Share

บทที่ 1

last update Last Updated: 2025-11-11 18:12:55

สิบปีก่อน...

“อันอัน! อังกอร์! อังกอร์!”

เสียงแฟนคลับตะโกนก้องไปทั่วหลังจากที่ฉันร้องเพลงสุดท้ายจบลงและก้าวลงจากเวที เสียงเรียกร้องทั้งจากหนุ่ม ๆ สาว ๆ ดังสนั่นจนทีมงานหลังเวทีหันมามองหน้ากันเป็นแถว

ฉันที่ตอนนี้เปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดสีขาวกับยีนส์ธรรมดา ๆ ยืนฟังเสียงเรียกชื่ออย่างคนยังตั้งตัวไม่ทัน ก่อนพยักหน้าให้โปรดิวเซอร์ แล้วรีบก้าวขึ้นเวทีอีกครั้งตามเสียงกรี๊ดที่แทบทำลมหายใจสั่น

ยืนมองทะเลคนตรงหน้า รอยยิ้มเจิดจ้าเต็มใบหน้า...

แหม ใครจะไปคิดว่างานแฟนมีตติ้งของฉันจะจัดได้ใหญ่ขนาดนี้ สนามกีฬาแห่งชาติเลยนะจ๊ะคนดี! คนเป็นหมื่น!

โอ๊ย ขนลุก!

“โอ๊ย!”

จู่ ๆ ฉันก็รู้สึกเจ็บแปลบที่แก้มทั้งสองข้าง รีบยกมือจับทันที

เฮ้ย! ทำไมหน้าแม่ใหญ่ขนาดนี้เนี่ย!?

“โอ๊ย!” อีกที คราวนี้เสียงดังมาจาก...ฉันเอง

“นี่แน่ะ ยังไม่ยอมตื่นอีก! รู้มั้ยตอนนี้กี่โมงแล้ว!? วันนี้มีงานพิธีกรตอนบ่ายไม่ใช่เหรอ ยังจะนอนอีก เดี๋ยวก็ไปถึงที่ถ่ายช้า!”

เสียงแม่ดังมาพร้อมมะเหงกลงกลางหัวฉันอย่างจัง

“แม่อ่ะ! อันกำลังฝันหวานอยู่เลย!” ฉันพูดพลางขยี้หัวงง ๆ

“ฝันหวานอะไรอีก! รีบตื่นไปแต่งตัวได้แล้ว งานก็ต้องไปให้ตรงเวลา จะได้ไม่เสียชื่อเสียง แล้วมากินข้าวเช้าด้วยนะ ก่อนจะเย็นชืดหมด” แม่สั่งย้ำอีกรอบ

“ค่า ๆ ตื่นแล้วค่า ท่านแม่~” ฉันตอบยืดยาวพลางหาวหวอด แล้วค่อย ๆ ลุกเดินไปห้องน้ำในสภาพครึ่งหลับครึ่งตื่น

อ้อ ฉันลืมแนะนำตัวไป!

ฉันชื่อ อรอนงค์ แต่ทุกคนเรียกฉันว่า อันอัน

ฟังดูเหมือนชื่อร้านอาหารจีนสักแห่งใช่มั้ยล่ะ? แต่ฉันขอบอกเลยว่ามันมาพร้อมเรื่องราวอันยิ่งใหญ่!

จริง ๆ แล้ว ฉันเป็นลูกสาวคนแรก (และคนเดียวด้วยแหละ) ของครอบครัว

ป๊าฉันเลยอินสุด ๆ กับการตั้งชื่อให้ลูกสาวสุดที่รัก

ถึงขั้นเปิดพจนานุกรมนั่งค้นอยู่ทั้งวันเหมือนจะตั้งชื่อให้เจ้าหญิงดิสนีย์

สุดท้ายก็เจอคำว่า “อรอนงค์” ที่แปลว่า หญิงสาวผู้มีความงาม

เริ่ดมั้ยล่ะ? ฟังแล้วเหมือนฉันต้องตื่นมาพร้อมแสงแดดที่ส่องลงบนหน้าอย่างงดงามทุกวันยังไงอย่างงั้น

ทีนี้เรื่องชื่อนิกเนมของฉันก็แข่งกันฮาไม่แพ้กัน

ตอนเกิดมา แม่ตั้งชื่อเล่นให้ว่า “แอนนา” เพราะดูฝรั่ง ดูแพง

แต่พออาม่าฉันเรียก “อาแอน~ อาแอน~” ด้วยเสียงแปร่ง ๆ สำเนียงจีน ๆ

ไป ๆ มา ๆ เสียงมันกลายร่างกลิ้งไปกลิ้งมาจนกลายเป็น “อันอัน”

แล้วทุกคนก็เรียกตามกันซะงั้น...

