลังเล็ก ๆ อีกหลายหลังที่เยื้องออกไปทางด้านหลังทั้งซ้ายและขวาเพื่อเอาไว้สำหรับรับแขกและใช้เป็นห้องนอนของคนงานที่ได้มาพักอาศัยอยู่ที่นี่ ส่วนโรงจอดรถจะอยู่ติดกำแพงบ้านในฝั่งทางด้านซ้ายเมื่อรถแล่นเข้ามาข้างใน
เมื่อมะนาวลงมาจากรถ เธอรีบมองสำรวจดูบริเวณรอบ ๆ พื้นที่บ้านอย่างตื่นตาตื่นใจกับสิ่งแปลกใหม่ที่เธอเพิ่งจะพบเจอ และในขณะนี้ก็ยังมีหิมะสีขาวตกโปรยปรายอยู่ทั่วบริเวณบ้าน มันช่างเป็นภาพที่แปลกตาแปลกใจสำหรับมะนาวเสียเหลือเกิน
มะนาวได้แต่ยืนเหม่อมองกวาดสายตาไปรอบ ๆ ราวกับอยู่ในห้วงแห่งความฝัน ถึงแม้ว่าเธอจะเคยเห็นภาพบรรยากาศวัฒนธรรมและอาคารบ้านเรือนของคนญี่ปุ่นมาจากภาพถ่ายหรือบนสื่อโซเชียลต่าง ๆ อยู่บ้าง แต่เมื่อได้มามองด้วยตาของตนเองเช่นนี้ ไม่ว่าอะไรก็ไม่สามารถมาทดแทนภาพแห่งความทรงจำนี้ได้เลย
ไม่รู้ว่าเธอมัวแต่เหม่อมองอยู่นานแค่ไหนจนกระทั่งชายหนุ่มได้พูดขึ้นมาหญิงสาวถึงได้สติอีกครั้ง
"มองดูจนพอใจหรือยังครับ คุณไม่คิดที่จะเข้าข้างในบ้านเลยหรือยังไง ยืนตากหิมะอยู่อย่างนี้เดี๋ยวก็ได้เป็นไข้หวัดหรอก"
เขาพูดเตือนสติของมะนาวไปเบา ๆ เพราะเขาเห็นเธอเหม่อมองแบบนั้นตั้งแต่ที่เธอก้าวเท้าลงจากรถมาได้สักพักแล้ว
"อ้อ...ขอโทษค่ะ จะรีบเข้าไปเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ"
พอมะนาวพูดจบเธอก็ได้มองหารถเก๋งคันสีดำที่ได้นั่งมาด้วยกันกับเขา เพราะจะได้เอากระเป๋าของตนเองลงจากรถ แต่เธอเห็นรถได้เข้าไปจอดที่โรงจอดรถเรียบร้อยแล้ว มะนาวจึงจะเดินไปที่นั่นเพื่อไปเอากระเป๋าของเธอมาแทน
"นั่นคุณจะไปไหนน่ะ" เสียงของชายหนุ่มรีบถามขึ้น
"ไปเอากระเป๋าไงคะ พอดีฉันลืมเอาลงมาเพราะมัวแต่เหม่อมองจนลืมไปเลยค่ะ" เสียงมะนาวตอบกลับไปพร้อมทั้งหันหลังเพื่อจะเดินไปที่โรงจอดรถทันที
"ไม่ต้องไปแล้ว ลูกน้องผมได้ยกขึ้นไปไว้ให้บนห้องนอนแล้ว ส่วนคุณรีบตามผมขึ้นบ้านจะดีกว่า" ยามาดะกล่าวอย่างเร่งรีบอีกรอบเพื่อเป็นการย้ำเตือนว่าตอนนี้หญิงสาวควรจะต้องรีบเดินตามเขาเข้าไปข้างในบ้านได้แล้ว
"อ้อค่ะ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ" หลังพูดจบมะนาวก็รีบสาวเท้าตามหลังชายหนุ่มเข้าบ้านไปด้วยความอึดอัดใจ
"มึงว่าเจ้านายเราเปลี่ยนไปเปล่าว่ะ ตั้งแต่กูเข้ามาทำงานที่นี่นะ กูยังไม่เคยเห็นเจ้านายของเราพาสาวที่ไหนเข้าบ้านหลังนี้เลยว่ะ ขนาดคู่หมั้นของเจ้านายแท้ ๆ ยังไม่เคยพามาเลย"
เสียงซุบซิบนินทาของหนึ่งในลูกน้องสองคนที่ได้ขับรถไปรับเจ้านายของพวกเขากับมะนาวที่สนามบินเมื่อหัวค่ำนี่เอง
