LOGINจิ้นจื่อถงอ้าปากจะห้าม แต่เหอเฟิงหลัวรีบปรายตาปรามอย่างหวังดี นางก็จำต้องกลืนคำพูดลงคอเหลือเพียงท่าทีรู้สึกผิดอยู่เนือง ๆ
ฉากนี้ในนิยายจบด้วยนางร้ายในนิยายต้องดื่มสุราที่ใส่ยากำหนัดเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตน หลังจากนั้นก็ทำได้เพียงรีบหาทางปลีกตัวหลบไปทุกข์ทนกับความทรมานที่ตนเองเป็นผู้ก่อขึ้นอยู่เพียงผู้เดียว และก็เป็นจุดที่ทำให้นางร้ายร่างเดิมโกรธนางเอกในนิยายมากจนเลือกเดินทางผิดสู่จุดจบตามนิยายต้นฉบับ
แต่ตอนนี้...นางไม่ใช่นางร้ายคนเดิม และสิ่งที่นางอยากพิสูจน์ก็ได้รับคำยืนยันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้นางขอทำตามใจตนเองก็แล้วกัน
สวี่เหวินหรงหยักยิ้มเย็นกับคำพูดแสนโหดร้ายของฉินเย่าหานที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของตน ความแค้นจากอดีตทำให้บุรุษตรงหน้าเป็นได้ขนาดนี้เชียวหรือ...
“ที่ท่านแม่ทัพพูด…ก็ไม่ใช่ว่าจะถูกเสียทีเดียว” เหวินหรงเอ่ยเสียงเรียบก่อนเงยหน้าขึ้นมองฉินเย่าหานตรง ๆ อย่างไม่หลบสายตา “อย่างแรก...ท่านไร้ความยุติธรรมยิ่งนัก การตัดสินของท่านเอนเอียงไปยังจิ้นจื่อถงจนเกินจะรับไหว...”
คำพูดของสวี่เหวินหรงครานี้ก็ทำให้เหล่าคนมองด้วยอคติถูกกล่าวหาไปตาม ๆ กัน พวกเขาต่างสงสัยว่าเหตุใดนางพูดเช่นนี้จึงหยุดฟังเงียบปล่อยให้เหวินหรงเอ่ยต่ออย่างไร้คนแทรก
“เหตุใดไม่ให้จื่อถงยื่นหลักฐานที่กล่าวหาว่าข้าใส่บางอย่างลงไปในไหสุราบ้างเล่า ...เพียงนางบอกปากเปล่าพวกท่านก็เชื่อแล้วหรือ?”
นางรู้คำตอบอยู่ในใจว่าทำไม สวี่เหวินหรงจึงเพียงเหยียดยิ้มให้กับตนเองก่อนสลัดความรู้สึกหน่วงออกไป “แต่พอเป็นข้า…ข้าบอกว่าไม่ได้ทำ กลับไร้คนเชื่อ แล้วยังให้พิสูจน์ด้วยการดื่มสุราที่มีคนกล่าวว่ามีบางอย่างอยู่ในนั้นอีก หึ...”
ประโยคยาวเหยียดหยุดลงชั่วครู่ ก่อนประโยคถัดไปที่ล้วนแทงใจดำคนที่กล่าวให้นางดื่มสุราฟังจะตามมา
“เอ หรือแท้จริงแล้วนี่คือแผนของท่านแม่ทัพที่อยากฆ่าฮูหยิน
พระราชทาน…เพื่อจะได้แต่งสตรีที่ท่านรักขึ้นมาแทนกัน?”เสียงเก้าอี้ล้มกระแทกพื้นเพราะฉินเย่าหานลุกพรวดดังก้องกังวาน แววตาของเขาแข็งกร้าวพลางยกนิ้วชี้หน้าสวี่เหวินหรงด้วยความโกรธที่ไม่คิดปิดบัง
“สามหาวนัก! เจ้ากล้ากล่าวหาข้า?!”
