Compartilhar

พระพรหม

last update Data de publicação: 2026-09-22 15:14:47

ฟากฝั่งเจ้าของโทรศัพท์พลิกตัวไปมานอนไม่หลับ เธอควรจะหลับไปนานแล้วแต่เพราะคิดมากทำให้เธอหลับไม่ลง

มือบางคว้าโทรศัพท์แม่ขึ้นมากดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันกลับโทรศัพท์ไม่ติด เหมือนถูกปิดเครื่องไปแล้ว ทำให้หญิงสาวขุ่นเคืองยิ่งนัก เสียใจก็เสียใจเพราะเธอเก็บเงินซื้อมาแพงด้วย

“ใครเก็บได้แล้วไม่คืน ขอให้มันกินอะไรแล้วสำลักตายไปเลย เพี้ยง!” พูดเสร็จเธอก็ยกมือขึ้นท่วมหัว

หญิงสาวสวมเสื้อคลุมออกมาเดินหน้าบ้าน เธอชะเง้อมองไปยังรี­สอร์ต ที่เชื่อมหากันได้ แสงไฟเปิดตามทางเดิน ห้องพักเต็มทุกห้อง เธอเดินเล่นไปตามทาง ดอกแก้วส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลชวนให้ชื่นใจ

เธอสูดดมกลิ่นหอมๆ จนเต็มปอด ก่อนจะกลับเข้าบ้านและขึ้นห้อง

เช้าที่สดใสสำหรับหลายคน แม่ชบาตื่นเช้าเตรียมอาหารไว้รอใส่บาตรยามเช้า หลังจากนั้นขึ้นไปปลุกบุตรสาวให้มาใส่บาตรด้วยกัน

“อาย… ลูกตื่นหรือยัง” แม่ชบาเคาะประตูพร้อมบิดลูกบิดประตูแต่มันล็อก แม่ชบายังคงเรียกและเคาะประตูอยู่แบบนั้น แม่ผู้อยากให้ลูกได้ตื่นมาสูดอากาศยามเช้าเพราะรู้ว่าที่กรุงเทพฯ คงไม่มีโอกาสได้อากาศที่สดชื่นแบบนี้

“แม่… เคาะอยู่ได้”

ประตูถูกเปิดโดยลูกสาวหน้าบึ้งตึงบูดบึ้งที่ขัดจังหวะการนอน

“อาบน้ำแล้วลงไปใส่บาตรพระกับแม่” แม่ชบาไม่ถือสาท่าทีของบุตรสาวเพราะรู้ดีว่าการถูกขัดการนอน ผลจะออกมาเช่นนี้แต่ไหนแต่ไร

“แม่!”

“สิบห้านาที… แล้วเจอกันข้างล่างลูกรัก” แม่ชบาไม่พูดมาก

“ให้พระรอแล้วกัน สิบห้านาทีจะไปทันอะไรละแม่” หญิงสาวทำท่าทางกระฟัดกระเฟียด

“เดี๋ยวแม่ตี มีที่ไหนให้พระรอ เร็วๆ” แม่ชบาทำทียกมือขึ้นหมายจะตีแต่แกล้งหยอกลูกสาวเท่านั้น

“โอ๊ย! จะบ้าตาย แม่นะแม่” หญิงสาวรีบเข้าห้องน้ำอาบน้ำและรีบแต่งตัวให้ทันเวลาที่แม่ให้ หญิงสาวเคลียร์ตัวเองเรียบร้อยก่อนหันซ้ายหันขวาอยู่หน้ากระจก จากนั้นก็ลงไปด้านล่าง สวมกอดด้านหลังของแม่เอาหน้าใสๆ แนบกับหลัง

“หือ… อ้อนแบบนี้ต้องมีอะไรแน่เลย”

“แม่รู้ทันอีกละ”

“ก็แม่เป็นแม่ของหนูไง” หญิงสาวบอกแม่ตามตรง

“แม่… อายเสียดายโทรศัพท์ค่ะ หนูพึ่งซื้อเอง”

