مشاركة

ยากเกินจะเข้าใจ

last update تاريخ النشر: 2026-07-02 09:26:18

9.00 น. ในประเทศไทย

“ให้ผมไปส่งนะครับ จะได้รู้จักคุณพ่อคุณแม่สาด้วย” โจเซฟเหมือนจะรุกหนัก หลังจากที่เดินออกมาจากประตูผู้โดยสารขาออก และหยิบกระเป๋าจากช่องลำเลียงกระเป๋าเรียบร้อย โดยไม่ลืมหยิบของณริสาติดมาด้วย

“อย่าดีกว่า เอาให้สา เลียบๆ เคียงๆ ท่านก่อนดีกว่า แล้วโจค่อยไปนะ” เสียงหวานเอ่ยแผ่วลง เธอรู้ว่าอีกฝ่ายจริงจังแค่ไหน แต่เป็นเธอเสียเองที่ยังไม่พร้อม โดยเหตุผลสำคัญอยู่ในใจที่เธอไม่เคยขุดคุ้ยออกมาให้ใครได้รับรู้

          “งั้นสากลับถึงบ้านแล้วโทรหาผมนะครับ”

          “ค่ะ ขอบคุณนะคะ สำหรับทุกอย่าง...” เธอกล่าวจากใจ

“แล้วยังไงสาจะโทรหานะคะ” พร้อมกับยื่นมือเรียวรับกระเป๋าแบบล้อลากใบไม่ใหญ่นักจากมือหนา เธอไม่ลืมที่จะยิ้มหวานส่งให้ เพื่อไม่ให้อีกคนรู้สึกใจฝ่อกับการปฏิเสธครั้งนี้จากเธอ

“ครับ” เขารับคำ ความรู้สึกอุ่นซ่านเมื่อเธอส่งรอยยิ้มให้ หากแต่รู้สึกใจหวิวเล็กน้อย ไม่คิดว่าคนที่คบกันมานานจะยังไม่เปิดใจให้เขาเข้าถึงครอบครัว...

          ‘ขอเวลาให้สาอีกนิดนะโจ...’ เธอซาบซึ่งในน้ำใจของโจเซฟตลอดที่คบหากัน หากแต่หัวใจของเธอกลับเหมือนมีอะไรบางอย่าง ที่ไม่อาจเปิดรับการเปลี่ยนแปลง

เธอมองแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อภายใต้เสื้อผ้าราคาแพง แต่เป็นเสื้อผ้าสไตล์เรียบง่าย กางเกงยีนเนื้อดีสวมเสื้อเชิ้ตทับเสื้อยืดด้านใน แต่นั่นก็ทำให้เป็นที่สะดุดตาของใครหลายคนที่เดินผ่านไปมาแถวนั้น เธอชอบที่เขาเป็นตัวของตัวเอง ไม่เรื่องมากไม่เจ้าระเบียบ เสื้อผ้าไม่ต้องเนี้ยบอย่างผู้ชายคนอื่นๆ ที่ผ่านเข้าแวะเวียนแจกขนมจีบ โจเซฟแต่งตัวธรรมดาแต่ดูดี คือสิ่งสะดุดตาที่เธอตัดสินใจเลือกคบหา โดยไม่รู้มาก่อนว่าชายหนุ่มจะมีฐานะอย่างไร

สายตาจับจ้องสิ่งที่ลับตาไป แล้วหันกลับมาหวนคิดเรื่องของตัวเองอีกครั้ง ความจริงเป็นมายังไง เรื่องที่เธอต้องรีบสะสางสืบหาความจริง...!

ณริสาสูดลมหายใจเข้าปอดเต็มแรงเพื่อฮึดสู้กับความรู้สึกของตัวเอง ตัดใจมองเส้นทางข้างหน้า แต่หัวใจใช่ว่าไม่คิดถึงคนด้านหลัง ไม่ใช่ว่าเธอไม่ต้องการแบบสิ่งที่ชายหนุ่มต้องการไม่ แต่สิ่งที่ครอบครัวเธอกำลังประสบ ทำให้เธอไม่มั่นใจเหตุการณ์ข้างหน้าจะเป็นเช่นไร...

