เข้าสู่ระบบนิยายเรื่องสั้นแนวอิโรติกพีเรียดจีนโบราณ *** เน้นฉากร่วมรักเป็นหลัก *** ความใกล้ชิดเกินควร ระยะหายใจรดกัน เพียงขยับอีกนิดก็จะเกินเส้นที่ไม่อาจย้อนกลับได้ ไม่เปิดช่องว่างให้หลบหนี แม้เพียงเสี้ยวลมหายใจยังถูกกักไว้ระหว่างระยะของทั้งสอง
ดูเพิ่มเติม"บัดซบเหตุใดข้าต้องมาคอยหาอาภรณ์ให้พวกนางด้วยเล่า" ดรุณีน้อยวัยสาวสะพรั่งนาม ชุนอัน สบถออกมายามอยู่เพียงลำพังทั้งยังลงไม้ลงมือบดขยี้อาภรณ์ระบายอารมณ์ขุ่นเคืองใจ
ชุนอันหนึ่งในลูกศิษย์หญิงของสำนักเมฆาเข้าร่วมเมื่อปีที่แล้ว นางมีฐานะต่ำต้อยทั้งยังเรียนรู้วรยุทธ์เชื่องช้าไม่พอซ้ำยังไม่ได้โดดเด่นในคนหมู่มากน้อยคนนักจะรู้จักหากไม่แล้วคงคิดว่านางเป็นเพียงสาวใช้ เดิมทีวันนี้เป็นงานชุมนุมฤดูกาลเชื้อเชิญทั้งสี่สำนักในยุทธภพมาร่วมแข่งขันวรยุทธ์หาศิษย์สุดยอดของแต่ละสำนักเป็นอันดับหนึ่ง เดิมทีนางสมควรนั่งอยู่สักแห่งชมการแข่งขันวรยุทธ์อย่างเบิกบานใจหากทว่านางแข็งแกร่งกว่าศิษย์น้องสักนิดคงไม่ต้องมาคอยรับใช้หาอาภรณ์ให้ผู้อื่นเช่นนี้ "เพ๊ย! เจ้าพวกเต่าโง่เง่าคอยดูเถอะมารดาจะทำให้พวกเจ้าเกรงกลัวต่อข้าให้จงได้" 'อ๊ะ อ้าา เหว่ยเออร์' นั่นเสียงใคร!! ชุนอันชะงักตกอกตกใจรีบยกมือปิดปากด้วยความเกรงกลัวขบคิดหากผู้ใดได้ยินเสียงนางเข้าไม่พ้นถูกทำโทษหรือถูกขับไล่ออกจากสำนักแน่โทษทานแอบฟันผู้อื่น 'อ้ะ ข้า ขะ...หายจะ-' 'ชู่ว์ อย่าเสียงดังไปลู่เสียน' เอ๊ะเหตุใดยังมีเสียงดังขึ้นอีกทั้งยังมิใส่เสียงพูดคุยกันเสียด้วย หากตั้งใจฟังดูแล้วนี่ไม่ใช่หนึ่งหญิงหนึ่งบุรุษกำลังลอบมีสัมพันธ์กันหรอกหรือตามหนังสือภาพที่นางแอบดูพวกเขากำลังทำเช่นนั้นกันหรือ ชุนอันก้าวเดินตามเสียงไปอย่างเชื่องช้าทุกย่างก้าวระมัดระวังทว่าเมื่อรู้ตัวอีกทีนางก็มาจุดตรงทีนี้เสียแล้วด้วยสัญชาตญาณของความอยากรู้อยากเห็น 'อื้ออ ท่านจางเหว่ย' 'ซี๊ดด เจ้าช่างร่านยิ่งนัก' ระ รองเจ้าสำนัก?? ชุนอันมองด้วยความตกตะลึงหาได้ตกตะลึงท่านรองเจ้าสำนักลักลอบมีสัมพันธ์กับลูกศิษย์ในงานชุมนุมหากแต่นางตกตะลึงท่อนเอ็นลำอวบนั้นเข้าไปข้างในได้อย่างไรกัน ตับ! ตับ! ตับ! 'อ่าา รูของเจ้าตอดข้าแรงยิ่งนัก' แม้ชุนอันจะมองเห็นเพียงแผ่นหลังขาวเนียนแน่น ทับเทียบเรือนร่างอรชรทว่าสายตากลับสอดส่องมองหายังจุดเชื่อมประสานเสียดสีกันเข้าออกตามแรงโถมกระแทกกลีบบุปผาถูกบดขยี้จนขึ้นสี 'อะ รองเจ้านัก อ๊ะ ข้า เสียว อ๊า!' สตรีนางนั้นเจ็บหรอกหรือไยท่านรองเจ้าสำนักช่างไม่รักหยกถนอมบุปผาเอาเสียเลย แต่ทว่าหากเจ็บไยถึงยังร้องซูดปากทั้งใบหน้ายังแดงก่ำเต็มไปด้วยหฤหรรษ์อีก 'อื้มมม ซี๊ดด' ชุนอันหลับตาลงพันนึกยามท่านรองเจ้าสำนักกระแทกจนสตรีนางนั่นสั่นสะท้าน นางเองก็ขนลุกซู่อย่างไม่ทราบสาเหตุ ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ! 