Share

บทที่ 9 นางเกือบตายแล้ว

last update publish date: 2026-04-10 11:45:36

บทที่ 9

นางเกือบตายแล้ว

เวลาผ่านไปจนงานเลี้ยงที่ต้องปั้นหน้ายิ้มก็จบลง

รถม้าตราตระกูลฉินแล่นออกจากพระราชวัง โดยภายในรถม้านั้นเจ้านายทั้งสองกำลังนั่งประจันหน้ากันอยู่ ความเงียบครอบงำอีกเช่นเคยและดูเหมือนจะหนักหนากว่าขามาอีกด้วยซ้ำ

สวี่เหวินหรงพยายามนั่งนิ่งเฉยอย่างทรมาน นางเป็นคนอยู่นิ่งเป็นไม่ได้ต้องหาอะไรมาทำหรือฟังเสมอ ตอนนี้จึงได้แต่อดเสียดายอยู่ในใจเพราะนางน่าจะหยิบตะกร้าถักถุงมือมาด้วยจะได้ไม่เสียเวลาเปล่าเช่นนี้

แต่ก็ได้แค่คิด...ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสออกมาข้างนอกอีกเมื่อใด

เหวินหรงขยับปลายนิ้วเล็กน้อย ก่อนตัดสินใจทำเรื่องอื่นที่มีประโยชน์เช่นกันและก็ทำได้ในตอนนี้ นั่นก็คือการชวนบุรุษหน้าขรึมตรงหน้าคุยนั่นเอง

“เมื่อคืน…ท่านแม่ทัพกลับเข้าห้องนอนเมื่อใดหรือเจ้าคะ” นางถามเสียงเบา

“...”

ฉินเย่าหานไม่ตอบ สีหน้าของเขานิ่งเฉยเช่นเดิมราวกับไม่ได้ยินที่สวี่เหวินหรงพูดเมื่อครู่ ทว่านางก็ไม่ถือสา นางเพียงยิ้มบาง ๆ แล้วเปลี่ยนเรื่องอย่างคนรู้จักเอาตัวรอด

“เอ่อ ห้องนอนของท่านอากาศเย็นนัก ท่านแม่ทัพจะว่าอะไรหรือไม่ หากข้าให้บ่าวนำเตียงอุ่นอีกหลังไปตั้งไว้…ข้าจะได้นอนสบายขึ้น”

หลายคืนมานี้นางหนาวสั่นตื่นเช้ามาก็รู้สึกคอแห้งจนเหมือนจะล้มป่วย หากไม่ใช่เพราะร่างนี้ยังแข็งแรง…นางคงไม่รอดมาจนถึงวันนี้ ขอเพียงนางได้นอนเตียงอุ่นที่มีเตาอยู่ด้านล่างก็น่าจะพอคลายหนาวได้บ้าง

คราวนี้ฉินเย่าหานตอบแล้ว

“ถ้านอนไม่ได้…ก็ไปนอนที่อื่น”

คำพูดนั้นเหมือนปิดประตูใส่หน้าทันใด สวี่เหวินหรงเบ้ปากอย่างไม่รู้จะอ้างอันใดอีก นางกลัวว่าหากพูดอันใดไปเขาก็จะหาเหตุผลมาไล่นางกลับไปนอนที่อื่น ชิ หากไม่เพราะนางกลัวว่าเขากับจิ้นจื่อถงจะมีโอกาสได้รู้สึกหวานซึ้งกันนางก็คงไม่ไปนอนทรมานบนพื้นแข็งหรอก!

ภายในรถม้ากลับมาเงียบสงบอีกไม่ทันไร เสียงดังแหวกอากาศก็พุ่งเข้ามาแทนที่

ฉึก!

ลูกธนูสีดำปักแน่นอยู่กับผนังไม้ของรถม้า…ห่างจากศีรษะสวี่เหวินหรงไม่ถึงคืบ!