ใบหน้าที่ตกแต่งไว้คมเฉียบดูดีไปตามวัยอย่างคุณนายอโณทัย วัย 48 ปี มองผู้เป็นสามีที่นั่งดื่มเหล้าเป็นน้ำ สายตาจิกมองอย่างเหยียดๆ ตอนนี้เธอเริ่มขัดสนเงินในมือที่สามีให้จ่ายประจำทุกเดือนและตอนนี้นางต้องการใช้ก่อนกำหนดที่ได้รับรายจ่ายจริงๆ ของเดือนที่จะถึง

 “นี่คุณ กินแล้วมันจะได้เรื่องอะไรขึ้นมา เงินน่ะเงิน ฉันต้องการเงินนะ!” เสียงหวานแหลมเอ่ยอย่างไม่พอใจ และเธอเริ่มเอือมระอากับสภาพของสามีที่เป็นแบบนี้มาร่วมเดือน  

          “คุณก็เพลาๆ ลดรายจ่ายลงซะบ้าง” คนที่พอยังมีสติเอ่ยขึ้นบ้าง

          “ได้ไง... ฉันต้องกินต้องจ่ายต้องออกสังสรรค์ จะให้อยู่เฉยๆ นั่งหลังขดหลังแข็งอย่างคุณได้ไง แล้วไอ้นั่นคุณจะกินให้ได้อะไรขึ้นมา”

นิ้วเรียวชี้ไปที่ขวดบรั่นดีอย่างดีและตั้งคำถามที่ขัดเคืองนัยน์ตา จากที่ไม่เคยเห็นสามีหยิบจับเจ้าสิ่งนั้นเข้าปากมาหลายปีแล้ว แต่สิ่งที่เห็นไม่ใช่ปัญหา ปัญหาของนางไม่ใช่สิ่งที่สามีกำลังกินอยู่ตอนนี้

          “ก็คุณมันเป็นเสียอย่างนี้” น้ำเสียงตัดพ้อคล้ายตำหนิเอ่ยบอกคนเป็นภรรยา

“ชิ...!” คนโดนตำหนิไหวไหล่อย่างไม่แคร์ พร้อมสายตาเฉียวคมตวัดมองผู้เป็นสามีและตามมาด้วยคำพูดที่ค้างคาอยู่ในใจ

“แล้วที่ไปติดต่อนายอณาธิป เขาว่าไงบ้าง เขายอมมาร่วมหุ้นกับเราหรือเปล่า”

“คุณก็น่าจะเข้าใจ หากเขาลดตัวลงมาร่วมหุ้นกับเรา ผมก็คงไม่ต้องมานั่งจมอยู่อย่างนี้” แววตาหม่นเจือจางเครือน้ำใส ผิดหวังเสียใจ ทนทุกข์ไร้หนทาง พยายามสื่อให้ภรรยาเห็นถึงความเหนื่อยหน่ายกับสิ่งที่กำลังเล่นงานครอบครัวตอนนี้เต็มทน เขาต้องทนแค่ไหนที่ยอมบากหน้าเข้าหาชายหนุ่มซึ่งครั้งหนึ่งเขาเองที่ได้กระทำผิดต่ออีกฝ่าย

“ฮะ จริงเหรอ” ร่างอวบพองามผละไปหาสามีที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวงาม เหมือนไม่อยากเชื่อสิ่งที่สามีเอ่ยผ่านหูไป

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • อาญารัก เมียบำเรอ   บทส่งท้าย 3

