LOGINเช้าวันเสาร์เช้าวันเสาร์สุพิชฌาย์รีบตื่นนอนเร็วกว่าทุกวันหญิงสาวมีความกระตือรือร้นมากที่จะไปเรียน แต่งหน้าอ่อนๆ เพราะเดาว่าคนที่ดูเงียบขรึมและจริงจังน่าจะชอบผู้หญิงอ่อนหวานเรียบร้อย แม้จะขัดกับบุคลิกของตนเองที่เป็นสาวเปรี้ยว แต่สุพิชฌาย์ก็ยินดีจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อคนที่เธอชอบ ที่ผ่านมาหญิงสาวก็ไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนแต่สำหรับอาจารย์ปณัยกรเธอรู้สึกชอบเขาจริงๆ
หลังจากทานอาหารเช้าแล้วหญิงสาวก็รีบออกจากบ้านเธอแวะซื้อกาแฟให้กับตนเองหนึ่งและอีกแก้วสำหรับอาจารย์ปณัยกรที่จะมาสอนแทนอาจารย์ทรงวุฒิอีกครั้งในวันนี้
หญิงสาวไปถึงห้องเรียนก่อนเพื่อนคนอื่นจากนั้นก็วางแก้วกาแฟไว้บนโต๊ะของอาจารย์พร้อมกับเขียนโน้ตเล็กๆ ไว้
“กาแฟสำหรับอาจารย์ไนท์ค่ะ หนูหวังว่าอาจารย์จะชอบและดื่มมันระหว่างสอนนะคะ”
เมื่อวางแก้วกาแฟเสร็จแล้วก็กลับมายังที่นั่งเก้าอี้แถวสองอย่างที่คิดไว้ซึ่งเธอคิดว่าจุดนี้อาจารย์น่าจะมองเห็นเธอได้มากกว่าการนั่งแถวหน้าสุดเหมือนกันเดินครั้งแรก
“มาแต่เช้าเลยนะเปียโน นี่แกเอาจริงเหรอ” ณัฐมลเข้ามานั่งใกล้ๆ แล้วกระซิบถามเพราะตอนนี้นักเรียนหลายคนเริ่มทยอยกันเข้ามาในห้องแล้ว
“ก็จริงสิ” หญิงสาวตอบอย่างไม่ลังเล
“แต่ฉันว่าแกคงมีคู่แข่งเยอะนะ”
“หมายความว่ายังไงใบตอง”
“แกดูสิวันนี้เพื่อนผู้หญิงห้องเรามาเรียนกันแต่เช้าแถมยังแต่งหน้ากันมาสวยเชียว ถ้าเดาไม่ผิดก็คงเพราะสนใจอาจารย์ไนท์เหมือนกับแกนั่นแหละ”
“ถอยตอนนี้ยังทันนะเปียโน”
“คนอย่างฉันไม่มีทางยอมแพ้หรอกเจน มีคู่แข่งเยอะก็ยิ่งดี”
“ฉันไม่รู้ว่าแกจริงจังมากแค่ไหน แต่ก็เอาใจช่วยก็แล้วกันนะ” ณัฐมลพูดให้กำลังใจเพราะรู้ว่าไม่มีทางห้ามสุพิชฌาย์ได้
“แต่ฉันจะรอดูนะว่าแกจะปลื้มอาจารย์คนนี้นานแค่ไหน อย่างแกนะชอบใครไม่นานหรอก” เจนิตาพูดขึ้นบ้างเพราะรู้ดีว่าคนอย่างสุพิชฌาย์นั้นแอบชอบหรือแอบปลื้มใครได้ไม่นานพอเวลาผ่านไปเธอก็จะเบื่อ
“แกคนนี้ฉันจริงจังจริงๆ นะนี่แหละพ่อของลูกในอนาคตเลย” สุพิชฌาย์ยืนยังเสียงแข็ง
“โอ๊ย!....ฉันจะบ้าตายกับความคิดของแกนะเปียโน ฉันว่าแกอย่าพยายามเลย ความเป็นไปได้มันน้อยมาก”
“ทำไมล่ะเจน ฉันก็สวยนะหุ่นก็ดีฐานะก็ดี”