สวี่เหวินหรงสะดุ้งสุดตัวหวีดร้องเสียงสูงพร้อมกับสมองว่างเปล่าราววิญญาณกระโจนออกจากร่าง เมื่อไร้หัวคิดร่างกายก็ตัดสินใจแทนนาง

...เหวินหรงกระโดดพรวดไปนั่งบนตักฉินเย่าหานเสียแล้ว

ดวงตาคมกริบวาบขึ้นในเสี้ยววินาที มือหนึ่งยกขึ้นประคองท้ายทอยของสตรีที่อาจหาญกระโดดมาบนตักของเขาอย่างไม่กลัวตาย ด้วยเพราะตอนนี้ไม่ใช่เวลาคาดโทษใครสำคัญกว่านั้นคือการเอาชีวิตรอด มือหนายกขึ้นจับหัวเล็กและกดนางลงต่ำก่อนที่ธนูอีกดอกพุ่งผ่านช่องหน้าต่างมายังจุดที่สวี่เหวินหรงเคยอยู่

ฉินเย่าหานกัดฟันแน่นแม้อยากผลักนางออกจากตัวให้พ้นแต่ความถี่ของลูกธนูไม่เปิดช่องว่างให้ทำอย่างนั้น เขาเปลี่ยนเป็นลากนางให้ไถลลงจากตักแล้วพาให้ก้มต่ำหลบลงไปใต้ที่นั่งของรถม้า

เบาะนั่งซ้อนแผ่นไม้หนาเสริมไว้ด้านในรับลูกธนูที่นุ่งมาได้เป็นอย่างดีราวกับรู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ 

ด้านนอกสองฝ่ายปะทะกันพัลวัน เสียงม้าร้อง เสียงเหล็กกล้าปะทะกันฉับ ๆ รถม้าโยกแรงจนสวี่เหวินหรงเผลอคว้าแขนเขาไว้แน่น นิ้วเย็นเฉียบจนเหมือนจับก้อนน้ำแข็งสาเหตุเพราะนางกลัวสุดขีด

“อยู่นิ่ง ห้ามพูดมาก แล้วเจ้าจะรอด” ฉินเย่าหานเอ่ยเสียงต่ำพร่าเตือนสตินาง

สวี่เหวินหรงเริ่มได้สติ นางอิงแอบกับไหล่หนาและดูจะอบอุ่นอย่างไม่น่าเชื่อ แม้ภาพลูกธนูปักเฉียดหัวเมื่อครู่ยังติดตาก็ตาม…

เวลาผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเค่อด้วยซ้ำ เสียงด้านนอกก็เงียบลงแล้ว ก่อนที่จะถูกแถลงไขด้วยรายงานจากองครักษ์ของฉินเย่าหาน

“จัดการเรียบร้อยแล้วขอรับ ท่านแม่ทัพเป็นอะไรหรือไม่!”

“ไม่เป็นไร ออกเดินทางต่อ”

เสียงล้อรถเริ่มขยับอีกครั้ง รถม้ากระตุกเล็กน้อยก่อนเคลื่อนตัวไปตามถนนทำเหมือนเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น