สรุป ฉันก็เลยกลายเป็นคุณหนู ‘อันอัน’ ตั้งแต่นั้นมา...ลูกสาวผู้มีความงาม (ตามพจนานุกรม) และชื่อที่อาม่าเป็นคนตั้งโดยอุบัติเหตุ!

ปีนี้ ฉันอายุ 18 ปีแล้ว กำลังสดใสซาบซ่าเหมือนโซดาผสมน้ำมะนาว เพิ่งสอบติดมหาวิทยาลัยชื่อดังติดท็อป 5 ของประเทศ ไม่ถึงอันดับหนึ่งก็ไม่เป็นไรหรอกเนอะ คนมันเก่งรอบด้านอยู่แล้ว!

นอกจากเรียนหนังสือแล้ว ฉันยังเป็น นักแสดง ด้วยนะ

ถามว่าทำไมถึงได้มาเป็นนักแสดงเหรอ?

เรื่องมันเริ่มตอนฉันอายุ 16 ตอนนั้นอยู่ ม.4 พอดี วันหนึ่งฉันตามเพื่อนไปกองถ่าย เพราะเจ๊หวาน พี่สาวของแหวว เพื่อนของฉัน ทำงานอยู่ที่นั่น แล้วจู่ ๆ ก็มีประกาศว่าขาดตัวประกอบสองคน และแน่นอนค่ะ ผู้โชคดีคือฉันกับแหววนั่นเอง

ตอนนั้นแค่ต้องนั่งนิ่ง ๆ ทำหน้าเนียน ๆ อยู่สามสี่ชั่วโมง ก็ได้เงินค่าขนมมาแบบงง ๆ พอได้รสชาติหอมหวานของเงินที่หาได้เองครั้งแรก ด้วยความงก ฉันก็พูดเล่น ๆ กับเจ๊หวานว่า “พี่มีงานตัวประกอบอีกไหมคะ หนูพร้อมเสมอค่ะเพื่อเจ๊!”

ใครจะไปคิดว่าพูดเล่น ๆ จะกลายเป็นเรื่องจริง เพราะหลังจากนั้น เจ๊หวาน ก็จิกฉันไปกองถ่ายแทบทุกสัปดาห์!

เหตุผลน่ะเหรอ? ก็เพราะมีตัวประกอบบางคนชอบหายตัวแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยน่ะสิ!

สุดท้าย “อีหนูอันอัน” คนนี้ก็กลายเป็นตัวประกอบสำรองประจำกอง ต้องคอยแสตนด์บายเหมือนยามเฝ้ากอง โทรมาปุ๊บ ต้องพร้อมวิ่งปั๊บ!

จนวันหนึ่ง ผู้ช่วยผู้กำกับละครเรื่องหนึ่งให้ฉันลองเล่นบท “สาวใช้จอมซื่อบื้อ”

ใครจะไปรู้ว่าบทนั้นมันจะเข้าทางฉันสุด ๆ!

ฟ้าส่งฉันให้มาเกิดเป็นนักแสดงแน่ ๆ เลย ^_^

ปรากฎว่า ผู้กำกับชอบมาก บอกว่า “เด็กคนนี้มีของ!” แล้วตั้งแต่นั้นมาฉันก็ได้บทเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จากตัวประกอบพูดได้สองคำ จนตอนนี้... กลายเป็นนางรองแล้วจ้า!

เวลาเดินเล่นข้างนอกเริ่มมีคนทัก

“นั่นอันอันใช่มั้ยคะ?”

“กรี๊ดดด ตัวจริงน่ารักกว่าในทีวีซะอีก!”

เอ้า ก็แน่นอนอยู่แล้วสิ!

ฉัน... เริ่มดังแล้วล่ะนะ!