“ก็เพราะฐานะดีนั่นแหละ แกลืมหรือเปล่าว่าแกไปลูกสาวดอกเตอร์สุชาติเจ้าของมหาวิทยาลัยนะ แล้วจะมีอาจารย์ที่ไหนเขาอยากได้ลูกสาวเจ้าของมหาวิทยาลัยเป็นแฟนล่ะ ฉันว่าถ้าพ่อแม่แกรู้เรื่องนี้ท่านก็คงไม่ยอม”
“ฉันเห็นด้วยกับแกนะเจน บางทีพ่อแม่แกท่านอาจจะมองนักธุรกิจคนไหนสักคนตัวที่จะให้แกแต่งงานด้วยแล้วก็ได้นะเปียโน”
“เฮ้ย!....แกอย่าพูดแบบนี้สิใบตองฉันยิ่งกลัวๆ อยู่นะ” สุพิชฌาย์กังวลเรื่องนี้เพราะพี่ชายของเธอก็ถูกจับคู่ให้แต่งงานกับลูกสาวนักธุรกิจ
“แต่ฉันว่าอย่าพึ่งคิดไปไกลเลยอาจารย์ไนท์เดินมาโน่นแล้ว” ณัฐมลบอกเพื่อน
เสียงพูดคุยในห้องเงียบลงเมื่ออาจารย์เดินเข้ามาในห้องทุกคนดูกระตือรือร้นมากกว่าทุกครั้ง
ปณัยกรเห็นแก้วกาแฟที่วางอยู่พร้อมกระดาษโน้ตแต่เข้ายังไม่ยกกาแฟขึ้นมาดื่ม ชายหนุ่มมองไปรอบห้องเพื่อสังเกตว่าใครเป็นคนเอากาแฟมาวางไว้แต่ก็ยังไม่เจอใครที่น่าสงสัย
“สวัสดีค่ะอาจารย์ไนท์ / สวัสดีครับอาจารย์ไนท์” นักศึกษาทั้งชายและหญิงกล่าวทักทายอาจารย์และพร้อมที่จะเรียนรู้กันอย่างเต็มที่
“สวัสดีครับนึกศึกษาทุกคน วันนี้เราจะมาเรียนกันต่อจากเรื่องที่เรียนค้างไว้เมื่อครั้งก่อน ผมหวังว่าพวกคุณคงได้ทบทวนกันมาบ้างแล้วนะครับ”
ระยะเวลาสามชั่วโมงสำหรับนักศึกษาบางคนคงคิดว่ามันนานมากแต่สำหรับสุพิชฌาย์แล้วรู้สึกว่า มันผ่านไปเร็วจนใจหายเพราะตอนนี้อาจารย์ปณัยกรก็สอนเสร็จแล้ว
“ครั้งนี้ผมคงจะเจอพวกคุณเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ”
“อ้าวทำไมล่ะคะ อาจารย์ทรงวุฒิหายแล้วเหรอคะ”
“ครับ ท่านน่าจะออกโรงพยาบาลอาทิตย์หน้าและคงมาสอน ได้ตามเดิม ผมดีใจที่ได้มาสอนพวกคุณที่นี่พวกคุณทุกคนดูตั้งใจเรียน”
“อาจารย์คะบทเรียนที่อาจารย์สอนถ้าพวกเราไม่เข้าใจพวกเราสามารถถามอาจารย์ได้ไหมคะ”
“ผมว่าถามจากอาจารย์ประจำวิชาของคุณดีกว่านะ ท่านน่าจะให้คำตอบได้ดีกว่าผม”
“แต่เนื้อหาพวกนี้อาจารย์เป็นคนสอนนะคะ” นักศึกษาหญิงคนเดิมถามขึ้นอีกครั้ง
“เนื้อหาที่ผมเอามาสอนพวกคุณมันก็มาจากสไลด์ที่อาจารย์ทรงวุฒิท่านทำไว้นะครับ”
คำตอบของอาจารย์ปณัยกรทำให้นักศึกษาคนที่ถามหุบยิ้มเพราะเหมือนกับเขาไม่อยากเกี่ยวข้องด้วยอีกแล้ว
“แล้วบทเรียนที่พวกหนูเรียนไปวันนี้ หนูสามารถถามอาจารย์ได้ไหมเพราะอาจารย์ทรงวุฒิยังไม่มาเลยและพวกหนูก็ไม่อยากไปรบกวนเวลาพักผ่อนของอาจารย์ด้วยค่ะ” นักศึกษาอีกคนยกเหตุผลมาอ้าง