“ค่อยซื้อใหม่สิ” แม่พูดขณะยกสำรับเตรียมของใส่บาตรส่งให้ลูกสาว

“มันแพงมากเลยนะแม่ อายต้องเก็บตังค์กี่เดือนถึงจะได้ซื้อ”

“ค่อยคุยกันลูก พระมาแล้วปล่อยให้ท่านรอไม่ดี ไปลูก” หญิงสาวจำใจต้องเดินตามแม่มาใส่บาตรที่หน้าบ้านพร้อมแม่

ใส่บาตรรับพรเสร็จ อารดาก็ขอเดินเล่นที่หน้ารีสอร์ต

อากาศเย็นสดชื่นกลิ่นอาย ของดินของหญ้าทำให้หญิงสาวยืนหลับตาสูดหายใจเต็มปอด ก่อนค่อยๆ ลืมตา

“สดชื่นจัง” เธอพูดกับตัวเอง

เธอเดินลัดเลาะไปจนสุดรีสอร์ตที่มีรั้วกั้นระหว่างที่ของอีกคน ซึ่งที่ดินติดๆ กันส่วนใหญ่เป็นโดมปลูกผักออร์แกนิก หญิงสาวพยายามเขย่งเท้าเพื่อดูภายในนั้น

มีอะไรบ้างแต่เห็นแค่เงารางๆ แค่พอจะมองว่าเป็นแปลงผักนั่นแหละ เธอเลิกสนใจและเปลี่ยนมาสนใจรีสอร์ตของแม่แทน เธอเห็นคนพักหลายคนตื่นเช้ามาวิ่งออกกำลังกาย บางคนก็ว่ายน้ำในสระที่เป็นส่วนรวมใครจะลงมาว่ายน้ำก็ได้

ช่วงสายๆ อารดาเข้ามาช่วยงานที่เคาน์เตอร์ เพราะคนดูแลต้องไปตรวจตราห้องพัก ซึ่งแขกทยอยเช็กอินออกไป

เธอสำรวจไปเรื่อยแล้วมานั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ พลันสายตาเหลือบไปเห็นโทรศัพท์ ที่วางอยู่ข้างๆ เธอนึกขึ้นได้

“ไม่มีโทรศัพท์ก็เหมือนขาดอะไรไปบางอย่าง ลองโทรไปใหม่สิเผื่อไอ้คนเก็บได้มันจะเปิดเครื่อง” ว่าแล้วเธอก็กดเข้าเบอร์ตัวเองทันที แต่ปรากฏว่าเครื่องยังปิดเหมือนเดิม แม้เธอจะโทรเข้าหลายสายก็ตาม

“ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้” หญิงสาวย้อนคำพูดในโทรศัพท์ เสียงใสๆ บ่นไล่ท้ายยกใหญ่

“เอ๊ะ! หรือแบตหมดกันนะ” เธอยังทำหน้าสงสัย

“อย่าให้รู้ตัวนะเก็บของคนอื่นได้แล้วไม่คืน จะสั่งสอนให้เข็ดเลย”

อารดาค่อยๆ ใช้ความคิดลำดับเหตุการณ์ต่างๆ ว่าเมื่อวานเธอทำอะไรบ้างไปไหนมาบ้างแต่เธอก็ไม่ได้ไปไหนนอกจากไร่เอี่ยมสกุลชัย จนมาสะดุดตอนที่เธอเป็นลมหมดสติและนอนอยู่บนโซฟา

“ใช่! ต้องใช่แน่ๆ” เธอดีดนิ้วพร้อมกระตุกยิ้มมุมปาก

เวลาสิบเอ็ดนาฬิกาสิบนาที มือบางกดเบอร์หาเพื่อนสนิท เพื่อชวนให้ไปเป็นเพื่อน เธอไม่อยากไปคนเดียวและไม่อยากเจอใครบางคน อย่างน้อยมีเพื่อนไปด้วยก็อุ่นใจกว่าเป็นไหนๆ

(“ฮัลโหล อาย… แกมีอะไร”) น้ำรับสายขณะขับขี่รถมอเตอร์ไซค์โดยมีแม่ซ้อนท้าย

(“ฮัลโหล… น้ำแกอยู่ไหน”)

“ฉันพาแม่มาหาหมอในเมืองแต่มีอะไรหรือเปล่า?”