สวี่เหวินหรงไม่ถอยแม้ครึ่งก้าว นางเงยคางขึ้นรับปลายนิ้วนั้นอย่างไม่หวั่นเกรง
“กล่าวหาหรือ คำนี้มิใช่ควรใช้เรียกคนที่บอกว่าคนอื่นทำผิดทั้งที่ไร้หลักฐานหรอกหรือ สิ่งที่ข้าพูดไป...เพียงปกป้องตนเองเท่านั้นต่างจากพวกท่าน!” น้ำเสียงนางเย็นชานักไม่ต่างจากสายตาไม่ยอมแพ้เลย
ไม่รอให้เวลาผ่านไปนานสวี่เหวินหรงก็หันไปมองจิ้นจื่อถงด้วยดวงตาคมเฉี่ยวก่อนกดต่ำลงเอ่ยถาม “ว่าอย่างไร จื่อถง เจ้ามีหลักฐานหรือไม่ว่าข้าเป็นคนใส่อะไรบางอย่างลงไปในไหสุรานี้”
จิ้นจื่อถงชะงักที่ถูกโจมตีกะทันหัน สีหน้าอึ้งปนฉงนอย่างคนถูกต้อนจนมุม สายตาเหล่าคนในศาลาหลายคู่เริ่มมองมาที่นาง เจ้าถูกกดดันไม่รู้จะตอบอย่างไร ริมฝีปากบางเม้มแน่น…เมื่อไม่รู้จะตอบอันใดก็เลยเลือกใช้ไม้ตาย!
“แค่ก! แค่ก…แค่ก!”
จื่อถงไอจนไหล่สั่น หนักขนาดที่ต้องยกผ้าเช็ดหน้าขึ้นปิดปาก ภาพนั้นดึงความสนใจกลับไปยังความบอบบางที่ทุกคนคุ้นชิน และที่สำคัญคือส่งผลให้ความสนใจของฉินเย่าหานหันเหไป…
จื่อถงคือผู้ช่วยชีวิตเย่าหานจากการจมน้ำเมื่อไม่นานมานี้ แววตาลังเลเมื่อครู่จึงเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวในพริบตา
“ข้า…ไม่มีหลักฐานเจ้าค่ะ ข้าผิดเองที่ใส่ร้ายฮูหยินสวี่ ได้โปรดลงโทษข้าด้วยเถิด…”
สวี่เหวินหรงยังไม่ทันขยับปากตอบรับ ฉินเย่าหานก็หันกลับมาตวาดใส่นางเสียแล้ว “ปากดียิ่งนัก เรื่องนี้...ถูกเจ้าเปลี่ยนคนผิดได้อย่างง่ายดายทั้งที่ก็เป็นเจ้าเองที่ทำผิดแล้วยังหน้าหนาจนทำให้คนหวังดีดูเป็นคนผิดแทน… ความคิดเจ้าช่างร้ายยิ่งกว่าปิศาจทุกชนิดที่ข้าเคยพบ!”