    “โอ๊ยสา นี่อย่าบอกนะว่าครั้งแรกของเราก็ติด น้องธิปน้อยกับน้องสาน้อยแล้ว” คนมั่นใจในตัวเองเอ่ยสีหน้าแช่มชื่นขึ้นเมื่อมีความจริงที่เป็นไปได้มาหักล้างกัน เจ้าสาวหมาดๆ ได้แต่พยักหน้า“โอ๊ย แบบนี้ผมสิ ต้องเร่งต่อแขนต่อขาให้ลูกผมแล้ว” สีหน้ากระวีกระวาดดีใจจนทำอะไรไม่ถูก ทำเอาณริสามองภาพนั้นแล้วน้ำตาเรื่อด้วยความปลาบปลื้ม และยิ่งไปกว่านั้น ริมฝีปากหนาก้มลงจุมพิตหน้าท้องที่ยังคงแบนราบอยู่ดังจ๊วบ จนณริสาขนชี้ชันไปทั่วกาย สวมกอดเขาอย่างรักสุดซึ้ง“สา ทำไมคุณหวานอย่างนี้...” เสียงกระเส่าเอ่ยถามหากแต่ไม่ต้องการคำตอบ ไม่ว่ากี่ครั้ง...เธอก็หวานสำหรับเขาเสมอไม่ว่าสัมผัสลงไปตรงจุดใด ก่อนจะพรมจูบดูดเม้มไปทั่วสัดส่วนโค้งมนร่างบางบิดเกร็งเมื่อคนบนร่าง ครอบครองก้อนเนื้อนุ่มหยุ่น ทั้งดูดดื่มขบกัดราวกับทารกน้อย หิวกระหาย“คุ คุณธิป...ฮ่าส์” เธอส่งเสียงคราง กลางกายสาวเริ่มกระตุกถี่ๆ เมื่อมือหนาที่ช่ำชองใช้ทั้งปลายนิ้วปลายลิ้นตวัดสัมผัสรุกไล่โรมรัน กายสาวที่ไร้ประสบการณ์ยิ่งสะท้านไหวสองเสียงครางประสานกันอย่างกระสันปนทรมานแสนหวานที่พร้อมใจกันปรนเปรอ ปากหนาระดมกดจูบเลาะเล็ม ไปในที่ที่ต้องการ พร้อมมือหนาสอดนิ

  • อาญารัก เมียบำเรอ   บทส่งท้าย 2

    “ดีแล้ว งานมงคล เจ้าสาวต้องปล่อยใจให้ว่างและคิดแต่เรื่องของเราเท่านั้น...” ท่าทางกรุ้มกริ่มเริ่มแต้มสีสันให้ใบหน้าเจ้าสาวอีกครั้ง“เดี๋ยวผมปลดซิปให้” ว่าแล้วก็รีบเอื้อมมือจับซิปที่อยู่ตรงต้นคอแล้วรูดลงจนสุด โดยที่เจ้าสาวไม่ทันตั้งตัวซิปก็ลงไปจนสุดทาง เผยให้เห็นแผ่นหลังเนียนลออล่อตาล่อใจ จนต้องแอบกลืนน้ำลายลงคอ“ขอบคุณค่ะ แต่ให้ดีช่วยหยิบผ้าขนหนูให้สาด้วยซิคะ” เสียงหวานตอบรับ ได้ทีใช้เจ้าบ่าวต่อ อีกฝ่ายทำตามอย่างไม่อิดออด“ขอบคุณค่ะ” เธอกล่าวขอบคุณสามีสมบูรณ์แบบอีกครั้ง ก่อนจะรีบรับผ้าขนหนูมาพันตัวเองไว้ เมื่อความเย็นของแอร์เริ่มปะทะผิวกายจนรู้สึกหนาวสะท้าน ก่อนจะค่อยๆ รูดชุดเจ้าสาวออกจากตัวอย่างระมัดระวัง และเมื่อถอดเสร็จเรียบร้อยเธอก็วางชุดไว้บนเตียงก่อนจะจัดการผมที่เกล้าไว้“มาผมช่วย” เสียงทุ้มที่หายไปสักพัก ดังแทรกขึ้น และนั้นทำเอาณริสาทำอะไรไม่ถูก หน้าเห่อร้อน เมื่อเธอเห็นว่าเขาไม่มีอะไรปกบิดร่างกายเลยแม้แต่น้อย‘อ๊าย ตาบ้า!’ เธอก่นด่าเจ้าบ่าวหมาดๆ ในใจ อีกทั้งพยายามเก็บระดับสายตาเอาไว้ไม่เผลอหันไปมอง และความหื่นของเจ้าบ่าวทำให้เจ้าสาวลืมเรื่องไม่สบายใจไปจนหมดสิ้น“ให้ตายเถอะ คุณย

