Share

บทที่ 7.2

last update Tanggal publikasi: 2026-04-10 11:45:19

บทที่ 7.2

ในที่สุดสวี่เหวินหรงก็ลุกขึ้นไปคว้าชุดคลุมหนานุ่มมาสวมทับและเพื่อมิให้ความง่วงเข้าครอบงำ นางจึงเปิดหีบหยิบเส้นไหมสีน้ำเงินเข้มและไม้ถักสองอันที่คุ้นมือออกมาแล้วกลับมานั่งพิงประตูบนฟูกคู่ใจ

ปลายนิ้วขยับถักร้อยอย่างชำนาญ...

ทว่างานอดิเรกที่ชอบก็ไม่อาจเอาชนะความอุ่นจากผ้าคลุมและความเหนื่อยล้าได้ เปลือกตาหนักอึ้งลงทุกที ศีรษะที่เคยตั้งตรงก็เริ่มโอนเอน ลมหายใจแผ่วเบาลงทีละนิด ร่างที่เคยหยัดตรงค่อย ๆ ไหลเอียงไปด้านข้าง ส่วนมือก็ยังคงเกี่ยวกระหวัดเส้นไหมสีน้ำเงินไว้หลวม ๆ

ไม่นานนักหลังจากสวี่เหวินหรงเข้าสู่นิทรา…เสียงฝีเท้าคนเดินก็ย่างก้าวมุ่งมาทางนี้

ฉินเย่าหานกลับมาจากห้องทำงานแล้ว เขาคิดไว้อย่างดีว่าสตรีที่ย้ายเข้ามาใหม่เพราะเหตุจำเป็นคงหลับไปแล้ว เขาก็ไม่ต้องได้ยินเสียงนาง ไม่ต้องมองหน้านาง...

ทว่าทันทีที่เปิดประตูออกขาของเขากลับสัมผัสได้กับอะไรบางอย่างที่ไม่ควรอยู่ตรงนี้

ฉินเย่าหานชะงักโดยพลัน

และในวินาทีถัดมา ร่างบางที่นอนพิงประตูอยู่ก็เสียหลักไหลลงมาอย่างคนไร้เรี่ยวแรง หน้าผากของสวี่เหวินหรงกระแทกเข้ากับหน้าแข้งของเขาเต็มแรง

“…”

ฉินเย่าหานนิ่งแข็งเหมือนถูกสาป

ส่วนคนก่อเหตุ…ไม่แม้แต่จะสะดุ้งตื่น นางหลับลึกมากจนไม่คิดรับรู้อะไร ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดขากางเกงของเขาก่อนที่มือเรียวจะเอื้อมมากอดขาไว้แน่นราวกับกอดหมอนข้างในฝัน แก้มซุกกับผ้าแล้วถูไถไปมาเหมือนหาที่พักพิงได้แล้ว

ฉินเย่าหานถลึงตาขึ้น เส้นเลือดสองข้างขมับเต้นตุบ ๆ สตรีหน้าไม่อายกล้ามาแตะตัวเขาเพียงนี้หรือ!

เขากัดฟันแน่น ใจอยากจะสลัดนางออกไปไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตามทว่าก็ไม่คิดทำเพราะหากนางตื่นมาจะหาว่าเขาทำร้ายนางขณะนอนหลับได้

“สวี่เหวินหรง” เขาเรียกเสียงต่ำทว่ากลับไร้คำตอบ

เขาเรียกอีกครั้ง ดังขึ้น “คนสกุลสวี่ ตื่น!”

