Share

ในความหวังดี

last update Tanggal publikasi: 2026-07-02 09:14:32

นิวยอร์ก เมื่อสองเดือนก่อน

          “ถ้าเรียบร้อยแล้วอย่าลืมที่สัญญาให้ไว้นะคะ” สาวสวยทวงคำสัญญา พร้อมกับรายงานสิ่งที่ตนเองได้รับมอบหมายมาและทำสำเร็จไปด้วยดี

          “ครับ ยังไงกลับไทยไปก่อนนะครับ”

          “ไม่รอพบกันก่อนหรือ คิดถึงจะแย่แล้วนะ”

 เสียงหวานโอดครวญมาจากปลายสาย ริมฝีปากหนายกยิ้มและกรอกเสียงกลับเข้าไป

          “ผมติดธุระ ยังไงเจอกันที่ไทยนะ” น้ำเสียงเฉียบขาดทำให้ปลายสายจำใจตัดสายไป หากแต่เธอจะทำตามหรือไม่นั้นมันอีกเรื่อง

          เครื่องมือสื่อสารถูกวางไว้บนโต๊ะ ก่อนที่จะเตรียมตัวออกจากที่พักเพื่อให้เห็นกับตาและไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง เขาก็มายื่นอยู่หน้าสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในใจกลางกรุงนิวยอร์กเมืองแห่งแสงสีนักท่องราตรี

เจ้าของสายตาสีเหล็กกล้ามุ่งตรงไปยังเก้าอี้ว่าง แล้วกวาดสายตามองหาใครบางคนที่อยากเจอด้วยหัวใจระส่ำตามที่ได้รับข้อมูลมา โดยไม่ได้บอกให้สาวสวยที่ทำหน้าที่สืบหาข้อมูลได้รับรู้ ว่าตัวเขาก็อยู่ที่นี้เช่นกัน 

         

“เอ้า ดื่มหน่อยสิ” เสียงเชียร์จากเพื่อนร่วมสถาบันหญิงชายหลายเชื่อชาติ ทำให้สาวสวยที่วางตัวดีมาตลอดส่ายหน้าดิก หากแต่เวลาผ่านไป เธอไม่อาจปฏิเสธเสียงเรียกร้องนับสิบไหว จึงกระดกน้ำสีอำพันในมือไปจนหมดแก้ว ก่อนจะทำหน้าบิดเบี้ยวเพราะความไม่คุ้นชินกับรสชาติและกลิ่นฉุนของเครื่องเดิม ชายหนุ่มลูกครึ่งได้แต่ส่ายหน้าโดยไม่อาจขัดขวางอะไรได้

          “ไม่ไหวก็ไม่ต้องดื่ม เดี๋ยวผมดื่มแทนเอง” คำพูดที่ก้มลงมากระซิบใกล้ๆ ทำให้เธอเอียงตัวหลบเล็กน้อย ก่อนตอบกลับ

          “ไม่เป็นไร ครั้งแรกและครั้งสุดท้าย สาไม่เมาหรอก” ไม่เมาของเธอแต่เริ่มโอนเอน เพื่อนๆในกลุ่มที่จบการศึกษาด้วยกันยิ้มร่า เข้าใจในความพยายามของเพื่อนสาวชาวไทย ก่อนจะส่งสายตาจิกไปยังชายหนุ่มลูกครึ่งที่ดูเป็นห่วงหญิงสาวชาวไทยจนออกนอกหน้า

          เมื่อแอลกอฮอล์เข้าไปผสมอยู่ในเส้นเลือดมากเข้า หนุ่มสาวเริ่มจับคู่แล้วแลกจูบกันอย่างดูดดื่ม โดยณริสาได้แต่นั่งมอง ตาพล่าเลือนกับภาพที่เธอชินกับวัฒนธรรมของชาวเมืองที่นี่ หากแต่วันนี้ ภาพนั้นกับทำให้เลือดลมในกายของเธอเดือดพล่านและรู้สึกกระดากอาย อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

          “โจ สาอยากกลับที่พัก” เธอบอกความประสงค์กับเพื่อนชายที่คิดว่ายังมีสติดีกว่าเธอมาก

          “ครับ งั้นไปกันเถอะ” เขาเอ่ยบอกไม่ขัด ก่อนจะหันไปบอกเพื่อนในกลุ่มให้รู้ไว้ เมื่ออีกฝ่ายรับรู้เขาจึงประคองร่างบางที่โอนเอนไว้ในวงแขน