น้ำขับรถมือเดียว

“อ้าวเหรอ แม่เป็นอะไร!” อายถามด้วยเสียงตกใจ

“แม่ปวดขา ว่าแต่แกเถอะมีอะไรด่วน” น้ำถามย้อนกลับ

“ฉันว่าจะชวนแกไปไร่พ่อเลี้ยง อะไรของแกนั่นน่ะ?”

“พ่อเลี้ยงดิน ไม่ใช่พ่อเลี้ยงฉัน เดี๋ยวคนได้เข้าใจผิด ว่าแต่แกจะไปทำไมอาย?” น้ำรีบปฏิเสธพร้อมย้อนถาม

ทำไมเพื่อนถึงอยากไปที่นั่นอีกนะ

“ไปธุระ ถามหาโทรศัพท์”

“ไปหาโทรศัพท์เนี่ยนะ แกไม่โทรเข้าเครื่องแกล่ะวะ” น้ำแนะเพื่อน

“โทรแล้วไม่ติดอาจแบตหมด”

“อ้าว… แกรู้เหรอว่าตกอยู่ตรงไหนถึงจะไป”

“น่าจะตกอยู่โซฟา ตอนฉันเป็นลม” อารดาคิดแบบนั้นจริง

“ฉันพึ่งจะออกจากบ้านมาเอง แกไปคนเดียวได้หรือเปล่าอาย อ้อ แล้วอย่าไปอาละวาดโวยวายบ้านคนอื่นเขาละ” น้ำกลัวใจเพื่อนจริงๆ

“อื้อๆ แกรีบพาแม่ไปหาหมอเถอะ ฉันไปเองได้”

“อาย แกรับปากฉันก่อนว่าจะไม่ก่อเรื่อง” น้ำต้องการคำยืนยัน

“อื้อ ฉันรับปากแก แต่ถ้าคนทางนั้นไม่กวนประสาทนะ” อารดาชิงวางสายก่อนจะถูกเพื่อนตำหนิ

“อาย… อาย” ยัยเพื่อนคนนี้

น้ำส่ายหัวให้กับความก๋ากั่นของอารดา กชกรรีบเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าและขับรถพาแม่ไปยังคลินิก หากไปโรงพยาบาลเธอกลัวจะรอนานเลยเลือกมาที่คลินิกแทน

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • อายดินกลิ่นรัก ณ บ้านไร่   พ่อเลี้ยงเป็นคนดี

    บนบ้านห้องรับแขกตุ๊บ! “โอ๊ย! โยนอีกแล้วนะโว้ย! ใช้แต่กำลัง” เธอถูกโยนลงบนโซฟาตัวเดิม“ฉันอ่อนโยนกับคนที่นิสัยดีเท่านั้น”“ฉันไม่ดีตรงไหน นายหาเรื่องฉันก่อน” พ่อเลี้ยงดินหันหลัง ถอดเสื้อแขนยาวโยนลงข้างๆ สองแขนของหญิงสาวเท้าสะเอวมองออกนอกระเบียง เขาหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะพ่นมันออกมาหนักๆ หญิงสาวมองแผ่นหลังหนา พลางคิดในใจ ทำไมเขาถึงเงียบเมื่อกี้ยังต่อว่าเธออยู่ฉอดๆเมื่อเธอเห็นเขาเงียบ พลันสมองสั่งงานให้มองหาของที่ต้องการ มือน้อยๆ ควานหาสิ่งที่ต้องการ เธอคิดว่าทำตกไว้ตรงนี้พร้อมสายตาที่ส่ายส่องมองหาเธอพลิกตัวหาทุกที่ที่คิดว่ามันตกอยู่แต่ไม่พบ หญิงสาวมัวแต่หาของจนไม่ทันสังเกต ว่าชายหนุ่มเดินหายไปทางไหน เงยหน้ามองอีกทีก็ไม่เห็นเขาแล้ว“เอ๊า หายไปไหนของเขา” เธอคิดในใจจากนั้นก็หันมาสนใจหาของที่ต้องการต่อ“ลูกแม่… แกตกหายตรงไหนกันนะ กว่าจะเก็บเงินซื้อได้ตั้งหลายเดือนเลยนะ” อารดาเดินเขย่งเท้าวนไปมา รื้อค้นในที่ต่างๆ ก็ไม่เห็นคราวนี้เธอถึงกับถอดใจ โทรศัพท์ของเธอคงไม่ได้หล่นตรงนี้อาการเจ็บจี๊ดๆ ที่หัวเข่าเริ่มอีกครั้ง อาจจะระบมช่วงที่เดินบ่อย ไหนเท้าที่เป็นแผลพุพองจากการใส่รองเท้าส้นสูงลุยไปใ

