ログインบทส่งท้าย เมืองหลวงยามเช้าไม่เงียบเหงาอีกต่อไป เสียงฆ้องนับสิบแข่งกันตีเพื่อเรียกความสนใจ ชาวบ้านชาวเมืองใครที่ยังไม่ตื่นก็ตื่นเอาเสียตอนนี้ ผู้คนหลั่งไหลมายืนมองขบวนทหารที่เดินยาวเหยียดจากทิศของพระราชวังมุ่งจู่ถนนแถบที่พักจวนขุนนางชั้นสูง “นั่นขบวนอันใดมิรู้ ส่งเสียงดังแต่เช้า!!!” เป็นบุรุษหนวดเฟิ้มนายหนึ่งเอ่ยถามสหายข้างเคียงที่เพิ่งลุกขึ้นจากที่นอนไม่ต่างกัน “หากข้าจำไม่ผิดทั้งเครื่องแบบทหารและตราสัญลักษณ์บนหีบหลายร้อยหีบที่พวกเขาแบกนั้นเหมือนตราประจำของผู้ตรวจการแผ่นดินเลย” “เจ้าหมายถึงชินอ๋องน่ะหรือ!?” สหายผู้มายืนอยู่ก่อนพยักหน้ายืนยัน “นี่มันขบวนสินสอดไม่ผิดแน่ นั่นก็หมายความว่าชินอ๋องกำลังไปสู่ขอคุณหนูสักบ้านน่ะสิ!!!” มูลค่าสินสอดของผู้ตรวจการแผ่นดินผู้มีอำนาจเป็นรองเพียงฮ่องเต้ย่อมมากเหลือคณานับ เรื่องน่าตื่นตาเช่นนี้มิได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ เหล่าชาวเมืองที่ตระหนักได้เช่นกันต่างรีบเคลื่อนขบวนตามทันทีพวกเขาอยากเห็นโฉมหน้าของคนที่ชินอ๋องหมายหมั้นไว้ อีกทั้งอยากรู้ว่าสินสอดของชินฮ่องนั้นจ
“อ้อ เจ้าจะแต่งให้เขาแล้วข้าเล่า เจ้ามีสัมพันธ์กับข้าแล้วคิดจะทิ้งอย่างนั้นหรือ ไม่แน่ในท้องของเจ้าอาจมีเลือดเนื้อเชื้อไขของข้าอยู่แล้วก็เป็นได้!!! ฉะนั้นเจ้าต้องแต่งเป็นพระชายาเอกให้ข้าได้เท่านั้น”ซูหมินจองแล้วใครหน้าไหนก็มาแย่งมิได้หรอก แต่ที่น่าโมโหมากที่สุดก็คือคนของเขาที่มีทีท่าจะนอกใจนั่นแหละลู่หลินตกใจที่อยู่ดีดีก็ถูกขอแต่งงานอย่างไม่ทันตั้งตัว อีกทั้งคนที่ขอยังเป็นถึงท่านอ๋องผู้ทรงอำนาจ สตรีทั่วเมืองหลวงต่างต้องการเสนอตัวแต่งให้เขาไยเขาถึงได้เลือกนางกัน…สตรีมีมลทิน ไร้มารยาทอย่างสตรีในห้องหอ…หรือจะเป็นเพราะเขาและนางมีสัมพันธ์สวาทกันแล้วเพียงคิดว่าต้องรับผิดชอบ“หากเป็นเพราะต้องการเพียงรับผิดชอบหม่อมฉัน ไม่ต้องถึงขนาดแต่งงานก็ได้นะเพคะ หม่อมฉันไม่ถือ อื้อ..”ซูหมินฟังแล้วรู้สึกไม่ลื่นหู เมื่อไม่อยากฟังอีกต่อไปก็เลือกปิดปากนางด้วยริมฝีปากตนเองเสียเลยครั้งนี้เขาเพียงแนบลงและไล้เลียกกลีบปากเนียนนุ่มทั้งบนและล่างเท่านั้น ไม่ได้รุกล้ำไปมากกว่านั้น“ข้าบอกอย่างนั้นหรือ ก่อนจากไปข้าบอกเจ้าไว้อย่างไรจำมิได้หรือ?”…นางจำไม่เห็นได้เลยพอซูหมินเห็นสีหน้าว่างเปล่าของนางก็รู้ทันที ว่า