'อาา' จางเหว่ยกระแทกท่อนเอ็นลำอวบเข้าไปในร่องสวาทถี่รั่วจนพวกไข่กระทบกับก้นงามจนเกิดเสียงสนั่น "อูยย แรงอีก ข้าไม่ไหว อ้ะ แล้ว" อารมณ์สวาทของชายหนุ่มพุ่งทะยานจนถึงขีดสุดยามกระแทกกลีบจนขมิบบีบรัดตอนท่อนลำจน ชุนอันมองภาพร่วมรักเบื้องหน้าด้วยหัวใจเต้นรั่วตื่นเต้นเพียงชั่วครู่หนึ่งท่านรองเจ้าสำนักท่อนเอ็นออกมากลีบสวาทของสตรีนางนั่นแบะออก ช่างดูเย้ายวนเสียจริง อ๊อก! อ๊อก! ที่แท้ท่านรองเจ้าสำนักถอดท่อนเอ็นลำอวบแล้วนำจ่อเข้าปากสตรีนางนั่นกลืนกินเข้าไป ปากนางจะไม่ฉีกเอาหรอกหรือ "อ๊าา" เสร็จสิ้นแล้วหรือ ชุนอินรู้สึกถึงความผิดปกติของร่างกายส่วนร่างอีกทั้งกลัวถูกจับได้จึงลุกลี้ลุกลนวิ่งจากไปทันทีอย่างเงียบ หารู้ไหมว่าคนมีวรยุทธ์สูงส่งรับรู้ได้ถึงบุคคลที่สามตั้งเสียนานแล้ว“อี๋หยาง..”“ข้ารักเจ้าจริงๆ รักมากเสียจนไม่อาจยอมเสียเจ้าไปได้ หากยามก่อนข้าทำผิดต้องเจ้ายามนี้ข้ายอมชดใช้เจ้าชั่วชีวิต”เฟยหงสูดลมหายใจลึกๆ เม้มริมฝีมากแน่น กลิ่นกายบุรุษเย้ายวนจนนางขนลุกซู่กระตุ้นอารมณ์สวาท“ถอดเสื้อผ้าออก” ริมฝีปากหนาเบาลมหายใจร้อนรดต้นคอระหงษ์ ฝ่ามือใหญ่ลูบไล้ตามเรือนร่างอรชนผ่านอาภรณ์ของนางอย่างหนักหน่วงยิ่งนางหลับตาพรึ่บคล้อยตามอี๋เฉิงยิ่งพึงพอใจ“อื้มม~”มือเรียวดึงสาบคอเสื้อของอี๋หยางไว้ ใบหน้าเชิดขึ้นรับจุมพิตทั้งดุดันทั้งร้อนแรงประหนึ่งจะกลืนกินนางลงไปจ๊วบบ! จ๊วบบ~เสียงนางครวญครางยิ่งกระตุ้นให้อี๋หยางตะบบจูบจนเกิดเสียงดังก้องทั่วห้อง “อ้าา..หวานเหลือเกิน”“ข้าทั้งสองจะทำให้เจ้าสุขสมได้ตามต้องการ”หัวใจแกร่งเต้นกระหน่ำด้วยความตื่นเต้น หนึ่งบุรุษสองสตรีหรือมากกว่านั้นนับมีมากมายแต่หนึ่งสตรีสองบุรุษนับว่าหาได้ยากยิ่งนักอี๋เฉิงจัดการถอดอาภรณ์ออกให้พ้นทาง ปทุมทันคู่งามเด่นโชว์เชิญชวนให้ชิม เม็ดบัวแข็งทื่อชูชันก่อนยกมือบีบเค้นกอบกุมจนเต็มไม้เต็มมือมันใหญ่ขึ้นมากกว่าเดิม?“อื้อมม..อ่าาส์” ร่างอรชนสั่นสะท้านระริกเมื่อเม็ดบัวถูกดูดดึงจนเสียวกระสั่น กระทั่งยังไม่
