Se connecter“อาจารย์คะไนท์เดี๋ยวก่อนค่ะ” สุพิชฌาย์วิ่งตามปณัยกรมายังรถของเขา
“มีอะไรครับ”
“หนูขอแนะนำตัวอีกทีนะคะ หนูชื่อเปียโนค่ะ หนูเรียนกับอาจารย์เมื่อกี้”
“ครับคุณเปียโนมีอะไรครับ” ชายหนุ่มจำเธอได้เพราะทั้งสองครั้งที่มาสอนเธอก็เอาแต่นั่งจ้องหน้าเขาจนเกือบสมาธิหลุด เธอเป็นนักศึกษาที่มีใบหน้าสวยอีกทั้งรูปร่างก็ดีจนมีอยู่หลายครั้งที่เขาเผลอมอง
“อาจารย์เรียกหนูเปียโนเฉยๆ เถอะค่ะ อาจารย์กำลังจะไปเยี่ยมอาจารย์ทรงวุฒิใช่ไหมคะ” ปณัยกรมองหน้าเธอแล้วคิ้วขมวด เพราะไม่คิดว่าเธอจะรู้ว่าเขากำลังจะไปที่ไหน
“ใช่ครับมีอะไรหรือเปล่า”
“หนูอยากไปเยี่ยมอาจารย์ด้วยค่ะ วันศุกร์หนูไปทีหนึ่งแล้วค่ะ หนูคุยกับแฟนของอาจารย์แล้วบอกเธอจะไปเยี่ยมอีกและจะซื้อขนมไปฝาก อาจารย์ให้หนูติดรถไปด้วยคนนะคะ” สุพิชฌาย์รอฟังคำตอบด้วยใจที่เต้นแรง
“มันจะดีเหรอครับ” ปณัยกรไม่เคยให้นักศึกษาคนไหนขึ้นรถของเขามาก่อน
“ดีสิคะ เราไปเยี่ยมอาจารย์จะต้องดีใจมากๆ แน่เลยค่ะ”
“ผมไม่ได้หมายถึงเรื่องนั้น”
“แล้วอาจารย์หมายถึงเรื่องอะไรคะ”
“หมายถึงเรื่องที่คุณจะไปกับผม ผมเป็นอาจารย์คุณเป็นนักศึกษา ออกไปด้วยกันแบบนี้คงไม่ดีเท่าไหร่”
“อาจารย์คิดมากเกินไปแล้วค่ะ เราเลิกเรียนแล้วนะคะ แล้วอาจารย์ก็ไม่ใช่อาจารย์ประจำสักหน่อย ให้หนูไปด้วยนะคะ”
“ผมว่าคุณน่าจะขับรถมานะ ทำไมไม่ขับไปเองล่ะ”
“หนูไม่อยากเอารถไปเองค่ะ ที่นั่นหาที่จอดรถยากมากหนูขับรถไม่ค่อยเก่งด้วยค่ะ” สุพิชฌาย์อธิบายเหตุผล
“แต่....” ปณัยกรยังลังเล
“หรือที่อาจารย์ไม่ให้หนูไปด้วยเพราะรังเกียจนักศึกษาอย่างหนูที่จะนั่งรถไปด้วย” หญิงสาวทำเสียงให้ฟังดูน่าเห็นใจ
“ไม่ใช่แบบนั้นแต่ผมกลัวคนอื่นเห็นแล้วมันจะไม่เหมาะสมนะผมเป็นอาจารย์คุณเป็นนักศึกษานะครับ” ปณัยกรย้ำอีกครั้ง
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เราไปทำธุระด้วยกันนี่คะ การไปเยี่ยมอาจารย์ทรงวุฒิมันไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรเลยนะคะอาจารย์หนูขอไปด้วย” หญิงสาวพยายามตื๊อ
ปณัยกรมองหน้าเธออย่างลังเล เขารู้ว่าสุพิชฌาย์เป็นลูกสาวของดอกเตอร์สุชาติเจ้าของมหาวิทยาลัยที่นี่จึงไม่ค่อยอยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวแต่ถ้าหากครั้งนี้ปฏิเสธก็กลัวมันจะมีปัญหา สำหรับตนเองคงไม่ใช่เรื่องใหญ่เพราะไม่ใช่อาจารย์ประจำที่นี่
