LOGINเมื่อออกจากห้องพักของอาจารย์ทรงวุฒิแล้วสุพิชฌาย์ก็เดินตามปณัยกรมายังรถของเขา
“ถ้าอาจารย์ลำบากใจ ไปส่งหนูเอารถเลยก็ได้นะคะ เดี๋ยวหนูไปหาข้าวกินเองก็ได้ค่ะ” หญิงสาวพูดอย่างเกรงใจ ขณะตากลมโตก็เหลือบมองคนที่เดินเคียงข้างมาด้วย
“ไม่เป็นไรหรอกผมพาคุณไปกินข้าวแล้วค่อยไปส่งก็ได้”
“แล้วเราจะไปกินอาหารที่ร้านไหนกันดีค่ะอาจารย์” สุพิชฌาย์ถามปณัยกรหลังจากที่เธอขึ้นมานั่งบนรถของเขาแล้ว
“คุณอยากกินอะไรล่ะเปียโน”
“หนูกินอะไรก็ได้ค่ะแล้วอาจารย์นะคะชอบกินอาหารอะไรเป็นพิเศษ”
“ผมกินได้ทุกอย่าง”
“แต่บ่ายวันเสาร์แบบนี้หนูว่าร้านอาหารต้องคนเยอะแน่เลยค่ะเราไปกินบนห้างดีไหมคะอาจารย์ เดินผ่านร้านไหนที่คนน้อยเราก็เข้าร้านนั้น อาจารย์หิวมากหรือเปล่า”
“ผมยังไม่หิวเท่าไหร่หรอก แต่คุณทนไหวแน่นะเมื่อกี้คุณบ่นว่าหิว”
“ก็หิวอยู่นะคะแต่หนูคิดว่าทนได้ค่ะ”
“ถ้ายังงั้นไปห้างที่ใกล้ที่สุดก็แล้วกันนะ กินเสร็จผมจะได้รีบกลับมาส่งคุณ”
“ได้ค่ะอาจารย์”
บ่ายวันเสาร์ผู้คนในห้างสรรพสินค้าค่อนข้างหนาตาทั้งสองคนเดินไปยังโซนที่จำหน่ายอาหารผ่านร้านอาหารอยู่หลายร้านแต่ละร้านก็มีคนมาใช้บริการค่อนข้างเยอะ สุพิชฌาย์กำลังมองไปยังร้านอาหารญี่ปุ่นตรงหน้าและเธอคิดว่าถ้ายังสรุปไม่ได้เธอจะเลือกทานร้านนั้นเนื่องจากตอนนี้หิวจนท้องร้องไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบแล้ว
“เปียโนคิดออกหรือยังว่าจะกินอะไร” ตอนนี้ปณัยกรก็เริ่มหิวมากแล้วจึงได้ถามขึ้น
“อาจารย์คะหนูขอกินอาหารญี่ปุ่นได้ไหม แต่มื้อนี้หนูขอเป็นคนเลี้ยงอาจารย์เองนะคะ”
“ได้ยังไงล่ะ ผมเป็นผู้ชายแล้วผมก็เป็นอาจารย์นะจะให้ลูกศิษย์มาเลี้ยงได้ยังไง”
“แต่หนูเกรงใจอาจารย์นี่คะ อาจารย์พาหนูไปเยี่ยมอาจารย์ทรงวุฒิแล้วยังพาหนูมากินข้าวอีก”
“ถ้าเกรงใจก็รีบเข้าไปกินเถอะกินข้าวเสร็จผมมีธุระจะต้องไปทำต่อ”
“อาหารที่นี่อร่อยมากเลยนะคะสดมากๆ เลยค่ะ ปกติอาจารย์ชอบกินอาหารญี่ปุ่นไหม” สุพิชฌาย์ชวนปณัยกรคุยระหว่างทานอาหารเธอรู้สึกว่าอาหารญี่ปุ่นที่เธอโปรดปรานรสชาติของมันอร่อยกว่าทุกครั้งที่เคยมาทานเลยทีเดียว
“ก็ชอบอยู่นะแต่ไม่ค่อยได้มากินบ่อยหรอก”
“แล้วปกติอาจารย์กินอะไรเหรอคะ ไปกินกับใคร”
“วันธรรมดาผมก็กินที่มหาวิทยาลัยวันหยุดก็กินร้านอาหารที่อยู่ใกล้ๆ มหาวิทยาลัยนั่นแหละ”
“ใช้ชีวิตแบบนั้นหนูว่าเหงาแย่เลยค่ะ เอาอย่างนี้สิคะอาจารย์ถ้าวันไหนอาจารย์อยากหาเพื่อนกินข้าวอาจารย์โทรตามหนูได้เลยนะ”