  • อายดินกลิ่นรัก ณ บ้านไร่   จูบหวาน

    แต่ก็ช่วยไม่ได้เธอหาเรื่องเอง ทั้งๆ ที่พึ่งเจอกันได้แค่สองวันเธอยังสร้างความปวดหัวให้กับเขาขนาดนี้“เธอหาเรื่องเองช่วยไม่ได้ ช่วยหยุดพูดก่อนที่ฉันจะโยนเธอลงพื้นจริงๆ ฉันรำคาญ” ตอนนี้สีหน้าเขาดูจริงจังด้วยความที่กลัวว่าเขาจะทำจริงเธอจึงเงียบเสียง อยู่นิ่งๆ ให้เขาพาไปยังรถ เขาเปิดประตูด้วยมือเดียว ก่อนจะโยนร่างหญิงสาวบนเบาะนั่งข้างคนขับ เธอไถลไปตามแรงโยน“โอ๊ย! ไอ้บ้า! โยนลงมาได้” จากที่น้ำตาแห้งไปก่อนหน้านี้มันไหลออกมาอีกครั้ง“ซี้ด! เจ็บเป็นบ้า” เธอบ่นคนเดียวก่อนขยับนั่งให้เข้าที่เข้าทาง พ่อเลี้ยงดินเดินอ้อมมายังฝั่งคนขับเขาหัวเสียอย่างหนักผู้หญิงอะไรเจอกันทีไรหาเรื่องได้ตลอดเวลา เขาพลางส่ายหัวขับไล่เรื่องไร้สาระออกจากหัว“นาย รองเท้าฉัน” เธอพูดเบาๆ“ช่างมัน เธอรวยซื้อใหม่แค่นี้เอง” ก่อนเลี้ยวรถกลับเข้าทางจงใจให้ล้อรถเหยียบทับรองเท้าเจ้าปัญหาเจ้าของรถขับรถไปยังโกดังเก็บผัก เหล่าพนักงานกำลังขะมักเขม้น จัดเรียงผักสลัดใส่กล่องโฟมเตรียมส่งไปยังร้านอาหารต่างๆเมื่อเห็นรถของพ่อเลี้ยงดินแล่นเข้ามาจอดต่างช่วยกันขนเข่งผักลง“เรียบร้อยครับพ่อเลี้ยง” โต้งเดินเข้ามาบอก“อ้าว… ฮั่นแน่! พ่อเลี้ย