แต่ถ้าเกิดปัญหานี้มันลามไปถึงรุ่นพี่อย่างอาจารย์ทรงวุฒิก็คงไม่ค่อยดีสำหรับเขา
“เอาอย่างงั้นก็ได้คุณไปเยี่ยมอาจารย์ทรงวุฒิที่โรงพยาบาลกับผม เสร็จแล้วผมจะกลับมาส่งคุณเอารถที่นี่ตกลงไหม”
“ตกลงค่ะ อาจารย์ใจดีมากๆ” เลยหญิงสาวยิ้มก่อนจะรีบเปิดประตูขึ้นไปนั่งบนรถของเขาทันที
“คาดเบลท์ด้วยครับ” เขาบอกอย่างสุภาพ
“ค่ะ” สุพิชฌาย์คาดเข็มขัดจากนั้นก็นั่งเงียบจนกระทั่งรถออกมาจากมหาวิทยาลัยและใกล้จึงร้านเค้กที่เธอจะซื้อไปฝากภรรยาของอาจารย์ทรงวุฒิ
“อาจารย์ค่ะ ถ้าเลยไฟแดงนี้ไปแล้วอาจารย์ช่วยจอดที่หน้าร้านกาแฟได้ไหมคะ”
“ครับ” ปณัยกรไม่ถามเหตุผลเขาขับรถผ่านแยกไปที่เธอบอกก่อนจะจอดที่หน้าร้านกาแฟ
“อาจารย์จะเอากาแฟด้วยมั้ยคะ กาแฟร้านนี้รสชาติดีมาก ขนมก็อร่อยค่ะ”
“อ๋อ....คุณเองเหรอเปียโนที่เป็นคนเอากาแฟมาให้ผม”
“ค่ะ เป็นไงคะอร่อยถูกใจมั้ยคะ”
“ก็อร่อยดีนะแต่คราวหน้าไม่ต้องผมเกรงใจ”
“มันคงไม่มีคราวหลังแล้วค่ะเพราะวันนี้อาจารย์จะมาสอนที่นี่เป็นวันสุดท้ายใช่ไหมคะ”
“ครับ”
“น่าเสียดายจังเลยค่ะ หนูนึกว่าจะได้เรียนกับอาจารย์อีก”
หญิงสาวพูดด้วยความเสียดายจากนั้นเธอก็ลงไปจากรถซื้อขนมและกาแฟสำหรับฝากอาจารย์ทรงวุฒิกับภรรยาก่อนจะกลับขึ้นมาบนรถโดยไม่ได้ซื้อกาแฟของตนเองและปณัยกรมาเพราะเธอวางแผนไว้ว่าหลังจากเยี่ยมอาจารย์ทรงวุฒิเสร็จแล้วจะชวนเขาไปทานข้าว
เมื่อนึกถึงแผนการของตัวเองที่จะอยู่ใกล้ชิดกับอาจารย์ปณัยกรมากขึ้นก็อมยิ้มอย่างมีความสุข
“เรียบร้อยค่ะ” หญิงสาวบอกเมื่อขึ้นมานั่งและคิดเข็มขัดเรียบร้อยแล้ว
“ต้องแวะซื้ออะไรอีกไหม”
“ไม่แล้วค่ะเราไปโรงพยาบาลได้เลย”
เมื่อมาถึงโรงพยาบาลปณัยกรก็ให้สุพิชฌาย์ขึ้นไปข้างบนก่อนส่วนเขาเอารถไปจอดและแวะซื้อผลไม้ที่ร้านของโรงพยาบาลก่อนจะขึ้นไปบนห้องพักของอาจารย์รุ่นพี่
“สวัสดีครับพี่วุฒิเป็นยังไงบ้างครับ
“ดีขึ้นแล้ว ขอบใจนะไนท์ที่ไปสอนแทนแล้วยังมาเยี่ยมอีก”
“ไม่เป็นไรครับพี่ แล้วนี่พี่แก้วไปไหนแล้วล่ะครับ” ปณัยกรมองไปรอบห้องแล้วไม่เห็นภรรยาของรุ่นพี่แต่เห็นถุงขนมที่สุพิชฌาย์ซื้อมาเมื่อครู่วางอยู่
“แก้วไปติดต่อเรื่องเอกสารน่ะ การสอนนักศึกษาที่นี่แตกต่างจากที่เดิมไหม”
“นิดหน่อยครับพี่”
“ถ้าติดใจอยากมาสอนประจำก็บอกได้นะ ที่นี่ยังต้องการอาจารย์อีกมากอาทิตย์อยากมาสอนแทนอยู่ไหมล่ะ”
