Masukเช้าวันต่อมา เสียงเคาะประตูที่หน้าห้องมะนาวก็ได้ดังขึ้นสามทีตามมาด้วยเสียงเรียกของใครบางคน
"คุณผู้หญิงคะ นายท่านให้มาเรียกคุณผู้หญิงออกไปทานอาหารเช้าค่ะ" เสียงเรียกอย่างสุภาพของแม่บ้านวัยกลางคนคนหนึ่งที่คอยอยู่รับใช้ยามาดะในบ้านหลังนี้
"ขอเวลาอีกสักครู่นะคะ เดี๋ยวฉันตามไปค่ะ" มะนาวรีบตอบกลับไปทันทีพร้อมเก็บข้าวของเครื่องใช้ของเธอที่เธอได้นำออกมาใช้เมื่อคืนนี้ลงในกระเป๋าใบใหญ่อีกครั้ง
หลังจากที่มะนาวเก็บของเสร็จแล้ว เธอก็ได้ลากกระเป๋าใบนั้นออกมาวางไว้ที่หน้าห้องแล้วค่อยเดินไปที่ห้องรับประทานอาหารที่อยู่ในพื้นที่ตรงกลางของตัวบ้าน
"นั่งลงสิ" ชายหนุ่มผายมือข้างหนึ่งไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเพื่อเชิญให้หญิงสาวนั่งลง
มะนาวก้มหัวให้ชายหนุ่มเล็กน้อยพร้อมทั้งค่อย ๆ เดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ตัวนั้นด้วยความอึดอัดใจ
"เดี๋ยวพอคุณกินอาหารเช้าเสร็จแล้วผมก็จะไปส่งคุณที่มหาวิทยาลัยเอง"
"ไม่เป็นไรค่ะคุณยามาดะ ฉันว่าจะเรียกแท็กซี่เข้าไปในมหาวิทยาเองค่ะเพราะฉันรบกวนคุณมามากพอแล้ว"
มะนาวรีบกล่าวปฏิเสธคนตรงหน้าไป เพราะแค่นี้เธอก็เกรงใจและอึดอัดใจกับคนตรงหน้านี้จะแย่อยู่แล้ว
"ผมมีธุระที่จะต้องเข้าไปทำในนั้นอยู่แล้ว ในเมื่อต้องไปทางเดียวกันคุณจะเสียเงินนั่งแท็กซี่เข้าไปอีกทำไมกัน" ชายหนุ่มกล่าวเพียงเรียบ ๆ พร้อมทั้งจ้องมองไปที่ใบหน้าของเธอ
เมื่อมะนาวได้มองดูสีหน้าของคนตรงหน้าแล้ว ถ้าขืนเธอปฏิเสธไปอีกรอบเธอคงจะได้มีปัญหากับเขาเป็นแน่
"เอาแบบนั้นก็ได้ค่ะ งั้นฉันขอรบกวนคุณยามาดะอีกครั้งนะคะ" จากนั้นหญิงสาวก็รีบกินอาหารเช้าเพื่อที่เธอจะได้รีบออกห่างจากคนตรงหน้านี้เสียที
หลังจากที่พวกเขาทานข้าวเช้ากันเสร็จแล้ว ยามาดะก็สั่งให้ลูกน้องของเขานำรถออกมาเพื่อที่จะได้ขับไปส่งเขาและมะนาวในมหาวิทยาลัย
เวลาผ่านไปสักพักเมื่อรถเก๋งสีดำคันเดิมได้แล่นมาจอดอยู่ที่หน้าตึกหนึ่งในมหาวิทยาลัย
"คุณเข้าไปในตึกนี้นะ แล้วแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าจะขอเข้าห้องพัก ผมได้จองห้องและแจ้งชื่อของคุณไว้ให้กับพนักงานเรียบร้อยแล้ว คุณแค่ไปบอกเขา เดี๋ยวเขาจะพาคุณไปยังห้องพักเอง ส่วนเรื่องลงทะเบียนเรียน ผมก็จัดการให้หมดแล้ว คุณแค่ไปเข้าเรียนตามหลักสูตรที่ผมลงไว้ก็พอ”