ปณัยกรไม่ตอบรับหรือปฏิเสธเขาแค่ยิ้มจากนั้นก็นั่งทานอาหารของตนเองอย่างเงียบๆ บางครั้งก็เงยหน้าขึ้นมองสุพิชฌาย์ที่ดูท่าทางจะชอบอาหารญี่ปุ่นมากจริงๆ
หญิงสาวชวนเขาคุยเรื่องเลยเปื่อยจน จนอาหารบนโต๊ะหมดและเขาก็เป็นคนจ่ายค่าหารทั้งหมดเพราะคงไม่มีอาจารย์ที่ไหนยอมให้ลูกศิษย์เป็นคนเลี้ยงอาหารอย่างแน่นอน
“หนูเกรงใจอาจารย์จังเลยค่ะ ค่าอาหารมันไม่ใช่ถูกๆ เลย” เธอรู้สึกเกรงใจและคิดว่าคงต้องหาโอกาสเลี้ยงข้าวเขากลับคืน
“ไม่เป็นไรหรอก ถือว่าเป็นการขอบคุณค่ากาแฟก็แล้วกันนะ”
“อาจารย์คะ ค่ากาแฟมันไม่เท่าไหร่มันเทียบกับราคาอาหารได้เลยเอาอย่างนี้ก็แล้วกันนะคะ ถ้ามีโอกาสหน้าเราออกมากินข้าวด้วยกันอีกหนูเป็นเจ้ามือเองนะคะ” สุพิชฌาย์เสนอ
“ผมรู้นะเปียโนว่าคุณเป็นลูกสาวเจ้าของมหาวิทยาลัยมีเงินเยอะมาก แต่คุณไม่จำเป็นต้องมาเลี้ยงผมหรอกนะ”
“หนูไม่ได้อยากเลี้ยงอาจารย์เพราะอวดรวยหรอกนะคะ แต่หนูก็แค่เกรงใจ เราออกมากินข้าวด้วยกันจะให้ผู้ชายจ่ายแค่ฝ่ายเดียวได้ยังไง”
“เรื่องนั้นค่อยว่ากันอีกทีนะ ตอนนี้ผมว่าเรารีบกลับกันดีกว่า ผมจะไปส่งคุณเอารถที่มหาวิทยาลัยนะ” ชายหนุ่มคิดว่าถ้าคุยต่อก็คงไม่จบง่ายๆ เพราะดูแล้วสุพิชฌาย์เป็นคนไม่ยอมคนเท่าไหร่ เขาขึ้นมานั่งในตำแหน่งคนขับแล้วรีบออกจากห้างสรรพสินค้าทันที
“อาจารย์บอกว่ามีธุระไปทำต่ออาจารย์จะไปทำอะไรคะหรือว่านัดแฟนไว้แล้วออกมากับหนูแบบนี้แฟนอาจารย์จะเข้าใจผิดหรือเปล่าคะ” สุพิชฌาย์แอบถามเพื่อความแน่ใจทั้งที่ตนเองก็รู้มาจากภรรยาของอาจารย์ทรงวุฒิมาแล้ว
“ผมไม่ได้นัดแฟนไว้หรอกแต่มีธุระต้องไปดูคอนโด”
“คอนโดมีปัญหาเหรอคะอาจารย์”
“เปล่าหรอกผมแค่จะไปดูคอนโดใหม่น่ะ”
“ที่ไหนคะ”
“คอนโดxxx”
“อาจารย์จะย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่เหรอคะ”
สุพิชฌาย์รู้จักคอนโดนี้ดีเพราะเธอเคยคิดจะให้บิดาซื้อให้อยู่หลายครั้งเพราะมันใกล้กับมหาวิทยาลัยมากๆ แต่บิดามารดาก็ไม่ยอมซื้อให้เพราะบอกว่าเพราะอยากให้เธอพักอยู่ที่บ้านมากกว่าแต่ครั้งนี้หญิงสาวคิดว่าจะต้องมาอยู่คอนโดแห่งนี้ให้ได้
“ครับ” ปณัยกรตอบสั้นๆ
“ทำไมอาจารย์ถึงจะย้ายมาอยู่ที่นี่ล่ะคะ” เธอชวนเขาคุยขณะเดินมาที่ลานจอดรถ
“แต่ก่อนผมอยู่บ้านพักของอาจารย์ แต่ก็อยู่มานานหลายปีแล้วก็เลยอยากจะเปิดโอกาสให้รุ่นน้องได้เขามาอยู่บ้านพักบ้าง ผมเงินเดือนมากพอที่จะออกมาอยู่ข้างนอกโดยไม่ได้เดือดร้อนอะไร” ปณัยกรบอกถึงเหตุผล
