Se connecter“ไม่ดีกว่า ริษาเป็นคนขี้เกียจ ถ้าไม่มีครูคอยสอนคงไม่ตั้งใจเรียน” ภาวัตพูดพร้อมกับหันไปมองหน้าน้องสาวที่แอบทำจมูกย่นใส่เขา
“จริงค่ะคุณพริม ริษาไม่ชอบเรียนออนไลน์เลย ไม่ต้องห่วงนะคะ ริษาสะดวกมาเรียนที่นี่ค่ะ” รีบพูดเพื่อช่วยเหลือคนเป็นพี่ทันที ยิ่งพริมพิกาพยายามปฏิเสธเท่าไร ภาวัตก็ทำท่ารุกหนักมากเท่านั้น นั่นยิ่งทำให้มั่นใจว่าพี่ชายตนเองสนใจครูสาวเข้าให้แล้ว
“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ” พริมพิกาหมดหนทางจะต่อสู้กับสองพี่น้องที่เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย และหากเธอเลือกที่จะปฏิเสธอีก มีหวังชื่อเสียงที่สร้างมานานได้เสียหายแน่ๆ
“ผมจะเป็นคนมาส่งน้องสาวผมเอง” เจ้าของร่างสูงสมาร์ทพูดออกไปเสียงเรียบพร้อมจ้องคุณครูคนสวยไม่วางตา
“ได้ค่ะ”
พริมพิกามองว่าไม่ใช่ปัญหาอะไรหากภาวัตแค่มาส่งริษา ส่วนเธอก็ทำหน้าที่อยู่ในครัว คงไม่ได้พบเจอกันบ่อย และนั่นย่อมดีสำหรับหัวใจดวงน้อยของตนเอง
“และผมก็จะนั่งรอจนกว่าริษาจะเรียนเสร็จด้วย”
สิ้นเสียงทุ้มที่ฟังดูราบเรียบเหมือนไม่สลักสำคัญอะไร ไม่ใช่แค่พริมพิกาที่มองอย่างอึ้งๆ ริษาเองก็อึ้งกับคำพูดของพี่ชายเช่นกัน เพราะเป็นที่รู้กันว่าคนอย่างภาวัตหวงเวลาเป็นที่สุด การที่ยอมมาเฝ้าน้องสาวเรียนแบบนี้ต้องเป็นเรื่องไม่ธรรมดาแน่ๆ
“เอางี้เลยเหรอพี่ภีม?” ริษากระซิบพี่ชายอย่างรู้ทัน แต่ภาวัตทำทีเหมือนไม่มีอะไรผ่านเข้าหูมา ยังคงวางสีหน้าเป็นปกติ
“ถ้าคุณภีมไม่เบื่อเสียก่อนก็ได้ค่ะ” พริมพิกาอดพูดจาค่อนขอดชายหนุ่มไม่ได้ ซึ่งเขาเองก็ยังคงวางสีหน้าเรียบเฉยเช่นเคย
“คุณแม่ขา…” เสียงของแพรวาดังมาแต่ไกล เด็กน้อยเดินมาหาผู้เป็นมารดาพร้อมกับถือจานใส่ขนมมาด้วย
“ออกมาทำอะไรลูก แม่บอกให้อยู่ข้างในไงคะ” พริมพิกาใจหายวาบ สีหน้าซีดเผือดลงอย่างคนตกใจหนักแล้วเผลอหันมาดุลูกสาวทันที ก่อนจะพยายามตั้งสติระงับอาการของตนแล้วหันกลับไปมองภาวัตที่จ้องหน้าแพรวาด้วยความสงสัย
“เห็นพี่น้ำค้างบอกว่าคุณแม่มีนักเรียนใหม่หนูเลยเอาขนมหันตรามาให้พี่ๆ ลองชิมค่ะ”
พูดจบ แพรวาหันไปยื่นขนมหันตราของโปรดตนเองให้กับริษาและภาวัตทันทีพร้อมยิ้มกว้างอย่างไร้เดียงสา
“ขอบคุณนะคะ” ริษามองหน้าแพรวาด้วยความเอ็นดู อดคิดไม่ได้ว่าครูคนสวยมีลูกเสียแล้ว พี่ชายของเธอคงต้องกินแห้วแน่ๆ
“ขอบคุณนะครับหนูน้อย น่ารักแล้วยังใจดีอีก”
ภาวัตรู้สึกถูกชะตากับแม่หนูร่างอวบอย่างมาก เขาหยิบขนมหันตราขึ้นมาชิมพร้อมกับมองหน้าแพรวาสลับกับพริมพิกา แล้วรู้สึกคุ้นเคยกับเด็กหญิงตรงหน้าอย่างบอกไม่ถูก