“อ้อ! อีกอย่าง เปิดเรียนวันแรกก็คือวันจันทร์ที่จะถึงนี้นะ อย่าลืมไปเข้าห้องเรียนด้วยล่ะ" ชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนรถได้แจ้งรายละเอียดต่าง ๆ ให้แก่เธอ
"ขอบคุณมากนะคะคุณยามาดะที่คุณคอยจัดการเรื่องต่าง ๆ ให้ฉันทั้งที่ความจริงแล้วคุณไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้"
มะนาวกล่าวออกมาด้วยความรู้สึกที่เกรงใจเขาเป็นอย่างมาก แต่มะนาวคิดว่าที่เขาทำไปคงจะเป็นเพราะอาจารย์ของเธอได้ไหว้วานเขามา เพราะถ้าไม่อย่างนั้นแล้วด้วยนิสัยที่ไม่สนโลกของเขาก็ไม่น่าที่จะยอมช่วยเหลือเธอได้หรอก
“ไม่เป็นไร ไว้มีโอกาสผมจะมาเอาคืน”
เขากล่าวด้วยเสียงเรียบ ๆ แต่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์อะไรบางอย่าง พร้อมทั้งจ้องมองไปที่ใบหน้างามของหญิงสาว ด้วยสายตาที่คาดเดาอะไรไม่ได้เลยว่าชายผู้นี้คิดอะไรอยู่กันแน่ เมื่อมะนาวได้ยินคำพูดและสายตาท่าทางของเขาเช่นนั้นเธอก็รู้สึกเย็บวาบไปทั้งตัวขึ้นมาทันที
เขาหมายความว่ายังไงกัน เธอได้แต่คิดอยู่ในใจ
มะนาวจึงส่งยิ้มแห้งกลับไปให้ชายหนุ่มก่อนที่เธอจะรีบกล่าวลาเขาไป
“งั้นฉันไปก่อนนะคะ ขอบคุณสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างอีกครั้งนะคะ” มะนาวรีบกล่าวพร้อมทั้งก้มหัวให้เขาเล็กน้อยก่อนจะลงจากรถ
“หวังว่าเราคงจะไม่ได้เจอกันอีกนะ หึหึ”
มะนาวได้แต่บ่นพึมพำกับตัวเองเพียงเบา ๆ หลังจากที่รถเก๋งสีดำได้แล่นออกไปแล้ว จากนั้นหญิงสาวจึงค่อย ๆ ลากกระเป๋าใบใหญ่ของเธอเข้าไปในตึกแห่งนี้แล้วเดินต่อไปที่หน้าห้องกระจกห้องหนึ่งที่อยู่ใต้ตึก
“ที่นี่ใช่ที่ลงทะเบียนเพื่อขอกุญแจห้องพักของนักศึกษาไหมคะ” มะนาวสอบถามคนที่อยู่ด้านในห้องกระจกนั้น
“อ๋อ ใช่ค่ะ ไม่ทราบว่าคุณเป็นนักศึกษาของที่นี่เหรอคะ แล้วได้ลงทะเบียนไว้ไหมคะ” พนักงานจากด้านในห้องกระจกสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากหญิงสาว
“ใช่ค่ะฉันเป็นนักศึกษาของที่นี่และมีคนลงทะเบียนไว้ให้ฉันแล้วค่ะ”
“งั้นฉันขอทราบชื่อ นามสกุล และระดับการศึกษาของคุณด้วยนะคะ” พนักงานได้ขอรายละเอียดต่างๆของมะนาว จากนั้นค่อยจะนำข้อมูลมาตรวจสอบในระบบเพื่อยืนยันความถูกต้องอีกที