“แต่หนูว่าคอนโดที่อาจารย์จะย้ายมาอยู่ มันก็อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยที่อาจารย์สอนนะคะดูท่าทางเป็นส่วนตัวด้วยค่ะ”
“ผมก็คิดแบบนั้นวันนี้ก็เลยว่าจะไปดูห้องสักหน่อยว่าเรียบร้อยดีไหม”
“อาจารย์คะอาจารย์สอนที่มหาวิทยาลัยรัฐบาลที่เดียวเหรอคะ”
“ครับ”
“ทำไมอาจารย์ไม่มาสอนที่มหาวิทยาลัยเอกชนบ้างล่ะคะ หนูว่าเงินเดือนน่าจะดีกว่า”
“เงินเดือนมันดีกว่าก็จริงแต่ผมเริ่มต้นจากที่นั่นและเป็นคนไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่”
“หนูก็ไม่ได้หมายความว่าให้อาจารย์ลาออกสักหน่อยก็แค่มาสอนเพิ่ม”
“ผมมีเวลาว่างแค่วันเสาร์”
“แต่หนูรู้มานะคะว่าอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเขาไม่ได้สอนตลอดทั้งวันสักหน่อย”
“ก็ไม่ได้สอนตลอดทั้งวันแต่คาบสอนมันก็มีทั้งเช้าและบ่ายน่ะ”
บทสนทนาเรื่องการสอนของปณัยกรหยุดไปเมื่อชายหนุ่มขับรถเข้ามาในมหาวิทยาลัย
“ขอบคุณมากนะคะอาจารย์ที่ให้หนูติดรถไปเยี่ยมอาจารย์ แล้วยังพาไปกินของอร่อยด้วย ถ้ามีโอกาสหนูจะเลี้ยงข้าวตอบแทนอาจารย์นะคะ”
“ไม่เป็นไรหรอกแค่นี้เอง”
“อาจารย์คะเราจะได้เจอกันอีกหรือเปล่าคะ”
“ผมก็ให้คำตอบไม่ได้นะ ถ้าผมมีโอกาสมาสอนที่นี่ก็คงจะได้เจอกัน”
“เราจะไม่เจอกันที่อื่นนอกจากที่มหาวิทยาลัยเลยเหรอคะอาจารย์” หญิงสาวชวนเขาคุยไปเรื่อยเพราะอยากจะทำความรู้จักกับอาจารย์คนนี้ให้มากขึ้น
“ผมก็นึกไม่ออกเหมือนกันนะว่าเราสองคนจะเจอกันได้ที่ไหน นั่นรถของคุณใช่ไหมเปียโน” เขาชะลอความเร็วของรถเมื่อเลี้ยวเข้ามาบริเวณตึกคณะ
“ใช่ค่ะ”
“ผมส่งคุณตรงนี้นะ”
“ขอบคุณมากค่ะอาจารย์แต่หนูหวังว่าหนูจะได้เจออาจารย์อีกนะคะบ๊ายบายค่ะ” หญิงสาวโบกมือและรอให้เขาขับรถกลับออกไปก่อนที่ตัวเองจะเข้าไปนั่งในรถความคิดบางอย่างผุดขึ้นก่อนจะรีบขับรถตรงกลับไปบ้านของตัวเองทันที
หลังจากเคลียร์งานทุกอย่างเป็นที่เรียบร้อยปณัยกรก็เดินทางมาที่ประเทศอังกฤษเขาเข้าพักที่อพาร์ตเมนต์ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหอพักของสุพิชฌาย์มากนักปณัยกรมาถึงที่นี่ตั้งแต่กลางดึกแต่ไม่อยากจะไปรบกวนเวลาพักผ่อนของสุพิชฌาย์ วันนี้เข้าจึงรีบตื่นนอนตั้งแต่เช้าแล้วไปดักรอหญิงสาวที่หน้ามหาวิทยาลัย เขารู้ว่าวันนี้สุพิชฌาย์ไม่มีเรียนแต่เธอมีนัดอ่านหนังสือกับเพื่อนผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงคนที่เขาคิดถึงสุดหัวใจก็กำลังเดินเข้ามาใกล้ หญิงสาวไม่ทันสังเกตเพราะคนที่พิงกำแพงและก้มหน้าอยู่นั้นคือคนรักของตัวเอง“เปียโน” ปณัยกรเรียกชื่อคนรักเบาๆสุพิชฌาย์หยุดเดินเมื่อได้ยินเสียงเรียกเบาๆ หญิงสาวรู้สึกคุ้นหูกับเสียงที่เรียกและมันฟังดูไม่ใช่เพื่อนชาวต่างชาติของเธอเธอหันมองแล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าคนยืนอยู่นั้นคือคนที่เธอกำลังคิดถึงมากที่สุดในตอนนี้ สุพิชฌาย์โผกอดด้วยความดีใจและไม่สนใจสายตาของคนอื่นที่เดินผ่านไปผ่านมา“พี่ไนท์ มาได้ยังไง” สุพิชฌาย์ร้องไห้ด้วยความดีใจเพราะก่อนหน้านี้ปณัยกรโทรมาบอกว่าพวกเขามาหาเธอตามนัดไม่ได้ทำให้เธอน้อยใจและงอนอยู่หลายวันแต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะมาอยู่ที่นี่ก่อนเวลาที่นัดไว้“คิดถึงก็เลย
ช่วงปิดเทอมใหญ่ปณัยกรไม่มีสอนที่มหาวิทยาลัยรัฐบาล ชายหนุ่มจึงมีเวลาเรียนรู้งานกับคุณสุชาติอย่างเต็มที่ ส่วนช่วงเปิดเทอมนั้นเขาก็วางแผนเอาไว้แล้วว่าจะสอนนักศึกษาวันจันทร์ถึงวันพุธเต็มวันส่วนวันพฤหัสกับวันศุกร์เขาจะสอนแค่ครึ่งวันเพื่อจะปลีกตัวมาทำงานที่มหาวิทยาลัยของคุณสุชาติชายหนุ่มปรึกษาเรื่องนี้กับรุ่นพี่และเขาก็บอกว่าไม่มีปัญหาอะไร ถ้าออกมาทำงานข้างนอกมันไม่ได้กระทบกับการสอน ปณัยกรไม่ใช่คนแรกที่ทำแบบนี้เนื่องจากยังมีอาจารย์อีกหลายท่านที่ทำงานอื่นแต่ต้องรับผิดชอบในวิชาของตนเองให้ครบถ้วนตอนนี้ก็ผ่านมาสองเดือนที่เขาเรียนรู้งานกับคุณสุชาติได้มากแล้ว ชายหนุ่มวางแผนเอาไว้ว่าก่อนที่มหาวิทยาลัยจะเปิดภาคเรียนที่หนึ่งเขาจะบินไปหาสุพิชฌาย์ที่อังกฤษ ซึ่งเรื่องนี้เขายังไม่ได้แจ้งคุณสุชาติแต่ก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะที่ผ่านมาเขาก็รับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายอย่างดีมาตลอดอีกทั้งช่วงที่จะบินไปนั้นก็เป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยของคุณสุชาติ ปิดภาคเรียนซัมเมอร์เพื่อให้นักศึกษาพักก่อนจะเริ่มเรียนในภาคเรียนต่อไปเมื่อคิดว่าจะได้เจอกับคนรักปณัยกรก็ยิ้มอย่างมีความสุขเขานั่งทำงานอยู่ในห้องของตัวเองจนกร
เวลาหนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็วตอนนี้ก็ถึงเวลาที่สุพิชฌาย์จะต้องเดินทางไปเรียนต่อประเทศอังกฤษแล้ว แม้ในใจไม่อยากจะจากคนรักไปแต่เธอก็ยังรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับบิดาและเมื่อคิดว่ากลับมาแล้วจะได้ทำงานร่วมกับปณัยกรหญิงสาวก็เลยใช้ตรงนี้เป็นแรงผลักดันส่วนตัวปณัยกรก็รู้สึกใจหายเพราะตั้งแต่รู้จักกับสุพิชฌาย์มานานหลายเดือนเขากับเธอแทบไม่เคยอยู่ห่างกันเลย ครั้งนี้จึงเป็นการห่างกันเป็นครั้งแรกแต่เขาก็ต้องยอมให้หญิงสาวไปเรียนเพราะนั่นคืออนาคตของเธอก่อนวันเดินทางเขาและเธอต่างก็พากันไปรู้จักเพื่อนของอีกฝ่ายเพื่อเป็นการเลี้ยงส่งซึ่งดูเหมือนว่าสุพิชฌาย์จะเข้ากับเพื่อนของเขาได้ดี ส่วนเขากับเพื่อนสุพิชฌาย์นั้นเคยเจอกันใยฐานะอาจารย์กับลูกศิษย์มาบ้างแล้วแต่พอได้มารู้จักกันอีกครั้งก็รู้สึกแปลกไปบ้างแต่พอคุยไม่นานก็เริ่มปรับตัวได้วันนี้สุพิชฌาย์จะต้องเดินทางไปเรียนแล้ว ปณัยกรมาส่งเธอที่สนามบินและแยกตัวออกมาคุยกันตามลำพังส่วนบิดามารดาของเธอก็ยืนรออยู่ซึ่งทั้งสองคนจะตามไปส่งสุพิชฌาย์ที่อังกฤษด้วย “เปียโนต้องคิดถึงพี่ไนท์มากๆ แน่เลยค่ะ” สุพิชฌาย์เริ่มจะงอแงเมื่อถึงเวลาที่ต้องจากกันจริงๆ“เราวิดีโอคอลหากันไ
“พ่อว่ายังไงบ้างคะพี่ไนท์” หญิงสาวถามเมื่อปณัยกรเปิดประตูเข้ามานั่งในตำแหน่งคนขับ“ท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร”“พี่ไนท์คะตอบให้มันละเอียดหน่อยสิคะ”“พ่อของเปียโนไม่ว่าอะไรหรอกครับ”“หมายความว่าพ่อยอมให้เราคบกันใช่ไหม”“ครับ”“พ่อพูดอะไรกับพี่บ้างพี่หายไปนานเปียโนใจคอไม่ดีเลยนะคะ”ปณัยกรหันมายิ้มก่อนจะขับรถออกจากมหาวิทยาลัยระหว่างทางเขาก็เรื่องที่ตัวเองคุยกับบิดาของสุพิชฌาย์ให้เธอฟังทั้งหมด“โล่งอกไปทีค่ะ เปียโนมีความสุขที่สุดเลยค่ะ”“พี่ก็เหมือนกันครับ เย็นนี้พ่อของเปียโนให้พี่พาเปียโนไปที่บ้าน”“ไปทำไมคะ”“ท่านก็คงอยากเจอลูกสาว”“เปียโนว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ๆ เลยค่ะ”“อย่าคิดมากไปเลยนะ ตอนนี้เราไปหาอะไรกินก่อนดีกว่ายังเหลือเวลาอีกนานกว่าจะถึงเวลานัดเปียโนอยากไปไหนล่ะ”“ไปกินข้าวแล้วก็ดูหนังสักเรื่องดีไหมคะ”“ครับ”ทั้งสองทานอาหารกลางวัน ดูหนังและเดินเล่นจนถึงเย็นจากนั้นปณัยกรก็ขับรถออกจากห้างสรรพสินค้าเพื่อนตรงไปยังบ้านของคุณสุชาติตามที่นัดไว้ระหว่างทางสีหน้าของสุพิชฌาย์ดูเป็นกังวล ปณัยกรเอื้อมมือมาจับไว้เพื่อหวังให้เธอรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจมากขึ้น“พี่ไนท์ว่าพ่อกับแม่จะคุยอะไรกับ