และแล้ว...เจ๊หวาน พี่สาวเพื่อนสายคอนเน็กชั่นแน่น (แต่ซี้ใหญ่สุดคือร้านชานมไข่มุกหน้าปากซอย) ก็เสนอตัวมาเป็น “ผู้จัดการส่วนตัว” ให้ฉันเองจ้า!

เจ๊บอกว่า “ถือว่าเจ๊ลงทุนกับอนาคตดารา” แล้วก็หัวเราะแบบเสียงสูงปรี๊ดเหมือนนางมารร้ายลี้มกโช้วในหนังกำลังภายในเรื่องมังกรหยก

หน้าที่ของเจ๊หวานคือคอยรับงานแสดง งานอีเวนต์ หรืออะไรก็ตามที่มีสปอตไลต์ให้ฉันได้เฉิดฉาย

แต่มีเงื่อนไขสุดเหล็กที่ป๊ากับแม่ตั้งไว้ชัดมากว่า

“จะรับงานยังไงก็ได้ แต่ห้ามชนเวลาเรียนเด็ดขาด!”

เพราะท่านเชื่อว่า งานวงการมันก็เหมือนพลุ วิบวับแป๊บเดียวก็จางหาย

แต่ “การศึกษา” น่ะสิ จะอยู่กับเราไปยันตอนแก่ (หรือจนถึงวันที่มีลูกมาขอให้ช่วยสอนการบ้าน)

เอาล่ะ! กลับมาที่งานของฉันในวันนี้ก่อนดีกว่า~

หลังจากที่เจ๊หวานผู้จัดการมือทอง (ทองเหลืองก็ยังดี) วิ่งเต้นหางานให้พักใหญ่

ในที่สุดฉันก็ได้งานใหม่สดซิง! นั่นก็คือ... พิธีกรรายการเพลงวัยรุ่น ชื่อสุดจี๊ดว่า

“เพลงเพลินบันเทิงใจ”

โอ้โห แค่ชื่อรายการก็บันเทิงขั้นสุดแล้วค่ะท่านผู้ชม!

ฟังชื่อแล้วก็อยากจะหยิบไมค์ขึ้นมาร้อง “โย่ว!” สักที

ว่ากันว่าเจ้าของรายการเป็นผู้ตั้งชื่อนี้เองกับมือ ใช้เวลาคิด 1 วัน 1 คืนกันเลยทีเดียว

รายการนี้จะออกอากาศทุกวันศุกร์ช่วงค่ำ ๆ ช่วงเวลาแห่งความสุขของเหล่าวัยรุ่นที่จะเม้าท์กับเพื่อนในกลุ่มไลน์ มืออีกข้างก็เลื่อนมือถือดูคลิปไปเรื่อย ๆ

ส่วนฉันก็จะโผล่หน้าสวย ๆ ในจอพร้อมรอยยิ้มสว่างสดใสเหมือนดวงดาวระยิบระยับยามค่ำคืน

อีกสักครู่ ฉันก็คงจะได้เจอกับ พิธีกรหนุ่ม ที่จะมาทำรายการด้วยกันแล้วล่ะ~

แอบหวังลึก ๆ ว่าเขาจะ หล่อ สูง ยิ้มเก่ง และอารมณ์ดี เหมือนฉันที่ทั้งสวย น่ารัก และอ่อนหวาน (พูดเองก็เขินเองนะเนี่ย)

เอาเป็นว่า...ขอแนะนำตัวแต่เพียงเท่านี้ก่อนนะคะ

ฝากติดตาม “อันอันผู้เปล่งประกายประหนึ่งหลอดไฟ LED” ด้วยนะคะ!

....

              ในห้องแต่งตัวของสตูดิโอถ่ายทำแห่งหนึ่งย่านชานเมือง

อันอัน ว่าที่พิธีกรหน้าใหม่ไฟแรงเวอร์  กำลังยืนหมุนตัวหน้ากระจก เช็คชุดเดรสยาวสีขาวฟูฟ่องที่เลือกมาอย่างพิถีพิถัน เพราะนี่คือวันแรกของการออกอากาศรายการ เพลงเพลินบันเทิงใจ!

และแน่นอน… ความประทับใจแรกต้องเริ่ดที่สุดเท่านั้น!

              หญิงสาวนั่งลงพร้อมบทพูดในมือ พลิกอ่านไปเรื่อย ๆ

จากหนึ่งรอบ…เป็นสามรอบ…แล้วก็สิบรอบ

อ่านจนแทบจะจำบทของพิธีกรชายอีกคนได้แล้วด้วย!