          แม้จะไม่ได้แต่งตัวเสื้อผ้าน้อยชิ้นโชว์เนื้อหนังมังสา หากแต่รูปร่างกะทัดรัดทรวดทรงสมส่วน บวกกับเครื่องหน้าจิ้มลิ่มปากนิดจมูกหน่อยหากแต่โด่งรั้น มีผมสีดำสนิทขับให้ผิวหน้างามโดดเด่นอย่างสาวเอเซียเด่นเตะตา จึงทำให้พวกฝรั่งตาน้ำข้าวจ้องมองร่างบางตาเป็นมัน แต่นั่นก็ไม่พ้นสายตาของโจเซฟ

“บ้าจริง...” โจเซฟสบถหัวเสีย เมื่อเห็นชายผิวดำร่างยักษ์สองคนมีท่าทีแปลกๆ ตั้งแต่อยู่ในบาร์ และตอนนี้เขาสังเกตได้ว่า สองคนนั้นมองดูตนและเพื่อนสาวไม่ละสายตา วงแขนหนารีบโอบกระชับเอวบางที่ประคองตัวเองไม่อยู่ ไปยังรถที่จอดไว้อย่างรวดเร็ว

          “มีอารายหรอ” เสียงหวานลากยานเอ่ยถาม เขาก้มมองดูเธอแล้วฉีกยิ้มกว้างตอบกลับ

          “เปล่า ไม่มีอะไร” น้ำเสียงติดขันเอ่ยบอก พร้อมกับจ้องลึกในดวงตาคู่งามที่เริ่มปรือลอย ก่อนจะรีบเก็บความทรงจำบนใบหน้าหวานที่บัดนี้แดงเรื่อเพราะพิษน้ำเมาที่เขาไม่เคยมีโอกาสได้เห็น

          “แต่ ฉาน หายใจไม่ออก” เธอประคองน้ำเสียงให้อีกฝ่ายเข้าใจ เพราะเพื่อนโอบรัดเอวเธอแถมกึงลากกึ่งประคองจนเธอก้าวตามไม่ทัน ที่สำคัญรู้สึกเจ็บจุก

          “โอ๊ะ ขอโทษที” โจเซฟรีบคลายวงแขนที่ตนเองเผลอออกแรงรัดเอวคอดกิ่วแรงไป ก็คนมันห่วงนี่...

“ว่าแต่...เอ๊ะ หายไปไหน” โจเซฟมองซ้ายแลขวาอย่างระแวดระวัง หากแต่ตอนนี้ไม่มีใครตามมาอีกแล้ว เขาจึงจัดการเปิดประตูรถ และดันร่างบางไปยังตำแหน่งที่นั่งของเธอ

“กาบที่พักนะ สาม้าย หวาย แล้ว” แม้ตาจะปิดอยู่รอมร่อ เธอก็ยังย้ำ คลายกลัวว่าอีกฝ่ายจะลืม

“ครับผม หลับให้สบายเถอะ” สายตามุ่งมั่นเอ่ยหนักแน่น ริมฝีปากบางจึงคลี่ยิ้มบางๆ ก่อนจะค่อยๆ หลับตาลง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อาญารัก เมียบำเรอ   บทส่งท้าย 3

