Masuk
แนะนำเรื่อง
สิบปีหลังจากวันที่รายการเพลงชื่อดังปิดตัวลง...อันอัน และ ซันซัน คู่พิธีกรขวัญใจผู้ชมในวันวาน โคจรกลับมาพบกันอีกครั้งโดยไม่ได้นัดหมาย
คราวนี้ทั้งคู่ไม่ได้ยืนอยู่หน้ากล้องในฐานะพิธีกรเหมือนเดิม หากแต่ในฐานะ “ศิลปิน” ที่ต่างคนต่างมีอัลบั้มใหม่ในมือ
การกลับมาเดินสายโปรโมตรายการพร้อมกัน ทำให้สองชื่อที่เคยอยู่คู่กันในอดีต กลับมาเป็นที่พูดถึงอีกครั้ง
อันอัน ดาราสาวผู้รักการแสดงยิ่งกว่าสิ่งใด พร้อมความสามารถในการร้องเพลงได้ (ไม่) นิดหน่อย แต่ดันเสียงเพราะจนแฟนคลับเรียกร้องให้ออกอัลบั้มทุกสองปี
ส่วน ซันซัน นักร้องหนุ่มผู้คร่ำหวอดในวงการ ที่หันไปจับงานแสดงและคว้ารางวัลมานับไม่ถ้วน
สำหรับเธอ…ความสำเร็จของเขาคือทั้งแรงบันดาลใจและหนามตำใจในเวลาเดียวกัน
เพราะในขณะที่เขาดูเหมือนได้ทุกอย่างอย่างง่ายดาย
เธอต่างหากที่ต้องทุ่มเทสุดกำลังเพื่อให้ยืนอยู่ในจุดเดียวกัน
แต่เมื่อเส้นทางของทั้งคู่กลับมาบรรจบอีกครั้ง…
บางที “โชคชะตา” อาจกำลังเขียนบทใหม่ให้พวกเขา
บทที่มีทั้งเสียงเพลง ความทรงจำ และหัวใจที่ยังไม่เคยจางหายไปเลยตลอดสิบปีที่ผ่านมา
บทนำ
ขณะที่ชายหนุ่มในชุดดำทั้งชุดรีบก้าวลงจากรถ เดินตรงเข้าสู่ตัวตึก ท่ามกลางเสียงเรียกขานจากแฟนคลับที่ยืนรออยู่ด้านหน้า เขาไม่แม้แต่จะหันมอง เสียงกรี๊ดยังคงดังไล่หลังมา จนกระทั่ง...เขาหยุดชะงักกลางโถงทางเดิน
สายตาเขาเงยขึ้นพอดีกับหญิงสาวในเสื้อสีเขียว กางเกงดำเรียบง่ายที่เดินสวนเข้ามา มือเธอถือแก้วกาแฟจากร้านดังแบรนด์ไทยที่เพิ่งเปิดตัวใหม่
ช่วงเวลานั้นเหมือนอากาศรอบตัวหยุดนิ่ง ทั้งสองคนหยุดอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว สบตากันเพียงครู่...สั้น...แต่เหมือนยาวนานเกินบรรยาย
ก่อนที่ต่างฝ่ายจะเบือนหน้า เดินแยกไปตามทางของตัวเอง
อันอัน หญิงสาวในชุดเขียว รู้สึกหัวใจเต้นแรงอย่างห้ามไม่อยู่ ความตกใจแล่นวาบขึ้นในอก เธอไม่คิดเลยว่าจะได้เจอเขาอีก...ชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเคยสนิทจนคุยกันแทบทุกวันเมื่อสิบปีก่อน
เกือบสิบปีไม่มีแม้แต่โอกาสจะสบตากันในงานใด ๆ เหมือนโชคชะตาตั้งใจแกล้งให้พบกันในวันที่ไม่มีใครตั้งตัวได้ทัน
เธอเม้มริมฝีปากแน่น ก้าวต่อไปโดยไม่หันกลับ แต่ในหัวใจกลับเต็มไปด้วยคำถามที่ไม่มีคำตอบ
อีกด้านหนึ่ง ซันซัน หยุดฝีเท้าไว้ชั่วขณะ ก่อนหันกลับไปมองเธอจากด้านหลัง
แววตาเขามีทั้งความคิดถึงและบางอย่างที่คล้ายความเสียใจ แต่เพียงเสี้ยววินาที เขาก็ก้มหน้าเดินต่อไปอย่างคนจำใจ เพราะวันนี้ตารางงานแน่นเอี๊ยด เพลงใหม่ต้องเริ่มโปรโมต เขาไม่มีเวลาสำหรับอดีต...
