Mag-log in“หึ” ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่หัวเราะในลำคอเท่านั้น
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ดิฉันชื่อริษานะคะ คุณพริม”
ริษารู้สึกถูกใจสาวสวยตรงหน้า แม้ว่าจะไม่สวยหยาดเยิ้มหรือแต่งตัวจัดเหมือนผู้หญิงที่ภาวัตเคยควง แต่เธอก็รู้สึกได้ว่าพริมพิกาดูเป็นคนมีเสน่ห์ และแน่นอนว่าการที่พี่ชายของเธอเอาแต่จับจ้องไม่วางตาแบบนี้…พริมพิกาจะต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ
“ถ้าอย่างนั้นเชิญนั่งก่อนนะคะ” ฝ่ายเจ้าของร้านก็เรียกสติตนเองอีกครั้ง พร้อมกับเชิญทั้งสองคนให้นั่งที่โต๊ะ
“เดี๋ยวน้ำค้างเอาน้ำมาเสิร์ฟนะคะครู”
น้ำค้างหันมาบอกพริมพิกา ก่อนจะหายเข้าไปเตรียมน้ำรับแขกทันที
“คุณเปิดร้านที่นี่นานแล้วเหรอครับ?” ภาวัตเอ่ยถามขึ้น เพราะตั้งแต่ ‘คืนนั้น’ ทั้งคู่ก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย แม้ว่าเขาจะแอบคิดถึงเธออยู่บ้าง แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสพบเจอกันอีก
“ก็เกือบๆ ห้าปีได้แล้วค่ะ”
พริมพิกาตอบยิ้มๆ เรื่องระหว่างเธอกับเขาก็ผ่านมานานแล้ว หากจะมองว่าชายหนุ่มเป็นเหมือนเพื่อนคนหนึ่งก็คงไม่เสียหายอะไร
“คุณพริมจัดร้านสวยจังเลยนะคะ เหมือนไม่ใช่ร้านอาหารไทยเลย”
ริษาเอ่ยปากชม เพราะบรรยากาศร้านที่นี่ตกแต่งออกไปทางโมเดิร์นและมีสไตล์มากกว่าร้านอาหารไทยหรือคาเฟ่ขนมไทยหรูๆ ที่เคยไปมาอีก
“ขอบคุณค่ะ ที่ร้านของเรานอกจากมีบุฟเฟต์อาหารไทย แล้วก็มีขนมไทยขายด้วยค่ะ พริมก็เลยอยากให้ร้านเป็นเหมือนสถานที่ที่เข้ามาดื่มน้ำหรือกินขนม และมานั่งพักผ่อนได้ด้วย” เธอตอบอย่างภาคภูมิใจในร้านของตนเอง
“ว่าแต่คุณพริมสอนทำอาหารด้วยเหรอคะ? เนี่ย พี่ชายของริษาคะยั้นคะยอให้ริษามาสมัครเรียนให้ได้หลังจากไปเสิร์ชหาข้อมูล” แล้วหันไปทำหน้างอใส่คนเป็นพี่
“ก็ดีแล้ว เรียนรู้งานบ้านงานเรือนซะบ้าง ไม่อย่างนั้น แต่งงานออกไปก็ทำอะไรไม่เป็นเลย แม้แต่ทอดไข่”
ภาวัตแซวน้องสาว แม้จะรู้ดีว่าสมัยนี้ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องเก่งงานบ้านเท่าสมัยก่อน แต่ด้วยความเป็นห่วงจึงอยากให้ริษามีความรู้ติดตัวเพื่อดูแลตนเองบ้าง อย่างน้อยๆ มีความสามารถด้านการหาเงินแล้วก็ต้องมีความสามารถด้านครัวเรือนสักนิดก็ยังดี
“ค่า ก็ได้ค่ะพี่ชาย แต่ต้องรับปากนะคะว่า ถ้าริษาเรียนแล้ว พี่ภีมจะไม่บังคับให้ริษาเข้าบริษัท เพราะริษาอยากเปิดร้านเสื้อผ้าของตัวเอง” คนเป็นน้องพูดด้วยสายตามีความหวังขึ้นทันที