“ได้สิครับไม่เข้าใจตรงไหนก็อีเมลมาถามก็แล้วกัน ไม่เกินพรุ่งนี้เย็นผมจะตอบอีเมลและอัดคลิปอธิบายให้คุณฟังอีกที”
“ขอบคุณมากค่ะอาจารย์”
คำตอบครั้งนี้ทำให้นักศึกษาหลายคนยิ้มเพราะอย่างน้อยอาจารย์ก็ยังมีเมตตาที่จะปฏิสัมพันธ์กับพวกเธอ
“พวกแกฉันขอไปก่อนนะ” สุพิชฌาย์
“แกจะรีบไปไหนเปียโน ไม่ไปกินข้าวก่อนเหรอ” เจนิตาถามอย่างแปลกใจเมื่อเห็นท่างรีบร้อนของเพื่อน
“ไม่ล่ะฉันมีธุระจะคุยกับอาจารย์ไนท์นิดหน่อย”
“แกจะมีธุระอะไรตลอดเวลาสามชั่วโมงฉันไม่เห็นแกตั้งใจเรียนเลยสักนิดแล้วจะเอาเนื้อหาอะไรไปถามอาจารย์ถ้าเกิดอาจารย์เขาถามกลับขึ้นมาแกได้หน้าแตกกันพอดี” ณัฐมลเตือน
“ฉันไม่ได้ถามเกี่ยวกับเนื้อหาสักหน่อย ฉันก็แค่อยากจะชวนเขาไปเยี่ยมอาจารย์ทรงวุฒิ”
“มันจะดีหรือแกเกิดเพื่อนคนอื่นเห็นแล้วเอาไปพูดไม่ดีขึ้นมาจะทำยังไง”
“ไม่เป็นไรหรอกน่าใบตอง เพื่อนคนอื่นกลับไปหมดแล้ว”
“ใบตองฉันว่าปล่อยให้เปียโนมันทำอย่างที่มันต้องการเถอะถึงคนอื่นจะว่ายังไงก็คงไม่เป็นปัญหาแกอย่าลืมว่ามันเป็นลูกเจ้าของมหาวิทยาลัย มันจะเอาข้อนี้มาอ้างก็ได้”
“นั่นสินะฉันก็ลืมทุกทีเลยว่ามีเพื่อนเป็นถึงลูกสาวเจ้าของมหาลัยได้ ยังไงก็ดูแลตัวเองด้วยนะแก อย่าไปสนิทสนมกับเขามากสืบให้แน่ใจก่อนว่าเขาไม่มีแฟน”
“ฉันสืบเรื่องนี้มาแล้วฉันถึงเดินหน้าเต็มที่ไงล่ะ”
“แล้วจะให้ฉันสองคนช่วยอะไรแกหรือเปล่า”
“ไม่เป็นไรหรอกแค่ช่วยให้กำลังใจ ถ้าตอนไหนฉันอยากจะได้ความช่วยเหลือฉันจะบอกนะไปก่อนนะบ๊ายบาย”
เธอโบกมือให้เพื่อนจากนั้นก็รีบวิ่งไปหาอาจารย์ปณัยกรที่กำลังเดินไปยังรถที่จอดอยู่
หลังจากเคลียร์งานทุกอย่างเป็นที่เรียบร้อยปณัยกรก็เดินทางมาที่ประเทศอังกฤษเขาเข้าพักที่อพาร์ตเมนต์ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากหอพักของสุพิชฌาย์มากนักปณัยกรมาถึงที่นี่ตั้งแต่กลางดึกแต่ไม่อยากจะไปรบกวนเวลาพักผ่อนของสุพิชฌาย์ วันนี้เข้าจึงรีบตื่นนอนตั้งแต่เช้าแล้วไปดักรอหญิงสาวที่หน้ามหาวิทยาลัย เขารู้ว่าวันนี้สุพิชฌาย์ไม่มีเรียนแต่เธอมีนัดอ่านหนังสือกับเพื่อนผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงคนที่เขาคิดถึงสุดหัวใจก็กำลังเดินเข้ามาใกล้ หญิงสาวไม่ทันสังเกตเพราะคนที่พิงกำแพงและก้มหน้าอยู่นั้นคือคนรักของตัวเอง“เปียโน” ปณัยกรเรียกชื่อคนรักเบาๆสุพิชฌาย์หยุดเดินเมื่อได้ยินเสียงเรียกเบาๆ หญิงสาวรู้สึกคุ้นหูกับเสียงที่เรียกและมันฟังดูไม่ใช่เพื่อนชาวต่างชาติของเธอเธอหันมองแล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าคนยืนอยู่นั้นคือคนที่เธอกำลังคิดถึงมากที่สุดในตอนนี้ สุพิชฌาย์โผกอดด้วยความดีใจและไม่สนใจสายตาของคนอื่นที่เดินผ่านไปผ่านมา“พี่ไนท์ มาได้ยังไง” สุพิชฌาย์ร้องไห้ด้วยความดีใจเพราะก่อนหน้านี้ปณัยกรโทรมาบอกว่าพวกเขามาหาเธอตามนัดไม่ได้ทำให้เธอน้อยใจและงอนอยู่หลายวันแต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะมาอยู่ที่นี่ก่อนเวลาที่นัดไว้“คิดถึงก็เลย
ช่วงปิดเทอมใหญ่ปณัยกรไม่มีสอนที่มหาวิทยาลัยรัฐบาล ชายหนุ่มจึงมีเวลาเรียนรู้งานกับคุณสุชาติอย่างเต็มที่ ส่วนช่วงเปิดเทอมนั้นเขาก็วางแผนเอาไว้แล้วว่าจะสอนนักศึกษาวันจันทร์ถึงวันพุธเต็มวันส่วนวันพฤหัสกับวันศุกร์เขาจะสอนแค่ครึ่งวันเพื่อจะปลีกตัวมาทำงานที่มหาวิทยาลัยของคุณสุชาติชายหนุ่มปรึกษาเรื่องนี้กับรุ่นพี่และเขาก็บอกว่าไม่มีปัญหาอะไร ถ้าออกมาทำงานข้างนอกมันไม่ได้กระทบกับการสอน ปณัยกรไม่ใช่คนแรกที่ทำแบบนี้เนื่องจากยังมีอาจารย์อีกหลายท่านที่ทำงานอื่นแต่ต้องรับผิดชอบในวิชาของตนเองให้ครบถ้วนตอนนี้ก็ผ่านมาสองเดือนที่เขาเรียนรู้งานกับคุณสุชาติได้มากแล้ว ชายหนุ่มวางแผนเอาไว้ว่าก่อนที่มหาวิทยาลัยจะเปิดภาคเรียนที่หนึ่งเขาจะบินไปหาสุพิชฌาย์ที่อังกฤษ ซึ่งเรื่องนี้เขายังไม่ได้แจ้งคุณสุชาติแต่ก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรเพราะที่ผ่านมาเขาก็รับผิดชอบงานที่ได้รับมอบหมายอย่างดีมาตลอดอีกทั้งช่วงที่จะบินไปนั้นก็เป็นช่วงที่มหาวิทยาลัยของคุณสุชาติ ปิดภาคเรียนซัมเมอร์เพื่อให้นักศึกษาพักก่อนจะเริ่มเรียนในภาคเรียนต่อไปเมื่อคิดว่าจะได้เจอกับคนรักปณัยกรก็ยิ้มอย่างมีความสุขเขานั่งทำงานอยู่ในห้องของตัวเองจนกร
เวลาหนึ่งเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็วตอนนี้ก็ถึงเวลาที่สุพิชฌาย์จะต้องเดินทางไปเรียนต่อประเทศอังกฤษแล้ว แม้ในใจไม่อยากจะจากคนรักไปแต่เธอก็ยังรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับบิดาและเมื่อคิดว่ากลับมาแล้วจะได้ทำงานร่วมกับปณัยกรหญิงสาวก็เลยใช้ตรงนี้เป็นแรงผลักดันส่วนตัวปณัยกรก็รู้สึกใจหายเพราะตั้งแต่รู้จักกับสุพิชฌาย์มานานหลายเดือนเขากับเธอแทบไม่เคยอยู่ห่างกันเลย