“คุณลุงชอบกินหันตราเหมือนหนูเลยค่ะ” เด็กน้อยพูดออกมาเสียงเจื้อยแจ้วเมื่อเห็นว่า ‘คุณลุง’ เลือกหยิบหันตรากินเหมือนกับเธอไม่มีผิด
ภาวัตเองก็อึ้งไปไม่น้อย เขาไปเมืองนอกมาหลายปี ไม่ได้กินขนมโปรดชนิดนี้มานานแล้ว ไม่คิดว่าวันนี้จะได้ชิมโดยบังเอิญ แถมแม่หนูยังชื่นชอบขนมนี้เหมือนตนเองอีก ทั้งที่ไม่น่าจเป็นขนมที่เด็กวัยเท่านี้จะนิยมกินกัน
“แหม นี่ถ้าไม่บอกว่าหนูน้อยคนนี้เป็นลูกคุณพริม ริษาคงคิดว่าเป็นลูกพี่ภีมแน่เลยค่ะ ดูสิคะ คล้ายกันอย่างกับอะไร”
ริษาพูดออกมาอย่างไม่คิดอะไร แต่นั่นทำเอาภาวัตถึงกับอึ้งและหันไปมองหน้าพริมพิกาทันที
“สงสัยเพราะแพรวาขาวเหมือนกับคุณภีมมั้งคะ” พริมพิกาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก เธอกลัวว่าภาวัตจะจับได้ว่าแพรวาเป็นลูกของเขาที่เกิดจากความไม่ตั้งใจในคืนนั้น
“ไหน มีขนมอะไรให้น้าชิมอีกไหมคะ” สาวสวยบุคลิกมาดมั่นหันไปพูดคุยกับเด็กหญิงร่างอวบ เพราะก็อดเอ็นดูเด็กน้อยไม่ได้ ด้วยว่าตนเองเป็นน้องคนเล็กจึงโหยหาที่จะมีน้องน้อยเล่นด้วยในวัยเด็กอยู่ลึกๆ
“มีเยอะเลยค่ะ คุณน้าลองทานนะคะ” แพรวารีบเดินไปหาริษาทันที ราวกับเด็กที่ได้เพื่อนเล่น
“ถ้าอย่างนั้น เดี๋ยวพริมขอตัวสักครู่นะคะ น้ำค้างช่วยพี่ดูแลแขกสักแป๊บนะ” พริมพิกาได้จังหวะปลีกตัวจากการจับจ้อง เธออยากออกไปสูดอากาศหายใจข้างนอกเสียหน่อย จึงหันไปบอกให้น้ำค้างดูแลแขกแทน
“ได้ค่ะ” เด็กสาวรับคำพร้อมรอยยิ้มกว้าง ขณะมองตามร่างบางที่เดินผ่านตนเองไป ไม่ได้หันมามองเบื้องหลังอีกเหมือนเจ้าตัวมีธุระสำคัญต้องไปจัดการ
ภาวัตมองตามหญิงสาวที่เดินหายไปที่ด้านหลังร้าน เขาเคยดูรีวิวร้านนี้มาก่อนจึงพอจะรู้ว่าด้านหลังร้านมีสวนเล็กๆ ให้ลูกค้าได้ออกไปเดินเล่นได้ จึงมั่นใจว่าหญิงสาวคงออกไปเดินเล่นตรงนั้นอย่างแน่นอน
“เดี๋ยวพี่มานะริษา” เขาหันไปบอกน้องสาวขณะเตรียมจะลุกขึ้น แต่กลับถูกอีกฝ่ายดึงมือไว้เสียก่อน
“คุณพริมเขามีครอบครัวแล้วนะ พี่ภีมจะตามเขาไปทำไม เขาไม่โสด หมดสิทธิ์แล้วพี่ภีม” ริษาออกปากเตือนทันที เมื่อรู้ว่าพี่ของเธอเตรียมจะลุกไปไหน แม้เธอจะอดเสียดายครูสาวสวยไม่ได้ แต่ถึงอย่างไรศีลธรรมก็ต้องมาก่อนเสมอ
“เรื่องนั้นรู้แล้วน่า”
ภาวัตตอบแบบปัดๆ น้องสาว แม้ภายในใจจะสะอึกกับคำเตือนของริษาก็ตาม แต่สิ่งที่ค้างคาใจก็ผลักให้ร่างสูงก้าวตามคนร่างบางไปทันที
ภาวัตนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนพยักหน้าเบาๆ ให้เลขาฯ เมื่อรู้ว่า ‘ชนิดาภา’ กำลังรอเขาอยู่ คิ้วหนาขมวดหากันเล็กน้อยขณะร่างสูงเดินไปเปิดประตูเข้าห้องทำงาน แล้วก็พบว่า ชนิดาภานั่งอยู่ที่โซฟารับแขกก่อนแล้วชนิดาภาเป็นลูกสาวของนักธุรกิจด้านสื่อโฆษณาที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของประเทศไทย เขารู้จักเธอตั้งแต่ก่อนไปเรียนเมืองนอกในงานเลี้ยงวันเกิดของบิดา ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายอยากให้สองหนุ่มสาวลงเอยกัน ด้วยความสัมพันธ์ทางธุรกิจ รูปร่างหน้าตา และสถานะของทั้งคู่นั้นเหมาะสมกันเสียจนผู้คนลุ้นว่า หากภาวัตกลับมาจากอเมริกาคงจะมีข่าวดีในเร็ววัน“ยินดีต้อนรับกลับเมืองไทยนะคะภีม”เมื่อเห็นว่าเป็นใครเดินเข้าห้องมา เจ้าของร่างบางที่อยู่ในชุดเดรสรัดรูปสีดำขับผิว ลุกขึ้นพร้อมกับเดินเข้าไปหาชายหนุ่มทันที“ขอบคุณครับ คุณจะมาไม่เห็นบอกผมก่อนเลย” พูดพร้อมกับส่งยิ้มให้คนตรงหน้า ภาวัตไม่ปฏิเสธเลยว่าชนิดาภาเป็นผู้หญิงที่งดงามเสียจนไม่มีผู้ชายคนไหนกล้าปฏิเสธ“แหม คุณกลับมาไทยไม่เห็นบอกนิด้าสักคำ” หญิงสาวแกล้งทำเป็นงอน แต่นั่นกลับทำให้เธอดูน่ารักเสียมากกว่า“พอดีผมยุ่งๆ ต้องเคลียร์อะไรหลายอย่าง เลยไม่ได้ส่งข่าวบอกใครสักคนน่ะครับ
“ใช่” ตอบน้องแล้วหันไปหาคนที่สนทนาด้วยก่อนหน้า “ฝากด้วยนะครับน้ำค้าง”ภาวัตพูดจบเท่านั้นก็จูงมือน้องสาวออกจากร้านไปทันที“โอ๊ยยย! พี่ภีมจะรีบไปไหนเนี่ย กลัวว่าริษาจะเบี้ยวไม่ยอมเรียนงั้นเหรอ?” ริษารีบพูดขึ้นทันทีเมื่อพี่ชายพามาขึ้นรถยนต์คันหรู“เปล่า แต่พี่แค่อยากมาส่งแกที่นี่ตั้งแต่พรุ่งนี้เลย”ภาวัตพูดทั้งที่สายตามองไปยังรถยนต์คันหรูที่จอดข้างๆ เขามั่นใจว่ารถคันนี้ต้องเป็นของปกรณ์แน่นอน“ทำไมคะ จะมาจีบครูพริมเหรอ? ริษาเห็นตั้งแต่เมื่อกี้แล้วว่า พี่ภีมดูสนใจเรื่องของครูพริมเป็นพิเศษ แล้วไหนจะเรื่องสามีครูพริมอีก จะอยากรู้ไปทำไมว่ามีใครเคยเห็นสามีเขาไหม? ทำไมคะ? หรือพี่ภีมคิดว่าแพรวาเป็นลูกตัวเอง?” สาวมั่นพูดพร้อมกับส่ายหัวขำขันในตัวพี่ชาย“ใช่” ภาวัตตอบเสียงนิ่ง และนั่นก็ทำให้ริษาถึงกับอึ้งไปทันที“ว่าไงนะคะ พี่ภีมพูดจริงหรือพูดเล่น” ถามเพื่อความชัวร์อีกครั้ง“พี่พูดจริง แต่พี่ยังไม่แน่ใจ”ภาวัตพยายามคิดทบทวนเรื่อง ‘คืนนั้น’ ระหว่างตนเองกับพริมพิกา และไหนจะใบหน้าของแพรวาอีก แต่คำพูดของสาวเจ้าที่บอกว่าแพรวาเป็นลูกของเธอกับสามีที่ตายไปแล้วมันทำให้เขาสับสน“เดี๋ยวนะ เรื่องมันเป็นมายังไง