ตามความคิดของเฟยหง ในเมื่ออี๋หยางเผยความในใจออกมาปฏิบัติอ่อนโยนดีต่อนางเช่นนี้จึงเกิดความลังเลไม่น้อยนางยังคงรักอี๋เฉิงมาตลอดไม่อาจทำผิดต่อเขาแม้นางจะยินดีที่มีคนรักและหวังดีต่อนางเช่นนี้ทว่าเหตุการณ์ในชาตินั้นยังคงฝังใจ บุรุษทั้งสองต่างเอาแต่บอกว่า ‘อย่างได้กังวลใจ’ เหอะ! มารดากังวลจะตายอยู่แล้วในเมื่อเลือกไม่ได้นางเอาทั้งสองได้หรือไม่?“ไป๋! เฟย! หง!” น้ำเสียงของดรุณีน้อยผู้หนึ่งแวดออกมาด้วยโทสะที่ปะทุอยู่เต็มอก เรียกเจ้าของชื่อน้ำทีละคำ “นางสุนัขจิ้กจอกเจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่!”เฟยหงเงยหน้าขึ้นภายในเรือนไม่ได้จุดโคมจึงไม่เห็นหน้าว่าเป็นผู้ใด แต่นางแน่นอนในน้ำเสียงและท่าทางเอาแต่ใจเช่นนี้‘ไป๋หนิงฮวา’ บุตรีผู้เกิดจากฮูหยินไป๋หึ! ในชาติก่อนนะหรือ…หากมีใช่นางที่เป็นอนุเข้ามาแล้วจะเป็นผู้ใดไปได้อีก ระริกระรี้อย่าได้สามีผู้อื่นจนบิดาต้องไปขอพระราชทานสมรสให้“ข้าคิดจะทำอะไรหรือเจ้าคะคุณหนูไป๋” จากนั้นนางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ทีหนึ่งก่อนเอ่ยขึ้นในเมื่อนางอุส่าห์หลงลืมไปแล้วแต่เจ้าแสร้งมาหาเรื่องเองล่ะก็อย่าหวังว่าจะได้กับไปแล้วหน้ายิ้มบานระรื่นหนิงฮวายิ้มเย้ยยัน “เหอะ! ไม่รู้จริงหรือ…เหต
น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบข้างหู“ท่านี้เสียวหรือไม่”อี๋หยางแม้ไม่ได้ขึ้นชื่อเรื่องบุรุษเสเพลแต่ท้วงท่าการร่วมรักนับว่าไม่เป็นรองผู้ใดเป็นแน่เรือนผมเงางามถูกรวบดึงไปด้านหลังจนนางต้องเชิดใบหน้าขึ้น รูสวาทถูกสอดใส่จากทางด้านหลังมันเสียวซ่านจนร่างสั่นสะท้านริกๆ แม้แก่นกายไม่ใหญ่เท่าอี๋เฉิงแต่ท่าทางเช่นนี้พลันทำให้เสียวสะท้านไม่น้อย“อื้มม..เอาออกไปได้หรือไม่”“แน่ใจหรือ แต่เจ้าตอดขมิบข้าไม่เว้นเลย”ร่องรักฉ่ำเยิ้มด้วยน้ำรักตอดขมิบตุบๆ เอ็นอวบของเขาจนต้องกัดฟันครวญคราง “ซี๊ดดด…ส์”เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!!“อื้อ! อื้มมมม~”เฟยหงยามนี้คล้ายถูกให้มอมเมาด้วยรสสวาทที่ไม่าจจะหักห้ามใจได้ จากที่ตั้งใจไว้คราเดียวยามนี้นางไม่รู้แล้วว่ามันคือครั้งที่เท่าไหร่จนแสงจากอาทิตย์ริบหรี่แล้ว“ไฉนไม่มีคนมาตามข้า อ๊ะ!”“มีคนเฝ้าหน้าประตู”กระไรนะ!!??“ท่านทำอะไรลงไปรู้ตัวบ้างหรือไม่” นางดีดดิ้นตัวจนหลุดจากพันธะการที่ถูดยัดเยียด“อ๊าาสส์…” เอ็บอวบหลุดออกจากสวาท อี๋หยางมองไม่วางตาน้ำหวานผสมกับน้ำขาวขุ่นที่ไหลย้อยตามเรียวขางาม “ข้ารู้ตัวดี อีกไม่นานก็จะคบแต่งกันแล้วไยจะเข้าหอก่อนไม่ได้เล่า”“นางเป็นสตรีของข้า!”สุ่มเสียงท