“อันนี้ไปคุยกับคุณพ่อเอง” เขาพูดด้วยสายตาดุทันทีเมื่อเห็นว่าคนเป็นน้องเริ่มทำท่าจะต่อรอง
“เอ่อ จริงๆ แล้วที่พริมสอนส่วนใหญ่จะเป็นเมนูหาทานยาก แล้วพวกขนมไทยหาทานยากก็เป็นเมนูที่สามารถนำไปต่อยอดสร้างรายได้ คนมาเรียนจึงมักเป็นคนที่อยากเปิดร้านอาหาร หรือร้านขนมทั้งนั้นเลยค่ะ”
พริมพิกาพยายามปฏิเสธแบบอ้อมๆ ด้วยคิดว่า หากน้องสาวเขารู้ว่ายากอาจจะเปลี่ยนใจ ใช่ว่าไม่ชอบริษา แต่แค่ไม่อยากมีเรื่องให้ต้องพัวพันกับภาวัตต่างหาก เธอขอรู้จักเขาห่างๆ ก็พอ
“ทำไมล่ะ พูดแบบนี้จะบอกว่าคอร์สของคุณไม่เหมาะกับน้องสาวผมงั้นเหรอ? ยากเกินกว่าที่ยัยริษาจะเรียนใช่ไหม?” ภาวัตรู้ทันคนตรงหน้าจึงรีบพูดดักคอทันที
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ พริมแค่บอกเฉยๆ ค่ะว่า ถ้าคุณริษาไม่ได้ชอบทำอาหาร แต่อยากหัดเอาไว้บ้าง อาจจะเรียนตามยูทูบ หรือว่าหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตได้โดยไม่ต้องเสียเวลามาเรียนจริงจังค่ะ” พริมพิการีบพูดทันที เพราะอยากรักษาน้ำใจของริษา
“เกรงว่าริษาจะไม่ถนัดค่ะ ริษาเป็นพวกสมาธิสั้น ถ้าต้องอ่านอะไรเองมีหวังหลับแน่ๆ ค่ะ” ริษาพูดปนหัวเราะ เพราะรู้ดีว่าตนเองไม่สามารถทำแบบนั้นได้แน่นอน
“แล้วปกติ คุณสอนนักเรียนวันไหนบ้าง?” ภาวัตเอ่ยถามพร้อมกับจ้องหน้าพริมพิกาไม่วางตา เธอยังงดงามสำหรับเขาไม่เคยเปลี่ยน แม้ว่าเจ้าตัวจะผอมบางลงไปมาก แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ดูทรุดโทรมแต่อย่างใด
“ปกติก็สอนจันทร์ พุธ ศุกร์ค่ะ สัปดาห์ละสามวัน” พริมพิกาตอบออกไป พร้อมกับลุ้นในใจว่า เขาคงอยากให้น้องสาวได้เรียนทุกวันเพื่อจะทำอาหารเป็นเร็วๆ
“งั้นก็ดีเลย ยัยริษาจะได้มีเวลาไปทำร้านเสื้อผ้าอะไรด้วย ผมตกลงให้น้องสาวผมเรียนกับคุณ” ภาวัตตัดสินใจอย่างรวดเร็วโดยไม่เว้นช่องว่างให้ริษาได้พูดอะไร
“แต่คุณริษาจะอยากเรียนเหรอคะ? งานคุณริษาก็น่าจะเยอะพอตัว ถ้าต้องมาเรียนอีกอาจจะเหนื่อยได้นะคะ” พริมพิการู้ดีว่าตอนนี้ตนเองเป็นเหมือนคนที่กำลังจะปฏิเสธนักเรียน แต่ทำอย่างไรได้ เธอกลัวการได้ใกล้ชิดชายหนุ่มอีกครั้ง
“ริษาไม่มีปัญหาอะไรค่ะ ตอนแรก ริษาก็คิดว่าต้องเรียนทุกวันเลยงอแง แต่ถ้าเรียนแค่สามวันแบบนี้ ริษาโอเคเลยค่ะ”
ริษาหันไปยิ้มให้ภาวัต จริงๆ แล้วไม่ว่าจะเรียนกี่วันก็ไม่อยากเรียนทั้งนั้น แต่พอดูสายตาของพี่ชายแล้วท่าทางจะไม่ได้มีเป้าหมายอยากให้น้องสาวเป็นกุลสตรีอย่างเดียว คงอยากจะมาเจอครูแสนสวยที่นี่เสียมากกว่า เธอจึงยอมเรียนเพื่อช่วยให้สมหวัง