“ไม่ดีกว่าครับพี่ ถ้าผมไปสอนวันเสาร์อีกนักศึกษาคงได้บ่นเพราะไม่ได้พักทั้งที่เป็นวันหยุด”
“เรื่องนักศึกษาไม่เท่าไหร่หรอก อยู่ที่นายมากกว่าเสียเวลาพักผ่อนไปตั้งครึ่งวันคงเหนื่อยแย่”
“ไม่เหนื่อยหรอกครับปกติแล้ววันหยุดผมก็ไม่ค่อยได้ออกไปไหน”
“ก็เพราะเก็บตัวอยู่แบบนี้ถึงได้ยังไม่มีแฟน อายุก็ขึ้นเลขสามแล้วนะไนท์ไม่คิดจะมีครอบครัวกับเขาบ้างเหรอ”
“คิดสิครับพี่ แต่ยังไม่มีคนถูกใจแล้วผมก็จีบผู้หญิงไม่เก่งด้วย”
“หน้าตาหล่ออย่างนายพี่ว่าผู้หญิงน่าจะเป็นคนมาจีบมากกว่า”
“ถ้ามีก็ดีสิครับ”
“อยากให้พี่แนะนำให้ไหมล่ะ อาจารย์ที่คณะยังมีโสดอยู่หลายคนนะ”
“ไม่ดีกว่าครับพี่ ผมไม่อยากมีแฟนทำอาชีพเดียวกัน กลัวว่ากลับไปบ้านก็ยังคุยกันเรื่องงานชีวิตคงน่าเบื่อ”
“แล้วนายชอบผู้หญิงแบบไหนล่ะ”
“แบบไหนก็ได้ครับขอแค่เป็นตัวของตัวเองไม่เสแสร้งและที่สำคัญคืออยู่ด้วยแล้วมีความสุข”
ปณัยกรหยุดการสนทนาไว้แค่นั้นเมื่อประตูห้องพักเปิดออกและสุพิชฌาย์เดินเข้ามากับอาจารย์กิ่งแก้วรุ่นพี่ที่สอนอยู่มหาวิทยาลัยเดียวกับเขา
“สวัสดีครับพี่แก้ว”
“สวัสดีค่ะอาจารย์ไนท์ มานานแล้วเหรอคะ”
“สักพักแล้วครับ”
“ทานข้าวกลางวันมาหรือยังล่ะ”
“ยังเลยครับ ผมว่ากลับจากที่นี่ค่อยไปหาอะไรทาน”
“หนูก็ยังไม่ได้กินข้าวเหมือนกันคะ หนูขอไปกินด้วยคนได้ไหมคะ”
“ให้น้องเปียโนไปด้วยนะไนท์ เมื่อก็เธอก็บ่นว่าหิวข้าวอยู่เหมือนกัน”
“ครับ” เพราะเห็นแก่รุ่นพี่ทั้งสองคนปณัยกรเลยตอบตกลง
“ขอบคุณนะคะอาจารย์”
“ผมขอตัวก่อนนะครับพี่แก้ว พี่วุฒิแล้วจะมาเยี่ยมใหม่”
หลังจากเคลียร์งานทุกอย่างเป็นที่เรียบร้อยปณัยกรก็เดินทางมาที่ประเทศอังกฤษเขาเข้าพักที่อพาร์ตเมนต์ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหอพักของสุพิชฌาย์มากนักปณัยกรมาถึงที่นี่ตั้งแต่กลางดึกแต่ไม่อยากจะไปรบกวนเวลาพักผ่อนของสุพิชฌาย์ วันนี้เข้าจึงรีบตื่นนอนตั้งแต่เช้าแล้วไปดักรอหญิงสาวที่หน้ามหาวิทยาลัย เขารู้ว่าวันนี้สุพิชฌาย์ไม่มีเรียนแต่เธอมีนัดอ่านหนังสือกับเพื่อนผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงคนที่เขาคิดถึงสุดหัวใจก็กำลังเดินเข้ามาใกล้ หญิงสาวไม่ทันสังเกตเพราะคนที่พิงกำแพงและก้มหน้าอยู่นั้นคือคนรักของตัวเอง“เปียโน” ปณัยกรเรียกชื่อคนรักเบาๆสุพิชฌาย์หยุดเดินเมื่อได้ยินเสียงเรียกเบาๆ หญิงสาวรู้สึกคุ้นหูกับเสียงที่เรียกและมันฟังดูไม่ใช่เพื่อนชาวต่างชาติของเธอเธอหันมองแล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าคนยืนอยู่นั้นคือคนที่เธอกำลังคิดถึงมากที่สุดในตอนนี้ สุพิชฌาย์โผกอดด้วยความดีใจและไม่สนใจสายตาของคนอื่นที่เดินผ่านไปผ่านมา“พี่ไนท์ มาได้ยังไง” สุพิชฌาย์ร้องไห้ด้วยความดีใจเพราะก่อนหน้านี้ปณัยกรโทรมาบอกว่าพวกเขามาหาเธอตามนัดไม่ได้ทำให้เธอน้อยใจและงอนอยู่หลายวันแต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะมาอยู่ที่นี่ก่อนเวลาที่นัดไว้“คิดถึงก็เลย
ช่วงปิดเทอมใหญ่ปณัยกรไม่มีสอนที่มหาวิทยาลัยรัฐบาล ชายหนุ่มจึงมีเวลาเรียนรู้งานกับคุณสุชาติอย่างเต็มที่ ส่วนช่วงเปิดเทอมนั้นเขาก็วางแผนเอาไว้แล้วว่าจะสอนนักศึกษาวันจันทร์ถึงวันพุธเต็มวันส่วนวันพฤหัสกับวันศุกร์เขาจะสอนแค่ครึ่งวันเพื่อจะปลีกตัวมาทำงานที่มหาวิทยาลัยของคุณสุชาติชายหนุ่มปรึกษาเรื่องนี้กับรุ่นพี่และเขาก็บอกว่าไม่มีปัญหาอะไร ถ้าออกมาทำงานข้างนอกมันไม่ได้กระทบกับการสอน ปณัยกรไม่ใช่คนแรกที่ทำแบบนี้เนื่องจากยังมีอาจารย์อีกหลายท่านที่ทำงานอื่นแต่ต้องรับผิดชอบในวิชาของตนเองให้ครบถ้วนตอนนี้ก็ผ่านมาสองเดือนที่เขาเรียนรู้งานกับคุณสุชาติได้มากแล้ว ชายหนุ่มวางแผนเอาไว้ว่าก่อนที่มหาวิทยาลัยจะเปิดภาคเรียนที่หนึ่งเขาจะบินไปหาสุพิชฌาย์ที่อังกฤษ ซึ่งเรื่องนี้เขายังไม่ได้แจ้งคุณสุชาติแต่ก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะที่ผ่านมาเขาก็รับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายอย่างดีมาตลอดอีกทั้งช่วงที่จะบินไปนั้นก็เป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยของคุณสุชาติ ปิดภาคเรียนซัมเมอร์เพื่อให้นักศึกษาพักก่อนจะเริ่มเรียนในภาคเรียนต่อไปเมื่อคิดว่าจะได้เจอกับคนรักปณัยกรก็ยิ้มอย่างมีความสุขเขานั่งทำงานอยู่ในห้องของตัวเองจนกร
เวลาหนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็วตอนนี้ก็ถึงเวลาที่สุพิชฌาย์จะต้องเดินทางไปเรียนต่อประเทศอังกฤษแล้ว แม้ในใจไม่อยากจะจากคนรักไปแต่เธอก็ยังรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับบิดาและเมื่อคิดว่ากลับมาแล้วจะได้ทำงานร่วมกับปณัยกรหญิงสาวก็เลยใช้ตรงนี้เป็นแรงผลักดันส่วนตัวปณัยกรก็รู้สึกใจหายเพราะตั้งแต่รู้จักกับสุพิชฌาย์มานานหลายเดือนเขากับเธอแทบไม่เคยอยู่ห่างกันเลย ครั้งนี้จึงเป็นการห่างกันเป็นครั้งแรกแต่เขาก็ต้องยอมให้หญิงสาวไปเรียนเพราะนั่นคืออนาคตของเธอก่อนวันเดินทางเขาและเธอต่างก็พากันไปรู้จักเพื่อนของอีกฝ่ายเพื่อเป็นการเลี้ยงส่งซึ่งดูเหมือนว่าสุพิชฌาย์จะเข้ากับเพื่อนของเขาได้ดี ส่วนเขากับเพื่อนสุพิชฌาย์นั้นเคยเจอกันใยฐานะอาจารย์กับลูกศิษย์มาบ้างแล้วแต่พอได้มารู้จักกันอีกครั้งก็รู้สึกแปลกไปบ้างแต่พอคุยไม่นานก็เริ่มปรับตัวได้วันนี้สุพิชฌาย์จะต้องเดินทางไปเรียนแล้ว ปณัยกรมาส่งเธอที่สนามบินและแยกตัวออกมาคุยกันตามลำพังส่วนบิดามารดาของเธอก็ยืนรออยู่ซึ่งทั้งสองคนจะตามไปส่งสุพิชฌาย์ที่อังกฤษด้วย “เปียโนต้องคิดถึงพี่ไนท์มากๆ แน่เลยค่ะ” สุพิชฌาย์เริ่มจะงอแงเมื่อถึงเวลาที่ต้องจากกันจริงๆ“เราวิดีโอคอลหากันไ
“พ่อว่ายังไงบ้างคะพี่ไนท์” หญิงสาวถามเมื่อปณัยกรเปิดประตูเข้ามานั่งในตำแหน่งคนขับ“ท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร”“พี่ไนท์คะตอบให้มันละเอียดหน่อยสิคะ”“พ่อของเปียโนไม่ว่าอะไรหรอกครับ”“หมายความว่าพ่อยอมให้เราคบกันใช่ไหม”“ครับ”“พ่อพูดอะไรกับพี่บ้างพี่หายไปนานเปียโนใจคอไม่ดีเลยนะคะ”ปณัยกรหันมายิ้มก่อนจะขับรถออกจากมหาวิทยาลัยระหว่างทางเขาก็เรื่องที่ตัวเองคุยกับบิดาของสุพิชฌาย์ให้เธอฟังทั้งหมด“โล่งอกไปทีค่ะ เปียโนมีความสุขที่สุดเลยค่ะ”“พี่ก็เหมือนกันครับ เย็นนี้พ่อของเปียโนให้พี่พาเปียโนไปที่บ้าน”“ไปทำไมคะ”“ท่านก็คงอยากเจอลูกสาว”“เปียโนว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ๆ เลยค่ะ”“อย่าคิดมากไปเลยนะ ตอนนี้เราไปหาอะไรกินก่อนดีกว่ายังเหลือเวลาอีกนานกว่าจะถึงเวลานัดเปียโนอยากไปไหนล่ะ”“ไปกินข้าวแล้วก็ดูหนังสักเรื่องดีไหมคะ”“ครับ”ทั้งสองทานอาหารกลางวัน ดูหนังและเดินเล่นจนถึงเย็นจากนั้นปณัยกรก็ขับรถออกจากห้างสรรพสินค้าเพื่อนตรงไปยังบ้านของคุณสุชาติตามที่นัดไว้ระหว่างทางสีหน้าของสุพิชฌาย์ดูเป็นกังวล ปณัยกรเอื้อมมือมาจับไว้เพื่อหวังให้เธอรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจมากขึ้น“พี่ไนท์ว่าพ่อกับแม่จะคุยอะไรกับ