เมื่อภาวัตเดินกลับเข้ามาภายในตัวร้านก็พบว่าหนูน้อยแพรวากำลังนั่งพูดคุยกับพนักงานในร้านที่ได้ยินมาว่าชื่อน้ำค้าง ชายหนุ่มมองไปยังเด็กหญิงร่างอวบอย่างพินิจจึงมั่นใจว่าใบหน้าของแพรวามีความคล้ายตนอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่อยากคิดเข้าข้างตนเองมากเกินไป เพราะเขากับพริมพิกามีความสัมพันธ์กันเพียงแค่ครั้งเดียว หากจะแจ็กพอตตั้งแต่ครั้งแรกก็คงจะเป็นไปได้ยาก“จีบครูพริมเสร็จหรือยังคะคุณพี่ชาย” ริษาเอ่ยทักขึ้นเมื่อร่างสูงสมาร์ตเดินกลับมานั่งที่โต๊ะ“จีบเจิบอะไร แค่ไปคุยด้วยเฉยๆ” คนถูกจับผิดรีบแก้ตัวทันที“จ้า ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่อย่าลืมนะคะว่าครูพริมมีครอบครัวแล้ว พี่ภีมอย่าไปยุ่งกับคนมีครอบครัวแล้วสิ” คนเป็นน้องพูดขึ้นเพื่อเตือน จริงอยู่ว่า เธออยากให้พี่ชายเป็นฝั่งเป็นฝาสักที แต่ก็ไม่อยากให้เขาต้องทำผิดศีลธรรม“สามีของพริม เขาเสียไปแล้ว” ภาวัตพูดขึ้นมาเพื่อยืนยันเจตนาของตนเองให้น้องสาวรู้ว่าเขาไม่คิดที่จะแย่งผู้หญิงของใครแน่นอน“นั่นแน่ แล้วบอกว่าไม่สนใจ พอรู้ว่าสามีเขาเสียแล้วก็แอบมีความหวังใช่ไหมล่ะ” ริษาอดแซวไม่ได้ เมื่อมองเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่ทำตัวเลิ่กลั่ก“เออน่า” เขาไม่ตอบ ได้แต่มองไปยังแพรวาด้วยค
พริมพิกาออกมาสูดอากาศด้านนอก แม้ว่าตอนนี้ยังคงมีแดดตกลงมา แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกร้อนแต่อย่างใด เนื่องจากว่ามีลมเย็นจากต้นไม้สูงใหญ่อยู่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่ได้ออกมาเดินเล่นบริเวณนี้“คุณสบายดีนะ”เสียงของภาวัตดังขึ้นทำให้พริมพิกาตื่นจากภวังค์ทันที แล้วหันไปมองหน้าเจ้าของร่างสูงที่กำลังเดินเข้ามาหาเธอ“คุณภีม”“ผมเพิ่งกลับจากเมืองนอก” ภาวัตพูดขึ้นหลังความเงียบงันแผ่คลุมไปชั่วอึดใจ เขาหวังอยากได้ยินคำบอกเล่าชีวิตในช่วงที่ไม่ได้เจอกันของหญิงสาวบ้าง“ค่ะ คุณล่ะ สบายดีนะคะ” พริมพิกาเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา แม้จะมั่นใจว่าชีวิตของเขาคงมีความสุขและสบายเป็นไหนๆ ต่างจากเธอที่ก่อนหน้านี้ต้องดิ้นรนอยู่เพื่อเอาตัวรอด“ชีวิตผมก็เหมือนเดิม แต่ผมอยากรู้ชีวิตคุณมากกว่า ตั้งแต่คืนนั้น เราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย ช่องทางติดต่อที่คุณเคยให้ไว้ ผมก็ติดต่อไม่ได้” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกึ่งไม่พอใจ เพราะใช่ว่าเขาไม่เคยพยายามติดต่อพริมพิกา แต่ทุกครั้งที่ติดต่อไปกลับพบว่าเธอปิดเครื่องตลอด“พอดี...พริมเปลี่ยนเบอร์ค่ะ”พริมพิกาตอบเสียงนิ่ง ความจริงแล้วเธอต้องการจะหนีหน้าภาวัต เพราะไม่อยากให้ชายหนุ่มรู้ว่า