สวี่เหวินหรงถอนหายใจพรูใหญ่กับอคติของบุรุษผู้เป็นสามีที่มากจนไม่ว่านางจะพูดอันใดไปก็ดูจะไร้ประโยชน์ไปเสียหมดอยู่ดี เหวินหรงก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะตรงกลางมากขึ้นแล้ววางสายตาลงบนชามสุราของฉินเย่าหานที่ตั้งอยู่
“ตามจริง วิธีพิสูจน์ว่าในไหสุรานี้มีพิษหรือไม่…หรือมีสิ่งใดถูกใส่ลงไปไหม มีวิธีที่แน่ชัดกว่าให้ข้าดื่มพิสูจน์มากนัก”
นางเอื้อมมือแตะขอบชามเบา ๆ ก่อนเอ่ยต่อ “เพียงเรียกหมอให้มาตรวจก็รู้ได้แล้ว... แต่ท่านกลับเลือกอีกหนทางหนึ่ง…”
สวี่เหวินหรงเงยหน้าขึ้นสบกับสายตาของเย่าหานที่มองตอบกลับมาเช่นกัน ดวงตาเป็นประกายเย็นวาบสบกับแววตาอาฆาตแค้นเช่นเคยก่อนเสียงหัวเราะแผ่วเบาหลุดออกมาตามด้วยมือเรียวเอื้อมไปหยิบชามสุราเจ้าปัญหาขึ้นมาอย่างไร้ท่าทีลังเล
สวี่เหวินหรงยกขึ้นดื่มในคราเดียว
สุราไหลผ่านลำคอจนรู้สึกอุ่นวาบ กลิ่นแรงตีขึ้นจมูกจนแสบ แต่สวี่เหวินหรงเพียงขมวดคิ้ว ไม่แสดงอาการใดใดให้พวกคนตรงหน้าใช้เป็นจุดอ่อนเล่นงานได้ ดื่มหมดก็วางชามลงแล้วหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับสายตาหลายคู่ที่มองตาม
....เงียบ เงียบจนได้ยินเสียงผิวน้ำไหลเคลื่อนเนื่องจากลมเย็นที่พัดผ่าน
สายตาหลายคู่จ้องนางราวเห็นสิ่งผิดปกติ ฮูหยินที่ถูกกล่าวหาว่าวางยากลับดื่มสุรานั้นต่อหน้าทุกคนราวไม่มีอะไรต้องกลัว หรือว่าในนั้นจะไม่มีอะไรอย่างที่อีกฝ่ายยืนยันกันแน่...
สวี่เหวินหรงยืนนิ่งอยู่นานมากพอให้ไม่ว่าพิษไหนก็ควรออกฤทธิ์ได้แล้ว เมื่อไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น นางจึงเอ่ยทำลายความเงียบนั้นลง
“เท่านี้…พอจะพิสูจน์ได้แล้วใช่หรือไม่”
นางปรายตาไปทางเหอเฟิงหลัวที่เหมือนกำลังจะอ้าปาก “หรือจะมีผู้ใดกล่าวอีกว่า ข้ากินยาถอนพิษมาก่อนหน้า จึงกล้าดื่ม”
คำพูดนั้นไม่ใช่คำถาม หากเป็นการตัดช่องทางโต้กลับให้หมดสิ้นจากเหล่าสาวกของนางเอกในนิยาย
“หากใครมีข้อสงสัยหรือข้อโต้แย้งอันใดอีก ก็เขียนรวมแล้วส่งมาให้ข้าแล้วกัน”
พูดยาวเกินไปทำให้ลำคอที่ระคายจากการเป็นหวัดอยู่แล้วก็ยิ่งคัน แต่นางต้องอดกลั้นไว้เพราะหากไอออกมามีแต่จะถูกหาว่าพิษในสุราออกฤทธิ์แล้ว
เมื่อไม่มีใครแย้งสวี่เหวินหรงก็หันหลังเดินออกจากศาลาไป ทิ้งความเงียบงันไว้ข้างหลังเป็นคำตอบของเหตุการณ์ที่ไร้ความยุติธรรมนี้...
สุรานั้นไม่มีพิษกำหนัดหรืออะไรทั้งสิ้น เหตุเพราะนางไม่ได้ใส่อะไรลงไป นางไม่ได้ไปแม้กระทั่งโรงเก็บสุรา ซึ่งต้องไม่มีจังหวะให้ใครบังเอิญมาเห็นเหมือนอย่างที่เกิดขึ้นในนิยาย...
ทว่าจิ้นจื่อถงกลับบอกว่าเห็นนางใส่อะไรลงไปแล้วมาแจ้งแก่ทุกคนเฉกเช่นเดียวกับที่เกิดในนิยาย สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้สามารถสรุปได้ว่า นี่อาจไม่ใช่ฝีมือของนักเขียนที่ลากนางที่พยายามหลีกห่างเส้นเรื่องในนิยายเข้ามาเกี่ยวข้องกับพวกพระเอกและนางเอกในนิยาย
แต่เป็น...จิ้นจื่อถงผู้เป็นนางเอกในนิยายต่างหาก!