    “โอ๊ยสา นี่อย่าบอกนะว่าครั้งแรกของเราก็ติด น้องธิปน้อยกับน้องสาน้อยแล้ว” คนมั่นใจในตัวเองเอ่ยสีหน้าแช่มชื่นขึ้นเมื่อมีความจริงที่เป็นไปได้มาหักล้างกัน เจ้าสาวหมาดๆ ได้แต่พยักหน้า“โอ๊ย แบบนี้ผมสิ ต้องเร่งต่อแขนต่อขาให้ลูกผมแล้ว” สีหน้ากระวีกระวาดดีใจจนทำอะไรไม่ถูก ทำเอาณริสามองภาพนั้นแล้วน้ำตาเรื่อด้วยความปลาบปลื้ม และยิ่งไปกว่านั้น ริมฝีปากหนาก้มลงจุมพิตหน้าท้องที่ยังคงแบนราบอยู่ดังจ๊วบ จนณริสาขนชี้ชันไปทั่วกาย สวมกอดเขาอย่างรักสุดซึ้ง“สา ทำไมคุณหวานอย่างนี้...” เสียงกระเส่าเอ่ยถามหากแต่ไม่ต้องการคำตอบ ไม่ว่ากี่ครั้ง...เธอก็หวานสำหรับเขาเสมอไม่ว่าสัมผัสลงไปตรงจุดใด ก่อนจะพรมจูบดูดเม้มไปทั่วสัดส่วนโค้งมนร่างบางบิดเกร็งเมื่อคนบนร่าง ครอบครองก้อนเนื้อนุ่มหยุ่น ทั้งดูดดื่มขบกัดราวกับทารกน้อย หิวกระหาย“คุ คุณธิป...ฮ่าส์” เธอส่งเสียงคราง กลางกายสาวเริ่มกระตุกถี่ๆ เมื่อมือหนาที่ช่ำชองใช้ทั้งปลายนิ้วปลายลิ้นตวัดสัมผัสรุกไล่โรมรัน กายสาวที่ไร้ประสบการณ์ยิ่งสะท้านไหวสองเสียงครางประสานกันอย่างกระสันปนทรมานแสนหวานที่พร้อมใจกันปรนเปรอ ปากหนาระดมกดจูบเลาะเล็ม ไปในที่ที่ต้องการ พร้อมมือหนาสอดนิ

  • อาญารัก เมียบำเรอ   บทส่งท้าย 2

    “ดีแล้ว งานมงคล เจ้าสาวต้องปล่อยใจให้ว่างและคิดแต่เรื่องของเราเท่านั้น...” ท่าทางกรุ้มกริ่มเริ่มแต้มสีสันให้ใบหน้าเจ้าสาวอีกครั้ง“เดี๋ยวผมปลดซิปให้” ว่าแล้วก็รีบเอื้อมมือจับซิปที่อยู่ตรงต้นคอแล้วรูดลงจนสุด โดยที่เจ้าสาวไม่ทันตั้งตัวซิปก็ลงไปจนสุดทาง เผยให้เห็นแผ่นหลังเนียนลออล่อตาล่อใจ จนต้องแอบกลืนน้ำลายลงคอ“ขอบคุณค่ะ แต่ให้ดีช่วยหยิบผ้าขนหนูให้สาด้วยซิคะ” เสียงหวานตอบรับ ได้ทีใช้เจ้าบ่าวต่อ อีกฝ่ายทำตามอย่างไม่อิดออด“ขอบคุณค่ะ” เธอกล่าวขอบคุณสามีสมบูรณ์แบบอีกครั้ง ก่อนจะรีบรับผ้าขนหนูมาพันตัวเองไว้ เมื่อความเย็นของแอร์เริ่มปะทะผิวกายจนรู้สึกหนาวสะท้าน ก่อนจะค่อยๆ รูดชุดเจ้าสาวออกจากตัวอย่างระมัดระวัง และเมื่อถอดเสร็จเรียบร้อยเธอก็วางชุดไว้บนเตียงก่อนจะจัดการผมที่เกล้าไว้“มาผมช่วย” เสียงทุ้มที่หายไปสักพัก ดังแทรกขึ้น และนั้นทำเอาณริสาทำอะไรไม่ถูก หน้าเห่อร้อน เมื่อเธอเห็นว่าเขาไม่มีอะไรปกบิดร่างกายเลยแม้แต่น้อย‘อ๊าย ตาบ้า!’ เธอก่นด่าเจ้าบ่าวหมาดๆ ในใจ อีกทั้งพยายามเก็บระดับสายตาเอาไว้ไม่เผลอหันไปมอง และความหื่นของเจ้าบ่าวทำให้เจ้าสาวลืมเรื่องไม่สบายใจไปจนหมดสิ้น“ให้ตายเถอะ คุณย