มะนาวได้เขียนชื่อ นามสกุล คณะ และระดับการศึกษาเป็นภาษาอังกฤษลงในกระดาษแผ่นหนึ่งแล้วยื่นให้กับพนักงาน เมื่อพนักงานรับข้อมูลมาแล้วเธอก็ได้ทำการตรวจสอบความถูกต้องต่างๆ จากระบบฐานข้อมูลของทางมหาวิทยาลัย
“คุณมาจากประเทศไทยเหรอคะ ฉันนึกว่าคุณเป็นคนญี่ปุ่นเสียอีก เพราะภาษาและสำเนียงการพูดญี่ปุ่นของคุณแทบจะไม่แตกต่างจากพวกเราเลยค่ะ คุณเก่งจัง” เสียงกล่าวชื่นชมมะนาวจากใจจริงในเรื่องของการใช้ภาษาญี่ปุ่นของพนักงานด้านในห้องกระจก
“ขอบคุณค่ะ พอดีตอนที่ฉันอยู่เมืองไทยฉันได้มีโอกาสทำงานในสายงานที่จำเป็นต้องพูดภาษาต่างประเทศบ่อยน่ะค่ะ เพราะต้องเจอนักท่องเที่ยวหลากหลายเชื้อชาติก็เลยพอที่จะสื่อสารได้บ้างค่ะ” มะนาวยิ้มรับและกล่าวกับพนักงานอย่างถ่อมตน
“โอ้โห ไม่ใช่แค่พอได้นะคะแต่เรียกว่าคล่องแคล่วเลยดีกว่าค่ะ” พนักงานกล่าวอย่างชื่นชมในตัวเธออีกครั้งหนึ่ง
“ขอบคุณนะคะ” มะนาวจึงได้แต่กล่าวและยิ้มรับกับคำชมเชยนั้นอย่างนอบน้อม
“ห้องพักของคุณคือห้องหมายเลข 801 นะคะ” พนักงานได้ยื่นคีย์การ์ดและกุญแจห้องมาให้มะนาวหนึ่งชุดพร้อมทั้งชี้ไปยังหน้าลิฟต์
“ห้องพักที่นี่เป็นหอพักรวมสามารถเข้าออกได้ตลอด และที่นี่จะมีเจ้าหน้าที่ รปภ. ประจำการตลอด 24 ชม.ค่ะ แล้วถ้าจะเข้าไปในตึกจำเป็นจะต้องใช้ลิฟต์หรือบันไดหนีไฟเท่านั้นนะคะ โดยใช้คีย์การ์ดเพื่อเปิดเข้าไปด้านในก่อน ส่วนกุญแจก็เอาไว้ใช้สำหรับเปิดประตูห้องพักค่ะ”
พนักงานสาวได้แจ้งรายละเอียดในการเข้าใช้งานหอพักอย่างคร่าว ๆ ให้มะนาวฟัง มะนาวตั้งใจรับฟังในสิ่งที่พนักงานอธิบายพร้อมทั้งกับกล่าวขอบคุณเธอไป
“ขอบคุณค่ะ งั้นฉันขอตัวขึ้นไปดูห้องพักก่อนนะคะ” เมื่อมะนาวพูดจบเธอก็ได้โค้งตัวให้พนักงานเล็กน้อยก่อนจะลากกระเป๋าใบใหญ่ของเธอขึ้นไปบนห้องพัก
ภายในห้องพัก
"ว้าว..." คำเดียวสั้นๆที่ได้หลุดออกจากปากของมะนาวเมื่อเธอเปิดประตูเข้าไปภายในห้องพัก
หญิงสาวได้แต่อึ้งกับสิ่งที่เธอมองเห็นอยู่ตรงหน้านี้ เพราะบรรยากาศช่างแตกต่างจากหอพักในมหาลัยตอนที่เธอเคยได้เรียนอยู่ที่ประเทศไทยมาก
ห้องพักของที่นี่จะให้เข้าพักได้แค่ห้องละหนึ่งคนเท่านั้น และขนาดห้องพอเหมาะกับคนที่พักอาศัยอยู่คนเดียว เตียงนอนจะอยู่ชิดผนังข้างหนึ่ง โดยที่หัวเตียงจะติดกับผนังห้อง ส่วนโต๊ะอ่านหนังสือจะถูกวางไว้ติดริมหน้าต่าง และถัดไปเล็กน้อยก็จะเป็นประตูสำหรับเดินออกไปนอกระเบียงห้อง