  • อาญารัก เมียบำเรอ   บทส่งท้าย 1

    บทส่งท้ายสามเดือนต่อมา ณ บ้านณรงค์พล ซึ่งถูกเปลี่ยนให้เป็นสถานที่จัดงานแต่ง เลี้ยงแขกแบบปุบเฟ่ต์ โดยในงานประดับประดาด้วยดอกกุหลาบสีหวาน จัดเป็นซุ้มต่างๆ ไว้อย่างสวยงามและลงตัว...เมื่อทุกคนกล่าวอวยพรและทิ้งให้เจ้าสาวเจ้าบ่าวอยู่ในห้องหอเพียงลำพัง สายตาคมกล้าก็เพ่งมองเจ้าสาวของตัวเองที่นั่งอยู่หน้ากระจกอย่างชื่นชม เจ้าสาวในชุดสไตล์เกาะอกในโทนสีขาว เพิ่มความเก๋ของชุดด้วยการตัดเย็บผ้าลูกไม้บางๆ สีเงินระยิบระยับบริเวณแขนและช่วงไหล่ ยาวไปถึงช่วงตัว ทำให้ชุดแต่งงานดูสวยชวนมอง สร้างความประทับใจให้พ่อแม่เจ้าบ่าวและผู้คนในงานชมไม่ขาดปาก และนั่นไม่สำคัญเท่าคนในครอบครัวเขาที่ชมกันต่อหน้า“วันนี้ พี่ชายไม่ทำให้น้องผิดหวังเลยนะคะ หาพี่สะใภ้ทั้งสวยและแกร่งมาให้ ‘ธนเกียรติ’” คำพูดน้องสาวที่ยอมทิ้งลูกและสามีมาเป็นแม่งานเองอยู่หลายวัน โดยน้องเขยมาก่อนงานแค่วันเดียวแล้วรีบกลับ เพื่อไปดูแลไร่กาแฟและโรงงานที่มีออเดอร์เพิ่มจนน่าตกใจ ส่วนธาริณีอยู่ช่วยงานจนจบ โดยตลอดทั้งวันเธอเอ่ยชมไม่ขาดปากพร้อมพ่อกับแม่ก็พลอยเห็นด้วย จนเจ้าบ่าวอย่างเขายิ้มแก้มแทบปริ“เป็นไงเหนื่อยมั้ย” เจ้าบ่าวในชุดทักสิโดสีขาวยืนโอบไหล

  • อาญารัก เมียบำเรอ   สำนึกได้ก็ไม่สาย

    สำนึกได้ก็ไม่สาย“ขอบคุณ แต่ฉันละอายใจเกินกว่าจะรับไว้” เพื่อนวัยเดียวกันที่ยังมีสายใยผูกพันเอ่ยบอก อีกฝ่ายส่งยิ้มอุบอุ่นกลับไป ก่อนจะตอบตามความตั้งใจเดิม“เด็กมันเต็มใจให้ และเป็นการขอโทษ ที่มันได้ทำล่วงเกินเอาไว้” ดิษกุลอดผันหน้าไปทางอื่นไม่ได้ ด้วยความละอายแก่ใจนัก คำพูดนั้นน่าเป็นตนเองที่พูดออกไป ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยขึ้น“ฉันต่างหากที่ควรจะพูดคำว่าขอโทษ จนทำให้เด็กไม่รู้เรื่องรู้ราว มาจมอยู่กับความทุกข์ ที่ฉันได้ก่อขึ้น”“มันจบไปแล้วเพื่อน ต่อไปเราก็จะเป็นทองแผ่นเดียวกัน” ประโยคนี้เรียกความตื่นเต้นให้สองหนุ่มสาวเป็นอย่างมาก หากแต่สร้างความปีติให้คนสูงวัยทั้งสองฝ่ายเช่นกัน“เอ่อ...” เสียงเหมือนจะค้านหากแต่หยุดชะงักไว้ แม้จะปลื้มอยู่มาก ที่ลูกจะเป็นฝั่งเป็นฝา ผัวเดียวเมียเดียว แต่ก็ยังมีความเคลือบแคลงอยู่“นายจะกลัวอะไรอีก หรือนายไม่พอใจ นายก็เอาไม้ฟาดหัวลูกชายฉันก็ได้ ฉันไม่ว่านะ” พ่อฝ่ายเจ้าบ่าวออกแรงหนุน เมื่อคิดว่าพ่อฝ่ายเจ้าสาวยังคงไม่ไว้ใจให้ลูกชายตนดูแลดวงใจที่ตนเองถนอมเลี้ยงดูมา“หา... พ่อ!” คนมีชนักติดตัวสะดุ้ง พรางเรียกพ่อเสียงหลง ‘วอนให้ลูกชายเจ็บตัวมั้ยล่ะนั้น’ เขาได้แต่ฟิ