ปณัยกรมีสีหน้าเครียดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อมาถึงมหาวิทยาลัยเอกชนที่คุณสุชาติบิดาของคนรักเป็นเจ้าของ ชายหนุ่มแจ้งกับเลขาที่หน้าห้องว่าเขานัดคุณสุชาติไว้แล้วเลขาของคุณสุชาติโทรเข้าไปแจ้งเจ้านายจากนั้นปณัยกรก็เคาะประตูก่อนจะเปิดเข้าไป“สวัสดีครับคุณสุชาติ”“สวัสดีครับอาจารย์ปณัยกร เชิญนั่งก่อน”“ขอบคุณครับคุณสุชาติเรียกผมว่าอาจารย์ไนท์ก็ได้นะครับเรียกเต็มยศแบบนี้ผมรู้สึกเกร็งๆ ยังไงก็ไม่รู้”“ได้สิว่าแต่วันนี้อาจารย์ไนท์เข้ามาพบผมมีอะไรจะคุยเหรอ ใช่เรื่องที่จะเริ่มสอนนักศึกษาช่วงซัมเมอร์นี้หรือเปล่าติดปัญหาตรงไหนแจ้งผมได้ตลอดเลยนะ” คุณสุชาติถามอย่างใจดี“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกครับ”“อ้าวแล้วมีเรื่องอะไรล่ะอย่าบอกนะครับว่าเปลี่ยนใจจะไม่มาสอนที่นี่แล้ว ผมเสียดายอาจารย์ที่สอนเก่งๆ อย่างคุณแย่เลย”“คือคุณสุชาติครับ....” ชายหนุ่มมีท่าทางอึดอัดเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไงถึงเรื่องที่ตนเองตั้งใจมาหาคุณสุชาติในวันนี้“อาจารย์ไนท์มีอะไรก็พูดกับผมตรงๆ เลยนะครับไม่ต้องเกรงใจหรอก”“คือเรื่องที่ผมจะมาคุยกับคุณสุชาติวันนี้ก็คือเรื่องที่ผมกับเปียโนคบกันอยู่ครับ”“อะไรนะ....คบกันเหรอ” คุณสุชาติทำทีเป็นตกใจ
ระยะเวลาที่อยู่ปราณบุรีสามวันสี่คืนเป็นช่วงเวลาที่สุพิชฌาย์และปณัยกรมีความสุขมากๆ ทั้งสองใช้เวลาด้วยกันอย่างเต็มที่แม้จะไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนไกลจากที่พักแต่สุพิชฌาย์ก็มีความสุขที่ได้อยู่กับเขาตามลำพังและเมื่อถึงวันที่จะต้องเดินทางกลับหญิงสาวก็แทบไม่อยากจะขึ้นรถเลย“เปียโนครับ พี่ว่าเรารีบไปกันเถอะนะยืนอยู่ตรงนี้นานๆ ผิวเสียไม่รู้ด้วยนะ”“ก็เปียโนยังไม่อยากกลับนี่คะ เราอยู่ต่อไม่ได้เหรอคะ”“พี่ก็อยากจะอยู่ต่อนะแต่วันนี้พ่อกับแม่ของเปียโนกลับมาแล้วพรุ่งนี้พี่โดยจะเข้าไปคุยกับท่านที่มหาวิทยาลัย พี่โทรแจ้งกับเลขาของท่านไว้แล้ว”“พี่ไนท์คะ เปียโนว่ายังไม่ต้องบอกพ่อกับแม่ได้ไหมคะ” สุพิชฌาย์เริ่มเป็นกังวลเพราะกลัวจะถูกบิดาห้าม“ทำไมล่ะครับเปียโน เราคุยเรื่องนี้กันหลายครั้งแล้วนะ ว่าพี่จะต้องบอกพ่อกับแม่ของเปียโน”“เปียโนกลัวค่ะว่าถ้าบอกแล้วพ่อจะให้เปียโนย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านเปียโนคงทนไม่ได้แน่ๆ ถ้าไม่ได้อยู่กับพี่แบบนี้”“อย่าเพิ่งกลัวในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นเลยพี่เชื่อว่าพ่อกับแม่ของเปียโนเป็นผู้ใหญ่มากพอ แล้วที่ผ่านมาเปียโนก็ไม่เคยทำให้ท่านผิดหวังทั้งเรื่องเรียนจบได้เรื่องที่กำลังจะไปเรียนต่