ถึงอย่างนั้น เสียงในใจเขาก็ยังแผ่วเบา
“เกือบสิบปีแล้ว...เธอยังเหมือนเดิมเลยนะ อันอัน”
หลังงานคอนเสิร์ต กระแสของเพลง “อันอันฉันรักเธอ” ยังคงแรงต่อเนื่อง เสียงเรียกร้องจากแฟนเพลงให้ปล่อยเพลงนี้ลงแพลตฟอร์มสตรีมมิงดังขึ้นแทบทุกช่องทาง ทว่า ภูผากลับตัดสินใจไม่ปล่อยเพลงอย่างเป็นทางการ เขาเลือกให้ทีมงานตัดคลิปการแสดงจากคอนเสิร์ตและเผยแพร่ผ่านช่องทางโซเชียลของบริษัทเท่านั้น เพื่อเก็บความหมายของเพลงนี้ไว้ในช่วงเวลาพิเศษดังกล่าวขณะเดียวกัน ภูผายังคงมุ่งมั่นกับการทำงานเพลงในอัลบั้มใหม่ ซึ่งจะเป็นอัลบั้มสุดท้ายที่เขาทำร่วมกับวง หลังจากนั้น สมาชิกแต่ละคนจะเลือกเดินในเส้นทางของตัวเอง บางคนตัดสินใจอยู่ทำงานเบื้องหลังกับบริษัทของภูผาต่อ บางคนก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงในบทบาทใหม่ ไม่ว่าจะเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์หรือนักแสดงทางฝั่งอันอันเองก็ยุ่งไม่แพ้กัน หญิงสาวทุ่มเวลาให้กับการเปิดสาขาใหม่ของร้านน้ำชา ทำให้ต้องลดบทบาทในการดูแลร้านอาหารที่เปิดไว้ในห้าง พี่ ๆ ของอันอันจึงตัดสินใจยกระดับการบริหาร ด้วยการจ้างผู้จัดการมืออาชีพมาดูแลแต่ละสาขา รวมถึงสาขาในห้าง เพื่อให้การจัดการเป็นระบบมากขึ้น และช่วยลดภาระของทุกคนลงสองเดือนหลังจบคอนเสิร์ตของภูผา เจ๊หวานก็ให้กำเนิดลูกชาย ทำให้โชคมีโอกาสได้ใช้เ
หลังจากงานแฟนมีตติ้งผ่านไปไม่นาน แฟนคลับของอันอันที่ได้ไปร่วมงานต่างพากันโพสต์ภาพของที่ระลึกจากงานลงบนโซเชียลมีเดียอย่างคึกคัก ส่งผลให้แฟนคลับที่พลาดโอกาสไม่ได้ไปร่วมงานต่างพากันอิจฉาและบ่นเสียดายกันระงม หลายคนถึงกับออกปากว่าอยากได้ของที่ระลึกเหล่านั้นบ้าง แม้จะต้องซื้อก็ตามของที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษคือพวงกุญแจตุ๊กตาผ้าสองตัว...นางฟ้ามีปีกและนกเพนกวิน...ซึ่งถูกพูดถึงและแชร์ต่อกันอย่างรวดเร็ว จนมีแฟนคลับจำนวนไม่น้อยส่งข้อความไปยังบริษัทของภูผาและอันอัน แสดงความต้องการให้ผลิตตุ๊กตาเหล่านี้ออกมาวางจำหน่ายอย่างจริงจังแน่นอนว่าเจ๊หวานไม่พลาดโอกาสดีเช่นนี้ นอกจากจะมองเห็นศักยภาพทางการตลาดแล้ว เธอยังเห็นว่านี่เป็นช่องทางที่จะช่วยสร้างรายได้ให้กับชาวเขาที่มีฝีมือด้านการเย็บปักถักร้อยอีกด้วย เจ๊หวานจึงปรึกษากับอันอันและแม่ของอันอันว่า น่าจะลองผลิตพวงกุญแจเหล่านี้ออกมาจำหน่ายให้แฟนคลับที่สนใจ ผ่านช่องทางออนไลน์ และวางขายที่ร้านน้ำชาของอันอัน เพื่อเพิ่มช่องทางการเข้าถึงแฟน ๆ ให้สะดวกยิ่งขึ้นแม่ของอันอันเห็นด้วยทันที และอาสารับหน้าที่เป็นแม่งาน ดูแลทั้งเรื่องการสั่งผลิตและการออกแบบ เมื่อได้