นางยังคงหลับตาพริ้ม ริมฝีปากขยับเหมือนละเมอพูดอันใดบางอย่างสุดท้ายหยุดขยับปากแต่กลับยกมือขึ้นปาดอะไรบางอย่างจากมุมปากลงบนผ้าของเขา…แล้วขยับหน้าซุกต่ออย่างสบายใจ

ฉินเย่าหานถึงกับนิ่งค้างไปชั่วขณะ

“ท่านแม่ทัพ…มีคำสั่งเรียกหรือขอรับ?” เสียงบ่าวด้านนอกดังขึ้นอย่างไม่แน่ใจ

ฉินเย่าหานหลุบตาลงมองตัวต้นเหตุที่ไม่มีทีท่าว่าจะตื่นแม้แต่น้อยก่อนกดเสียงให้เรียบที่สุดเท่าที่ทำได้

“ไม่มีอะไร ไปพักเถอะ”

บ่าวรับคำแล้วถอยห่างไปทันที

ฉินเย่าหานสูดลมหายใจลึกหนึ่งครั้ง ก่อนจะก้มลงไปจับข้อมือของนาง แขนของสวี่เหวินหรงเย็นกว่าที่คิด แต่มือของเขากลับร้อนจัด เขาออกแรงแกะทีละนิ้ว…ทีละข้อนิ้ว ราวกับกำลังแกะเชือกที่มัดแน่นที่สุดในชีวิต

สวี่เหวินหรงขยับตามแรงนั้นเล็กน้อย คิ้วขมวดเหมือนโดนแย่งของรักในฝัน แต่ก็ยังไม่ตื่น

ฉินเย่าหานกัดฟันจนกรามขึ้นสัน กว่าจะดึงแขนนางออกได้สำเร็จ…เหงื่อก็ซึมขึ้นที่ขมับทั้งที่อากาศหนาวเย็น

และในจังหวะที่ร่างนางไถลกลับลงสู่ฟูก ไหมม้วนหนึ่งกลิ้งหล่นลงพื้นพร้อมกับของบางอย่างที่ตกมาแตะมือเขา

ฉินเย่าหานชะงักก่อนก้มมองม้วนไหมนุ่มอุ่นและถุงมือกันหนาวซึ่งน่าจะทำจากไหมม้วนนั้น แต่ทำเสร็จแล้วเพียงข้างเดียว

เขาบีบมันเบา ๆ อย่างไม่รู้ตัว ความนุ่มนี้ทำให้หัวใจสะดุดวูบเหมือนเคยสัมผัสอะไรคล้ายกันมาก่อน แต่ไม่ทันจะนึกออก เขาก็ขมวดคิ้วแล้วโยนมันกลับลงไปข้าง ๆ ไหมม้วนอย่างไม่ใส่ใจ

ของจากสตรีที่เขารังเกียจ…มีค่าอันใดกัน

ฉินเย่าหานก้าวข้ามฟูกไปทันที เขาเดินไปถึงเตียง ถอดชุดคลุมวางพาดไว้แล้วหันไปมองคนที่นอนขดอยู่ใกล้ประตูอีกครั้งอย่างลืมตัว

สวี่เหวินหรงงอตัวเล็กน้อย ผ้าห่มคลุมไม่มิดไหล่ ลมหายใจยังสม่ำเสมอแสดงออกว่ายังหลับลึกอยู่…

ท่านอนดูไม่สบายเท่าไหร่ ไหนจะอากาศที่หนาวจนแม้แต่บุรุษหนังหนาและด้านเช่นเขายังต้องห่มผ้านวมด้วยซ้ำ

ฉินเย่าหานแค่นเสียงในลำคอเบา ๆ เอ่ยเสียงเบาราวกล่อมตนเองไม่ให้คิดให้มากความอีก

“ข้าให้ที่นอนเจ้า…ก็ดีเกินพอแล้ว”

พูดจบเขาก็ยกมือดับตะเกียงไฟพอฉินเย่าหานล้มตัวลงนอนบนเตียงได้ก็รีบหันหลังให้ประตูทันที 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า!    บทส่งท้าย