เฟยหงใบหน้าเริ่มซีดเผือกเมื่อได้ฟังจบประโยค สิ่งที่คาดเดาไว้คงไม่เกิดขึ้นหรอกกระมังเกรงว่าสถานการณ์จะตาลปัตรมากกว่านี้เขาย้อนเวลากลับมา?!“จริงๆ แล้วไม่กี่วันก่อนข้าฝัน…” เขาหยุดลงก่อนจะถอนหายใจเฮือกหนึ่ง “เหอะ! มันก็แค่ความฝันตื่นหนึ่งเท่านั้น”ทว่าเป็นความฝันตื่นหนึ่งที่ยาวนานเสมือนมันเกิดขึ้นเสียอย่างนั้น ความรู้สึกที่ปวดหนึบหน้าอกยังคงอยู่ไม่จางหายแม้จะตื่นจากห้วงของความฝัน“ท่านฝันงั้นหรือ…” เฟยหงค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาสบตากับอีกฝ่ายการตายแล้วเกิดใหม่ได้รับรู้เรื่องราวล่วงหน้านับเป็นเรื่องที่ดีสวรรค์เมตตา แต่นี่กระไรกันคนที่ไม่สมควรให้รับรู้เรื่องราวล่วงหน้าหรือเรื่องราวในฝันกับเป็นบุรุษเจ้าเล่ห์ผู้นี้“เหอะ!” เฟยหงเค้นน้ำเสียงเย้ยยันตนเอง “สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย”พรึ่บ!เพียงครู่หนึ่งคล้ายมีแรงดึงให้นางปะทะกับหน้าอกแกร่งของอี๋หยางอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว กระแทกจนหน้าอกนุ่มนิ่มบดเบียด“อี๋หยาง!” เหยหงตะโกนตกใจ“กระไรหรือ” ยิ่งเห็นนางดิ้นขัดขืนเสมือนกับกระตุ้นความรู้สึกอยากเอาชนะเสียให้ได้“ปล่อยข้า!!”ตุบ!! ตุบ..!!ร่างบางพยายามดิ้นให้แรง ทั้งทุบ ทั้งตีอี๋หยางรั้งตัวให้แนบร่
ภายในเรือนนอนยามนี้ทั้งร้อนอบอ้าวเต็มไปด้วยกลิ่นวสันต์คละคลุ้ง เปรียบเสมือนกับพายุที่โหมกระหน่ำหยุดลงและก่อเกิดขึ้นซ้ำๆหากผู้ใดเข้ามาพบเห็นในนี้คงไม่มีทางสลับเปลี่ยนเจ้าบ่าวอีกเป็นแน่ เรือนร่างทั้งสองที่นอนกอดกันอย่างเหนื่อยล้าเต็มทนทั้งร่างยังเปื้อนไปด้วยกลิ่นคาวเหงื่อไคล“ข้าจะรับผิดชอบ”“อื้ม”
"ละ ลี่อินนางหลับอยู่" ชุนอันเอ่ยน้ำเสียงติดขัดขาดหายเป็นบางคำนางยังมีความอายอยู่บ้างที่จะร่วมรักกับเขาในห้องนอนที่มีบุตรสาวนอนอยู่"เช่นนั้น..."รู้ตัวอีกทีชุนอันก็ถูกเขาโอบอุ้มมายังห้องทำงานเสียแล้ว ทั้งระหว่างทางยังถูกบุรุษเจ้าเล่ห์ผู้นี้โลมเล้าเรือนร่างจนอาภรณ์หลุดลุ่ยเผยช่วงไหปลาร้าจนถึงเนินอ
ห้าปีต่อมา...หลังปลีกตัวออกจากสำนักเมฆามาได้ ชุนอันตัดสินใจแน่วแน่เลือกลงจากภูเขาที่แห่งนั้น หลีกหนีภาพจำอดีตอันน่าปวดใจและลืมเลือนจางเหว่ยบุรุษเย็นชาไร้หัวใจหากแต่ทว่าชีวิตกลับไม่สงบเรียบง่ายอย่างที่คาดไว้ พอผ่านพ้นได้ไม่กี่เดือนนางก็ได้รับรู้ว่ามีสิ่งมีชีวิตตัวจิ๋วได้อาศัยอยู่ในท้องเสียแล้ว จาก
"อื้อออ....." ชุนอันส่งเสียงร้องบิดตัวเกียจคร้านไปมาบนเตียง ความเจ็บปวดความปวดเหมือนที่เคยมีพลันหายไปในพริบตา ได้อย่างไร!!? นางชะงักตัวเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างรวดเร็ว"หากตื่นแล้วก็ลุกซะ!! อย่าทำตัวอ่อนแอให้ผู้อื่นเดือดร้อน" เสียงสูงแหลมปรี๊ดดังขึ้นแววมาแต่ไกลจนแสบแก้วหูไม่ต้องสงสัยให้มากความนั่นคือกู