นางเป็นอีกคนที่รู้ว่าโลกแห่งนี้คือโลกของนิยาย และรู้เส้นเรื่องในนิยายไม่ต่างจากสวี่เหวินหรงผู้เกิดในร่างนางร้ายในนิยายเลย
บทส่งท้าย เมืองหลวงยามเช้าไม่เงียบเหงาอีกต่อไป เสียงฆ้องนับสิบแข่งกันตีเพื่อเรียกความสนใจ ชาวบ้านชาวเมืองใครที่ยังไม่ตื่นก็ตื่นเอาเสียตอนนี้ ผู้คนหลั่งไหลมายืนมองขบวนทหารที่เดินยาวเหยียดจากทิศของพระราชวังมุ่งจู่ถนนแถบที่พักจวนขุนนางชั้นสูง “นั่นขบวนอันใดมิรู้ ส่งเสียงดังแต่เช้า!!!” เป็นบุรุษหนวดเฟิ้มนายหนึ่งเอ่ยถามสหายข้างเคียงที่เพิ่งลุกขึ้นจากที่นอนไม่ต่างกัน “หากข้าจำไม่ผิดทั้งเครื่องแบบทหารและตราสัญลักษณ์บนหีบหลายร้อยหีบที่พวกเขาแบกนั้นเหมือนตราประจำของผู้ตรวจการแผ่นดินเลย” “เจ้าหมายถึงชินอ๋องน่ะหรือ!?” สหายผู้มายืนอยู่ก่อนพยักหน้ายืนยัน “นี่มันขบวนสินสอดไม่ผิดแน่ นั่นก็หมายความว่าชินอ๋องกำลังไปสู่ขอคุณหนูสักบ้านน่ะสิ!!!” มูลค่าสินสอดของผู้ตรวจการแผ่นดินผู้มีอำนาจเป็นรองเพียงฮ่องเต้ย่อมมากเหลือคณานับ เรื่องน่าตื่นตาเช่นนี้มิได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ เหล่าชาวเมืองที่ตระหนักได้เช่นกันต่างรีบเคลื่อนขบวนตามทันทีพวกเขาอยากเห็นโฉมหน้าของคนที่ชินอ๋องหมายหมั้นไว้ อีกทั้งอยากรู้ว่าสินสอดของชินฮ่องนั้นจ
“อ้อ เจ้าจะแต่งให้เขาแล้วข้าเล่า เจ้ามีสัมพันธ์กับข้าแล้วคิดจะทิ้งอย่างนั้นหรือ ไม่แน่ในท้องของเจ้าอาจมีเลือดเนื้อเชื้อไขของข้าอยู่แล้วก็เป็นได้!!! ฉะนั้นเจ้าต้องแต่งเป็นพระชายาเอกให้ข้าได้เท่านั้น”ซูหมินจองแล้วใครหน้าไหนก็มาแย่งมิได้หรอก แต่ที่น่าโมโหมากที่สุดก็คือคนของเขาที่มีทีท่าจะนอกใจนั่นแหละลู่หลินตกใจที่อยู่ดีดีก็ถูกขอแต่งงานอย่างไม่ทันตั้งตัว อีกทั้งคนที่ขอยังเป็นถึงท่านอ๋องผู้ทรงอำนาจ สตรีทั่วเมืองหลวงต่างต้องการเสนอตัวแต่งให้เขาไยเขาถึงได้เลือกนางกัน…สตรีมีมลทิน ไร้มารยาทอย่างสตรีในห้องหอ…หรือจะเป็นเพราะเขาและนางมีสัมพันธ์สวาทกันแล้วเพียงคิดว่าต้องรับผิดชอบ“หากเป็นเพราะต้องการเพียงรับผิดชอบหม่อมฉัน ไม่ต้องถึงขนาดแต่งงานก็ได้นะเพคะ หม่อมฉันไม่ถือ อื้อ..”ซูหมินฟังแล้วรู้สึกไม่ลื่นหู เมื่อไม่อยากฟังอีกต่อไปก็เลือกปิดปากนางด้วยริมฝีปากตนเองเสียเลยครั้งนี้เขาเพียงแนบลงและไล้เลียกกลีบปากเนียนนุ่มทั้งบนและล่างเท่านั้น ไม่ได้รุกล้ำไปมากกว่านั้น“ข้าบอกอย่างนั้นหรือ ก่อนจากไปข้าบอกเจ้าไว้อย่างไรจำมิได้หรือ?”…นางจำไม่เห็นได้เลยพอซูหมินเห็นสีหน้าว่างเปล่าของนางก็รู้ทันที ว่า