"ไอ้นี่! มึงรีบหุบปากไปเลยนะ ถ้าเกิดมีใครได้มายินเข้ามึงอาจจะไม่ได้กลับไปหาลูกหาเมียมึงที่บ้านอีกนะเว้ย ส่วนเรื่องของเจ้านายมึงอย่าไปสอดนักเลยว่ะ"
เสียงลูกน้องอีกคนพูดเตือนสติเพื่อนร่วมอาชีพของเขาไป
"เออๆ กูก็แค่สงสัยเอง งั้นกูเดินตรวจตราฝั่งนั้นก่อนนะ ถ้ามีอะไรมึงก็วอหากูแล้วกัน"
หลังพูดจบเพื่อนคนที่ได้พูดเตือนสติให้เขาเมื่อสักครู่นี้ ก็ได้แต่โบกมือไล่เขาให้ไปไกล ๆ โดยเป็นการบอกนัย ๆ ว่ามึงรีบ ๆ ไปสักทีเหอะ
"คุณพักอยู่ที่ห้องนี้แล้วกันนะ ส่วนผมพักอยู่อีกห้องที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้องคุณ ถ้ามีอะไรก็ให้ไปเรียกผมแล้วกัน แล้วคุณจะทานอาหารค่ำไหม ถ้าทานผมจะให้แม่บ้านทำมาให้ที่ห้องนี้"
ยามาดะสอบถามหญิงสาวไปตามมารยาทที่ดีที่เขาควรจะมีให้กับแขกที่มาเยือน เพราะตั้งแต่พวกเขาลงจากเครื่องบินมา พวกเขาก็ยังไม่ได้ทานอะไรกันเลย
แต่ตอนนี้มันก็ดึกแล้ว ถ้าเขาจะให้แม่บ้านทำอาหารมาให้เธอกินเลยเขาก็กลัวว่าเธออาจจะไม่อยากกิน เขาจึงได้แต่สอบถามหญิงสาวไปก่อนที่สั่งให้แม่บ้านจัดหามา
"ไม่เป็นไรค่ะพอดีฉันไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ และว่าจะรีบอาบน้ำเข้านอนเลยดีกว่าค่ะ ขอบคุณมากนะคะคุณยามาดะ"
มะนาวกล่าวออกมาด้วยความเกรงใจ และเธอเองก็ไม่อยากรบกวนเขาไปมากกว่านี้เช่นกัน เพราะแค่นี้มันก็มากเกินไปสำหรับคนที่เพิ่งจะเคยพบหน้ากันแล้ว
"งั้นผมไม่รบกวนคุณแล้ว ตามสบายเลยนะ"
จากนั้นเขาก็ค่อย ๆ หันหลังแล้วเดินกลับไปยังห้องนอนของตนเอง ส่วนมะนาวเธอก็ได้เดินเข้าไปในห้องของเธอเพื่อที่จะเตรียมตัวอาบน้ำแล้วก็เข้านอนพักผ่อนสักที แต่อยู่ดี ๆ หญิงสาวก็เพิ่งนึกอะไรขึ้นมาได้
"เอ้อ!...ลืมเลย ต้องโทรบอกพ่อกับแม่แล้วก็ยัยปลาวาฬด้วยว่าได้มาถึงที่นี่โดยสวัสดิภาพแล้ว"
หญิงสาวบ่นพึมพำกับตัวเองเพียงเบา ๆ ก่อนที่มะนาวจะรีบจับมือถือของเธอขึ้นมาต่อสายไปบอกกับคนทางนู้นว่าเธอได้เดินทางมาถึงที่นี่อย่างปลอดภัยแล้ว เพื่อทำให้พวกเขาสบายใจและจะไม่ได้เป็นห่วงเธอ
หลังจากที่มะนาวบอกกล่าวกับทางครอบครัวและเพื่อนสาวจบ หญิงสาวก็รีบเข้าไปอาบน้ำเพื่อที่จะเตรียมตัวเข้านอนเนื่องจากเธอเดินทางมาหลายชั่วโมงจึงทำให้เธอนั้นเมื่อยล้าเต็มที