“เอ่อ ถ้าอย่างนั้นเอาแบบนี้ดีไหมคะ คุณริษาสามารถเรียนออนไลน์ได้ เพราะพริมก็มีคอร์สสอนออนไลน์เหมือนกัน คุณริษาจะได้มีเวลาไปทุ่มเทกับธุรกิจแบบสบายๆ” พริมพิกายิ้มหวานให้กับริษา พร้อมกับขอโทษอีกฝ่ายในใจ
“เมื่อคืนที่เห็นพริมร้องทรมาน มันทำให้ผมรู้เลยว่าที่ผ่านมาพริมต้องทรมานแค่ไหน” ภาวัตนึกภาพหญิงสาวที่ทนปวดท้องคลอดลูกเมื่อคืน เธอดูทรมานเสียจนเขาอดคิดไม่ได้ว่าหากเขาต้องตั้งท้องและคลอดลูกเองเขาจะอดทนได้มากเท่าเธอไหม ลำพังงแค่แพ้ท้องเขาเองยังทนแทบไม่ได้เลย “มันเป็นความเจ็บปวดที่งดงามค่ะ และพริมก็ดีใจที่ลูกของเราออกมาสมบูรณ์แข็งแรง” พริมพิกาพูดจากใจจริง ในความรู้สึกของคนเป็นแม่ต้องเจ็บแค่ไหนก็ทนได้ขอเพียงลูกออกมาได้อย่างปลอดภัยก็เพียงพอแล้ว “ขอบคุณนะครับพริม ที่ยอมมีลูกให้ผม” ภาวัตพูดด้วยความซึ้งใจ “ขอบคุณภีมเหมือนกันค่ะ ที่เป็นพ่อที่ดีที่สุดให้ลูกของเรา”
“ภีม เร็วหน่อยค่ะพริมไม่ไหวแล้ว” พริมพิกาพยายามสะกดความเจ็บปวดเอาไว้ แต่เธอก็ไม่สามารถต้านทานได้ ตอนนี้เธออยากถึงโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด “อดทนหน่อยนะพริม ฮัลโหลริษาตอนนี้พริมกำลังจะคลอด แกช่วยมาดูแพรวาที่บ้านที เออน่าไม่ต้องถามอะไรมาก พรุ่งนี้ค่อยมาเยี่ยมหลานพร้อมแพรวา พี่ฝากด้วย” ภาวัตพูดอย่างรวดเร็วก่อนจะเอื้อมมือมาบีบพริมพิกาเพื่อให้กำลังใจภรรยา ภาวัตใช้เวลาขับรถจากบ้านมาถึงโรงพยาบาลใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ก่อนพยาบาลจะพาพริมพิกาไปแผนกทำคลอดทันที แม้ว่าหญิงสาวจะคลอดกะทันหันแต่การดูแลของหมอ และพยาบาลที่นี่กลับดูแลพริมพิกาดีมากจนชายหนุ่มเบาใจลงได้บ้าง “ผมขอเข้าไปดูภรรยาได้ไหมครับหมอ อย่างน้อยก็ให้ผมให้กำลังใจเธอ” ภาวัตเอายขึ้นก่อนที่หมอจะเดินเข้าไปในห้องคลอด
“ก็เข้าเรื่อยๆค่ะ ที่บริษัทช่วงนี้ก็ไม่มีอะไรมาก โปรเจกต์ที่เราทำก็เคลียร์หมดแล้ว พี่ภีมไม่ต้องห่วงช่วงนี้อู้งานไปเฝ้าเมียได้เต็มที่” ริษาอดแซวพี่ชายไม่ได้ ที่ตั้งแต่แต่งงานมีเมียเป็นตัวเป็นตนก็เปลี่ยนไปเสียจนเธอที่เป็นน้องสาวแท้ๆไม่อยากจะเชื่อว่าเสือจะถอดเล็บได้ง่ายขนาดนี้ “ก้ดีถ้าอย่างนั้นพี่จะได้ไม่ต้องห่วง อ่อ แล้วก้อีกเรื่อง” ภาวัตวางช้อนลงพร้อมกับมองริษาด้วยสายตาจริงจังจนพริมพิกาเองต้องวางช้อนและตั้งใจฟังไปด้วย “มีอะไรพี่ภีม ทำหน้าตาจริงจังแบบนี้จะจับผิดอะไรริษาคะ” ริษาพูดติดตลก เอรู้ดว่าพี่ชายเธอคงไม่ได้มีเรื่องจริงจังอะไรเหมือนท่าทางที่เล่นใหญ่ให้เธอตกใจเล่น &ld
