Share

บทที่ 4 การเจรจาล้มเหลว

last update Tanggal publikasi: 2026-04-10 11:39:52

บทที่ 4

การเจรจาล้มเหลว

หลังคืนเหตุการณ์ที่ศาลากลางสระบัว สวี่เหวินหรงก็ไม่ได้พบทั้งฉินเย่าหานและจิ้นจื่อถงอีกเลย ส่วนหนึ่งเพราะนางไม่ออกจากเรือน อีกส่วนหนึ่ง…เพราะนางไม่คิดจะออกไป

นางไข้ขึ้นตั้งแต่คืนนั้น ลำคอแห้งผาก ศีรษะหนักอึ้ง ไอเป็นพัก ๆ ร่างกายอ่อนล้าจนแทบลุกไม่ขึ้น นางนอนพักอยู่ในห้องเงียบ ๆ ไม่เรียกหมอ ไม่ให้บ่าวไปตามใครมา เหตุเพราะหากคนรู้เข้าเรื่องจะถูกบิดเบือนเป็นอย่างอื่นไป

...ดื่มสุรามีพิษจึงล้มป่วย

...พิษออกฤทธิ์ช้า เห็นหรือไม่ว่านางคิดร้ายใส่อะไรลงในไหสุราจริง ๆ

เรื่องราวเหล่านี้นางไม่คิดเปิดโอกาสให้ใครหยิบไปใช้

สามวัน…ห้าวัน…นางพักจนไข้ค่อย ๆ ลดลงด้วยตนเอง พร้อมกันนั้นสวี่เหวินหรงก็มีเวลาคิดมากกว่าที่เคย

การหลบหนี…ไม่ช่วยอะไร นางเริ่มมั่นใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ว่าจิ้นจื่อถงรู้เรื่องราวในนิยายไม่ต่างจากนาง ถ้าอีกฝ่ายรู้และไม่คิดปล่อยให้นางอยู่อย่างสงบ การถอยหนีก็เท่ากับยืนนิ่งให้ถูกเหยียบซ้ำ

สวี่เหวินหรงจึงเปลี่ยนแผน นางจะลองไปเจรจาก่อนหากเป็นไปได้ด้วยดี เราต่างก็เป็นพันธมิตรกันได้ แต่หากไม่ก็เหลือทางแค่ต้องเป็นศัตรูเท่านั้น

เช้าวันนั้นเหวินหรงมายืนรออยู่ตรงทางเดินที่มุ่งไปเรือนพักของเวิ่นซู่อวี้ แม่สามีของนาง ลมพัดกลิ่นดอกไม้จาง ๆ ผ่านชายแขนเสื้อ แสงเช้าส่องกระทบพื้นหินแต่ก็ไม่อาจทำให้ใจที่ร้อนรนสงบลงได้

นางรู้ว่าจิ้นจื่อถงต้องมาคารวะและกินอาหารเช้าร่วมกับเวิ่นซู่อวี้หรือมารดาของฉินเย่าหาน และก็คือแม่สามีของนางเอง

เวิ่นซู่อวี้เอ็นดูจิ้นจื่อถงเหลือเกิน สาเหตุหลักมาจากการที่จิ้นจื่อถงคือบุตรีของผู้ช่วยชีวิตฉินเย่าหานไว้ อีกส่วนคือแม่สามีผู้นี้แพ้ความอ่อนหวานและอ่อนโยนของนางเอกในนิยาย ซึ่งต่างจากความร้ายกาจและเอาใจคนไม่เป็นของนางร้ายในนิยายยิ่งนัก

...รอเพียงไม่นาน ประตูเรือนบานใหญ่ก็เปิดออก

จิ้นจื่อถงก้าวออกมาพร้อมบ่าวติดตาม ใบหน้าละมุนอ่อนหวานดังเดิม ดวงตากลมใสเหมือนน้ำค้าง แต่ยามเมื่อเห็นสวี่เหวินหรงนางก็ชะงักไปเสี้ยววินาที ก่อนจะยกมือบอกบ่าวให้หยุดรออยู่ห่าง ๆ แล้วเดินเข้ามาหาอย่างนิ่มนวล

“ฮูหยินสวี่มาดักพบข้า มีเรื่องอันใดหรือ?”