โพสต์ของภูผาและอันอันบนบัญชีโซเชียลสร้างเสียงฮือฮาให้กับแฟนคลับอย่างล้นหลาม ทั้งคู่เลือกใช้ถ้อยคำเรียบง่าย งดงาม และถ่อมตน เขียนขอบคุณแฟนคลับจากใจจริง พร้อมให้คำมั่นว่าจะดูแลและเคียงข้างกันอย่างดีที่สุดยิ่งเมื่อมีคำประกาศอย่างเป็นทางการจากบริษัท ขอแรงสนับสนุนจากแฟนคลับให้ร่วมเป็นกำลังใจให้กับความรักของศิลปินทั้งสอง กระแสตอบรับก็ยิ่งอบอุ่นและเต็มไปด้วยรอยยิ้มครอบครัวของอันอันเองก็ได้เห็นถึงความจริงใจ ความสม่ำเสมอ และความเอาใจใส่ที่ภูผามีต่อเธอมาโดยตลอด จึงไม่มีเสียงคัดค้านใด ๆ ต่อการคบหาครั้งนี้ ตรงกันข้าม กลับยอมรับชายหนุ่มเสมือนเป็นสมาชิกคนหนึ่งของครอบครัวไปแล้วทางฝั่งครอบครัวของภูผาก็ไม่ต่างกัน พ่อแม่ของเขาเอ็นดูอันอันราวกับลูกสาวแท้ ๆ จนบางครั้งภูผาอดแซวไม่ได้ว่า ดูเหมือนพ่อแม่จะรักอันอันมากกว่าลูกชายแท้ ๆ อย่างเขาเสียอีก คำพูดนั้นทำเอาคุณแม่ของภูผาต้องหยิกแขนลูกชายเบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้ ท่ามกลางเสียงหัวเราะอย่างเอ็นดูของทุกคนสำหรับภูผาและอันอัน ทั้งสองต่างให้คำมั่นกับหัวใจของตัวเองว่าจะทะนุถนอมความรักที่มีต่อกันเอาไว้ ไม่ว่าจะต้องพบเจอกับอุปสรรคใดก็ตาม พวกเขาสัญญาว่าจะใส่ใจ ดู
ร้านน้ำชาของอันอันเปิดตัวอย่างเงียบ ๆ โดยไม่มีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ อันอันไม่ต้องการแย่งความโดดเด่นใด ๆ จากร้านเสื้อของภูผาที่อยู่ติดกัน เธอเชื่อว่าการเปิดควบคู่กันเช่นนี้จะช่วยดึงดูดลูกค้าที่อยากแวะพัก นั่งพูดคุย หรือพบปะเพื่อนฝูงในบรรยากาศเรียบง่าย และมีพื้นที่ให้ใช้เวลาได้อย่างสบายใจประกอบกับเครื่องดื่มและของว่างของร้านที่รสชาติดีเกินคาด ทำให้ในเวลาไม่นานก็มีลูกค้าเข้าแถวต่อคิวยาวออกไปนอกร้าน อันอันจึงตัดสินใจนำระบบจองคิวหน้าร้านมาใช้ พร้อมเปิดให้ลูกค้าสั่งเครื่องดื่มและของว่างล่วงหน้า รวมถึงชำระเงินล่วงหน้าได้ทันทีเมื่อออเดอร์เสร็จเรียบร้อย ระบบจะแจ้งเตือนผ่าน SMS ไปยังโทรศัพท์มือถือของลูกค้า วิธีนี้ช่วยให้ลูกค้าไม่ต้องยืนรอคิวนาน ลดความแออัดหน้าร้าน และยังช่วยป้องกันปัญหาการหากินกับการจองคิว ซึ่งมักทำให้ลูกค้าตัวจริงเสียโอกาสไปโดยไม่จำเป็นป๊าและแม่ของอันอันมักจะแวะมาที่ร้านน้ำชาแห่งนี้สัปดาห์ละครั้ง และอันอันก็มักจะจัดเตรียมโต๊ะพิเศษไว้ให้ท่านทั้งสองเสมอ พ่อแม่ของเธอบอกว่าการได้มานั่งที่ร้านทำให้รู้สึกเหมือนได้กลับไปเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง เพราะได้เห็นทั้งกลุ่มเด็กนักเรียน วัยรุ