สิบสองความเข้าใจผิดเป็นเหตุ“ข้าขอรบกวนคุณหนูลู่หลินไม่นานหรอก”หนิงอันเอ่ยทันทีที่ลู่หลินขึ้นไปบนรถม้าเรียบร้อยแล้ว สีหน้าดูเหมือนมีเรื่องกังวลบางอย่างทำให้คนเพิ่งขึ้นมารู้สึกกังวลไปด้วยเลย“ได้เลยเพคะ”ต้นฉบับนิยายที่นางเคยอ่านมาล้วนบิดเบือนไปหมดแล้ว อีกทั้งนางก็อ่านถึงกลางเรื่องก็มาหัวใจวายตายเสียก่อน จึงไม่ทันรู้เรื่องราวตอนจบเลย…นางขอเพียงเหล่าตัวร้ายไม่ตายก็เป็นพอแล้ว“ท่านรู้แล้วกระมังว่าองค์รัชทายาทประสงค์จะสู่ขอท่านเป็นพระชายารอง”นางดูสีหน้าของหนิงอันแล้ว ดูท่าว่านางจะไม่เห็นด้วยทว่าก็คงขัดมิได้จึงได้ลองมาหยั่งเชิงนางเยี่ยงนี้เฮ้อ อย่างไรเสียลู่หลินก็ไม่คิดจะแต่งให้องค์รัชทายาท เหวินหลงอยู่แล้ว มิอยากให้ตัวเอกของเรื่องกังวล เรื่องที่จะไม่เกิดขึ้นแน่นอนเอาเสียเลยไม่ใช่อันใด นางเสียววูบว่าจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับตนอีกนั่นแลคราแรกที่เจอทั้งสองในวันเดียวกัน นางก็ระดูแตกคาก้น…คราที่สอง อยู่พร้อมหน้ากันนางก็ได้กินยาปลุกกำหนัดเสียอย่างนั้นดูเอาเถิด ชะตาตัวร้ายยามอยู่ใกล้ตัวเอกช่างน่าเวทนาเพียงใด นางคงไม่วิ่งเข้าหาภัยให้ตนเองอีกแล้ว“เรื่องนั้นองค์หญิงหนิงอันไม่ต้องกังวลพระทั
สตรีและบุรุษวัยกลางมองหน้ากันในใจต่างคิดตรงกันว่าบุตรีของนางอาจจะยังคงชอบองค์รัชทายาทเหวินหลงไม่เสื่อมคลายเมื่อครู่พวกเขาพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของลู่หลินไปทางบุรุษตระกูลอื่นแล้ว พอไม่ได้ผลจึงไม่คิดปิดบังอีกต่อไปเสนาบดีหานหยิบเทียบสู่ขอสีเหลืองอร่ามออกมาจากอก ดูก็รู้ว่าต้องเป็นจดหมายที่มาจากคนในพระราชวังอย่างแน่นอน เขายื่นมันให้ลู่หลิน รอจนมือเล็กรับไปจึงค่อยเอ่ยอย่างไม่เต็มเสียง“ตามจริงเมื่อไม่นานมานี้องค์รัชทายาทเหวินหลงได้ส่งจดหมายมาเจรจากับข้า อืม เจ้าตัดสินใจเองแล้วกัน…เรื่องออกเรือนพวกเราให้เจ้าตัดสินใจเองเพื่อเป็นการชดเชยชีวิตที่ผ่านมา”ในจดหมายบอกไว้ว่า ต้องการจะสู่ขอลู่หลินไปเป็นพระชายารอง ฝ่ายเราหากตอบตกลงเขาก็มีข้อเสนอว่าจะเป็นฝ่ายสนับสนุนให้เสนาบดีหานทันที แม้ยังไม่เกิดพิธีอภิเษกก็ตาม ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นแผนปลดเกษียณของท่านพ่อของนางก็ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นก็ได้แล้ว เพราะมีคนสนับสนุนเป็นองค์รัชทายาทเหวินหลงผู้มีอำนาจไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าขุนนางชั้นสูงรวมกันหลายคนทว่าลู่หลินก็ไม่ได้มีความคิดที่จะแต่งเข้าเป็นภรรยาของเหวินหลงเท่าไหร่นัก เพราะนางก็ไม่รู้เจตนาของเขาว่าต้องการช่วยต
สิบหนึ่งวันธรรมดาที่ไม่ธรรมดาลู่หลินกลับจากเรื่อนหลักก็นอนน้ำตาตกใน อยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตาจนกระทั่งเผลอหลับไป นางตื่นขึ้นมาอีกทีก็ยามโหย่วแล้ว เหม่ยฮวายกมื้อเย็นเข้ามาให้นางกินในห้องพอจัดการจนหมดก็ยกออกไปยังดีที่นางให้เหม่ยฮวาตักน้ำอุ่นพร้อมใส่สมุนไพรบรรเทาปวดคลายเส้นลงไปในถังอาบน้ำ นางแช่ไปเกือบสองเค่อลุกออกมาถึงได้รู้สึกดีขึ้นกินข้าวอาบน้ำจนเสร็จเปลือกตาก็หนักอึ้งอีกแล้ว ลู่หลินจึงไล่เหม่ยฮวาและบ่าวคนอื่นไปพักส่วนนางก็ปิดไฟเตรียมนอนกึก!หน้าต่างที่ปิดไปแล้วถูกของแข็งบางอย่างกระแทกคราหนึ่ง ลู่หลินเพียงมองแต่พอถึงกระแทกอีกครหนึ่งนางจึงตัดสินใจเปิดออกดู“ว้าย ทะ…อื้อ”ลมวูบสายหนึ่งพัดเข้ามาทันทีที่ลู่หลินปลดกลอนออก นางยังไม่ทันมองเห็นที่มาของลมก็ถูกใครบางคนรวบเข้าสู่อ้อมกอดและครอบครองริมฝีปากไปทันทีเป็นซูหมินไม่ผิดแน่ จุมพิตเต็มไปด้วยความเร่าร้อนไล่จากริมฝีปากจนพอใจไล้ลงผ่านลำคอยาวระหงและต่ำลงไป เรื่อย ๆ หากไม่เพราะร่างที่แข็งเกร็งเปลี่ยนเป็นดีดดิ้นต่อต้าน เขาคงได้ลงต่ำไปกว่านี้เป็นแน่“ปล่อยข้านะ ท่านอ๋องจอมลามก!”เมื่อความลับไม่จำเป็นต้องเป็นความลับอีกต่อไปแล้วลู่หลินก็แสดงอ
นางกลัวว่าวันหนึ่งที่ซู่หมินเบื่อของเล่นอย่างนางแล้วจะเป็นลู่หลินเองที่เสียใจ พอคิดได้นางก็พยายามออกห่างทว่ากลับถูกซูหมินดึงกลับเข้ามาในวังวนเสียทุกครา จนลู่หลินไม่รู้จะทำอันใดแล้ว“เจ้ากินน้อยเพียงนี้ คืนนี้กินข้าให้มากหน่อยชดเชยก็แล้วกัน”“โอ อย่างนั้นหม่อมฉันขอเติมข้าวอีกหน่อยดีกว่าเพคะ แหะ ๆ”ทุกคืนถูกเขาเคี่ยวกรำก็แทบขาดใจอยู่รอมร่อแล้ว มาบอกให้กินเขามากขึ้นพรุ่งนี้นางได้ตายอนาถสมใจแน่!