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นสามครั้งพร้อมทั้งเสียงพูดขออนุญาตไล่หลังตามมา"ขออนุญาตค่ะ ดิฉันนางสาวกุลนันท์มาขอเข้าพบอาจารย์ค่ะ" เสียงมะนาวกล่าวคำขออนุญาตเพื่อขอเข้าพบอาจารย์ที่ประจำอยู่ห้องนี้"เชิญ..." คำพูดเดียวสั้น ๆ ของชายหนุ่มคนหนึ่งเมื่อมะนาวได้ยินดังนั้นเธอจึงค่อย ๆ เปิดประตูเข้าไปภายในห้อง หลังจากที่มะนาวได้เข้ามาในห้องแล้ว สายตาของเธอก็ได้มองเห็นด้านหลังของผู้ชายคนหนึ่งขณะที่เขากำลังนั่งหันหลังอยู่บนเก้าอี้ให้เธออยู่มะนาวรู้สึกว่าคนนี้ดูคล้ายคุณยามาดะมาก ทั้งรูปร่างแล้วก็เสียงของเขา แต่เธอก็คิดว่าคงจะเป็นไปไม่ได้หรอก เพราะเขาดูแก่กว่าเธอแค่ไม่กี่ปี และคนอายุเท่านี้จะมาเป็นอาจารย์สอนนักศึกษาปริญญาโทได้อย่างไรแต่ถ้าบอกว่าเป็นผู้ช่วยของอาจารย์ท่านใดท่านหนึ่งอยู่ มะนาวก็อาจจะเชื่อก็ได้ ยังไม่ทันที่เธอจะได้วิเคราะห์อะไรดี เสียงของเจ้าของห้องนี้ก็พูดขึ้นมาพร้อมกับค่อย ๆ หันเก้าอี้กลับมายังฝั่งที่เธอยืนอยู่"เชิญนั่งครับ..." ยามาดะพูดพร้อมทั้งเงยหน้าขึ้นไปมองหญิงสาวที่ตอนนี้เธอกำลังยืนตัวแข็งทื่อและอ้าปากค้างอยู่อย่างนั้นมะนาวได้แต่เบิกตาโพลงโต เพราะเธอกำลังตกใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า
เวลา 06.30 น. ของเช้าวันจันทร์ ภายในห้องของมะนาวเริ่มมีแสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องเข้ามา แต่ภายนอกห้องนั้นยังคงมีหิมะสีขาวโปรยปรายอยู่เล็กน้อยมะนาวค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้น เปลือกตาบางกระพริบช้า ๆอยู่หลายทีก่อนที่เธอจะพยุงตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอนสายตาคู่สวยเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างในขณะที่เธอยังคงนั่งอยู่บนเตียงนอนเพื่อชื่นชมวิวทิวทัศน์ในยามเช้าของวันนี้ มะนาวได้บิดขี้เกียจไปมาอยู่สองสามทีก่อนที่หญิงสาวจะลุกขึ้นเดินไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปเข้าห้องเรียนในวันแรกนี้ที่ตึกเรียนคณะเศรษฐศาสตร์ ภายในห้องเรียน A103"มะนาว! ทางนี้"เสียงใครบางคนได้เรียกให้มะนาวไปนั่งยังที่นั่งข้าง ๆ เขาพร้อมทั้งโบกมือไปมา เพื่อให้เธอเห็นว่าเขาได้นั่งอยู่ตรงไหนของห้องเรียน มะนาวจึงรีบเดินผ่านผู้คนไปอย่างเร่งรีบแล้วค่อยนั่งลงไปยังที่นั่งข้าง ๆ เขาอย่างฉับไวภายในห้องเรียนนี้ โต๊ะเรียนจะเป็นแบบขั้นบันไดสูงขึ้นไป โดยมีจอมอนิเตอร์ขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางห้องที่ชั้นล่างสุด ส่วนประตูทางเข้าออกจะมีอยู่สองฝั่ง คือฝั่งซ้ายและฝั่งขวาของชั้นล่าง มะนาวและไดอิจิ พวกเขาเลือกนั่งอยู่เกือบขั้นสุดท้ายของที่นั่งภายในห้องเรียนนี้"เกือบมาสายแล้วไ