ฉินเย่าหานลุกขึ้นกลับไปนั่งที่เดิมอย่างสงบนิ่งแล้วทิ้งให้สวี่เหวินหรงยังนั่งอยู่บนพื้นรถม้าเช่นเดิม ใบหน้าขาวซีดแสดงออกชัดเจนว่ายังหวาดกลัวไม่หายแถวขาก็ไร้แรงจนพยุงตัวลุกไม่ขึ้นด้วยซ้ำ นางจึงยังนิ่งอยู่ที่เดิมจนอีกคนในรถม้าเหลือบตามอง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า!    บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย เมืองหลวงยามเช้าไม่เงียบเหงาอีกต่อไป เสียงฆ้องนับสิบแข่งกันตีเพื่อเรียกความสนใจ ชาวบ้านชาวเมืองใครที่ยังไม่ตื่นก็ตื่นเอาเสียตอนนี้ ผู้คนหลั่งไหลมายืนมองขบวนทหารที่เดินยาวเหยียดจากทิศของพระราชวังมุ่งจู่ถนนแถบที่พักจวนขุนนางชั้นสูง “นั่นขบวนอันใดมิรู้ ส่งเสียงดังแต่เช้า!!!” เป็นบุรุษหนวดเฟิ้มนายหนึ่งเอ่ยถามสหายข้างเคียงที่เพิ่งลุกขึ้นจากที่นอนไม่ต่างกัน “หากข้าจำไม่ผิดทั้งเครื่องแบบทหารและตราสัญลักษณ์บนหีบหลายร้อยหีบที่พวกเขาแบกนั้นเหมือนตราประจำของผู้ตรวจการแผ่นดินเลย” “เจ้าหมายถึงชินอ๋องน่ะหรือ!?” สหายผู้มายืนอยู่ก่อนพยักหน้ายืนยัน “นี่มันขบวนสินสอดไม่ผิดแน่ นั่นก็หมายความว่าชินอ๋องกำลังไปสู่ขอคุณหนูสักบ้านน่ะสิ!!!” มูลค่าสินสอดของผู้ตรวจการแผ่นดินผู้มีอำนาจเป็นรองเพียงฮ่องเต้ย่อมมากเหลือคณานับ เรื่องน่าตื่นตาเช่นนี้มิได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ เหล่าชาวเมืองที่ตระหนักได้เช่นกันต่างรีบเคลื่อนขบวนตามทันทีพวกเขาอยากเห็นโฉมหน้าของคนที่ชินอ๋องหมายหมั้นไว้ อีกทั้งอยากรู้ว่าสินสอดของชินฮ่องนั้นจ

  • อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า!    สิบสอง นางไม่เห็นจำได้

    “อ้อ เจ้าจะแต่งให้เขาแล้วข้าเล่า เจ้ามีสัมพันธ์กับข้าแล้วคิดจะทิ้งอย่างนั้นหรือ ไม่แน่ในท้องของเจ้าอาจมีเลือดเนื้อเชื้อไขของข้าอยู่แล้วก็เป็นได้!!! ฉะนั้นเจ้าต้องแต่งเป็นพระชายาเอกให้ข้าได้เท่านั้น”ซูหมินจองแล้วใครหน้าไหนก็มาแย่งมิได้หรอก แต่ที่น่าโมโหมากที่สุดก็คือคนของเขาที่มีทีท่าจะนอกใจนั่นแหละลู่หลินตกใจที่อยู่ดีดีก็ถูกขอแต่งงานอย่างไม่ทันตั้งตัว อีกทั้งคนที่ขอยังเป็นถึงท่านอ๋องผู้ทรงอำนาจ สตรีทั่วเมืองหลวงต่างต้องการเสนอตัวแต่งให้เขาไยเขาถึงได้เลือกนางกัน…สตรีมีมลทิน ไร้มารยาทอย่างสตรีในห้องหอ…หรือจะเป็นเพราะเขาและนางมีสัมพันธ์สวาทกันแล้วเพียงคิดว่าต้องรับผิดชอบ“หากเป็นเพราะต้องการเพียงรับผิดชอบหม่อมฉัน ไม่ต้องถึงขนาดแต่งงานก็ได้นะเพคะ หม่อมฉันไม่ถือ อื้อ..”ซูหมินฟังแล้วรู้สึกไม่ลื่นหู เมื่อไม่อยากฟังอีกต่อไปก็เลือกปิดปากนางด้วยริมฝีปากตนเองเสียเลยครั้งนี้เขาเพียงแนบลงและไล้เลียกกลีบปากเนียนนุ่มทั้งบนและล่างเท่านั้น ไม่ได้รุกล้ำไปมากกว่านั้น“ข้าบอกอย่างนั้นหรือ ก่อนจากไปข้าบอกเจ้าไว้อย่างไรจำมิได้หรือ?”…นางจำไม่เห็นได้เลยพอซูหมินเห็นสีหน้าว่างเปล่าของนางก็รู้ทันที ว่า

  • อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า!    สิบสอง ความเข้าใจผิดเป็นเหตุ