  • อาญารัก เมียบำเรอ   บทส่งท้าย 1

    บทส่งท้ายสามเดือนต่อมา ณ บ้านณรงค์พล ซึ่งถูกเปลี่ยนให้เป็นสถานที่จัดงานแต่ง เลี้ยงแขกแบบปุบเฟ่ต์ โดยในงานประดับประดาด้วยดอกกุหลาบสีหวาน จัดเป็นซุ้มต่างๆ ไว้อย่างสวยงามและลงตัว...เมื่อทุกคนกล่าวอวยพรและทิ้งให้เจ้าสาวเจ้าบ่าวอยู่ในห้องหอเพียงลำพัง สายตาคมกล้าก็เพ่งมองเจ้าสาวของตัวเองที่นั่งอยู่หน้ากระจกอย่างชื่นชม เจ้าสาวในชุดสไตล์เกาะอกในโทนสีขาว เพิ่มความเก๋ของชุดด้วยการตัดเย็บผ้าลูกไม้บางๆ สีเงินระยิบระยับบริเวณแขนและช่วงไหล่ ยาวไปถึงช่วงตัว ทำให้ชุดแต่งงานดูสวยชวนมอง สร้างความประทับใจให้พ่อแม่เจ้าบ่าวและผู้คนในงานชมไม่ขาดปาก และนั่นไม่สำคัญเท่าคนในครอบครัวเขาที่ชมกันต่อหน้า“วันนี้ พี่ชายไม่ทำให้น้องผิดหวังเลยนะคะ หาพี่สะใภ้ทั้งสวยและแกร่งมาให้ ‘ธนเกียรติ’” คำพูดน้องสาวที่ยอมทิ้งลูกและสามีมาเป็นแม่งานเองอยู่หลายวัน โดยน้องเขยมาก่อนงานแค่วันเดียวแล้วรีบกลับ เพื่อไปดูแลไร่กาแฟและโรงงานที่มีออเดอร์เพิ่มจนน่าตกใจ ส่วนธาริณีอยู่ช่วยงานจนจบ โดยตลอดทั้งวันเธอเอ่ยชมไม่ขาดปากพร้อมพ่อกับแม่ก็พลอยเห็นด้วย จนเจ้าบ่าวอย่างเขายิ้มแก้มแทบปริ“เป็นไงเหนื่อยมั้ย” เจ้าบ่าวในชุดทักสิโดสีขาวยืนโอบไหล

  • อาญารัก เมียบำเรอ   สำนึกได้ก็ไม่สาย

    สำนึกได้ก็ไม่สาย“ขอบคุณ แต่ฉันละอายใจเกินกว่าจะรับไว้” เพื่อนวัยเดียวกันที่ยังมีสายใยผูกพันเอ่ยบอก อีกฝ่ายส่งยิ้มอุบอุ่นกลับไป ก่อนจะตอบตามความตั้งใจเดิม“เด็กมันเต็มใจให้ และเป็นการขอโทษ ที่มันได้ทำล่วงเกินเอาไว้” ดิษกุลอดผันหน้าไปทางอื่นไม่ได้ ด้วยความละอายแก่ใจนัก คำพูดนั้นน่าเป็นตนเองที่พูดออกไป ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยขึ้น“ฉันต่างหากที่ควรจะพูดคำว่าขอโทษ จนทำให้เด็กไม่รู้เรื่องรู้ราว มาจมอยู่กับความทุกข์ ที่ฉันได้ก่อขึ้น”“มันจบไปแล้วเพื่อน ต่อไปเราก็จะเป็นทองแผ่นเดียวกัน” ประโยคนี้เรียกความตื่นเต้นให้สองหนุ่มสาวเป็นอย่างมาก หากแต่สร้างความปีติให้คนสูงวัยทั้งสองฝ่ายเช่นกัน“เอ่อ...” เสียงเหมือนจะค้านหากแต่หยุดชะงักไว้ แม้จะปลื้มอยู่มาก ที่ลูกจะเป็นฝั่งเป็นฝา ผัวเดียวเมียเดียว แต่ก็ยังมีความเคลือบแคลงอยู่“นายจะกลัวอะไรอีก หรือนายไม่พอใจ นายก็เอาไม้ฟาดหัวลูกชายฉันก็ได้ ฉันไม่ว่านะ” พ่อฝ่ายเจ้าบ่าวออกแรงหนุน เมื่อคิดว่าพ่อฝ่ายเจ้าสาวยังคงไม่ไว้ใจให้ลูกชายตนดูแลดวงใจที่ตนเองถนอมเลี้ยงดูมา“หา... พ่อ!” คนมีชนักติดตัวสะดุ้ง พรางเรียกพ่อเสียงหลง ‘วอนให้ลูกชายเจ็บตัวมั้ยล่ะนั้น’ เขาได้แต่ฟิ

