Se connecterพริมพิกาออกมาสูดอากาศด้านนอก แม้ว่าตอนนี้ยังคงมีแดดตกลงมา แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกร้อนแต่อย่างใด เนื่องจากว่ามีลมเย็นจากต้นไม้สูงใหญ่อยู่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่ได้ออกมาเดินเล่นบริเวณนี้
“คุณสบายดีนะ”
เสียงของภาวัตดังขึ้นทำให้พริมพิกาตื่นจากภวังค์ทันที แล้วหันไปมองหน้าเจ้าของร่างสูงที่กำลังเดินเข้ามาหาเธอ
“คุณภีม”
“ผมเพิ่งกลับจากเมืองนอก” ภาวัตพูดขึ้นหลังความเงียบงันแผ่คลุมไปชั่วอึดใจ เขาหวังอยากได้ยินคำบอกเล่าชีวิตในช่วงที่ไม่ได้เจอกันของหญิงสาวบ้าง
“ค่ะ คุณล่ะ สบายดีนะคะ” พริมพิกาเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา แม้จะมั่นใจว่าชีวิตของเขาคงมีความสุขและสบายเป็นไหนๆ ต่างจากเธอที่ก่อนหน้านี้ต้องดิ้นรนอยู่เพื่อเอาตัวรอด
“ชีวิตผมก็เหมือนเดิม แต่ผมอยากรู้ชีวิตคุณมากกว่า ตั้งแต่คืนนั้น เราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย ช่องทางติดต่อที่คุณเคยให้ไว้ ผมก็ติดต่อไม่ได้” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกึ่งไม่พอใจ เพราะใช่ว่าเขาไม่เคยพยายามติดต่อพริมพิกา แต่ทุกครั้งที่ติดต่อไปกลับพบว่าเธอปิดเครื่องตลอด
“พอดี...พริมเปลี่ยนเบอร์ค่ะ”
พริมพิกาตอบเสียงนิ่ง ความจริงแล้วเธอต้องการจะหนีหน้าภาวัต เพราะไม่อยากให้ชายหนุ่มรู้ว่าตนเองกำลังตั้งท้อง กลัวว่านักธุรกิจอย่างเขาจะห่วงชื่อเสียงและบังคับให้เธอเอาเด็กออก วิธีเดียวที่จะหนีปัญหาพวกนั้นได้คือเลิกติดต่ออีกฝ่ายทุกช่องทาง
“ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่าคุณมีร้านอาหาร แล้วก็เป็นครูสอนทำอาหารกับขนมไทยด้วย” คนตัวสูงพูดด้วยน้ำเสียงสงสัย
“ทำไมคะ พริมจะเปิดร้านเองไม่ได้หรือไง” สีหน้าบ่งบอกว่าไม่ชอบใจนัก และอดสงสัยไม่ได้ว่าเขากำลังดูถูกความสามารถของเธออยู่หรือไม่
“เปล่า ผมแค่ไม่เคยได้ยินคุณพูดว่าจะเปิดร้าน ว่าแต่คุณแต่งงานนานหรือยัง?” ภาวัตรีบถามเข้าเรื่องทันที แม้ว่าจะรู้สึกคุ้นเคยและถูกชะตากับเด็กน้อยที่ชื่อแพรวาอย่างมาก แต่เขาก็ไม่อยากจะคิดอะไรไปเอง
“ก็…สักพักแล้วค่ะ” หญิงสาวตอบออกไปด้วยหัวใจที่เต้นระส่ำ เธอกลัวเหลือเกินว่าภาวัตจะจับได้ว่าแพรวาเป็นลูกของเขา
“สักพักนี่ก่อนหรือหลังที่เราจะนอนด้วยกัน”