ถ้าเขาเกิดลืมบทกลางรายการเมื่อไหร่

ไม่ต้องห่วงเลย อันอันพร้อมสวมบทแทนทันที!

“อันอัน! มานี่เร็ว!”

เสียงเจ๊หวานดังลั่นพร้อมกับประตูห้องแต่งตัวที่เปิดออกกะทันหัน ราวกับพายุพัดถล่ม

“นี่จ้ะ ภูผา หรือชื่อในวงการว่า ซันซัน พิธีกรชายที่จะดำเนินรายการร่วมกับอันอันของเรา!”

เจ๊หวานพูดพลางผายมืออย่างภูมิใจราวกับเพิ่งจับคู่ดาวเด่นแห่งจักรวาลมาเจอกัน

ชายหนุ่มร่างสูงยืนเคียงอยู่ข้าง ๆ หน้าตาหล่อแบบนิ่งสงบ แต่สายตานั้นเย็นเฉียบจนแทบจะทำให้แอร์ในห้องดับไปเลย

อันอันมองเขาไม่วางตา… (คือถ้าหล่อระดับนี้ ไม่มองก็คงเป็นบาปต่อจิตใจ)

“สวัสดีค่ะ~”

เธอยกมือไหว้พร้อมรอยยิ้มที่หวานพิเศษระดับลิขสิทธิ์แบบเอ็กคลูซีฟของอันอันเท่านั้น!

“อืม...”

เสียงทุ้มต่ำตอบกลับมาสั้น ๆ เหมือนลมพัดผ่าน...แค่นั้นจริง ๆ ไม่มีอะไรต่อ

อันอันยืนนิ่ง รอยยิ้มค้างในท่าที่พร้อมจะกลายเป็นรูปปั้นแม่หญิงพิธีกรในตำนาน

(นี่เขาเป็นสายมินิมอลทั้งคำพูดและอารมณ์หรือเปล่านะ...)

“เอ่อ...ผมชื่อ โชค ครับ เป็นผู้จัดการของคุณซันครับ”

หนุ่มร่างท้วมที่ยืนอยู่ข้าง ๆ รีบพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพและท่าทีเกรงใจสุดขีด

“คือว่า...ผมอยากจะขอปรึกษาเจ๊หวานกับคุณอันอันสักหน่อยครับ”

โชคพูดด้วยสีหน้าเคร่งเครียดเหมือนกำลังจะสารภาพผิดต่อบาทหลวงในโบสถ์สักแห่ง

“ได้เลยค่ะ!”

เสียงเจ๊หวานกับอันอันดังขึ้นเกือบพร้อมกัน...เฟรนลี่กันขนาดนี้ สมแล้วที่เป็นทีมเดียวกัน

โชคสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะพูดอย่างลังเล

“คือว่า...ซันยังไม่ได้ท่องบทที่ต้องพูดในรายการมาน่ะครับ”

เงียบ...

เงียบดับสนิทขนาดเสียงจักจั่นยังไม่กล้าแทรก

“ไม่ทราบว่า...จะขอรบกวนคุณอันอันช่วยพูดเยอะสักหน่อยได้ไหมครับ? เป็นความผิดของผมเองที่ลืมเตือนซันครับ...”

อันอันกับเจ๊หวานหันมามองหน้ากันอย่างพร้อมเพรียง

ในใจอันอันมีเสียงกรีดร้องเบา ๆ ดังขึ้น

ใช่ ฉันอ่านบทของเขาจนจำขึ้นใจได้แล้ว...แต่ไม่คิดว่าจะต้องพูดแทนจริง ๆ จัง ๆ ขนาดนี้นะ! T_T