ภายในห้องพักจะมีห้องน้ำส่วนตัวรวมอยู่ในนี้ด้วย และจะมีโต๊ะสำหรับไว้นั่งกินข้าวเล็ก ๆ วางไว้ให้อีกมุมหนี่งของห้อง ดู ๆ ไปก็คล้ายกับห้องคอนโดขนาดเล็กอยู่เหมือนกัน เพราะมีเฟอร์นิเจอร์ให้อย่างครบครันเลยทีเดียว มะนาวรีบปิดประตูแล้ววางกระเป๋าลงก่อนที่เธอจะลองกระโดดขึ้นบนเตียงนอนราวกับเด็กน้อยที่เพิ่งจะได้ของขวัญชิ้นใหม่
"ว้าว... โคตรฟิน...ไม่มีคำใด ๆ ที่จะอธิบายได้เลยแฮะ"
ร่างเล็กได้แต่พูดพึมพำกับตัวเอง เพราะเธอไม่เคยนึกไม่เคยฝันเลยว่าตนเองจะได้มาพักอาศัยอยู่ที่นี่ ตอนนี้อากาศที่นี่หนาวเย็น เมื่อผสานกับแสงแดดอ่อน ๆ ที่สาดส่องเข้ามาภายในห้อง มันจึงทำให้เธอรู้สึกราวกับได้อยู่ในห้วงแห่งความฝันที่แสนอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก หญิงสาวดื่มด่ำกับบรรยากาศได้ไม่นานเธอก็เพิ่งจะนึกอะไรขึ้นมาได้
"เอ้อ เราควรเก็บข้าวของแล้วลงไปสำรวจสถานที่ต่าง ๆ เอาไว้ก่อนดีกว่าจะได้ไม่เป็นการเสียเวลา"
เมื่อคิดได้ดังนั้น ร่างเล็กจึงได้เริ่มต้นเก็บสิ่งของต่าง ๆ ให้เข้าที่เข้าทางจนเสร็จหมดเรียบร้อย จากนั้นเธอก็ค่อยล็อกห้องแล้วลงลิฟต์เพื่อไปยังชั้นล่าง
เมื่อถึงชั้นล่างของหอพัก หญิงสาวก็ได้รีบเดินตรงไปที่หน้าบอร์ดประกาศของหอพักที่เธออยู่ จากนั้นก็หยิบแผนที่ของมหาวิทยาลัยขึ้นมาดู
"ดีจัง ห้องพักอยู่ใกล้กับโรงอาหารกลาง ส่วนตึกต่าง ๆ ที่เราจะได้ไปเรียนนั้นต้องเดินไปไกลอีกสักหน่อย...แต่ไม่เป็นไรหรอก แค่นี้จิ๊บๆ"
เมื่อเธอดูข้อมูลคร่าว ๆ แล้วจึงได้พับเก็บแผนที่ลงในกระเป๋าก่อนจะเริ่มเดินออกไปสำรวจในทันที
ที่ห้องผู้บริหารของบริษัทชิกิยามะ เลขาสาวสวยคนเดิมได้เดินนำหน้าหญิงสาวร่างบาง เพื่อนำทางเธอเข้าไปพบกับเจ้านายของตนที่กำลังนั่งอยู่ในห้องทำงาน ณ ขณะนี้ เมื่อพวกเธอเดินมาถึงที่หน้าโต๊ะทำงานของชายหนุ่ม เลขาสาวสวยจึงได้ผายมือข้างหนึ่งไปยังเก้าอี้ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับยามาดะเพื่อเป็นการเชื้อเชิญให้หญิงสาวนั่งลงบนนั้น จากนั้นพนักงานคนเดิมก็ได้โค้งตัวลงเล็กน้อยก่อนที่จะค่อย ๆ เดินถอยหลังแล้วออกจากห้องไป “คุณเรียกฉันมามีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ” หญิงสาวถามขึ้นมาด้วยความสงสัย