  • อาญารัก เมียบำเรอ   โอบรักให้กัน

    โอบรักให้กัน“ขอบคุณค่ะแม่...” น้ำเสียงสั่นเครือพยายามเปล่งออกมาเมื่อผู้เป็นแม่ยืนยันความตั้งใจอีกครั้ง ก่อนจะก้มมองของขวัญบนคอตนเองผ่านกระจกเงา หากแต่ความสวยงามของเพชรนั้นกลับไม่เรียกความสดชื่นจากใบหน้าเธอได้ ก่อนจะหันมาโอบเอวผู้เป็นแม่แล้วซบใบหน้าลงเพื่อซึมซับความอบอุ่นที่นานมากแล้วเธอไม่เคยแสดงกิริยาแบบนี้ ด้วยความที่อยู่ห่างไกลกันเนิ่นนานกว่าร่างบางจะผละห่าง“กลัวหรือลูก” นางเอ่ยถามเมื่อพิศมองใบหน้าที่แต้มสีสันไว้เพียงบางๆ หากสวยน่ามอง แต่ตัดกับสีหน้าหม่นหมอง จนนางรู้สึกใจคอไม่ดีแต่ก็นั้นล่ะ นางเองก็หวั่นใจอยู่ไม่น้อย แต่พยายามปิดความรู้สึกเอาไว้...เมื่ออีกฝ่ายให้โอกาสเธอก็อยากทำในสิ่งที่สมควรที่สุด“ค่ะ” เธอตอบกลับไปเสียงแผ่ว มือเรียวยื่นไปจับไหล่ลูกแล้วบีบเบาๆ ให้กำลังใจ“ลงไปกันเถอะ” นางเอ่ยชวนพร้อมดันร่างบางให้เดินออกไป นางรู้ว่าลูกสาวเครียดด้วยเรื่องอันใด หากไม่ใช่คำพูดของผู้เป็นพ่อในวันนั้น...‘อย่าให้พ่อรู้นะว่าลูกยังติดต่อกับฝ่ายนั้นอีก’ ทันทีที่ถูกซักถามจนได้ความผู้เป็นพ่อก็ออกคำสั่งห้ามทันที‘แล้วเรื่องที่เขาจะมาบ้านล่ะทำไง’ น้ำเสียงกริ่งเกรงเอ่ยถามสามี ที่บัดนี้หน้าบู

  • อาญารัก เมียบำเรอ   กู่รักเชื่อมสัมพันธ์

    กู่รักเชื่อมสัมพันธ์ท่าทางสำรวมเก็บตัวของคนใช้ในบ้าน ทำให้เบญจาหันมามองหน้าผู้ชายนิสัยเสียของเธอ แล้วหันกลับมาถามคนในบ้าน “มีอะไรกันหรือเปล่า” แม่บ้านคนสนิทส่ายหน้ารัว เธอจึงหันมองชายหนุ่มอีกครั้ง สีหน้าเหนื่อยหน่าย“คุณทำอะไรกับคนในบ้านเบญคะ”“ก็ไม่ได้ทำอะไร แค่บอกและแนะนำตัวก็เท่านั้น”“เท่านั้นของคุณมันเท่าไหน”“ไม่เอาน่าที่รัก ผมแค่ให้ทุกคนรู้ว่าคุณเป็นเมีย และเท่ากับผมก็เป็นเจ้านายของเขา” เขาอึกอักตอบ รู้อยู่ว่าเธอต้องเคือง แต่ก็ไม่อยากให้เรื่องทุกอย่างเป็นความลับอีกต่อไป“เฮ้ย! จะบ้าหรือเปล่า คุณบอกคนของเบญแบบนี้ได้ไง” สาวเปรี้ยวตาเหลือกลานเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน เธออยากให้เรื่องนี้เงียบที่สุด แต่ผู้ชายเอาแต่ใจกลับมาเปิดความสัมพันธ์จนออกนอกหน้าตายแน่ หากเข้าหูพ่อแม่! ต้องกำชับทุกคนให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับต่อไป...เธอครุ่นคิดและคิดว่าต้องหาจังหวะกำชับคนในบ้านเมื่อวัชรพลเผลอ “บ้าที่ไหน” เขาทำหน้าหงอย ไม่อยากทะเลาะกับหญิงสาวขึ้นมาดื้อๆ“บ้า ทำอะไรไม่บอกกล่าว น่าเกลียดที่สุด” เธอยังด่าไม่เลิก หากแต่แปลกใจไม่น้อยที่ดูอีกฝ่ายใจเย็นลง“อย่าด่าผมอีกเลยนะเบญ” ประกายตาเว้าวอนหาก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status