น้ำเสียงนั้นอ่อนโยนจนใครฟังก็เชื่อว่าไร้พิษสง แต่สำหรับสวี่เหวินหรงกลับเห็นพิษร้ายนั่นหลายต่อหลายคราจนตอนนี้มองทะลุปุโปร่ง

“ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า... เป็นการส่วนตัว”

คำว่าส่วนตัวฟังดูหนักแน่น สองสายตาประสานกัน ต่างฝ่ายต่างรู้ว่ากำลังพูดถึงอะไร จิ้นจื่อถงยิ้มบาง รอยยิ้มเดิมที่ชวนให้คนเอ็นดู ทว่าแววตาไหววูบเพียงนิดแล้วก็ถูกเก็บกลับอย่างรวดเร็ว

“เช่นนั้น…ไปคุยกันที่สวนเถอะเจ้าค่ะ”

สตรีทั้งสองเดินเคียงกันเข้าไปในสวนดอกไม้ของจวนฉิน

จิ้นจื่อถงที่เดินนำมาสองสามก้าวหยุดฝีเท้าก่อนหันกลับมามองสวี่เหวินหรงด้วยรอยยิ้มอ่อนหวานรอให้คนที่บอกว่ามีเรื่องจะคุยเปิดปากพูด

“ข้ารู้นะ…ว่าเจ้ารู้ว่าโลกใบนี้ที่เรากำลังดำเนินอยู่…คือโลกของนิยาย”

คำว่า นิยาย ทำให้อากาศเย็นลงทันที แม้จื่อถงจะทำสีหน้าไม่เข้าใจแต่แววตาของอีกฝ่ายที่ไหววูบเพียงเสี้ยววินาทีนั้นนางจับสังเกตได้

สวี่เหวินหรงไม่รอให้จิ้นจื่อถงตั้งหลัก จึงพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบคม “...และเจ้าก็คงรู้ด้วยว่าเจ้าคือนางเอก และสุดท้ายจะคู่กับฉินเย่าหานที่เป็นพระเอกในนิยาย ดูได้จากวันนั้นที่ศาลากลางสระบัว เจ้ารู้ล่วงหน้าว่าข้าจะทำอะไรกับไหสุรา ทั้งที่ข้าไม่ได้ทำจริง ๆ”

สวี่เหวินหรงแสดงหลักฐานทีเดียวเพื่อให้จิ้นจื่อถงปฏิเสธไม่ได้ แววตาของสตรีอ่อนหวานไร้เดียวสาแปรเปลี่ยนเป็นสายตาของใครอีกคนทันที

“เจ้ารู้…แล้วอย่างไรเล่า” จิ้นจื่อถงก้าวเข้ามาครึ่งก้าว พร้อมรอยยิ้มมุมปาก “ข้าคือนางเอกในโลกใบนี้และ... เจ้าเป็นนางร้าย…และก็คงรู้จุดจบของตนดีอยู่แล้วมิใช่หรือ?”

สวี่เหวินหรงพยักหน้ารับอย่างไม่สะท้าน

“ข้ารู้” นางเว้นจังหวะสั้น ๆ ก่อนเอ่ยต่ออย่างหนักแน่น “แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าข้าต้องยอมรับว่าจุดจบของนางร้ายเช่นข้าต้องเป็นความตายนิ่”

จิ้นจื่อถงชะงักไปเล็กน้อย สวี่เหวินหรงยืนตรงเดินเข้าหาอีกฝ่ายหนึ่งก้าวเต็มก่อนเอ่ยต่อ “ในโลกนิยาย…ทุกอย่างเปลี่ยนได้เจ้าก็น่าจะรู้เรื่องนี้เช่นกัน”