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อันอันฉันรักเธอ   บทส่งท้าย

    หลังงานคอนเสิร์ต กระแสของเพลง “อันอันฉันรักเธอ” ยังคงแรงต่อเนื่อง เสียงเรียกร้องจากแฟนเพลงให้ปล่อยเพลงนี้ลงแพลตฟอร์มสตรีมมิงดังขึ้นแทบทุกช่องทาง ทว่า ภูผากลับตัดสินใจไม่ปล่อยเพลงอย่างเป็นทางการ เขาเลือกให้ทีมงานตัดคลิปการแสดงจากคอนเสิร์ตและเผยแพร่ผ่านช่องทางโซเชียลของบริษัทเท่านั้น เพื่อเก็บความหมายของเพลงนี้ไว้ในช่วงเวลาพิเศษดังกล่าวขณะเดียวกัน ภูผายังคงมุ่งมั่นกับการทำงานเพลงในอัลบั้มใหม่ ซึ่งจะเป็นอัลบั้มสุดท้ายที่เขาทำร่วมกับวง หลังจากนั้น สมาชิกแต่ละคนจะเลือกเดินในเส้นทางของตัวเอง บางคนตัดสินใจอยู่ทำงานเบื้องหลังกับบริษัทของภูผาต่อ บางคนก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงในบทบาทใหม่ ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์หรือนักแสดงทางฝั่งอันอันเองก็ยุ่งไม่แพ้กัน หญิงสาวทุ่มเวลาให้กับการเปิดสาขาใหม่ของร้านน้ำชา ทำให้ต้องลดบทบาทในการดูแลร้านอาหารที่เปิดไว้ในห้าง พี่ ๆ ของอันอันจึงตัดสินใจยกระดับการบริหาร ด้วยการจ้างผู้จัดการมืออาชีพมาดูแลแต่ละสาขา รวมถึงสาขาในห้าง เพื่อให้การจัดการเป็นระบบมากขึ้น และช่วยลดภาระของทุกคนลงสองเดือนหลังจบคอนเสิร์ตของภูผา เจ๊หวานก็ให้กำเนิดลูกชาย ทำให้โชคมีโอกาสได้ใช้เ

  • อันอันฉันรักเธอ   บทที่ 35

    หลังจากงานแฟนมีตติ้งผ่านไปไม่นาน แฟนคลับของอันอันที่ได้ไปร่วมงานต่างพากันโพสต์ภาพของที่ระลึกจากงานลงบนโซเชียลมีเดียอย่างคึกคัก ส่งผลให้แฟนคลับที่พลาดโอกาสไม่ได้ไปร่วมงานต่างพากันอิจฉาและบ่นเสียดายกันระงม หลายคนถึงกับออกปากว่าอยากได้ของที่ระลึกเหล่านั้นบ้าง แม้จะต้องซื้อก็ตามของที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษคือพวงกุญแจตุ๊กตาผ้าสองตัว...นางฟ้ามีปีกและนกเพนกวิน...ซึ่งถูกพูดถึงและแชร์ต่อกันอย่างรวดเร็ว จนมีแฟนคลับจำนวนไม่น้อยส่งข้อความไปยังบริษัทของภูผาและอันอัน แสดงความต้องการให้ผลิตตุ๊กตาเหล่านี้ออกมาวางจำหน่ายอย่างจริงจังแน่นอนว่าเจ๊หวานไม่พลาดโอกาสดีเช่นนี้ นอกจากจะมองเห็นศักยภาพทางการตลาดแล้ว เธอยังเห็นว่านี่เป็นช่องทางที่จะช่วยสร้างรายได้ให้กับชาวเขาที่มีฝีมือด้านการเย็บปักถักร้อยอีกด้วย เจ๊หวานจึงปรึกษากับอันอันและแม่ของอันอันว่า น่าจะลองผลิตพวงกุญแจเหล่านี้ออกมาจำหน่ายให้แฟนคลับที่สนใจ ผ่านช่องทางออนไลน์ และวางขายที่ร้านน้ำชาของอันอัน เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงแฟน ๆ ให้สะดวกยิ่งขึ้นแม่ของอันอันเห็นด้วยทันที และอาสารับหน้าที่เป็นแม่งาน ดูแลทั้งเรื่องการสั่งผลิตและการออกแบบ เมื่อได้