“คุณภีม!” พริมพิกาหลุดเสียงดังใส่ เมื่อเห็นว่าเขาพูดถึงเรื่องอดีตที่เธอไม่อยากรื้อฟื้นมันขึ้นมาอีก
“ผมขอโทษถ้าพูดให้คุณไม่พอใจ ก็แค่อยากรู้” ภาวัตขอโทษจากใจจริง แต่ที่ถามออกไปคือสิ่งที่เขาอยากรู้และสงสัยอยู่ในใจว่า แพรวาเป็นลูกของใคร
“พริมแต่งงานกับพ่อของแพรวาหลังจากที่เราเจอกัน พอใจหรือยังคะ” พริมพิกาหันไปตอบชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจมากนัก
“ถ้าอย่างนั้น สามีของคุณคงหน้าตาดีมากนะ ดูจากหน้าตาแพรวาแล้วน่ารักเชียว” ไม่รู้ทำไม ภาวัตถึงรู้สึกว่าเธอกำลังโกหกเขาอยู่
“คุณอย่าสนใจเรื่องของพริมเลยค่ะ อีกอย่าง เขาก็เสียชีวิตไปแล้ว” พริมพิการีบพูดเพื่อตัดปัญหาทันที เพราะกลัวว่าชายหนุ่มจะมาถามหาสามีของเธออีก
“อ้าว เหรอผมจะดูเลวไหมเนี่ย ถ้าบอกว่า ผมรู้สึกดีใจ” พูดออกมาพลางยิ้มๆ
ไม่รู้หรอกว่าคนตัวเล็กโกหกหรือไม่ แต่การที่พูดออกมาแบบนั้นเท่ากับว่า ตอนนี้ หญิงสาวโสดและยังไม่มีคนรัก ถ้าอย่างนั้น เขาก็มีสิทธิ์ อีกอย่าง ชายหนุ่มก็ยังอยากชดใช้ตราบาปที่สร้างไว้กับพริมพิกาในฐานะผู้ชายคนแรกของเธอ และถึงอย่างไร เขาก็จะต้องไล่ต้อนจนรู้ให้ได้ว่าเด็กน้อยแพรวาคือลูกสาวของตนเองหรือไม่
“คุณภีมคะ นี่คุณกำลังจะแกล้งพริมหรือไง” พริมพิกาหันไปจ้องใบหน้าหล่อเหลาด้วยสายตาดุๆ แม้จะไม่ได้เจอกันนาน แต่ความกวนของเขายังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน
“เปล่าสักหน่อย ผมพูดจริง ตอนนี้ คุณก็ไม่มีใครน่ะสิ” ภาวัตพูดด้วยน้ำเสียงสื่อความหมาย
“ไม่มีค่ะ และก็ไม่คิดจะมีความสัมพันธ์แบบที่คุณกำลังคิดด้วยค่ะ” หญิงสาวตอกกลับอย่างรู้ทัน ภาวัตคงคิดว่าเธอง่ายและอยากจะพูดเพื่อลองใจดู แต่เธอไม่มีทางเอาตัวเข้าแลกเพื่อความสนุกเพียงชั่วข้ามคืนกับเขาอีกแน่นอน
“งั้นเหรอ ก็ดีแล้ว เพราะคุณเองก็มีลูกแล้วด้วย”
เจ้าของร่างสูงพูดพลางกระตุกยิ้มเล็กๆ ที่มุมปาก ขณะจ้องลึกไปในดวงตากลมโตอย่างคนหาคำตอบ เขาไม่ได้คิดอย่างที่หญิงสาวพูด แต่ที่ถามเพราะอยากสืบเรื่องแพรวาต่างหาก
“กลับเข้าไปข้างในเถอะค่ะ เราจะได้คุยเรื่องเรียนกับคุณริษาต่อ”
ไม่รอให้อีกฝ่ายตอบ พริมพิกาก็รีบเดินหนีไปทันที ตอนนี้ หญิงสาวอดหนักใจไม่ได้ว่า ชีวิตต่อจากนี้จะต้องพบเจอกับภาวัตที่เข้ามาปั่นหัวเธอหรือไม่ และจะนานแค่ไหน...!
ภาวัตนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนพยักหน้าเบาๆ ให้เลขาฯ เมื่อรู้ว่า ‘ชนิดาภา’ กำลังรอเขาอยู่ คิ้วหนาขมวดหากันเล็กน้อยขณะร่างสูงเดินไปเปิดประตูเข้าห้องทำงาน แล้วก็พบว่า ชนิดาภานั่งอยู่ที่โซฟารับแขกก่อนแล้วชนิดาภาเป็นลูกสาวของนักธุรกิจด้านสื่อโฆษณาที่มีชื่อเสียงอันดับต้นๆ ของประเทศไทย เขารู้จักเธอตั้งแต่ก่อนไปเรียนเมืองนอกในงานเลี้ยงวันเกิดของบิดา ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายอยากให้สองหนุ่มสาวลงเอยกัน ด้วยความสัมพันธ์ทางธุรกิจ รูปร่างหน้าตา และสถานะของทั้งคู่นั้นเหมาะสมกันเสียจนผู้คนลุ้นว่า หากภาวัตกลับมาจากอเมริกาคงจะมีข่าวดีในเร็ววัน“ยินดีต้อนรับกลับเมืองไทยนะคะภีม”เมื่อเห็นว่าเป็นใครเดินเข้าห้องมา เจ้าของร่างบางที่อยู่ในชุดเดรสรัดรูปสีดำขับผิว ลุกขึ้นพร้อมกับเดินเข้าไปหาชายหนุ่มทันที“ขอบคุณครับ คุณจะมาไม่เห็นบอกผมก่อนเลย” พูดพร้อมกับส่งยิ้มให้คนตรงหน้า ภาวัตไม่ปฏิเสธเลยว่าชนิดาภาเป็นผู้หญิงที่งดงามเสียจนไม่มีผู้ชายคนไหนกล้าปฏิเสธ“แหม คุณกลับมาไทยไม่เห็นบอกนิด้าสักคำ” หญิงสาวแกล้งทำเป็นงอน แต่นั่นกลับทำให้เธอดูน่ารักเสียมากกว่า“พอดีผมยุ่งๆ ต้องเคลียร์อะไรหลายอย่าง เลยไม่ได้ส่งข่าวบอกใครสักคนน่ะครับ
“ใช่” ตอบน้องแล้วหันไปหาคนที่สนทนาด้วยก่อนหน้า “ฝากด้วยนะครับน้ำค้าง”ภาวัตพูดจบเท่านั้นก็จูงมือน้องสาวออกจากร้านไปทันที“โอ๊ยยย! พี่ภีมจะรีบไปไหนเนี่ย กลัวว่าริษาจะเบี้ยวไม่ยอมเรียนงั้นเหรอ?” ริษารีบพูดขึ้นทันทีเมื่อพี่ชายพามาขึ้นรถยนต์คันหรู“เปล่า แต่พี่แค่อยากมาส่งแกที่นี่ตั้งแต่พรุ่งนี้เลย”ภาวัตพูดทั้งที่สายตามองไปยังรถยนต์คันหรูที่จอดข้างๆ เขามั่นใจว่ารถคันนี้ต้องเป็นของปกรณ์แน่นอน“ทำไมคะ จะมาจีบครูพริมเหรอ? ริษาเห็นตั้งแต่เมื่อกี้แล้วว่า พี่ภีมดูสนใจเรื่องของครูพริมเป็นพิเศษ แล้วไหนจะเรื่องสามีครูพริมอีก จะอยากรู้ไปทำไมว่ามีใครเคยเห็นสามีเขาไหม? ทำไมคะ? หรือพี่ภีมคิดว่าแพรวาเป็นลูกตัวเอง?” สาวมั่นพูดพร้อมกับส่ายหัวขำขันในตัวพี่ชาย“ใช่” ภาวัตตอบเสียงนิ่ง และนั่นก็ทำให้ริษาถึงกับอึ้งไปทันที“ว่าไงนะคะ พี่ภีมพูดจริงหรือพูดเล่น” ถามเพื่อความชัวร์อีกครั้ง“พี่พูดจริง แต่พี่ยังไม่แน่ใจ”ภาวัตพยายามคิดทบทวนเรื่อง ‘คืนนั้น’ ระหว่างตนเองกับพริมพิกา และไหนจะใบหน้าของแพรวาอีก แต่คำพูดของสาวเจ้าที่บอกว่าแพรวาเป็นลูกของเธอกับสามีที่ตายไปแล้วมันทำให้เขาสับสน“เดี๋ยวนะ เรื่องมันเป็นมายังไง
เมื่อภาวัตเดินกลับเข้ามาภายในตัวร้านก็พบว่าหนูน้อยแพรวากำลังนั่งพูดคุยกับพนักงานในร้านที่ได้ยินมาว่าชื่อน้ำค้าง ชายหนุ่มมองไปยังเด็กหญิงร่างอวบอย่างพินิจจึงมั่นใจว่าใบหน้าของแพรวามีความคล้ายตนอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่อยากคิดเข้าข้างตนเองมากเกินไป เพราะเขากับพริมพิกามีความสัมพันธ์กันเพียงแค่ครั้งเดียว หากจะแจ็กพอตตั้งแต่ครั้งแรกก็คงจะเป็นไปได้ยาก“จีบครูพริมเสร็จหรือยังคะคุณพี่ชาย” ริษาเอ่ยทักขึ้นเมื่อร่างสูงสมาร์ตเดินกลับมานั่งที่โต๊ะ“จีบเจิบอะไร แค่ไปคุยด้วยเฉยๆ” คนถูกจับผิดรีบแก้ตัวทันที“จ้า ก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่อย่าลืมนะคะว่าครูพริมมีครอบครัวแล้ว พี่ภีมอย่าไปยุ่งกับคนมีครอบครัวแล้วสิ” คนเป็นน้องพูดขึ้นเพื่อเตือน จริงอยู่ว่า เธออยากให้พี่ชายเป็นฝั่งเป็นฝาสักที แต่ก็ไม่อยากให้เขาต้องทำผิดศีลธรรม“สามีของพริม เขาเสียไปแล้ว” ภาวัตพูดขึ้นมาเพื่อยืนยันเจตนาของตนเองให้น้องสาวรู้ว่าเขาไม่คิดที่จะแย่งผู้หญิงของใครแน่นอน“นั่นแน่ แล้วบอกว่าไม่สนใจ พอรู้ว่าสามีเขาเสียแล้วก็แอบมีความหวังใช่ไหมล่ะ” ริษาอดแซวไม่ได้ เมื่อมองเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่ทำตัวเลิ่กลั่ก“เออน่า” เขาไม่ตอบ ได้แต่มองไปยังแพรวาด้วยค
พริมพิกาออกมาสูดอากาศด้านนอก แม้ว่าตอนนี้ยังคงมีแดดตกลงมา แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกร้อนแต่อย่างใด เนื่องจากว่ามีลมเย็นจากต้นไม้สูงใหญ่อยู่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายทุกครั้งที่ได้ออกมาเดินเล่นบริเวณนี้“คุณสบายดีนะ”เสียงของภาวัตดังขึ้นทำให้พริมพิกาตื่นจากภวังค์ทันที แล้วหันไปมองหน้าเจ้าของร่างสูงที่กำลังเดินเข้ามาหาเธอ“คุณภีม”“ผมเพิ่งกลับจากเมืองนอก” ภาวัตพูดขึ้นหลังความเงียบงันแผ่คลุมไปชั่วอึดใจ เขาหวังอยากได้ยินคำบอกเล่าชีวิตในช่วงที่ไม่ได้เจอกันของหญิงสาวบ้าง“ค่ะ คุณล่ะ สบายดีนะคะ” พริมพิกาเอ่ยถามเสียงแผ่วเบา แม้จะมั่นใจว่าชีวิตของเขาคงมีความสุขและสบายเป็นไหนๆ ต่างจากเธอที่ก่อนหน้านี้ต้องดิ้นรนอยู่เพื่อเอาตัวรอด“ชีวิตผมก็เหมือนเดิม แต่ผมอยากรู้ชีวิตคุณมากกว่า ตั้งแต่คืนนั้น เราก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย ช่องทางติดต่อที่คุณเคยให้ไว้ ผมก็ติดต่อไม่ได้” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกึ่งไม่พอใจ เพราะใช่ว่าเขาไม่เคยพยายามติดต่อพริมพิกา แต่ทุกครั้งที่ติดต่อไปกลับพบว่าเธอปิดเครื่องตลอด“พอดี...พริมเปลี่ยนเบอร์ค่ะ”พริมพิกาตอบเสียงนิ่ง ความจริงแล้วเธอต้องการจะหนีหน้าภาวัต เพราะไม่อยากให้ชายหนุ่มรู้ว่า