มะนาวได้เดินสำรวจจนมาถึงโรงอาหารกลางแห่งแรกของมหาวิทยาลัย เธอจึงเดินเข้าไปสำรวจร้านอาหารต่าง ๆ ที่ได้เปิดขายอยู่ภายในนั้นที่นี่เป็นศูนย์รวมอาหารหลากหลายอย่างจากนานาประเทศที่ถูกวางขายอยู่บนนี้ ไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่น จีน เกาหลี ยุโรป หรือแม้กระทั่งอาหารไทยเองก็มีให้เห็นอยู่เช่นกันมหาวิทยาลัยแห่งนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับต้น ๆ ของโลกเลยทีเดียว ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจสักเท่าไหร่ที่จะมีอาหารจากหลากหลายเชื้อชาติถูกวางขายอยู่ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้แต่เนื่องจากมะนาวได้ทานอาหารเช้ามาแล้ว ในตอนนี้หญิงสาวจึงยังไม่ค่อยหิวสักเท่าไหร่ ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจที่จะเดินออกไปสำรวจสถานที่ต่าง ๆ ก่อน และเมื่อเธอเริ่มหิวแล้วจึงค่อยเดินกลับมาหาซื้ออะไรกินที่นี่พร้อมทั้งเดินกลับไปห้องพักด้วยเลยทีเดียวในระหว่างที่หญิงสาวกำลังเดินสำรวจตึกเรียนต่าง ๆ อยู่นั้นเธอก็เหลือบไปเห็นสวนสาธารณะขนาดย่อมแห่งหนึ่ง ท่ามกลางหิมะสีขาวโปรยปราย มีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งตั้งโดดเด่นอยู่ต้นเดียว ใต้ต้นไม้นั้นมีม้านั่งอยู่ตัวหนึ่งที่ตอนนี้เต็มไปด้วยกองหิมะสีขาว และพืชพรรณนานาชนิดที่เคยปลูกไว้ในบริเวณพื้นที่โดยรอบในเ
เช้าวันต่อมา เสียงเคาะประตูที่หน้าห้องมะนาวก็ได้ดังขึ้นสามทีตามมาด้วยเสียงเรียกของใครบางคน"คุณผู้หญิงคะ นายท่านให้มาเรียกคุณผู้หญิงออกไปทานอาหารเช้าค่ะ" เสียงเรียกอย่างสุภาพของแม่บ้านวัยกลางคนคนหนึ่งที่คอยอยู่รับใช้ยามาดะในบ้านหลังนี้"ขอเวลาอีกสักครู่นะคะ เดี๋ยวฉันตามไปค่ะ" มะนาวรีบตอบกลับไปทันทีพร้อมเก็บข้าวของเครื่องใช้ของเธอที่เธอได้นำออกมาใช้เมื่อคืนนี้ลงในกระเป๋าใบใหญ่อีกครั้งหลังจากที่มะนาวเก็บของเสร็จแล้ว เธอก็ได้ลากกระเป๋าใบนั้นออกมาวางไว้ที่หน้าห้องแล้วค่อยเดินไปที่ห้องรับประทานอาหารที่อยู่ในพื้นที่ตรงกลางของตัวบ้าน"นั่งลงสิ" ชายหนุ่มผายมือข้างหนึ่งไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเพื่อเชิญให้หญิงสาวนั่งลงมะนาวก้มหัวให้ชายหนุ่มเล็กน้อยพร้อมทั้งค่อย ๆ เดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวนั้นด้วยความอึดอัดใจ"เดี๋ยวพอคุณกินอาหารเช้าเสร็จแล้วผมก็จะไปส่งคุณที่มหาวิทยาลัยเอง""ไม่เป็นไรค่ะคุณยามาดะ ฉันว่าจะเรียกแท็กซี่เข้าไปในมหาวิทยาเองค่ะเพราะฉันรบกวนคุณมามากพอแล้ว" มะนาวรีบกล่าวปฏิเสธคนตรงหน้าไป เพราะแค่นี้เธอก็เกรงใจและอึดอัดใจกับคนตรงหน้านี้จะแย่อยู่แล้ว"ผมมีธุระที่จะต้องเข้าไปทำในนั้นอยู่แ