  • อาญารัก เมียบำเรอ   โอบรักให้กัน

    โอบรักให้กัน“ขอบคุณค่ะแม่...” น้ำเสียงสั่นเครือพยายามเปล่งออกมาเมื่อผู้เป็นแม่ยืนยันความตั้งใจอีกครั้ง ก่อนจะก้มมองของขวัญบนคอตนเองผ่านกระจกเงา หากแต่ความสวยงามของเพชรนั้นกลับไม่เรียกความสดชื่นจากใบหน้าเธอได้ ก่อนจะหันมาโอบเอวผู้เป็นแม่แล้วซบใบหน้าลงเพื่อซึมซับความอบอุ่นที่นานมากแล้วเธอไม่เคยแสดงกิริยาแบบนี้ ด้วยความที่อยู่ห่างไกลกันเนิ่นนานกว่าร่างบางจะผละห่าง“กลัวหรือลูก” นางเอ่ยถามเมื่อพิศมองใบหน้าที่แต้มสีสันไว้เพียงบางๆ หากสวยน่ามอง แต่ตัดกับสีหน้าหม่นหมอง จนนางรู้สึกใจคอไม่ดีแต่ก็นั้นล่ะ นางเองก็หวั่นใจอยู่ไม่น้อย แต่พยายามปิดความรู้สึกเอาไว้...เมื่ออีกฝ่ายให้โอกาสเธอก็อยากทำในสิ่งที่สมควรที่สุด“ค่ะ” เธอตอบกลับไปเสียงแผ่ว มือเรียวยื่นไปจับไหล่ลูกแล้วบีบเบาๆ ให้กำลังใจ“ลงไปกันเถอะ” นางเอ่ยชวนพร้อมดันร่างบางให้เดินออกไป นางรู้ว่าลูกสาวเครียดด้วยเรื่องอันใด หากไม่ใช่คำพูดของผู้เป็นพ่อในวันนั้น...‘อย่าให้พ่อรู้นะว่าลูกยังติดต่อกับฝ่ายนั้นอีก’ ทันทีที่ถูกซักถามจนได้ความผู้เป็นพ่อก็ออกคำสั่งห้ามทันที‘แล้วเรื่องที่เขาจะมาบ้านล่ะทำไง’ น้ำเสียงกริ่งเกรงเอ่ยถามสามี ที่บัดนี้หน้าบู

  • อาญารัก เมียบำเรอ   กู่รักเชื่อมสัมพันธ์

    กู่รักเชื่อมสัมพันธ์ท่าทางสำรวมเก็บตัวของคนใช้ในบ้าน ทำให้เบญจาหันมามองหน้าผู้ชายนิสัยเสียของเธอ แล้วหันกลับมาถามคนในบ้าน “มีอะไรกันหรือเปล่า” แม่บ้านคนสนิทส่ายหน้ารัว เธอจึงหันมองชายหนุ่มอีกครั้ง สีหน้าเหนื่อยหน่าย“คุณทำอะไรกับคนในบ้านเบญคะ”“ก็ไม่ได้ทำอะไร แค่บอกและแนะนำตัวก็เท่านั้น”“เท่านั้นของคุณมันเท่าไหน”“ไม่เอาน่าที่รัก ผมแค่ให้ทุกคนรู้ว่าคุณเป็นเมีย และเท่ากับผมก็เป็นเจ้านายของเขา” เขาอึกอักตอบ รู้อยู่ว่าเธอต้องเคือง แต่ก็ไม่อยากให้เรื่องทุกอย่างเป็นความลับอีกต่อไป“เฮ้ย! จะบ้าหรือเปล่า คุณบอกคนของเบญแบบนี้ได้ไง” สาวเปรี้ยวตาเหลือกลานเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน เธออยากให้เรื่องนี้เงียบที่สุด แต่ผู้ชายเอาแต่ใจกลับมาเปิดความสัมพันธ์จนออกนอกหน้าตายแน่ หากเข้าหูพ่อแม่! ต้องกำชับทุกคนให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับต่อไป...เธอครุ่นคิดและคิดว่าต้องหาจังหวะกำชับคนในบ้านเมื่อวัชรพลเผลอ “บ้าที่ไหน” เขาทำหน้าหงอย ไม่อยากทะเลาะกับหญิงสาวขึ้นมาดื้อๆ“บ้า ทำอะไรไม่บอกกล่าว น่าเกลียดที่สุด” เธอยังด่าไม่เลิก หากแต่แปลกใจไม่น้อยที่ดูอีกฝ่ายใจเย็นลง“อย่าด่าผมอีกเลยนะเบญ” ประกายตาเว้าวอนหาก

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status