  • อันอันฉันรักเธอ   บทที่ 34

    โพสต์ของภูผาและอันอันบนบัญชีโซเชียลสร้างเสียงฮือฮาให้กับแฟนคลับอย่างล้นหลาม ทั้งคู่เลือกใช้ถ้อยคำเรียบง่าย งดงาม และถ่อมตน เขียนขอบคุณแฟนคลับจากใจจริง พร้อมให้คำมั่นว่าจะดูแลและเคียงข้างกันอย่างดีที่สุดยิ่งเมื่อมีคำประกาศอย่างเป็นทางการจากบริษัท ขอแรงสนับสนุนจากแฟนคลับให้ร่วมเป็นกำลังใจให้กับความรักของศิลปินทั้งสอง กระแสตอบรับก็ยิ่งอบอุ่นและเต็มไปด้วยรอยยิ้มครอบครัวของอันอันเองก็ได้เห็นถึงความจริงใจ ความสม่ำเสมอ และความเอาใจใส่ที่ภูผามีต่อเธอมาโดยตลอด จึงไม่มีเสียงคัดค้านใด ๆ ต่อการคบหาครั้งนี้ ตรงกันข้าม กลับยอมรับชายหนุ่มเสมือนเป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัวไปแล้วทางฝั่งครอบครัวของภูผาก็ไม่ต่างกัน พ่อแม่ของเขาเอ็นดูอันอันราวกับลูกสาวแท้ ๆ จนบางครั้งภูผาอดแซวไม่ได้ว่า ดูเหมือนพ่อแม่จะรักอันอันมากกว่าลูกชายแท้ ๆ อย่างเขาเสียอีก คำพูดนั้นทำเอาคุณแม่ของภูผาต้องหยิกแขนลูกชายเบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้ ท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างเอ็นดูของทุกคนสำหรับภูผาและอันอัน ทั้งสองต่างให้คำมั่นกับหัวใจของตัวเองว่าจะทะนุถนอมความรักที่มีต่อกันเอาไว้ ไม่ว่าจะต้องพบเจอกับอุปสรรคใดก็ตาม พวกเขาสัญญาว่าจะใส่ใจ ดู

  • อันอันฉันรักเธอ   บทที่ 33

    ร้านน้ำชาของอันอันเปิดตัวอย่างเงียบ ๆ โดยไม่มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ อันอันไม่ต้องการแย่งความโดดเด่นใด ๆ จากร้านเสื้อของภูผาที่อยู่ติดกัน เธอเชื่อว่าการเปิดควบคู่กันเช่นนี้จะช่วยดึงดูดลูกค้าที่อยากแวะพัก นั่งพูดคุย หรือพบปะเพื่อนฝูงในบรรยากาศเรียบง่าย และมีพื้นที่ให้ใช้เวลาได้อย่างสบายใจประกอบกับเครื่องดื่มและของว่างของร้านที่รสชาติดีเกินคาด ทำให้ในเวลาไม่นานก็มีลูกค้าเข้าแถวต่อคิวยาวออกไปนอกร้าน อันอันจึงตัดสินใจนำระบบจองคิวหน้าร้านมาใช้ พร้อมเปิดให้ลูกค้าสั่งเครื่องดื่มและของว่างล่วงหน้า รวมถึงชำระเงินล่วงหน้าได้ทันทีเมื่อออเดอร์เสร็จเรียบร้อย ระบบจะแจ้งเตือนผ่าน SMS ไปยังโทรศัพท์มือถือของลูกค้า วิธีนี้ช่วยให้ลูกค้าไม่ต้องยืนรอคิวนาน ลดความแออัดหน้าร้าน และยังช่วยป้องกันปัญหาการหากินกับการจองคิว ซึ่งมักทำให้ลูกค้าตัวจริงเสียโอกาสไปโดยไม่จำเป็นป๊าและแม่ของอันอันมักจะแวะมาที่ร้านน้ำชาแห่งนี้สัปดาห์ละครั้ง และอันอันก็มักจะจัดเตรียมโต๊ะพิเศษไว้ให้ท่านทั้งสองเสมอ พ่อแม่ของเธอบอกว่าการได้มานั่งที่ร้านทำให้รู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง เพราะได้เห็นทั้งกลุ่มเด็กนักเรียน วัยรุ