“พริมอย่าลืมนะครับว่าตอนนี้พริมไม่ได้ตัวคนเดียวนะ พริมกำลังอุ้มท้องลูกอีกคนอยู่ ผมให้พริมทำร้านต่อไปได้แต่พริมต้องหาคนมาช่วยเป็นแม่ครัว แล้วตัวเองก็ต้องมาเป็นคนบริหารร้านอย่างเต็มตัว อาจจะช่วยทำนิดๆหน่อยๆได้ แต่ต้องไม่ใช่ทำเองทั้งหมดเหมือนแต่ก่อน” ภาวัตคิดว่านี่คือการแก้ไขปัญหาในระยะยาว หากหญิงสาวอยากเปิดเร้านอาหารต่อไป ทางเดียวที่จะทำให้เธอไม่เหนื่อยจนเกินไปก็คือต้องจ้างคนมาช่วยเป็นแม่ครัวเพิ่ม “มันจะไม่สิ้นเปลืองหรอคะ” พริมพิกาเกรงว่าจการจ้างคนอื่นมาช่วยเป็นแม่ครัวอาจจะเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายโดยที่ไม่จำเป็นหรือไม่ “คนละครึ่งทางเถอะนะพริม คุณก็รู้ว่าผมสามารถดูแลคุณกับลูกได้ แต่ถ้าพริมอยากจะทำร้านต่อก็ควรหาคนมาช่วยนะ” ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยความอ่อนโยนและหวังว่าหญิงสาวจะเข้าใจเขา&
กินอย่างถนัดมากขึ้น ภาวัตอดซึ้งใจไม่ได้ที่แม้จะโกรธกันแต่ภรรยาก็ยังเลือกที่จะซื้ออาหารที่เขาชอบมาให้กิน แต่ถึงอย่างนั้นตอนนี้ทิฐิของชายหนุ่มก็มีมากเกินเสียกว่าจะเอ่ยปากชวนหญิงสาวคุยก่อน ภาวัตเอมไปตักแกงเขียวหวานมากินโดยที่ไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่แล้วเมื่อชายหนุ่มตักคำแรกเข้าปาก เขากลับรู้สึกเหม็นและพะอืดพะอมอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน จนชายหนุ่มทนไม่ไหวและต้องการอาเจียนมันเสียเดี๋ยวนี้! “แอวะ!” ภาวัตรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำอย่างไม่รีรอ เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นไวมากจนพริมพิกาเองก็ตกใจและรีบวิ่งตามชายหนุ่มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใย “ภีมเป็นอะไร ทำไมอ้วกออกมาแบบนี้ ไหวไหม” พริมพิกาลูบหลังให้สามีด้วยความเป็นห่วง พลางคิดว่าแกงเขียวหวานก็รสชาติปกติแต่ทำไมชายหนุ่มกินแล้วถึงอาเจียนออกมาได้
“พ่องอนแม่หรอคะ” แพรวาหันมาถามตามประสาเด็ก แต่ไม่น่าเชื่อว่าพฤติกรรมของพ่ออย่างภาวัตจะชัดเจนเสียจนเด็กดูออกว่าเขากำลังงอนอยู่ “แม่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน สงสัยต้องตามไปดูหน่อย” พริมพิกาลูบหัวลูกสาวเบาๆ และเธอแน่ใจว่าคนอย่างแพรวาต้องไม่ทำให้เธอลำบากใจอย่างแน่นอน “แม่ไปคุยกับพ่อเถอะค่ะ หนูอยู่คนเดียวได้อย่าให้พ่องอนนานนะคะ หนูสงสารพ่อ” เด็กน้อยพูดออกมาเจื้อยแจ้ว จนพริมพิกาอดคิดไม่ได้ว่าภาวัตแอบเอายาเสน่ห์อะไรให้ลูกกินหรือไม่ ทำไมลูกถึงรักและติดชายหนุ่มได้ถึงเพียงนี้ “จ้า งั้นเดี๋ยวแม่รีบมานะคะ” พริมพิกาพูดพร้อมกับเดินเลี่ยงออกมาทันที เพราะบางทีชายหนุ่มอาจกำลังรอให