    บทส่งท้าย เมืองหลวงยามเช้าไม่เงียบเหงาอีกต่อไป เสียงฆ้องนับสิบแข่งกันตีเพื่อเรียกความสนใจ ชาวบ้านชาวเมืองใครที่ยังไม่ตื่นก็ตื่นเอาเสียตอนนี้ ผู้คนหลั่งไหลมายืนมองขบวนทหารที่เดินยาวเหยียดจากทิศของพระราชวังมุ่งจู่ถนนแถบที่พักจวนขุนนางชั้นสูง “นั่นขบวนอันใดมิรู้ ส่งเสียงดังแต่เช้า!!!” เป็นบุรุษหนวดเฟิ้มนายหนึ่งเอ่ยถามสหายข้างเคียงที่เพิ่งลุกขึ้นจากที่นอนไม่ต่างกัน “หากข้าจำไม่ผิดทั้งเครื่องแบบทหารและตราสัญลักษณ์บนหีบหลายร้อยหีบที่พวกเขาแบกนั้นเหมือนตราประจำของผู้ตรวจการแผ่นดินเลย” “เจ้าหมายถึงชินอ๋องน่ะหรือ!?” สหายผู้มายืนอยู่ก่อนพยักหน้ายืนยัน “นี่มันขบวนสินสอดไม่ผิดแน่ นั่นก็หมายความว่าชินอ๋องกำลังไปสู่ขอคุณหนูสักบ้านน่ะสิ!!!” มูลค่าสินสอดของผู้ตรวจการแผ่นดินผู้มีอำนาจเป็นรองเพียงฮ่องเต้ย่อมมากเหลือคณานับ เรื่องน่าตื่นตาเช่นนี้มิได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ เหล่าชาวเมืองที่ตระหนักได้เช่นกันต่างรีบเคลื่อนขบวนตามทันทีพวกเขาอยากเห็นโฉมหน้าของคนที่ชินอ๋องหมายหมั้นไว้ อีกทั้งอยากรู้ว่าสินสอดของชินฮ่องนั้นจ

  • อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า!    สิบสอง นางไม่เห็นจำได้

    “อ้อ เจ้าจะแต่งให้เขาแล้วข้าเล่า เจ้ามีสัมพันธ์กับข้าแล้วคิดจะทิ้งอย่างนั้นหรือ ไม่แน่ในท้องของเจ้าอาจมีเลือดเนื้อเชื้อไขของข้าอยู่แล้วก็เป็นได้!!! ฉะนั้นเจ้าต้องแต่งเป็นพระชายาเอกให้ข้าได้เท่านั้น”ซูหมินจองแล้วใครหน้าไหนก็มาแย่งมิได้หรอก แต่ที่น่าโมโหมากที่สุดก็คือคนของเขาที่มีทีท่าจะนอกใจนั่นแหละลู่หลินตกใจที่อยู่ดีดีก็ถูกขอแต่งงานอย่างไม่ทันตั้งตัว อีกทั้งคนที่ขอยังเป็นถึงท่านอ๋องผู้ทรงอำนาจ สตรีทั่วเมืองหลวงต่างต้องการเสนอตัวแต่งให้เขาไยเขาถึงได้เลือกนางกัน…สตรีมีมลทิน ไร้มารยาทอย่างสตรีในห้องหอ…หรือจะเป็นเพราะเขาและนางมีสัมพันธ์สวาทกันแล้วเพียงคิดว่าต้องรับผิดชอบ“หากเป็นเพราะต้องการเพียงรับผิดชอบหม่อมฉัน ไม่ต้องถึงขนาดแต่งงานก็ได้นะเพคะ หม่อมฉันไม่ถือ อื้อ..”ซูหมินฟังแล้วรู้สึกไม่ลื่นหู เมื่อไม่อยากฟังอีกต่อไปก็เลือกปิดปากนางด้วยริมฝีปากตนเองเสียเลยครั้งนี้เขาเพียงแนบลงและไล้เลียกกลีบปากเนียนนุ่มทั้งบนและล่างเท่านั้น ไม่ได้รุกล้ำไปมากกว่านั้น“ข้าบอกอย่างนั้นหรือ ก่อนจากไปข้าบอกเจ้าไว้อย่างไรจำมิได้หรือ?”…นางจำไม่เห็นได้เลยพอซูหมินเห็นสีหน้าว่างเปล่าของนางก็รู้ทันที ว่า

  • อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า!    สิบสอง ความเข้าใจผิดเป็นเหตุ