เพราะนี่ก็ยังไม่ถึงวันที่เธอจะต้องเข้ามารายงานความคืบหน้ากับเขาสักหน่อย แล้วเขาเรียกเธอเข้ามาพบทำไมกัน “คุณยังติดต่อกับไดอิจิอยู่ใช่ไหม” ชายหนุ่มพูดขึ้นพร้อมทั้งจ้องมองไปที่ใบหน้างามของหญิงสาวเพื่อสังเกตอาการของเธอ มะนาวที่ได้ยินเขาถามขึ้นมาแบบนั้น เธอก็มีอาการเลิ่กลั่กขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่จะรีบตอบชายหนุ่มไป “เปล่าค่ะ เขาแค่แชทมาถามฉันเกี่ยวกับเรื่องของทุนการศึกษาเท่านั้นเอง แต่ฉันไม่ได้ไปพบเขานะคะ” หญิงสาวพยายามเลี่ยงที
ที่ห้องติวหนังสือใต้หอพักของมะนาวและไดอิจิ "มะนาวเป็นยังไงบ้าง คุณหายดีแล้วใช่ไหม" ไดอิจิรีบสอบถามถึงอาการป่วยของหญิงสาวทันทีที่เธอได้เดินเข้ามานั่งยังฝั่งตรงข้ามกันกับเขา "มะนาวหายดีแล้ว ขอบคุณไดอิจิมากนะที่ยังเป็นห่วงมะนาว" หญิงสาวตอบเขากลับไปด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย เพื่อเว้นระยะห่างอย่างเช่นเคย “มะนาวหายดีก็ดีแล้ว เพราะผมจะไม่ได้เป็นห่วงมะนาวมาก... ถ้างั้นเรามาเริ่มเข้าเรื่องกันเลยดีกว่าเนอะ” ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบพูดเข้าเรื่องทันที “มะนาวอยากรู้ใช่ไหมว่าทำไมผมถึงได้เกลียดเขานัก ก็เพราะว่าเขาเป็นคู่หมั้นของพี่สาวผมยังไงล่ะ แต่ผมไม่ได้เกลียดเขาเพียงเพราะว่าเขาเป็นคู่หมั้นของพี่สาวผมหรอกนะ แต่มันเป็นเพราะว่าผู้ชายคนนั้นชอบทำให้พี่สาวของผมเสียใจอยู่บ่อยครั้งน่ะสิ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมเกลียดเขามากต่างหาก” ชายหนุ่มหน้าหวานพูดไปพร้อมทั้งใส่อารมณ์ไป เมื่อเขาได้ย้อนกลับไปนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาของยามาดะที่เขาเคยทำกับคาซึเมะไว้ ส่วนมะนาวเมื่อเธอได้ยินเขาพูดออกมาแบบนั้นเธอก็ได้แต่ทำตาโตนั่งนิ่งเพราะกำลังตกใจอยู่กับสิ
ที่ห้องพักของไดอิจิ"ฮัลโหลครับนายน้อย ผมได้สืบมาแล้วนะครับ เรื่องที่นายน้อยสั่งมา" เสียงทุ้มใหญ่ของพ่อบ้านรีบพูดขึ้นมาทันทีที่ไดอิจิกดรับสายของเขา"ได้เรื่องว่ายังไงบ้างครับ" ไดอิจิรีบถามเขาออกไปด้วยความอยากรู้“เรื่องของคุณผู้หญิงที่นายน้อยสั่งให้ผมสืบ เธอมีความเกี่ยวข้องกับท่านประธานยามาดะจริงครับ โดยที่ท่านประธานเป็นผู้ให้ทุนการศึกษาเรียนต่อในระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยแห่งนี้แก่คุณผู้หญิงครับ”พ่อบ้านรีบบอกถึงข้อมูลที่เขาได้ไปสืบมาให้กับไดอิจิฟัง“แล้วนอกจากเรื่องให้ทุนการศึกษาล่ะ ยังมีเรื่องอื่นอีกไหมครับที่มันยังมีความเกี่ยวข้องกันกับเขา”“มีครับ นอกจากท่านจะให้ทุนการศึกษาแก่คุณผู้หญิงแล้วท่านยังให้ทุนการศึกษากับน้องชายของเธออีกด้วยครับ พร้อมทั้งให้เงินเดือนกับครอบครัวของเธอเอาไว้ใช้จ่ายอีกเดือนละ 10,000 บาท และนอกจากนี้ก็คงจะเป็นเรื่องที่ท่านประธานยามาดะยอมเป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ให้กับคุณผู้หญิงครับ”ชายหนุ่มหน้าหวานเงียบไปสักพักใหญ่เมื่อเขาได้ยินแบบนั้น เพราะเขาคิดว่าเงื่อนไขของทุนการศึกษานี้มันดูค่อนข้างแปลกจนเกินไปสำหรับผู้ให้และผู้รับทุนที่เขาเคยพบเจอมา“ขอบคุณครับ แต่คุณ
ที่ห้องนั่งเล่นในบ้านของพ่อแม่ไดอิจิชายหนุ่มหน้าหวานรีบเดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ ผู้เป็นแม่ทันทีที่เขาเข้ามาภายในห้อง วันนี้ที่เขาได้เดินทางกลับมาบ้านก็เนื่องจากว่าพ่อและแม่ของเขาต้องการที่จะปรึกษาหารือธุระสำคัญกับลูกทั้งสองคนโดยเรื่องแรกคือเรื่องกำหนดวันแต่งงานของคาซึเมะพี่สาวไดอิจิ เพราะเธอถูกหมั้นหมายกับยามาดะ โช มาเนิ่นนานหลายปีมากแล้ว แต่จนป่านนี้ก็ยังไร้วี่แววของฤกษ์มงคล และด้วยอายุของหญิงสาวเริ่มที่จะมากขึ้นทุกปี ดังนั้นคนเป็นพ่อเป็นแม่จึงอดเป็นห่วงเธอไม่ได้ทางด้านคาซึเมะเอง เธอก็ได้แต่ยืนกรานที่จะปฏิเสธการแต่งงานในครั้งนี้อีกครั้งโดยที่ไม่ได้ให้เหตุผลอะไรเพิ่มเติม เพียงแต่เธอขอเวลาอีกแค่สองปีเท่านั้น เพราะถ้าหากฝ่ายนั้นไม่มีความเปลี่ยนแปลงอะไร เธอก็จะยอมแต่งงานแต่โดยดีตามที่ผู้ใหญ่ต้องการส่วนไดอิจิ เขาก็พอจะรู้จักนิสัยพี่สาวดี ที่เธอทำไปแบบนี้ก็ล้วนแค่ทำตามความต้องการของอีกฝ่ายเท่านั้น ทั้งที่จริงแล้วคาซึเมะเองก็ได้ตกหลุมรักยามาดะ โช มาตั้งแต่เมื่อครั้งยังเป็นเด็กแล้ว แต่ด้วยนิสัยของหญิงสาวที่เธอเองก็ไม่อยากจะฝืนใจใครและเธอก็ไม่ยอมตัดใจจากเขาเสียที ดังนั้นผลลัพธ์ที่ได้เธอจึงขอเ