ปณัยกรมีสีหน้าเครียดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อมาถึงมหาวิทยาลัยเอกชนที่คุณสุชาติบิดาของคนรักเป็นเจ้าของ ชายหนุ่มแจ้งกับเลขาที่หน้าห้องว่าเขานัดคุณสุชาติไว้แล้วเลขาของคุณสุชาติโทรเข้าไปแจ้งเจ้านายจากนั้นปณัยกรก็เคาะประตูก่อนจะเปิดเข้าไป“สวัสดีครับคุณสุชาติ”“สวัสดีครับอาจารย์ปณัยกร เชิญนั่งก่อน”“ขอบคุณครับคุณสุชาติเรียกผมว่าอาจารย์ไนท์ก็ได้นะครับเรียกเต็มยศแบบนี้ผมรู้สึกเกร็งๆ ยังไงก็ไม่รู้”“ได้สิว่าแต่วันนี้อาจารย์ไนท์เข้ามาพบผมมีอะไรจะคุยเหรอ ใช่เรื่องที่จะเริ่มสอนนักศึกษาช่วงซัมเมอร์นี้หรือเปล่าติดปัญหาตรงไหนแจ้งผมได้ตลอดเลยนะ” คุณสุชาติถามอย่างใจดี“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกครับ”“อ้าวแล้วมีเรื่องอะไรล่ะอย่าบอกนะครับว่าเปลี่ยนใจจะไม่มาสอนที่นี่แล้ว ผมเสียดายอาจารย์ที่สอนเก่งๆ อย่างคุณแย่เลย”“คือคุณสุชาติครับ....” ชายหนุ่มมีท่าทางอึดอัดเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไงถึงเรื่องที่ตนเองตั้งใจมาหาคุณสุชาติในวันนี้“อาจารย์ไนท์มีอะไรก็พูดกับผมตรงๆ เลยนะครับไม่ต้องเกรงใจหรอก”“คือเรื่องที่ผมจะมาคุยกับคุณสุชาติวันนี้ก็คือเรื่องที่ผมกับเปียโนคบกันอยู่ครับ”“อะไรนะ....คบกันเหรอ” คุณสุชาติทำทีเป็นตกใจ
ระยะเวลาที่อยู่ปราณบุรีสามวันสี่คืนเป็นช่วงเวลาที่สุพิชฌาย์และปณัยกรมีความสุขมากๆ ทั้งสองใช้เวลาด้วยกันอย่างเต็มที่แม้จะไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนไกลจากที่พักแต่สุพิชฌาย์ก็มีความสุขที่ได้อยู่กับเขาตามลำพังและเมื่อถึงวันที่จะต้องเดินทางกลับหญิงสาวก็แทบไม่อยากจะขึ้นรถเลย“เปียโนครับ พี่ว่าเรารีบไปกันเถอะนะยืนอยู่ตรงนี้นานๆ ผิวเสียไม่รู้ด้วยนะ”“ก็เปียโนยังไม่อยากกลับนี่คะ เราอยู่ต่อไม่ได้เหรอคะ”“พี่ก็อยากจะอยู่ต่อนะแต่วันนี้พ่อกับแม่ของเปียโนกลับมาแล้วพรุ่งนี้พี่โดยจะเข้าไปคุยกับท่านที่มหาวิทยาลัย พี่โทรแจ้งกับเลขาของท่านไว้แล้ว”“พี่ไนท์คะ เปียโนว่ายังไม่ต้องบอกพ่อกับแม่ได้ไหมคะ” สุพิชฌาย์เริ่มเป็นกังวลเพราะกลัวจะถูกบิดาห้าม“ทำไมล่ะครับเปียโน เราคุยเรื่องนี้กันหลายครั้งแล้วนะ ว่าพี่จะต้องบอกพ่อกับแม่ของเปียโน”“เปียโนกลัวค่ะว่าถ้าบอกแล้วพ่อจะให้เปียโนย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านเปียโนคงทนไม่ได้แน่ๆ ถ้าไม่ได้อยู่กับพี่แบบนี้”“อย่าเพิ่งกลัวในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นเลยพี่เชื่อว่าพ่อกับแม่ของเปียโนเป็นผู้ใหญ่มากพอ แล้วที่ผ่านมาเปียโนก็ไม่เคยทำให้ท่านผิดหวังทั้งเรื่องเรียนจบได้เรื่องที่กำลังจะไปเรียนต่