สิบสองความเข้าใจผิดเป็นเหตุ“ข้าขอรบกวนคุณหนูลู่หลินไม่นานหรอก”หนิงอันเอ่ยทันทีที่ลู่หลินขึ้นไปบนรถม้าเรียบร้อยแล้ว สีหน้าดูเหมือนมีเรื่องกังวลบางอย่างทำให้คนเพิ่งขึ้นมารู้สึกกังวลไปด้วยเลย“ได้เลยเพคะ”ต้นฉบับนิยายที่นางเคยอ่านมาล้วนบิดเบือนไปหมดแล้ว อีกทั้งนางก็อ่านถึงกลางเรื่องก็มาหัวใจวายตายเสียก่อน จึงไม่ทันรู้เรื่องราวตอนจบเลย…นางขอเพียงเหล่าตัวร้ายไม่ตายก็เป็นพอแล้ว“ท่านรู้แล้วกระมังว่าองค์รัชทายาทประสงค์จะสู่ขอท่านเป็นพระชายารอง”นางดูสีหน้าของหนิงอันแล้ว ดูท่าว่านางจะไม่เห็นด้วยทว่าก็คงขัดมิได้จึงได้ลองมาหยั่งเชิงนางเยี่ยงนี้เฮ้อ อย่างไรเสียลู่หลินก็ไม่คิดจะแต่งให้องค์รัชทายาท เหวินหลงอยู่แล้ว มิอยากให้ตัวเอกของเรื่องกังวล เรื่องที่จะไม่เกิดขึ้นแน่นอนเอาเสียเลยไม่ใช่อันใด นางเสียววูบว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับตนอีกนั่นแลคราแรกที่เจอทั้งสองในวันเดียวกัน นางก็ระดูแตกคาก้น…คราที่สอง อยู่พร้อมหน้ากันนางก็ได้กินยาปลุกกำหนัดเสียอย่างนั้นดูเอาเถิด ชะตาตัวร้ายยามอยู่ใกล้ตัวเอกช่างน่าเวทนาเพียงใด นางคงไม่วิ่งเข้าหาภัยให้ตนเองอีกแล้ว“เรื่องนั้นองค์หญิงหนิงอันไม่ต้องกังวลพระทั
สตรีและบุรุษวัยกลางมองหน้ากันในใจต่างคิดตรงกันว่าบุตรีของนางอาจจะยังคงชอบองค์รัชทายาทเหวินหลงไม่เสื่อมคลายเมื่อครู่พวกเขาพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของลู่หลินไปทางบุรุษตระกูลอื่นแล้ว พอไม่ได้ผลจึงไม่คิดปิดบังอีกต่อไปเสนาบดีหานหยิบเทียบสู่ขอสีเหลืองอร่ามออกมาจากอก ดูก็รู้ว่าต้องเป็นจดหมายที่มาจากคนในพระราชวังอย่างแน่นอน เขายื่นมันให้ลู่หลิน รอจนมือเล็กรับไปจึงค่อยเอ่ยอย่างไม่เต็มเสียง“ตามจริงเมื่อไม่นานมานี้องค์รัชทายาทเหวินหลงได้ส่งจดหมายมาเจรจากับข้า อืม เจ้าตัดสินใจเองแล้วกัน…เรื่องออกเรือนพวกเราให้เจ้าตัดสินใจเองเพื่อเป็นการชดเชยชีวิตที่ผ่านมา”ในจดหมายบอกไว้ว่า ต้องการจะสู่ขอลู่หลินไปเป็นพระชายารอง