รอยยิ้มบนใบหน้าจิ้นจื่อถงค้างแข็งทันที แววตาใสกระจ่างของคนที่เคยควบคุมทุกอย่างได้กลับสั่นวูบอย่างห้ามไม่อยู่ เพราะคำตอบนี้…นางรู้ดีแก่ใจ

แต่สวี่เหวินหรงไม่ต้องการต้อนอีกฝ่ายให้จนมุมจนแว้งกัดตน นางมาในวันนี้ไม่ใช่เพื่อเปิดศึกหากแต่เพื่อหาทางรอดที่ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์

“ข้ามาครั้งนี้ไม่ได้มาข่มขู่ ข้ามาเจรจา”

จิ้นจื่อถงยืนสงบอยู่แล้ว สวี่เหวินหรงจึงวางคำพูดราววางหมากให้เห็นทั้งกระดาน “ข้ารู้ว่าเจ้ายังอยากลงเอยกับฉินเย่าหานเช่นในนิยาย ส่วนข้า…ไม่ได้คิดจะรักกับเขา ข้าแค่อยากมีชีวิตอยู่ ไม่ต้องตายก็พอ เราต่างมีจุดหมายต่างกันเพียงร่วมมือกะ--”

“เจ้าพูดเช่นนี้ ข้าเชื่อถือได้จริงหรือ” จื่อถงแทรกก่อนใช้สายตามองลงอย่างดูแคลน “เจ้าอาจหลอกให้ข้าตายใจก็ได้ เจ้าเป็นนางร้าย... แท้จริงเจ้าคงอยากแย่งตำแหน่งนางเอกในนิยายแทบใจขาดดิ้นนั่นแหละ”

สวี่เหวินหรงไม่โต้กลับด้วยอารมณ์ นางพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบสวนทางกับอีกฝ่าย

“ถ้าเจ้าไม่ไว้ใจข้า เราก็ทำสัญญากันได้ ข้าสัญญาว่าจะหลีกทาง ปล่อยให้เจ้าและฉินเย่าหานมีความสุขไป” นางสบตาอีกฝ่ายตรง ๆ “ขอเพียงเจ้า…อย่ามายุ่งกับข้าก็พอ”

จิ้นจื่อถงนิ่งไปครู่หนึ่งราวกำลังคิดใคร่ครวณซึ่งสวี่เหวินหรงก็ปล่อยให้อีกฝ่ายใช้เวลาได้เต็มที่ ทว่าสุดท้ายกลับได้รับรอยยิ้มเยือกเย็นแทน

“ข้าไม่ตกลง เพราะไม่ว่าเจ้าจะหลีกทางหรือไม่ นางเอกในนิยายเช่นข้าก็ต้องคู่กับฉินเย่าหานอยู่ดี”

คำพูดนี้ถือเป็นการตัดหนทางเลือกหนึ่งของสวี่เหวินหรงอย่างเด็ดขาด นางหลับตาลงอย่างยอมรับชะตากรรม สูดลมหายใจหนึ่งครั้งก่อนลืมตาขึ้นอีกหน ใบหน้ายังนิ่งอย่างยอมในผลลัพธ์

...ดูท่าแล้วโลกนี้จะไม่ต้องการความสันติ นางเองแม้ไม่ใช่คนชอบปะทะแต่เมื่อถึงคราวเพื่อชีวิตรอดนางก็สู้ไม่ถอยกัดไม่ปล่อยเช่นกัน