  • อันอันฉันรักเธอ   บทที่ 32

    ภูผานั่งคุยกับอันอันต่อ หลังจากที่เจ๊หวานกับโชคขอตัวไปทำธุระส่วนตัวด้วยกันก่อน“พี่ซันรู้นานแล้วใช่ไหมคะ เรื่องเจ๊หวานกับพี่โชค”อันอันเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัยปนอยากรู้“พี่ก็เพิ่งรู้ไม่นานเท่าไหร่ครับ” ภูผายิ้มบาง ๆ“แค่พี่โชคเป็นคนสังเกตง่าย พี่เลยพอจะรู้แบบอ้อม ๆ แล้ววันนั้นที่ไปเลี้ยงส่งท้ายปีที่บ้านอัน ทั้งพี่โชคกับเจ๊หวานก็มีท่าทีแปลก ๆ พี่เลยเริ่มจับตาดู”“ยังไงเหรอคะ”“ปกติเจ๊หวานจะคุยเก่งมาก แต่วันนั้นเงียบผิดปกติ ส่วนพี่โชคก็ชอบนั่งข้างเจ๊หวานตลอด แต่วันนั้นกลับขอให้พี่นั่งคั่นกลาง”“จริงด้วยค่ะ” อันอันพยักหน้า“วันนั้นอันก็รู้สึกเหมือนกันว่า มีอะไรไม่ปกติแน่ ๆ”ภูผาหัวเราะเบา ๆ“จริง ๆ พี่โชคชอบเจ๊หวานมานานแล้วล่ะครับ ที่บ้านคะยั้นคะยอให้ไปดูตัวตั้งหลายรอบก็ไม่ยอมไป พอมีคนจะช่วยแนะนำสาวให้รู้จัก ไม่ว่าจะกี่คนต่อกี่คน พี่โชคก็บอกว่าไม่ใช่สเปค”“อันไม่ทันสังเกตเลยค่ะ” อันอันหัวเราะตาม“แต่เจ๊หวานเอาใจใส่พี่โชคมากจริง ๆ นะคะ มีอะไรก็โทรหาพี่โชคก่อนเสมอ จะซื้อของกินหรือของใช้อะไร ก็เผื่อพี่โชคตลอด”เธอส่ายหน้าอย่างขำตัวเอง“อันซื่อบื้อเองที่ไม่ทันสังเกต แต่พี่ซันดูออกไวจริง ๆ”“ก

  • อันอันฉันรักเธอ   บทที่ 31

    อันอันนั่งคุยวิดีโอคอลกับภูผาไปด้วย พร้อมกับก้มหน้าตรวจบัญชีร้านไปพลาง สายตาไล่ดูตัวเลขอย่างตั้งใจแต่สีหน้ากลับงอนนิด ๆ อย่างปิดไม่มิด“ดูสิคะ” เธอบ่นเสียงอ่อน“ตอนนี้คลิปตอนพี่ซันกับอันจัดรายการเพลงเมื่อหลายปีก่อนขึ้นเต็มฟีดไปหมดเลยค่ะ ทั้งป๊าทั้งแม่ก็เปิดดู แถมเจ๊หวานยังหัวเราะใส่อันทุกครั้งที่มีคลิปใหม่โผล่มาอีก”อันอันทำหน้าเหมือนถูกจับได้“บอกกันใหญ่ว่าตอนนั้นอันตัวเตี้ย แถมแก้มเยอะ แล้วก็ชอบแกล้งพี่ซันอีกต่างหาก”“ตอนนั้นพวกเราก็แสบกันทั้งคู่นั่นแหละ”ภูผาหัวเราะเบา ๆ ผ่านหน้าจอ“อันแกล้งพี่ก่อน พี่ก็เลยต้องตั้งรับ แล้วก็แกล้งกลับบ้างสิ”“มันคือการฝึกสกิลต่างหากค่ะ”อันอันรีบเถียง ทำเสียงจริงจังปนขำ“ตอนนั้นพี่ซันทำหน้าเครียดใส่อันตลอดเลย อันก็แค่คิดว่า…จะทำยังไงให้พี่ซันยิ้มบ้าง”เธอเงยหน้าขึ้นมองจอ ก่อนจะถอนใจเบา ๆ“ดูสิคะ สุดท้ายกลายเป็นอันโดนแกล้งกลับซะเอง”เสียงหัวเราะเบา ๆ ของภูผาดังผ่านลำโพง“ตอนนั้นพี่กำลังเครียดหลายเรื่องจริง ๆ ครับ”เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง“ต้องขอบใจอันมากนะ ที่ช่วยดึงพี่ออกมาจากอารมณ์พวกนั้น คำพูดของอันทำให้พี่ได้คิดอะไรหลายอย่างเลย พี่ต้องขอบใจอันจ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status