“ไม่ดีกว่า ริษาเป็นคนขี้เกียจ ถ้าไม่มีครูคอยสอนคงไม่ตั้งใจเรียน” ภาวัตพูดพร้อมกับหันไปมองหน้าน้องสาวที่แอบทำจมูกย่นใส่เขา“จริงค่ะคุณพริม ริษาไม่ชอบเรียนออนไลน์เลย ไม่ต้องห่วงนะคะ ริษาสะดวกมาเรียนที่นี่ค่ะ” รีบพูดเพื่อช่วยเหลือคนเป็นพี่ทันที ยิ่งพริมพิกาพยายามปฏิเสธเท่าไร ภาวัตก็ทำท่ารุกหนักมากเท่านั้น นั่นยิ่งทำให้มั่นใจว่าพี่ชายตนเองสนใจครูสาวเข้าให้แล้ว“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ” พริมพิกาหมดหนทางจะต่อสู้กับสองพี่น้องที่เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย และหากเธอเลือกที่จะปฏิเสธอีก มีหวังชื่อเสียงที่สร้างมานานได้เสียหายแน่ๆ“ผมจะเป็นคนมาส่งน้องสาวผมเอง” เจ้าของร่างสูงสมาร์ทพูดออกไปเสียงเรียบพร้อมจ้องคุณครูคนสวยไม่วางตา“ได้ค่ะ”พริมพิกามองว่าไม่ใช่ปัญหาอะไรหากภาวัตแค่มาส่งริษา ส่วนเธอก็ทำหน้าที่อยู่ในครัว คงไม่ได้พบเจอกันบ่อย และนั่นย่อมดีสำหรับหัวใจดวงน้อยของตนเอง“และผมก็จะนั่งรอจนกว่าริษาจะเรียนเสร็จด้วย”สิ้นเสียงทุ้มที่ฟังดูราบเรียบเหมือนไม่สลักสำคัญอะไร ไม่ใช่แค่พริมพิกาที่มองอย่างอึ้งๆ ริษาเองก็อึ้งกับคำพูดของพี่ชายเช่นกัน เพราะเป็นที่รู้กันว่าคนอย่างภาวัตหวงเวลาเป็นที่สุด การที่ยอมมาเฝ้าน
“หึ” ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่หัวเราะในลำคอเท่านั้น“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ดิฉันชื่อริษานะคะ คุณพริม”ริษารู้สึกถูกใจสาวสวยตรงหน้า แม้ว่าจะไม่สวยหยาดเยิ้มหรือแต่งตัวจัดเหมือนผู้หญิงที่ภาวัตเคยควง แต่เธอก็รู้สึกได้ว่าพริมพิกาดูเป็นคนมีเสน่ห์ และแน่นอนว่าการที่พี่ชายของเธอเอาแต่จับจ้องไม่วางตาแบบนี้…พริมพิกาจะต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ“ถ้าอย่างนั้นเชิญนั่งก่อนนะคะ” ฝ่ายเจ้าของร้านก็เรียกสติตนเองอีกครั้ง พร้อมกับเชิญทั้งสองคนให้นั่งที่โต๊ะ“เดี๋ยวน้ำค้างเอาน้ำมาเสิร์ฟนะคะครู”น้ำค้างหันมาบอกพริมพิกา ก่อนจะหายเข้าไปเตรียมน้ำรับแขกทันที“คุณเปิดร้านที่นี่นานแล้วเหรอครับ?” ภาวัตเอ่ยถามขึ้น เพราะตั้งแต่ ‘คืนนั้น’ ทั้งคู่ก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย แม้ว่าเขาจะแอบคิดถึงเธออยู่บ้าง แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสพบเจอกันอีก“ก็เกือบๆ ห้าปีได้แล้วค่ะ”พริมพิกาตอบยิ้มๆ เรื่องระหว่างเธอกับเขาก็ผ่านมานานแล้ว หากจะมองว่าชายหนุ่มเป็นเหมือนเพื่อนคนหนึ่งก็คงไม่เสียหายอะไร“คุณพริมจัดร้านสวยจังเลยนะคะ เหมือนไม่ใช่ร้านอาหารไทยเลย”ริษาเอ่ยปากชม เพราะบรรยากาศร้านที่นี่ตกแต่งออกไปทางโมเดิร์นและมีสไตล์มากกว่าร้านอาหารไทยหรื