ภูผานั่งคุยกับอันอันต่อ หลังจากที่เจ๊หวานกับโชคขอตัวไปทำธุระส่วนตัวด้วยกันก่อน“พี่ซันรู้นานแล้วใช่ไหมคะ เรื่องเจ๊หวานกับพี่โชค”อันอันเอ่ยถามด้วยสีหน้าสงสัยปนอยากรู้“พี่ก็เพิ่งรู้ไม่นานเท่าไหร่ครับ” ภูผายิ้มบาง ๆ“แค่พี่โชคเป็นคนสังเกตง่าย พี่เลยพอจะรู้แบบอ้อม ๆ แล้ววันนั้นที่ไปเลี้ยงส่งท้ายปีที่บ้านอัน ทั้งพี่โชคกับเจ๊หวานก็มีท่าทีแปลก ๆ พี่เลยเริ่มจับตาดู”“ยังไงเหรอคะ”“ปกติเจ๊หวานจะคุยเก่งมาก แต่วันนั้นเงียบผิดปกติ ส่วนพี่โชคก็ชอบนั่งข้างเจ๊หวานตลอด แต่วันนั้นกลับขอให้พี่นั่งคั่นกลาง”“จริงด้วยค่ะ” อันอันพยักหน้า“วันนั้นอันก็รู้สึกเหมือนกันว่า มีอะไรไม่ปกติแน่ ๆ”ภูผาหัวเราะเบา ๆ“จริง ๆ พี่โชคชอบเจ๊หวานมานานแล้วล่ะครับ ที่บ้านคะยั้นคะยอให้ไปดูตัวตั้งหลายรอบก็ไม่ยอมไป พอมีคนจะช่วยแนะนำสาวให้รู้จัก ไม่ว่าจะกี่คนต่อกี่คน พี่โชคก็บอกว่าไม่ใช่สเปค”“อันไม่ทันสังเกตเลยค่ะ” อันอันหัวเราะตาม“แต่เจ๊หวานเอาใจใส่พี่โชคมากจริง ๆ นะคะ มีอะไรก็โทรหาพี่โชคก่อนเสมอ จะซื้อของกินหรือของใช้อะไร ก็เผื่อพี่โชคตลอด”เธอส่ายหน้าอย่างขำตัวเอง“อันซื่อบื้อเองที่ไม่ทันสังเกต แต่พี่ซันดูออกไวจริง ๆ”“ก
อันอันนั่งคุยวิดีโอคอลกับภูผาไปด้วย พร้อมกับก้มหน้าตรวจบัญชีร้านไปพลาง สายตาไล่ดูตัวเลขอย่างตั้งใจแต่สีหน้ากลับงอนนิด ๆ อย่างปิดไม่มิด“ดูสิคะ” เธอบ่นเสียงอ่อน“ตอนนี้คลิปตอนพี่ซันกับอันจัดรายการเพลงเมื่อหลายปีก่อนขึ้นเต็มฟีดไปหมดเลยค่ะ ทั้งป๊าทั้งแม่ก็เปิดดู แถมเจ๊หวานยังหัวเราะใส่อันทุกครั้งที่มีคลิปใหม่โผล่มาอีก”อันอันทำหน้าเหมือนถูกจับได้“บอกกันใหญ่ว่าตอนนั้นอันตัวเตี้ย แถมแก้มเยอะ แล้วก็ชอบแกล้งพี่ซันอีกต่างหาก”“ตอนนั้นพวกเราก็แสบกันทั้งคู่นั่นแหละ”ภูผาหัวเราะเบา ๆ ผ่านหน้าจอ“อันแกล้งพี่ก่อน พี่ก็เลยต้องตั้งรับ แล้วก็แกล้งกลับบ้างสิ”“มันคือการฝึกสกิลต่างหากค่ะ”อันอันรีบเถียง ทำเสียงจริงจังปนขำ“ตอนนั้นพี่ซันทำหน้าเครียดใส่อันตลอดเลย อันก็แค่คิดว่า…จะทำยังไงให้พี่ซันยิ้มบ้าง”เธอเงยหน้าขึ้นมองจอ ก่อนจะถอนใจเบา ๆ“ดูสิคะ สุดท้ายกลายเป็นอันโดนแกล้งกลับซะเอง”เสียงหัวเราะเบา ๆ ของภูผาดังผ่านลำโพง“ตอนนั้นพี่กำลังเครียดหลายเรื่องจริง ๆ ครับ”เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลง“ต้องขอบใจอันมากนะ ที่ช่วยดึงพี่ออกมาจากอารมณ์พวกนั้น คำพูดของอันทำให้พี่ได้คิดอะไรหลายอย่างเลย พี่ต้องขอบใจอันจ