    สิบสองความเข้าใจผิดเป็นเหตุ“ข้าขอรบกวนคุณหนูลู่หลินไม่นานหรอก”หนิงอันเอ่ยทันทีที่ลู่หลินขึ้นไปบนรถม้าเรียบร้อยแล้ว สีหน้าดูเหมือนมีเรื่องกังวลบางอย่างทำให้คนเพิ่งขึ้นมารู้สึกกังวลไปด้วยเลย“ได้เลยเพคะ”ต้นฉบับนิยายที่นางเคยอ่านมาล้วนบิดเบือนไปหมดแล้ว อีกทั้งนางก็อ่านถึงกลางเรื่องก็มาหัวใจวายตายเสียก่อน จึงไม่ทันรู้เรื่องราวตอนจบเลย…นางขอเพียงเหล่าตัวร้ายไม่ตายก็เป็นพอแล้ว“ท่านรู้แล้วกระมังว่าองค์รัชทายาทประสงค์จะสู่ขอท่านเป็นพระชายารอง”นางดูสีหน้าของหนิงอันแล้ว ดูท่าว่านางจะไม่เห็นด้วยทว่าก็คงขัดมิได้จึงได้ลองมาหยั่งเชิงนางเยี่ยงนี้เฮ้อ อย่างไรเสียลู่หลินก็ไม่คิดจะแต่งให้องค์รัชทายาท เหวินหลงอยู่แล้ว มิอยากให้ตัวเอกของเรื่องกังวล เรื่องที่จะไม่เกิดขึ้นแน่นอนเอาเสียเลยไม่ใช่อันใด นางเสียววูบว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับตนอีกนั่นแลคราแรกที่เจอทั้งสองในวันเดียวกัน นางก็ระดูแตกคาก้น…คราที่สอง อยู่พร้อมหน้ากันนางก็ได้กินยาปลุกกำหนัดเสียอย่างนั้นดูเอาเถิด ชะตาตัวร้ายยามอยู่ใกล้ตัวเอกช่างน่าเวทนาเพียงใด นางคงไม่วิ่งเข้าหาภัยให้ตนเองอีกแล้ว“เรื่องนั้นองค์หญิงหนิงอันไม่ต้องกังวลพระทั

  • อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า!    สิบหนึ่ง อภัยเถิด

    สตรีและบุรุษวัยกลางมองหน้ากันในใจต่างคิดตรงกันว่าบุตรีของนางอาจจะยังคงชอบองค์รัชทายาทเหวินหลงไม่เสื่อมคลายเมื่อครู่พวกเขาพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของลู่หลินไปทางบุรุษตระกูลอื่นแล้ว พอไม่ได้ผลจึงไม่คิดปิดบังอีกต่อไปเสนาบดีหานหยิบเทียบสู่ขอสีเหลืองอร่ามออกมาจากอก ดูก็รู้ว่าต้องเป็นจดหมายที่มาจากคนในพระราชวังอย่างแน่นอน เขายื่นมันให้ลู่หลิน รอจนมือเล็กรับไปจึงค่อยเอ่ยอย่างไม่เต็มเสียง“ตามจริงเมื่อไม่นานมานี้องค์รัชทายาทเหวินหลงได้ส่งจดหมายมาเจรจากับข้า อืม เจ้าตัดสินใจเองแล้วกัน…เรื่องออกเรือนพวกเราให้เจ้าตัดสินใจเองเพื่อเป็นการชดเชยชีวิตที่ผ่านมา”ในจดหมายบอกไว้ว่า ต้องการจะสู่ขอลู่หลินไปเป็นพระชายารอง ฝ่ายเราหากตอบตกลงเขาก็มีข้อเสนอว่าจะเป็นฝ่ายสนับสนุนให้เสนาบดีหานทันที แม้ยังไม่เกิดพิธีอภิเษกก็ตาม ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นแผนปลดเกษียณของท่านพ่อของนางก็ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นก็ได้แล้ว เพราะมีคนสนับสนุนเป็นองค์รัชทายาทเหวินหลงผู้มีอำนาจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าขุนนางชั้นสูงรวมกันหลายคนทว่าลู่หลินก็ไม่ได้มีความคิดที่จะแต่งเข้าเป็นภรรยาของเหวินหลงเท่าไหร่นัก เพราะนางก็ไม่รู้เจตนาของเขาว่าต้องการช่วยต

  • อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า!    สิบหนึ่ง วันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา

    สิบหนึ่งวันธรรมดาที่ไม่ธรรมดาลู่หลินกลับจากเรื่อนหลักก็นอนน้ำตาตกใน อยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาจนกระทั่งเผลอหลับไป นางตื่นขึ้นมาอีกทีก็ยามโหย่วแล้ว เหม่ยฮวายกมื้อเย็นเข้ามาให้นางกินในห้องพอจัดการจนหมดก็ยกออกไปยังดีที่นางให้เหม่ยฮวาตักน้ำอุ่นพร้อมใส่สมุนไพรบรรเทาปวดคลายเส้นลงไปในถังอาบน้ำ นางแช่ไปเกือบสองเค่อลุกออกมาถึงได้รู้สึกดีขึ้นกินข้าวอาบน้ำจนเสร็จเปลือกตาก็หนักอึ้งอีกแล้ว ลู่หลินจึงไล่เหม่ยฮวาและบ่าวคนอื่นไปพักส่วนนางก็ปิดไฟเตรียมนอนกึก!หน้าต่างที่ปิดไปแล้วถูกของแข็งบางอย่างกระแทกคราหนึ่ง ลู่หลินเพียงมองแต่พอถึงกระแทกอีกครหนึ่งนางจึงตัดสินใจเปิดออกดู“ว้าย ทะ…อื้อ”ลมวูบสายหนึ่งพัดเข้ามาทันทีที่ลู่หลินปลดกลอนออก นางยังไม่ทันมองเห็นที่มาของลมก็ถูกใครบางคนรวบเข้าสู่อ้อมกอดและครอบครองริมฝีปากไปทันทีเป็นซูหมินไม่ผิดแน่ จุมพิตเต็มไปด้วยความเร่าร้อนไล่จากริมฝีปากจนพอใจไล้ลงผ่านลำคอยาวระหงและต่ำลงไป เรื่อย ๆ หากไม่เพราะร่างที่แข็งเกร็งเปลี่ยนเป็นดีดดิ้นต่อต้าน เขาคงได้ลงต่ำไปกว่านี้เป็นแน่“ปล่อยข้านะ ท่านอ๋องจอมลามก!”เมื่อความลับไม่จำเป็นต้องเป็นความลับอีกต่อไปแล้วลู่หลินก็แสดงอ

  • อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า!    สิบ กลยุทธ์

    นางกลัวว่าวันหนึ่งที่ซู่หมินเบื่อของเล่นอย่างนางแล้วจะเป็นลู่หลินเองที่เสียใจ พอคิดได้นางก็พยายามออกห่างทว่ากลับถูกซูหมินดึงกลับเข้ามาในวังวนเสียทุกครา จนลู่หลินไม่รู้จะทำอันใดแล้ว“เจ้ากินน้อยเพียงนี้ คืนนี้กินข้าให้มากหน่อยชดเชยก็แล้วกัน”“โอ อย่างนั้นหม่อมฉันขอเติมข้าวอีกหน่อยดีกว่าเพคะ แหะ ๆ”ทุกคืนถูกเขาเคี่ยวกรำก็แทบขาดใจอยู่รอมร่อแล้ว มาบอกให้กินเขามากขึ้นพรุ่งนี้นางได้ตายอนาถสมใจแน่!อ้อ ยามนางอยู่กับชินอ๋องตามลำพังถูกเขาบังคับให้แสดงตัวเป็นสตรีได้เลย อีกทั้งให้เรียกขานแบบที่เขาสั่งอีก แต่เมื่อไปข้างนอกนางก็จะกลายเป็นคุณชายลู่หลินดังเดิมแต่เอาเข้าจริงช่วงนี้นางไม่ค่อยได้ออกไปข้างนอกหรอก เอะอะอันใดก็ถูกบุรุษบ้ากามผู้นี้ลากเข้าที่รโหฐานเสียทุกที ดีที่ชินอ๋องทำแล้วเขาให้นางกินยาห้ามครรภ์ไว้ มิเช่นนั้นคงมีลูกเต็มวังได้แล้วกระมัง“เอ่อ ท่านพี่หมินเพคะ วันพรุ่งนี้หม่อมฉันขอกลับไปเยี่ยมบิดามารดาที่จวนนะเพคะ”นางพูดจบคนข้างหลังนางก็หยุดมือที่กำลังคีบกับข้าวไปทันใด อีกทั้งยังแผ่รังสีความไม่พอใจบางอย่างออกมาจากลู่หลินที่แม้ไม่เห็นสีหน้าเขายังรู้สึกได้หากเป็นเช่นนี้นางอาจไม่ได้กลับจวนเ

  • อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า!    บทที่ 6 เจ้าเข้าวังไปกับข้า

    บทที่ 6เจ้าเข้าวังไปกับข้าสมุดบัญชีเล่มหนาหลายเล่มวางซ้อนก่ายกันเป็นตั้ง กลิ่นของน้ำหมึกเก่าปนเปกับกลิ่นน้ำหมึกใหม่โชยแตะจมูก สวี่เหวินหรงค่อยๆ พลิกเปิดไปทีละหน้า นิ้วเรียวไล่ตามตัวเลขที่เรียงรายเป็นแถวอย่างใจเย็นรายจ่ายส่วนกลางล้วนดูเป็นปกติอาจเพราะอย่างไรคนจัดการก็คือพ่อบ้านฉีเช่นเคย ทว่าทันที

  • อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า!    บทที่ 5 นี่หรือคือมารยาของนางเอกในนิยาย

    บทที่ 5นี่หรือคือมารยาของนางเอกในนิยายท่าทีของจิ้นจื่อถงก็เปลี่ยนฉับพลันจื่อถงทำหน้าเศร้าใจไม่พอยังเอื้อมมาคว้ามือของสวี่เหวินหรงแล้วดึงให้มาที่อกของตนเองแล้วก็ปล่อยมือก่อนจะหงายหลังไปเองอย่างตั้งใจเสียหลักให้ใครบางคนดู“อ๊ะ!”เสียงร้องดังเกินพอดี ท่ามกลางความงุนงงที่เกิดขึ้นกะทันหัน จิ้นจื่อถงเ

  • อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า!    บทที่ 4 การเจรจาล้มเหลว

    บทที่ 4การเจรจาล้มเหลวหลังคืนเหตุการณ์ที่ศาลากลางสระบัว สวี่เหวินหรงก็ไม่ได้พบทั้งฉินเย่าหานและจิ้นจื่อถงอีกเลย ส่วนหนึ่งเพราะนางไม่ออกจากเรือน อีกส่วนหนึ่ง…เพราะนางไม่คิดจะออกไปนางไข้ขึ้นตั้งแต่คืนนั้น ลำคอแห้งผาก ศีรษะหนักอึ้ง ไอเป็นพัก ๆ ร่างกายอ่อนล้าจนแทบลุกไม่ขึ้น นางนอนพักอยู่ในห้องเงียบ

  • อย่าได้คิดหลอกใช้นางร้ายเช่นข้า!    บทที่ 3.2

    บทที่ 3.2จิ้นจื่อถงอ้าปากจะห้าม แต่เหอเฟิงหลัวรีบปรายตาปรามอย่างหวังดี นางก็จำต้องกลืนคำพูดลงคอเหลือเพียงท่าทีรู้สึกผิดอยู่เนือง ๆฉากนี้ในนิยายจบด้วยนางร้ายในนิยายต้องดื่มสุราที่ใส่ยากำหนัดเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตน หลังจากนั้นก็ทำได้เพียงรีบหาทางปลีกตัวหลบไปทุกข์ทนกับความทรมานที่ตนเองเป็นผู้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status