    สิบสองความเข้าใจผิดเป็นเหตุ“ข้าขอรบกวนคุณหนูลู่หลินไม่นานหรอก”หนิงอันเอ่ยทันทีที่ลู่หลินขึ้นไปบนรถม้าเรียบร้อยแล้ว สีหน้าดูเหมือนมีเรื่องกังวลบางอย่างทำให้คนเพิ่งขึ้นมารู้สึกกังวลไปด้วยเลย“ได้เลยเพคะ”ต้นฉบับนิยายที่นางเคยอ่านมาล้วนบิดเบือนไปหมดแล้ว อีกทั้งนางก็อ่านถึงกลางเรื่องก็มาหัวใจวายตายเสียก่อน จึงไม่ทันรู้เรื่องราวตอนจบเลย…นางขอเพียงเหล่าตัวร้ายไม่ตายก็เป็นพอแล้ว“ท่านรู้แล้วกระมังว่าองค์รัชทายาทประสงค์จะสู่ขอท่านเป็นพระชายารอง”นางดูสีหน้าของหนิงอันแล้ว ดูท่าว่านางจะไม่เห็นด้วยทว่าก็คงขัดมิได้จึงได้ลองมาหยั่งเชิงนางเยี่ยงนี้เฮ้อ อย่างไรเสียลู่หลินก็ไม่คิดจะแต่งให้องค์รัชทายาท เหวินหลงอยู่แล้ว มิอยากให้ตัวเอกของเรื่องกังวล เรื่องที่จะไม่เกิดขึ้นแน่นอนเอาเสียเลยไม่ใช่อันใด นางเสียววูบว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับตนอีกนั่นแลคราแรกที่เจอทั้งสองในวันเดียวกัน นางก็ระดูแตกคาก้น…คราที่สอง อยู่พร้อมหน้ากันนางก็ได้กินยาปลุกกำหนัดเสียอย่างนั้นดูเอาเถิด ชะตาตัวร้ายยามอยู่ใกล้ตัวเอกช่างน่าเวทนาเพียงใด นางคงไม่วิ่งเข้าหาภัยให้ตนเองอีกแล้ว“เรื่องนั้นองค์หญิงหนิงอันไม่ต้องกังวลพระทั

  • อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า!    สิบหนึ่ง อภัยเถิด

    สตรีและบุรุษวัยกลางมองหน้ากันในใจต่างคิดตรงกันว่าบุตรีของนางอาจจะยังคงชอบองค์รัชทายาทเหวินหลงไม่เสื่อมคลายเมื่อครู่พวกเขาพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของลู่หลินไปทางบุรุษตระกูลอื่นแล้ว พอไม่ได้ผลจึงไม่คิดปิดบังอีกต่อไปเสนาบดีหานหยิบเทียบสู่ขอสีเหลืองอร่ามออกมาจากอก ดูก็รู้ว่าต้องเป็นจดหมายที่มาจากคนในพระราชวังอย่างแน่นอน เขายื่นมันให้ลู่หลิน รอจนมือเล็กรับไปจึงค่อยเอ่ยอย่างไม่เต็มเสียง“ตามจริงเมื่อไม่นานมานี้องค์รัชทายาทเหวินหลงได้ส่งจดหมายมาเจรจากับข้า อืม เจ้าตัดสินใจเองแล้วกัน…เรื่องออกเรือนพวกเราให้เจ้าตัดสินใจเองเพื่อเป็นการชดเชยชีวิตที่ผ่านมา”ในจดหมายบอกไว้ว่า ต้องการจะสู่ขอลู่หลินไปเป็นพระชายารอง ฝ่ายเราหากตอบตกลงเขาก็มีข้อเสนอว่าจะเป็นฝ่ายสนับสนุนให้เสนาบดีหานทันที แม้ยังไม่เกิดพิธีอภิเษกก็ตาม ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นแผนปลดเกษียณของท่านพ่อของนางก็ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นก็ได้แล้ว เพราะมีคนสนับสนุนเป็นองค์รัชทายาทเหวินหลงผู้มีอำนาจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าขุนนางชั้นสูงรวมกันหลายคนทว่าลู่หลินก็ไม่ได้มีความคิดที่จะแต่งเข้าเป็นภรรยาของเหวินหลงเท่าไหร่นัก เพราะนางก็ไม่รู้เจตนาของเขาว่าต้องการช่วยต

  • อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า!    สิบหนึ่ง วันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

    สิบหนึ่งวันธรรมดาที่ไม่ธรรมดาลู่หลินกลับจากเรื่อนหลักก็นอนน้ำตาตกใน อยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาจนกระทั่งเผลอหลับไป นางตื่นขึ้นมาอีกทีก็ยามโหย่วแล้ว เหม่ยฮวายกมื้อเย็นเข้ามาให้นางกินในห้องพอจัดการจนหมดก็ยกออกไปยังดีที่นางให้เหม่ยฮวาตักน้ำอุ่นพร้อมใส่สมุนไพรบรรเทาปวดคลายเส้นลงไปในถังอาบน้ำ นางแช่ไปเกือบสองเค่อลุกออกมาถึงได้รู้สึกดีขึ้นกินข้าวอาบน้ำจนเสร็จเปลือกตาก็หนักอึ้งอีกแล้ว ลู่หลินจึงไล่เหม่ยฮวาและบ่าวคนอื่นไปพักส่วนนางก็ปิดไฟเตรียมนอนกึก!หน้าต่างที่ปิดไปแล้วถูกของแข็งบางอย่างกระแทกคราหนึ่ง ลู่หลินเพียงมองแต่พอถึงกระแทกอีกครหนึ่งนางจึงตัดสินใจเปิดออกดู“ว้าย ทะ…อื้อ”ลมวูบสายหนึ่งพัดเข้ามาทันทีที่ลู่หลินปลดกลอนออก นางยังไม่ทันมองเห็นที่มาของลมก็ถูกใครบางคนรวบเข้าสู่อ้อมกอดและครอบครองริมฝีปากไปทันทีเป็นซูหมินไม่ผิดแน่ จุมพิตเต็มไปด้วยความเร่าร้อนไล่จากริมฝีปากจนพอใจไล้ลงผ่านลำคอยาวระหงและต่ำลงไป เรื่อย ๆ หากไม่เพราะร่างที่แข็งเกร็งเปลี่ยนเป็นดีดดิ้นต่อต้าน เขาคงได้ลงต่ำไปกว่านี้เป็นแน่“ปล่อยข้านะ ท่านอ๋องจอมลามก!”เมื่อความลับไม่จำเป็นต้องเป็นความลับอีกต่อไปแล้วลู่หลินก็แสดงอ

  • อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า!    สิบ กลยุทธ์

    นางกลัวว่าวันหนึ่งที่ซู่หมินเบื่อของเล่นอย่างนางแล้วจะเป็นลู่หลินเองที่เสียใจ พอคิดได้นางก็พยายามออกห่างทว่ากลับถูกซูหมินดึงกลับเข้ามาในวังวนเสียทุกครา จนลู่หลินไม่รู้จะทำอันใดแล้ว“เจ้ากินน้อยเพียงนี้ คืนนี้กินข้าให้มากหน่อยชดเชยก็แล้วกัน”“โอ อย่างนั้นหม่อมฉันขอเติมข้าวอีกหน่อยดีกว่าเพคะ แหะ ๆ”ทุกคืนถูกเขาเคี่ยวกรำก็แทบขาดใจอยู่รอมร่อแล้ว มาบอกให้กินเขามากขึ้นพรุ่งนี้นางได้ตายอนาถสมใจแน่!อ้อ ยามนางอยู่กับชินอ๋องตามลำพังถูกเขาบังคับให้แสดงตัวเป็นสตรีได้เลย อีกทั้งให้เรียกขานแบบที่เขาสั่งอีก แต่เมื่อไปข้างนอกนางก็จะกลายเป็นคุณชายลู่หลินดังเดิมแต่เอาเข้าจริงช่วงนี้นางไม่ค่อยได้ออกไปข้างนอกหรอก เอะอะอันใดก็ถูกบุรุษบ้ากามผู้นี้ลากเข้าที่รโหฐานเสียทุกที ดีที่ชินอ๋องทำแล้วเขาให้นางกินยาห้ามครรภ์ไว้ มิเช่นนั้นคงมีลูกเต็มวังได้แล้วกระมัง“เอ่อ ท่านพี่หมินเพคะ วันพรุ่งนี้หม่อมฉันขอกลับไปเยี่ยมบิดามารดาที่จวนนะเพคะ”นางพูดจบคนข้างหลังนางก็หยุดมือที่กำลังคีบกับข้าวไปทันใด อีกทั้งยังแผ่รังสีความไม่พอใจบางอย่างออกมาจากลู่หลินที่แม้ไม่เห็นสีหน้าเขายังรู้สึกได้หากเป็นเช่นนี้นางอาจไม่ได้กลับจวนเ

  • อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า!    บทที่ 20    นางถูกกล่าวหาว่าจะฆ่าแม่สามี

    บทที่ 20 นางถูกกล่าวหาว่าจะฆ่าแม่สามีค่ำคืนนี้ช่างเงียบเหงาและเยือกเย็นกว่าคืนไหน สวี่เหวินหรงตัดสินใจกลับมานอนที่ห้องนอนเดิมของตนเอง นางไม่คิดจะเฉียดกรายไปที่ห้องนอนของฉินเย่าหานอีกเพราะไม่อยากเผชิญหน้ากับเขาให้ใจต้องเจ็บช้ำไปมากกว่านี้นางเอนกายลงนอนพลางมองเพดานด้วยแววตาว่างเปล่า ในหัวยังคงมี

  • อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า!    บทที่ 11 ข้าไม่รู้ว่าท่านกำลังเปลือยกายอยู่

    บทที่ 11ข้าไม่รู้ว่าท่านกำลังเปลือยกายอยู่หลายวันผ่านไป…สวี่เหวินหรงยังคงรับผิดชอบหน้าที่ของตนอย่างดีที่สุด นางก้มหน้าก้มตาจัดการบัญชี ดูแลรายจ่ายรายรับของจวนในส่วนที่ตนเองรับผิดชอบแล้ว ซึ่งวันนี้เป็นวันจัดการงบของจวนอีกวันจึงมีงานมากเป็นพิเศษ กว่าจะปิดจบก็เลยเวลาทำงานจนนางบอกให้พ่อบ้านฉีกลับไปก

  • อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า!    บทที่ 9.2

    บทที่ 9.2“หากเจ้าคิดจะเป็นฮูหยินของข้า…ก็ต้องเจอเรื่องเช่นนี้แหละ” เขาหยุดเล็กน้อยเหมือนช่องว่างให้นางคิด “แม้จะเป็นเพียงฮูหยินในนามก็ตาม...”สวี่เหวินหรงเงยหน้าขึ้นจนสายตาว่างเปล่าสบเข้ากับแววตาดำลึกล้ำผสมความเยือกเย็นในใจนางอยากตะโกนว่านางไม่อยากเป็นฮูหยินของเขาแล้ว แต่ปากกลับต้องตอบอีกแบบ เพรา

  • อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า!    บทที่ 8 นางเป็นบุตรีของศัตรู

    บทที่ 8นางเป็นบุตรีของศัตรูและแล้ววันสำคัญที่รอคอยก็มาถึง... วันที่สวี่เหวินหรงต้องสวมบทบาทฮูหยินผู้เป็นที่รักเคียงข้างฉินเย่าหานผู้เป็นสามีเข้าสู่งานเลี้ยงที่พระราชวังจัดขึ้นรถม้าประดับตราประจำตระกูลฉินเคลื่อนเข้าสู่ลานกว้างหน้าประตูวังก่อนจะหยุดลง ทหารรักษาการณ์ตรวจป้ายเชิญก่อนส่งสัญญาณให้ผ่าน

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status