ทว่าอยู่ดีดีท่าทีของจิ้นจื่อถงก็เปลี่ยนไป จากรอยยิ้มมุมปากอย่างคนรู้สึกเหนือกว่ากลับแปรเปลี่ยนเป็นหุบยิ้มและทำสีหน้าเศร้าใจแทน 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า!    บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย เมืองหลวงยามเช้าไม่เงียบเหงาอีกต่อไป เสียงฆ้องนับสิบแข่งกันตีเพื่อเรียกความสนใจ ชาวบ้านชาวเมืองใครที่ยังไม่ตื่นก็ตื่นเอาเสียตอนนี้ ผู้คนหลั่งไหลมายืนมองขบวนทหารที่เดินยาวเหยียดจากทิศของพระราชวังมุ่งจู่ถนนแถบที่พักจวนขุนนางชั้นสูง “นั่นขบวนอันใดมิรู้ ส่งเสียงดังแต่เช้า!!!” เป็นบุรุษหนวดเฟิ้มนายหนึ่งเอ่ยถามสหายข้างเคียงที่เพิ่งลุกขึ้นจากที่นอนไม่ต่างกัน “หากข้าจำไม่ผิดทั้งเครื่องแบบทหารและตราสัญลักษณ์บนหีบหลายร้อยหีบที่พวกเขาแบกนั้นเหมือนตราประจำของผู้ตรวจการแผ่นดินเลย” “เจ้าหมายถึงชินอ๋องน่ะหรือ!?” สหายผู้มายืนอยู่ก่อนพยักหน้ายืนยัน “นี่มันขบวนสินสอดไม่ผิดแน่ นั่นก็หมายความว่าชินอ๋องกำลังไปสู่ขอคุณหนูสักบ้านน่ะสิ!!!” มูลค่าสินสอดของผู้ตรวจการแผ่นดินผู้มีอำนาจเป็นรองเพียงฮ่องเต้ย่อมมากเหลือคณานับ เรื่องน่าตื่นตาเช่นนี้มิได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ เหล่าชาวเมืองที่ตระหนักได้เช่นกันต่างรีบเคลื่อนขบวนตามทันทีพวกเขาอยากเห็นโฉมหน้าของคนที่ชินอ๋องหมายหมั้นไว้ อีกทั้งอยากรู้ว่าสินสอดของชินฮ่องนั้นจ

  • อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า!    สิบสอง นางไม่เห็นจำได้

    “อ้อ เจ้าจะแต่งให้เขาแล้วข้าเล่า เจ้ามีสัมพันธ์กับข้าแล้วคิดจะทิ้งอย่างนั้นหรือ ไม่แน่ในท้องของเจ้าอาจมีเลือดเนื้อเชื้อไขของข้าอยู่แล้วก็เป็นได้!!! ฉะนั้นเจ้าต้องแต่งเป็นพระชายาเอกให้ข้าได้เท่านั้น”ซูหมินจองแล้วใครหน้าไหนก็มาแย่งมิได้หรอก แต่ที่น่าโมโหมากที่สุดก็คือคนของเขาที่มีทีท่าจะนอกใจนั่นแหละลู่หลินตกใจที่อยู่ดีดีก็ถูกขอแต่งงานอย่างไม่ทันตั้งตัว อีกทั้งคนที่ขอยังเป็นถึงท่านอ๋องผู้ทรงอำนาจ สตรีทั่วเมืองหลวงต่างต้องการเสนอตัวแต่งให้เขาไยเขาถึงได้เลือกนางกัน…สตรีมีมลทิน ไร้มารยาทอย่างสตรีในห้องหอ…หรือจะเป็นเพราะเขาและนางมีสัมพันธ์สวาทกันแล้วเพียงคิดว่าต้องรับผิดชอบ“หากเป็นเพราะต้องการเพียงรับผิดชอบหม่อมฉัน ไม่ต้องถึงขนาดแต่งงานก็ได้นะเพคะ หม่อมฉันไม่ถือ อื้อ..”ซูหมินฟังแล้วรู้สึกไม่ลื่นหู เมื่อไม่อยากฟังอีกต่อไปก็เลือกปิดปากนางด้วยริมฝีปากตนเองเสียเลยครั้งนี้เขาเพียงแนบลงและไล้เลียกกลีบปากเนียนนุ่มทั้งบนและล่างเท่านั้น ไม่ได้รุกล้ำไปมากกว่านั้น“ข้าบอกอย่างนั้นหรือ ก่อนจากไปข้าบอกเจ้าไว้อย่างไรจำมิได้หรือ?”…นางจำไม่เห็นได้เลยพอซูหมินเห็นสีหน้าว่างเปล่าของนางก็รู้ทันที ว่า

  • อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า!    สิบสอง ความเข้าใจผิดเป็นเหตุ

    สิบสองความเข้าใจผิดเป็นเหตุ“ข้าขอรบกวนคุณหนูลู่หลินไม่นานหรอก”หนิงอันเอ่ยทันทีที่ลู่หลินขึ้นไปบนรถม้าเรียบร้อยแล้ว สีหน้าดูเหมือนมีเรื่องกังวลบางอย่างทำให้คนเพิ่งขึ้นมารู้สึกกังวลไปด้วยเลย“ได้เลยเพคะ”ต้นฉบับนิยายที่นางเคยอ่านมาล้วนบิดเบือนไปหมดแล้ว อีกทั้งนางก็อ่านถึงกลางเรื่องก็มาหัวใจวายตายเสียก่อน จึงไม่ทันรู้เรื่องราวตอนจบเลย…นางขอเพียงเหล่าตัวร้ายไม่ตายก็เป็นพอแล้ว“ท่านรู้แล้วกระมังว่าองค์รัชทายาทประสงค์จะสู่ขอท่านเป็นพระชายารอง”นางดูสีหน้าของหนิงอันแล้ว ดูท่าว่านางจะไม่เห็นด้วยทว่าก็คงขัดมิได้จึงได้ลองมาหยั่งเชิงนางเยี่ยงนี้เฮ้อ อย่างไรเสียลู่หลินก็ไม่คิดจะแต่งให้องค์รัชทายาท เหวินหลงอยู่แล้ว มิอยากให้ตัวเอกของเรื่องกังวล เรื่องที่จะไม่เกิดขึ้นแน่นอนเอาเสียเลยไม่ใช่อันใด นางเสียววูบว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับตนอีกนั่นแลคราแรกที่เจอทั้งสองในวันเดียวกัน นางก็ระดูแตกคาก้น…คราที่สอง อยู่พร้อมหน้ากันนางก็ได้กินยาปลุกกำหนัดเสียอย่างนั้นดูเอาเถิด ชะตาตัวร้ายยามอยู่ใกล้ตัวเอกช่างน่าเวทนาเพียงใด นางคงไม่วิ่งเข้าหาภัยให้ตนเองอีกแล้ว“เรื่องนั้นองค์หญิงหนิงอันไม่ต้องกังวลพระทั

  • อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า!    สิบหนึ่ง อภัยเถิด

    สตรีและบุรุษวัยกลางมองหน้ากันในใจต่างคิดตรงกันว่าบุตรีของนางอาจจะยังคงชอบองค์รัชทายาทเหวินหลงไม่เสื่อมคลายเมื่อครู่พวกเขาพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของลู่หลินไปทางบุรุษตระกูลอื่นแล้ว พอไม่ได้ผลจึงไม่คิดปิดบังอีกต่อไปเสนาบดีหานหยิบเทียบสู่ขอสีเหลืองอร่ามออกมาจากอก ดูก็รู้ว่าต้องเป็นจดหมายที่มาจากคนในพระราชวังอย่างแน่นอน เขายื่นมันให้ลู่หลิน รอจนมือเล็กรับไปจึงค่อยเอ่ยอย่างไม่เต็มเสียง“ตามจริงเมื่อไม่นานมานี้องค์รัชทายาทเหวินหลงได้ส่งจดหมายมาเจรจากับข้า อืม เจ้าตัดสินใจเองแล้วกัน…เรื่องออกเรือนพวกเราให้เจ้าตัดสินใจเองเพื่อเป็นการชดเชยชีวิตที่ผ่านมา”ในจดหมายบอกไว้ว่า ต้องการจะสู่ขอลู่หลินไปเป็นพระชายารอง ฝ่ายเราหากตอบตกลงเขาก็มีข้อเสนอว่าจะเป็นฝ่ายสนับสนุนให้เสนาบดีหานทันที แม้ยังไม่เกิดพิธีอภิเษกก็ตาม ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นแผนปลดเกษียณของท่านพ่อของนางก็ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นก็ได้แล้ว เพราะมีคนสนับสนุนเป็นองค์รัชทายาทเหวินหลงผู้มีอำนาจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าขุนนางชั้นสูงรวมกันหลายคนทว่าลู่หลินก็ไม่ได้มีความคิดที่จะแต่งเข้าเป็นภรรยาของเหวินหลงเท่าไหร่นัก เพราะนางก็ไม่รู้เจตนาของเขาว่าต้องการช่วยต

  • อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า!    สิบหนึ่ง วันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

    สิบหนึ่งวันธรรมดาที่ไม่ธรรมดาลู่หลินกลับจากเรื่อนหลักก็นอนน้ำตาตกใน อยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาจนกระทั่งเผลอหลับไป นางตื่นขึ้นมาอีกทีก็ยามโหย่วแล้ว เหม่ยฮวายกมื้อเย็นเข้ามาให้นางกินในห้องพอจัดการจนหมดก็ยกออกไปยังดีที่นางให้เหม่ยฮวาตักน้ำอุ่นพร้อมใส่สมุนไพรบรรเทาปวดคลายเส้นลงไปในถังอาบน้ำ นางแช่ไปเกือบสองเค่อลุกออกมาถึงได้รู้สึกดีขึ้นกินข้าวอาบน้ำจนเสร็จเปลือกตาก็หนักอึ้งอีกแล้ว ลู่หลินจึงไล่เหม่ยฮวาและบ่าวคนอื่นไปพักส่วนนางก็ปิดไฟเตรียมนอนกึก!หน้าต่างที่ปิดไปแล้วถูกของแข็งบางอย่างกระแทกคราหนึ่ง ลู่หลินเพียงมองแต่พอถึงกระแทกอีกครหนึ่งนางจึงตัดสินใจเปิดออกดู“ว้าย ทะ…อื้อ”ลมวูบสายหนึ่งพัดเข้ามาทันทีที่ลู่หลินปลดกลอนออก นางยังไม่ทันมองเห็นที่มาของลมก็ถูกใครบางคนรวบเข้าสู่อ้อมกอดและครอบครองริมฝีปากไปทันทีเป็นซูหมินไม่ผิดแน่ จุมพิตเต็มไปด้วยความเร่าร้อนไล่จากริมฝีปากจนพอใจไล้ลงผ่านลำคอยาวระหงและต่ำลงไป เรื่อย ๆ หากไม่เพราะร่างที่แข็งเกร็งเปลี่ยนเป็นดีดดิ้นต่อต้าน เขาคงได้ลงต่ำไปกว่านี้เป็นแน่“ปล่อยข้านะ ท่านอ๋องจอมลามก!”เมื่อความลับไม่จำเป็นต้องเป็นความลับอีกต่อไปแล้วลู่หลินก็แสดงอ

  • อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า!    สิบ กลยุทธ์

    นางกลัวว่าวันหนึ่งที่ซู่หมินเบื่อของเล่นอย่างนางแล้วจะเป็นลู่หลินเองที่เสียใจ พอคิดได้นางก็พยายามออกห่างทว่ากลับถูกซูหมินดึงกลับเข้ามาในวังวนเสียทุกครา จนลู่หลินไม่รู้จะทำอันใดแล้ว“เจ้ากินน้อยเพียงนี้ คืนนี้กินข้าให้มากหน่อยชดเชยก็แล้วกัน”“โอ อย่างนั้นหม่อมฉันขอเติมข้าวอีกหน่อยดีกว่าเพคะ แหะ ๆ”ทุกคืนถูกเขาเคี่ยวกรำก็แทบขาดใจอยู่รอมร่อแล้ว มาบอกให้กินเขามากขึ้นพรุ่งนี้นางได้ตายอนาถสมใจแน่!อ้อ ยามนางอยู่กับชินอ๋องตามลำพังถูกเขาบังคับให้แสดงตัวเป็นสตรีได้เลย อีกทั้งให้เรียกขานแบบที่เขาสั่งอีก แต่เมื่อไปข้างนอกนางก็จะกลายเป็นคุณชายลู่หลินดังเดิมแต่เอาเข้าจริงช่วงนี้นางไม่ค่อยได้ออกไปข้างนอกหรอก เอะอะอันใดก็ถูกบุรุษบ้ากามผู้นี้ลากเข้าที่รโหฐานเสียทุกที ดีที่ชินอ๋องทำแล้วเขาให้นางกินยาห้ามครรภ์ไว้ มิเช่นนั้นคงมีลูกเต็มวังได้แล้วกระมัง“เอ่อ ท่านพี่หมินเพคะ วันพรุ่งนี้หม่อมฉันขอกลับไปเยี่ยมบิดามารดาที่จวนนะเพคะ”นางพูดจบคนข้างหลังนางก็หยุดมือที่กำลังคีบกับข้าวไปทันใด อีกทั้งยังแผ่รังสีความไม่พอใจบางอย่างออกมาจากลู่หลินที่แม้ไม่เห็นสีหน้าเขายังรู้สึกได้หากเป็นเช่นนี้นางอาจไม่ได้กลับจวนเ

  • อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า!    11.1 ท่านอ๋องลามก

    บทที่ 11ท่านอ๋องลามกเช้าวันหนึ่งแสงแดดยามสายเพิ่งสาดผ่านหลังคาของเรือนหลังน้อยควรจะทำให้เรือนอบอุ่นแต่จิ้งหรูกลับรู้สึกเย็นวาบราวมีลมวูบหนึ่งพัดผ่านใจตลอดเวลา ตั้งแต่ยามที่บ่าวสาวคนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบมาบอกว่า“มีของจากจวนท่านอ๋องมาส่งเจ้าค่ะ! คนจากตำหนักอ๋องนำมาส่งถึงหน้าประตูต่อหน้าทุกคนในจวนเ

  • อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า!    8.1 สามารถช่วยด้วยมือของหม่อมฉันก่อนได้

    บทที่ 8สามารถช่วยด้วยมือของหม่อมฉันก่อนได้เรือนเล็กของจิ้งหรูเงียบสงัด มีเพียงเสียงจิ้งหรีดร้องแผ่วเบาในความมืด อวี๋เฟิงยืนมองเงาร่างเล็กที่นอนหลับสนิทอยู่บนฟูกเก่าด้วยสายตาเรียบเฉยเขาก้าวเข้าไปเงียบกริบ ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าหาเป้าหมายอย่างรวดเร็ว ฝ่ามือหยาบกร้านของอวี๋เฟิงปิดปากนางแน่นในพริบตา ขณ

  • อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า!    4 หากไม่พร้อมก็กลับไปเสีย

    ดวงตาคมกริบกดดันจนลมหายใจของนางติดขัดหัวใจของจิ้งหรูเต้นแรงแทบทะลุอก ความร้อนวิ่งวาบขึ้นมาถึงใบหน้า นางอึ้งไปชั่วครู่เมื่อได้ยินคำว่า องค์รัชทายาทผู้เป็นพระเอกในนิยาย ก็พลันเข้าใจขึ้นมาทันทีว่าอ๋องเยี่ยนหลงคงสืบเรื่องของจิ้งหรูคนเดิมที่เคยมีใจให้องค์รัชทายาท เขาคงสงสัยและให้คนไปสืบประวัตินางมาแล้ว

  • อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า!    3 แผนการของจิ้งหรู

    ในอีกด้านหนึ่ง หลี่เยี่ยนหลงที่เดินไปข้างหน้าก็เอ่ยเสียงต่ำกับมือขวาของตน “...เป็นนางอีกแล้ว”อวี๋เฟิงเหลือบตามองตามฉายแววสงสัยเช่นกัน “จะให้กระหม่อมจัดการหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”“ไม่ต้อง แต่ไปสืบมา ว่าสตรีนางนี้เป็นใคร”น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งก่อนหันกลับไปทางด้านหน้าเช่นเคยค่ำวันนั้นอวี๋เฟิงกลับมารายงา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status