ฝ่ายเราหากตอบตกลงเขาก็มีข้อเสนอว่าจะเป็นฝ่ายสนับสนุนให้เสนาบดีหานทันที แม้ยังไม่เกิดพิธีอภิเษกก็ตาม ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นแผนปลดเกษียณของท่านพ่อของนางก็ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นก็ได้แล้ว เพราะมีคนสนับสนุนเป็นองค์รัชทายาทเหวินหลงผู้มีอำนาจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าขุนนางชั้นสูงรวมกันหลายคนทว่าลู่หลินก็ไม่ได้มีความคิดที่จะแต่งเข้าเป็นภรรยาของเหวินหลงเท่าไหร่นัก เพราะนางก็ไม่รู้เจตนาของเขาว่าต้องการช่วยต
สิบหนึ่งวันธรรมดาที่ไม่ธรรมดาลู่หลินกลับจากเรื่อนหลักก็นอนน้ำตาตกใน อยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาจนกระทั่งเผลอหลับไป นางตื่นขึ้นมาอีกทีก็ยามโหย่วแล้ว เหม่ยฮวายกมื้อเย็นเข้ามาให้นางกินในห้องพอจัดการจนหมดก็ยกออกไปยังดีที่นางให้เหม่ยฮวาตักน้ำอุ่นพร้อมใส่สมุนไพรบรรเทาปวดคลายเส้นลงไปในถังอาบน้ำ นางแช่ไปเกือบสองเค่อลุกออกมาถึงได้รู้สึกดีขึ้นกินข้าวอาบน้ำจนเสร็จเปลือกตาก็หนักอึ้งอีกแล้ว ลู่หลินจึงไล่เหม่ยฮวาและบ่าวคนอื่นไปพักส่วนนางก็ปิดไฟเตรียมนอนกึก!หน้าต่างที่ปิดไปแล้วถูกของแข็งบางอย่างกระแทกคราหนึ่ง ลู่หลินเพียงมองแต่พอถึงกระแทกอีกครหนึ่งนางจึงตัดสินใจเปิดออกดู“ว้าย ทะ…อื้อ”ลมวูบสายหนึ่งพัดเข้ามาทันทีที่ลู่หลินปลดกลอนออก นางยังไม่ทันมองเห็นที่มาของลมก็ถูกใครบางคนรวบเข้าสู่อ้อมกอดและครอบครองริมฝีปากไปทันทีเป็นซูหมินไม่ผิดแน่ จุมพิตเต็มไปด้วยความเร่าร้อนไล่จากริมฝีปากจนพอใจไล้ลงผ่านลำคอยาวระหงและต่ำลงไป เรื่อย ๆ หากไม่เพราะร่างที่แข็งเกร็งเปลี่ยนเป็นดีดดิ้นต่อต้าน เขาคงได้ลงต่ำไปกว่านี้เป็นแน่“ปล่อยข้านะ ท่านอ๋องจอมลามก!”เมื่อความลับไม่จำเป็นต้องเป็นความลับอีกต่อไปแล้วลู่หลินก็แสดงอ
นางกลัวว่าวันหนึ่งที่ซู่หมินเบื่อของเล่นอย่างนางแล้วจะเป็นลู่หลินเองที่เสียใจ พอคิดได้นางก็พยายามออกห่างทว่ากลับถูกซูหมินดึงกลับเข้ามาในวังวนเสียทุกครา จนลู่หลินไม่รู้จะทำอันใดแล้ว“เจ้ากินน้อยเพียงนี้ คืนนี้กินข้าให้มากหน่อยชดเชยก็แล้วกัน”“โอ อย่างนั้นหม่อมฉันขอเติมข้าวอีกหน่อยดีกว่าเพคะ แหะ ๆ”ทุกคืนถูกเขาเคี่ยวกรำก็แทบขาดใจอยู่รอมร่อแล้ว มาบอกให้กินเขามากขึ้นพรุ่งนี้นางได้ตายอนาถสมใจแน่!