ครั้งนี้จึงเป็นการห่างกันเป็นครั้งแรกแต่เขาก็ต้องยอมให้หญิงสาวไปเรียนเพราะนั่นคืออนาคตของเธอก่อนวันเดินทางเขาและเธอต่างก็พากันไปรู้จักเพื่อนของอีกฝ่ายเพื่อเป็นการเลี้ยงส่งซึ่งดูเหมือนว่าสุพิชฌาย์จะเข้ากับเพื่อนของเขาได้ดี ส่วนเขากับเพื่อนสุพิชฌาย์นั้นเคยเจอกันใยฐานะอาจารย์กับลูกศิษย์มาบ้างแล้วแต่พอได้มารู้จักกันอีกครั้งก็รู้สึกแปลกไปบ้างแต่พอคุยไม่นานก็เริ่มปรับตัวได้วันนี้สุพิชฌาย์จะต้องเดินทางไปเรียนแล้ว ปณัยกรมาส่งเธอที่สนามบินและแยกตัวออกมาคุยกันตามลำพังส่วนบิดามารดาของเธอก็ยืนรออยู่ซึ่งทั้งสองคนจะตามไปส่งสุพิชฌาย์ที่อังกฤษด้วย “เปียโนต้องคิดถึงพี่ไนท์มากๆ แน่เลยค่ะ” สุพิชฌาย์เริ่มจะงอแงเมื่อถึงเวลาที่ต้องจากกันจริงๆ“เราวิดีโอคอลหากันไ
“พ่อว่ายังไงบ้างคะพี่ไนท์” หญิงสาวถามเมื่อปณัยกรเปิดประตูเข้ามานั่งในตำแหน่งคนขับ“ท่านก็ไม่ได้ว่าอะไร”“พี่ไนท์คะตอบให้มันละเอียดหน่อยสิคะ”“พ่อของเปียโนไม่ว่าอะไรหรอกครับ”“หมายความว่าพ่อยอมให้เราคบกันใช่ไหม”“ครับ”“พ่อพูดอะไรกับพี่บ้างพี่หายไปนานเปียโนใจคอไม่ดีเลยนะคะ”ปณัยกรหันมายิ้มก่อนจะขับรถออกจากมหาวิทยาลัยระหว่างทางเขาก็เรื่องที่ตัวเองคุยกับบิดาของสุพิชฌาย์ให้เธอฟังทั้งหมด“โล่งอกไปทีค่ะ เปียโนมีความสุขที่สุดเลยค่ะ”“พี่ก็เหมือนกันครับ เย็นนี้พ่อของเปียโนให้พี่พาเปียโนไปที่บ้าน”“ไปทำไมคะ”“ท่านก็คงอยากเจอลูกสาว”“เปียโนว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ๆ เลยค่ะ”“อย่าคิดมากไปเลยนะ ตอนนี้เราไปหาอะไรกินก่อนดีกว่ายังเหลือเวลาอีกนานกว่าจะถึงเวลานัดเปียโนอยากไปไหนล่ะ”“ไปกินข้าวแล้วก็ดูหนังสักเรื่องดีไหมคะ”“ครับ”ทั้งสองทานอาหารกลางวัน ดูหนังและเดินเล่นจนถึงเย็นจากนั้นปณัยกรก็ขับรถออกจากห้างสรรพสินค้าเพื่อนตรงไปยังบ้านของคุณสุชาติตามที่นัดไว้ระหว่างทางสีหน้าของสุพิชฌาย์ดูเป็นกังวล ปณัยกรเอื้อมมือมาจับไว้เพื่อหวังให้เธอรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจมากขึ้น“พี่ไนท์ว่าพ่อกับแม่จะคุยอะไรกับ