มะนาวค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาเมื่อเธอรู้สึกถึงการขยับเขยื้อนร่างกายของใครบางคน สายตาของมะนาวค่อย ๆ ปรับโฟกัสกับภาพตรงหน้า และเธอไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเธอจึงรู้สึกเช่นนั้น เพราะตอนนี้หัวของหญิงสาวได้เอนเอียงไปซบบนไหล่ของชายหนุ่มคนที่เคยจ้องมองดูใบหน้าเธออยู่นั่นเองมะนาวจึงรีบยกหัวขึ้นกลับไปดังเดิมแล้วค่อย ๆ หันหน้ากลับไปดูชายหนุ่มคนนั้นอีกครั้ง ตอนนี้เธอเห็นเขากำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเขาอ่านมานานแค่ไหนแล้ว และเธอเผลอไปซบไหล่เขาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน"ขอโทษด้วยนะคะ ที่หัวของฉันได้ไปซบไหล่ของคุณ พอดีฉันเผลอหลับไปน่ะ และไม่ได้ตั้งใจที่จะไปรบกวนคุณนะคะ" มะนาวรู้สึกร้อนรนจึงรีบกล่าวคำขอโทษออกไปเป็นภาษาอังกฤษเพราะกลัวว่าชายหนุ่มจะเข้าใจเธอผิดไป แต่ชายหนุ่มเพียงแค่หันหน้ามามองเธอเล็กน้อยเท่านั้น ก่อนจะกลับไปอ่านหนังสือต่อและทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ซึ่งยิ่งเขาทำแบบนี้มะนาวก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาอีกรอบคนอะไร คนอื่นเขาพูดด้วยดี ๆ แต่ทำเมินมาสองรอบแล้วนะ เป็นใบ้หรือยังไงกัน!มะนาวได้แต่คิดด่าอยู่ในใจ แต่ก็ทำอะไรมากไม่ได้อยู่ดี เธอได้แต่นั่งภาวนาให้ถึงสนามบินโตเกียวเร็ว ๆ เพราะเธอ
"ยัยนาว แกคงไม่ลืมอะไรแล้วใช่ไหม ของสำคัญอย่างเช่นพาสปอร์ต วีซ่า หรือบัตรประชาชนน่ะ แกเอามาครบแล้วนะ"ปลาวาฬพูดกับมะนาว เพื่อให้เพื่อนของเธอได้ตรวจสอบรายการดูอีกครั้ง ว่ายังลืมอะไรอยู่หรือไม่มะนาวลองจึงลองเปิดกระเป๋าสะพายข้างใบเล็กดู เพื่อตรวจสอบรายการตามที่เพื่อนได้พูดมา"เอามาแล้วแก เอกสารสำคัญอยู่ในกระเป๋านี้หมดแล้ว ส่วนในกระเป๋าลากใบใหญ่นั้นก็มีแต่ของใช้ส่วนตัว ฉันว่าฉันเอามาครบแล้วแหละ ไม่น่าจะลืมอะไรแล้วนะ"มะนาวพูดยืนยันว่าตนเองได้นำสิ่งของสำคัญใส่กระเป๋ามาครบหมดแล้ว เพื่อให้เพื่อนสาวได้สบายใจ"โอเค แล้วแกได้ไปลาพ่อกับแม่แกยัง ต้องโทรไปบอกท่านอีกหรือเปล่า ว่าวันนี้แกจะออกเดินทางแล้วนะ"ปลาวาฬสอบถามมะนาวอย่างห่วงใย เพราะด้วยความที่กลัวว่าเพื่อนจะตื่นเต้นเกินไป จนบางทีอาจจะลืมบอกลากับคนทางบ้านได้"ฉันกลับไปเยี่ยมที่บ้านมาแล้ว เมื่ออาทิตย์ก่อนนี่เอง”“และก่อนที่แกจะมารับฉัน ฉันก็ได้โทรไปร่ำลากับพ่อแม่และน้องชายแล้วล่ะ”“ขอบใจแกมากนะที่คอยเป็นห่วง และคอยช่วยเหลือฉันมาตลอด”“เพราะถ้าไม่มีแกคอยช่วยเหลือ ฉันคงจะได้ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากมากกว่านี้แน่เลย"มะนาวพูดแล้วก็ส่งยิ้มให้กับปลาว