อ้อ ยามนางอยู่กับชินอ๋องตามลำพังถูกเขาบังคับให้แสดงตัวเป็นสตรีได้เลย อีกทั้งให้เรียกขานแบบที่เขาสั่งอีก แต่เมื่อไปข้างนอกนางก็จะกลายเป็นคุณชายลู่หลินดังเดิมแต่เอาเข้าจริงช่วงนี้นางไม่ค่อยได้ออกไปข้างนอกหรอก เอะอะอันใดก็ถูกบุรุษบ้ากามผู้นี้ลากเข้าที่รโหฐานเสียทุกที ดีที่ชินอ๋องทำแล้วเขาให้นางกินยาห้ามครรภ์ไว้ มิเช่นนั้นคงมีลูกเต็มวังได้แล้วกระมัง“เอ่อ ท่านพี่หมินเพคะ วันพรุ่งนี้หม่อมฉันขอกลับไปเยี่ยมบิดามารดาที่จวนนะเพคะ”นางพูดจบคนข้างหลังนางก็หยุดมือที่กำลังคีบกับข้าวไปทันใด อีกทั้งยังแผ่รังสีความไม่พอใจบางอย่างออกมาจากลู่หลินที่แม้ไม่เห็นสีหน้าเขายังรู้สึกได้หากเป็นเช่นนี้นางอาจไม่ได้กลับจวนเ
บทที่ 23.2ทว่าก่อนที่บทสนทนาจะดำเนินไปมากกว่านี้ องครักษ์ผู้หนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาแจ้งข่าวอย่างรีบร้อน“เรียนท่านแม่ทัพ! มีคนจากทางการมาขอพบขอรับ!”ยังไม่ทันที่องครักษ์จะพูดจบ หัวหน้ามือปราบและเหล่าผู้ติดตามในชุดเครื่องแบบทางการก็ก้าวเท้าเข้ามาในเขตงานศพอย่างรวดเร็ว แขกเหรื่อในงานต่างพากันล
บทที่ 20 นางถูกกล่าวหาว่าจะฆ่าแม่สามีค่ำคืนนี้ช่างเงียบเหงาและเยือกเย็นกว่าคืนไหน สวี่เหวินหรงตัดสินใจกลับมานอนที่ห้องนอนเดิมของตนเอง นางไม่คิดจะเฉียดกรายไปที่ห้องนอนของฉินเย่าหานอีกเพราะไม่อยากเผชิญหน้ากับเขาให้ใจต้องเจ็บช้ำไปมากกว่านี้นางเอนกายลงนอนพลางมองเพดานด้วยแววตาว่างเปล่า ในหัวยังคงมี
บทที่ 11ข้าไม่รู้ว่าท่านกำลังเปลือยกายอยู่หลายวันผ่านไป…สวี่เหวินหรงยังคงรับผิดชอบหน้าที่ของตนอย่างดีที่สุด นางก้มหน้าก้มตาจัดการบัญชี ดูแลรายจ่ายรายรับของจวนในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบแล้ว ซึ่งวันนี้เป็นวันจัดการงบของจวนอีกวันจึงมีงานมากเป็นพิเศษ กว่าจะปิดจบก็เลยเวลาทำงานจนนางบอกให้พ่อบ้านฉีกลับไปก
บทที่ 9.2“หากเจ้าคิดจะเป็นฮูหยินของข้า…ก็ต้องเจอเรื่องเช่นนี้แหละ” เขาหยุดเล็กน้อยเหมือนช่องว่างให้นางคิด “แม้จะเป็นเพียงฮูหยินในนามก็ตาม...”สวี่เหวินหรงเงยหน้าขึ้นจนสายตาว่างเปล่าสบเข้ากับแววตาดำลึกล้ำผสมความเยือกเย็นในใจนางอยากตะโกนว่านางไม่อยากเป็นฮูหยินของเขาแล้ว แต่ปากกลับต้องตอบอีกแบบ เพรา