หลังจากที่ทั้งสองคนได้สวมใส่เสื้อผ้ากันเสร็จเรียบร้อยแล้ว หญิงสาวร่างบางจึงได้ตัดสินใจที่จะลองพูดคุยต่อรองเงื่อนไขบางอย่างกับชายหนุ่มไปอีกครั้งอย่างคนไร้หนทางอื่น"ฉันมีเงื่อนไขอยู่ข้อเดียว ถ้าหากว่าคุณยอมรับปาก ต่อไปนี้ไม่ว่าคุณจะสั่งให้ฉันทำอะไรฉันก็จะยอมทำตามทุกอย่างที่คุณพูดมา"มะนาวพูดขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงันด้วยน้ำเสียงและสีหน้าแววตาที่ดูหม่นหมองอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากในตอนนี้เธอรู้สึกปลงตกกับชีวิตของตัวเองเกินกว่าที่จะรับได้แล้ว ยามาดะเลิกคิ้วขึ้นมาอย่างแปลกใจ เขาจึงรีบถามเธอกลับไปในทันทีอย่างสนใจ"คุณลองว่ามาสิ" เพราะเขาเองก็อยากรู้ว่าเธอจะพูดอะไรกันแน่"คุณอย่าทำแบบนี้กับฉันอีกได้ไหมหากว่าฉันไม่ยินยอม ถ้าคุณยอมรับปากไม่ว่าเรื่องอะไรฉันก็จะยอมทำให้แต่โดยดี"มะนาวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เอื่อยเฉื่อยราวกับคนไร้ชีวิตชีวา พร้อมทั้งเบือนหน้าไปมองมู่ลี่บังสายตาที่ติดอยู่กับหน้าต่างภายในห้องนั้น ชายหนุ่มนั่งพิจารณาอยู่สักพักใหญ่ก่อนจะหันหน้าไปตอบหญิงสาวร่างบางด้วยความรู้สึกผิดที่มีต่อเธออยู่บ้าง"ผมยอมรับปากคุณก็ได้ แต่ถ้าคุณยังกล้าขัดคำสั่งของผมอีก คุณจะต้องยอมรับกับผลที่จะตามมาใ
เสียงอู้อี้อย่างแผ่วบางอยู่ในลำคอเล็ก หญิงสาวพยายามดิ้นขลุกขลักไปมาภายใต้ร่างหนาใหญ่แต่เขาก็ยังคงดูดดึงลิ้นบางอย่างไม่ให้เธอได้พักหายใจ หญิงสาวจึงใช้มือเล็กทั้งสองข้างทุบตีระรัวเข้าไปที่กลางลำตัวของชายหนุ่มเพื่อส่งสัญญาณให้เขาปล่อยเธอไปผ่านไปไม่นานชายหนุ่มถึงได้ถอนริมฝีปากหนาของเขาขึ้น จึงทำให้น้ำหวานจากปากของพวกเขาฉ่ำเยิ้มไปทั่วบริเวณรอบ ๆ กลีบปากทั้งสอง ตามมาด้วยเสียงหอบกระเส่าของร่างบางเมื่อเธอได้รับอิสรภาพจากคนตรงหน้า“คุณจะยอมทำตามที่ผมบอกดี ๆ ไหม เพราะไม่อย่างนั้นแล้วคุณก็จะได้เจออย่างเมื่อคืนอีก”เสียงชายหนุ่มพูดตะคอกใส่หน้าหญิงสาวด้วยอารมณ์โมโหที่เธอชอบขัดคำสั่งเขาตลอด มะนาวจ้องมองไปที่ดวงตาคมเข้มด้วยสายตาที่อาฆาตราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเขาหากว่าเธอสามารถทำได้“ฉันจะไม่ยอมให้คุณทำอะไรแบบนี้กับฉันอีก และฉันขอยกเลิกสัญญารับทุนการศึกษานี้ถึงแม้ว่ามันจะเป็นหนี้หัวโต แต่ความรู้สึกของฉันก็น่าจะดีกว่าตอนนี้หลายเท่า”มะนาวพูดตะโกนใส่หน้าชายหนุ่มไปด้วยอารมณ์ที่จุกอกคับแค้นใจ เพราะเขาชอบข่มเหงและข่มขู่เธอด้วยเรื่องพวกนี้มาโดยตลอด ดังนั้นเธอจึงตัดสินใจที่จะขอยกเลิกสัญญาแล้วกลับไปหางานทำ