ปณัยกรมีสีหน้าเครียดอย่างเห็นได้ชัดเมื่อมาถึงมหาวิทยาลัยเอกชนที่คุณสุชาติบิดาของคนรักเป็นเจ้าของ ชายหนุ่มแจ้งกับเลขาที่หน้าห้องว่าเขานัดคุณสุชาติไว้แล้วเลขาของคุณสุชาติโทรเข้าไปแจ้งเจ้านายจากนั้นปณัยกรก็เคาะประตูก่อนจะเปิดเข้าไป“สวัสดีครับคุณสุชาติ”“สวัสดีครับอาจารย์ปณัยกร เชิญนั่งก่อน”“ขอบคุณครับคุณสุชาติเรียกผมว่าอาจารย์ไนท์ก็ได้นะครับเรียกเต็มยศแบบนี้ผมรู้สึกเกร็งๆ ยังไงก็ไม่รู้”“ได้สิว่าแต่วันนี้อาจารย์ไนท์เข้ามาพบผมมีอะไรจะคุยเหรอ ใช่เรื่องที่จะเริ่มสอนนักศึกษาช่วงซัมเมอร์นี้หรือเปล่าติดปัญหาตรงไหนแจ้งผมได้ตลอดเลยนะ” คุณสุชาติถามอย่างใจดี“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกครับ”“อ้าวแล้วมีเรื่องอะไรล่ะอย่าบอกนะครับว่าเปลี่ยนใจจะไม่มาสอนที่นี่แล้ว ผมเสียดายอาจารย์ที่สอนเก่งๆ อย่างคุณแย่เลย”“คือคุณสุชาติครับ....” ชายหนุ่มมีท่าทางอึดอัดเพราะไม่รู้จะเริ่มต้นพูดยังไงถึงเรื่องที่ตนเองตั้งใจมาหาคุณสุชาติในวันนี้“อาจารย์ไนท์มีอะไรก็พูดกับผมตรงๆ เลยนะครับไม่ต้องเกรงใจหรอก”“คือเรื่องที่ผมจะมาคุยกับคุณสุชาติวันนี้ก็คือเรื่องที่ผมกับเปียโนคบกันอยู่ครับ”“อะไรนะ....คบกันเหรอ” คุณสุชาติทำทีเป็นตกใจ
ระยะเวลาที่อยู่ปราณบุรีสามวันสี่คืนเป็นช่วงเวลาที่สุพิชฌาย์และปณัยกรมีความสุขมากๆ ทั้งสองใช้เวลาด้วยกันอย่างเต็มที่แม้จะไม่ได้ออกไปเที่ยวไหนไกลจากที่พักแต่สุพิชฌาย์ก็มีความสุขที่ได้อยู่กับเขาตามลำพังและเมื่อถึงวันที่จะต้องเดินทางกลับหญิงสาวก็แทบไม่อยากจะขึ้นรถเลย“เปียโนครับ พี่ว่าเรารีบไปกันเถอะนะยืนอยู่ตรงนี้นานๆ ผิวเสียไม่รู้ด้วยนะ”“ก็เปียโนยังไม่อยากกลับนี่คะ เราอยู่ต่อไม่ได้เหรอคะ”“พี่ก็อยากจะอยู่ต่อนะแต่วันนี้พ่อกับแม่ของเปียโนกลับมาแล้วพรุ่งนี้พี่โดยจะเข้าไปคุยกับท่านที่มหาวิทยาลัย พี่โทรแจ้งกับเลขาของท่านไว้แล้ว”“พี่ไนท์คะ เปียโนว่ายังไม่ต้องบอกพ่อกับแม่ได้ไหมคะ” สุพิชฌาย์เริ่มเป็นกังวลเพราะกลัวจะถูกบิดาห้าม“ทำไมล่ะครับเปียโน เราคุยเรื่องนี้กันหลายครั้งแล้วนะ ว่าพี่จะต้องบอกพ่อกับแม่ของเปียโน”“เปียโนกลัวค่ะว่าถ้าบอกแล้วพ่อจะให้เปียโนย้ายกลับไปอยู่ที่บ้านเปียโนคงทนไม่ได้แน่ๆ ถ้าไม่ได้อยู่กับพี่แบบนี้”“อย่าเพิ่งกลัวในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นเลยพี่เชื่อว่าพ่อกับแม่ของเปียโนเป็นผู้ใหญ่มากพอ แล้วที่ผ่านมาเปียโนก็ไม่เคยทำให้ท่านผิดหวังทั้งเรื่องเรียนจบได้เรื่องที่กำลังจะไปเรียนต่