“ไม่ดีกว่า ริษาเป็นคนขี้เกียจ ถ้าไม่มีครูคอยสอนคงไม่ตั้งใจเรียน” ภาวัตพูดพร้อมกับหันไปมองหน้าน้องสาวที่แอบทำจมูกย่นใส่เขา“จริงค่ะคุณพริม ริษาไม่ชอบเรียนออนไลน์เลย ไม่ต้องห่วงนะคะ ริษาสะดวกมาเรียนที่นี่ค่ะ” รีบพูดเพื่อช่วยเหลือคนเป็นพี่ทันที ยิ่งพริมพิกาพยายามปฏิเสธเท่าไร ภาวัตก็ทำท่ารุกหนักมากเท่านั้น นั่นยิ่งทำให้มั่นใจว่าพี่ชายตนเองสนใจครูสาวเข้าให้แล้ว“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ” พริมพิกาหมดหนทางจะต่อสู้กับสองพี่น้องที่เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย และหากเธอเลือกที่จะปฏิเสธอีก มีหวังชื่อเสียงที่สร้างมานานได้เสียหายแน่ๆ“ผมจะเป็นคนมาส่งน้องสาวผมเอง” เจ้าของร่างสูงสมาร์ทพูดออกไปเสียงเรียบพร้อมจ้องคุณครูคนสวยไม่วางตา“ได้ค่ะ”พริมพิกามองว่าไม่ใช่ปัญหาอะไรหากภาวัตแค่มาส่งริษา ส่วนเธอก็ทำหน้าที่อยู่ในครัว คงไม่ได้พบเจอกันบ่อย และนั่นย่อมดีสำหรับหัวใจดวงน้อยของตนเอง“และผมก็จะนั่งรอจนกว่าริษาจะเรียนเสร็จด้วย”สิ้นเสียงทุ้มที่ฟังดูราบเรียบเหมือนไม่สลักสำคัญอะไร ไม่ใช่แค่พริมพิกาที่มองอย่างอึ้งๆ ริษาเองก็อึ้งกับคำพูดของพี่ชายเช่นกัน เพราะเป็นที่รู้กันว่าคนอย่างภาวัตหวงเวลาเป็นที่สุด การที่ยอมมาเฝ้าน
“หึ” ชายหนุ่มไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่หัวเราะในลำคอเท่านั้น“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ดิฉันชื่อริษานะคะ คุณพริม”ริษารู้สึกถูกใจสาวสวยตรงหน้า แม้ว่าจะไม่สวยหยาดเยิ้มหรือแต่งตัวจัดเหมือนผู้หญิงที่ภาวัตเคยควง แต่เธอก็รู้สึกได้ว่าพริมพิกาดูเป็นคนมีเสน่ห์ และแน่นอนว่าการที่พี่ชายของเธอเอาแต่จับจ้องไม่วางตาแบบนี้…พริมพิกาจะต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ“ถ้าอย่างนั้นเชิญนั่งก่อนนะคะ” ฝ่ายเจ้าของร้านก็เรียกสติตนเองอีกครั้ง พร้อมกับเชิญทั้งสองคนให้นั่งที่โต๊ะ“เดี๋ยวน้ำค้างเอาน้ำมาเสิร์ฟนะคะครู”น้ำค้างหันมาบอกพริมพิกา ก่อนจะหายเข้าไปเตรียมน้ำรับแขกทันที“คุณเปิดร้านที่นี่นานแล้วเหรอครับ?” ภาวัตเอ่ยถามขึ้น เพราะตั้งแต่ ‘คืนนั้น’ ทั้งคู่ก็ไม่ได้ติดต่อกันอีกเลย แม้ว่าเขาจะแอบคิดถึงเธออยู่บ้าง แต่ก็ไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสพบเจอกันอีก“ก็เกือบๆ ห้าปีได้แล้วค่ะ”พริมพิกาตอบยิ้มๆ เรื่องระหว่างเธอกับเขาก็ผ่านมานานแล้ว หากจะมองว่าชายหนุ่มเป็นเหมือนเพื่อนคนหนึ่งก็คงไม่เสียหายอะไร“คุณพริมจัดร้านสวยจังเลยนะคะ เหมือนไม่ใช่ร้านอาหารไทยเลย”ริษาเอ่ยปากชม เพราะบรรยากาศร้านที่นี่ตกแต่งออกไปทางโมเดิร์นและมีสไตล์มากกว่าร้านอาหารไทยหรื