อ้อ ยามนางอยู่กับชินอ๋องตามลำพังถูกเขาบังคับให้แสดงตัวเป็นสตรีได้เลย อีกทั้งให้เรียกขานแบบที่เขาสั่งอีก แต่เมื่อไปข้างนอกนางก็จะกลายเป็นคุณชายลู่หลินดังเดิมแต่เอาเข้าจริงช่วงนี้นางไม่ค่อยได้ออกไปข้างนอกหรอก เอะอะอันใดก็ถูกบุรุษบ้ากามผู้นี้ลากเข้าที่รโหฐานเสียทุกที ดีที่ชินอ๋องทำแล้วเขาให้นางกินยาห้ามครรภ์ไว้ มิเช่นนั้นคงมีลูกเต็มวังได้แล้วกระมัง“เอ่อ ท่านพี่หมินเพคะ วันพรุ่งนี้หม่อมฉันขอกลับไปเยี่ยมบิดามารดาที่จวนนะเพคะ”นางพูดจบคนข้างหลังนางก็หยุดมือที่กำลังคีบกับข้าวไปทันใด อีกทั้งยังแผ่รังสีความไม่พอใจบางอย่างออกมาจากลู่หลินที่แม้ไม่เห็นสีหน้าเขายังรู้สึกได้หากเป็นเช่นนี้นางอาจไม่ได้กลับจวนเ
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดลอดหน้าต่างกระดาษโปร่งเข้ามาในห้องพักหอนางโลม กลิ่นสุราที่ค้างอยู่ตั้งแต่เมื่อคืนผสมกับกลิ่นไม้หอมอ่อน ๆ ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ หลี่เยี่ยนหลงขยับตัวเล็กน้อย รู้สึกหนักหัวและพร่าเลือนกว่าทุกครั้งที่เคยดื่ม ดวงตาคมค่อย ๆ ลืมขึ้น เขามองเพดานอย่างสงบแต่แฝงความระแวงเมื่อคืน…เกิดอะไรขึ้
บทที่ 5ความเจ็บก็จะเปลี่ยนเป็นความสุขจิ้งหรูเดินออกมาจากจวนอ๋องด้วยหัวใจที่ยังเต้นแรงไม่เป็นส่ำ ฝ่ามือชื้นเหงื่อยิ่งกว่าตอนขึ้นเวทีแสดงละครครั้งแรกเสียอีก ความรู้สึกตึงเครียดที่เพิ่งผ่านมาราวกับยังคงกดทับอยู่ในอกไม่คลายนางสูดลมหายใจลึก ตั้งสติ ก่อนจะรีบตรงไปยังหอนางโลมตามทางเล็กด้านหลังเช่นเดิม
ดวงตาคมกริบกดดันจนลมหายใจของนางติดขัดหัวใจของจิ้งหรูเต้นแรงแทบทะลุอก ความร้อนวิ่งวาบขึ้นมาถึงใบหน้า นางอึ้งไปชั่วครู่เมื่อได้ยินคำว่า องค์รัชทายาทผู้เป็นพระเอกในนิยาย ก็พลันเข้าใจขึ้นมาทันทีว่าอ๋องเยี่ยนหลงคงสืบเรื่องของจิ้งหรูคนเดิมที่เคยมีใจให้องค์รัชทายาท เขาคงสงสัยและให้คนไปสืบประวัตินางมาแล้ว
ในอีกด้านหนึ่ง หลี่เยี่ยนหลงที่เดินไปข้างหน้าก็เอ่ยเสียงต่ำกับมือขวาของตน “...เป็นนางอีกแล้ว”อวี๋เฟิงเหลือบตามองตามฉายแววสงสัยเช่นกัน “จะให้กระหม่อมจัดการหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”“ไม่ต้อง แต่ไปสืบมา ว่าสตรีนางนี้เป็นใคร”น้ำเสียงของเขาเรียบนิ่งก่อนหันกลับไปทางด้านหน้าเช่นเคยค่ำวันนั้นอวี๋เฟิงกลับมารายงา