  • อายดินกลิ่นรัก ณ บ้านไร่   ยอมที่ไหนกัน

    หลังจากเหลือกันแค่สองคน หญิงสาวก้าวเท้าไปหาชายหนุ่มที่เขาจ้องมองเธอดู“มองอะไรของนาย ว้าย!” รองเท้าส้นสูงจมดินโคลนทำให้เธอหน้าคะมำ เธอล้มกองที่พื้น“เฮ้ย!” แต่เจ้าของไร่กลับยืนกอดอกมองดูหญิงสาวหน้าตาเฉย ไม่แม้แต่จะช่วยเหลือ“ไอ้คนแล้งน้ำใจ” หญิงสาวต่อว่าชายหนุ่มเมื่อเห็นว่าเขายืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน อารดาพาตัวเองลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล เธอเจ็บเท้าและขา ทั้งรองเท้าที่กัดเท้าและไหนจะล้มเมื่อกี้นี้อีก เธอถอดรองเท้าออกลุกขึ้นยืนโดยเท้าเปล่า ก่อนจะหันไปดึงเอารองเท้าข้างที่จมดินขึ้นมาถือเธอเดินเขย่งเท้าเข้าหาชายหนุ่ม“เธอมาทำอะไรที่นี่” ทั้งสองประจันหน้ากันก่อนชายหนุ่มจะเอ่ยขึ้น อารดาเชิดหน้าใช้มือเกลี่ยผมออกจากใบหน้า สายตาเข้มชำเลืองใบหน้าแสนหวาน แม้จะถูกปกปิดด้วยความมอมแมมแต่ยังคงดูสวยน่ารัก อยู่ๆ ใจเขากลับเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน“ฉันมาหาโทรศัพท์”“โทรศัพท์… ทำไมถึงมาหาที่นี่”“ก็เมื่อวานฉันเป็นลม มันน่าจะตกที่โซฟา”“เห็นตอนตกหรือ” เขาปั้นหน้าถาม“ไม่เห็น แต่ฉันมั่นใจ” เธอลอยหน้าลอยตาบอก“ทำไมไม่หาที่บ้าน มาหาอะไรตรงนี้”“ไอ้ลูกน้องบ้าของนายนะสิ หลอกฉันมาเนี่ย” เธอแว้ดใส่คนตรงหน้า คิดแล

  • อายดินกลิ่นรัก ณ บ้านไร่   มีคนสวยอยากเจอพ่อเลี้ยง

    อารดาเดินสวนกับแม่ ขณะที่จะมาตามไปกินข้าว เพราะเมื่อเช้าลูกสาวยังไม่ได้กินข้าว“อาย แม่กำลังจะตามไปกินข้าว”“แม่จ๋า อายจะไปไร่อีตาขี้เก๊ก”“เอ๋… ตาขี้เก๊ก ใครเหรอลูก” คนฟังถึงกับขมวดคิ้ว“ก็ไร่ของคนที่แม่ให้อายไปเมื่อวานนี้ไงคะ”“อ๋อ… เขาชื่อพ่อเลี้ยงดิน ขี้ก๊กขี้เก๊กอะไรกัน เราเป็นเด็กเป็นเล็ก คำพูดคำจาให้มีมารยาทรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ เดี๋ยวเขาหาว่าพ่อแม่ไม่สอน” แม่ชบาติเตือนลูกสาว“พ่อแม่สอนมาดี… แต่ผู้ใหญ่บางคนยียวนกวนประสาทจะตายแม่” เธอย้อนคำแม่“แม่…”“หือ…”ขณะที่เดินกลับบ้าน หญิงสาวได้เอ่ยถามถึงบุคคลที่สาม เธออยากรู้ว่าเขาเป็นมาอย่างไรถึงได้มีแต่คนเรียกพ่อเลี้ยง ทั้งๆ ที่เธอก็เป็นคนที่นี่มาแต่เกิด ทำไมเขาถึงถูกเรียกว่า“พ่อเลี้ยง” ทั้งที่ดูๆ แล้วอายุอานามยังน้อยๆ“อีตาขี้เก๊ก เอ๊ย! พ่อเลี้ยงดินของแม่นี่เป็นคนยังไงกันคะ”“คนแถวนี้ตั้งให้เพราะคุมคนงานดูแลพื้นที่หลายร้อยไร่ตามลำพัง แม่ว่าหนูคงจำพ่อเลี้ยงไม่ได้หรอกลูก ช่วงนั้นหนูยังเด็กมากๆ ส่วนพ่อเลี้ยงดินเขาเทียวไปเทียวมา ระหว่างกรุงเทพฯ กับที่นี่ ให้เล่ามันยาวเอาไว้แม่ค่อยเล่าให้ฟังแล้วกัน ไปกินข้าวกัน” แม่ชบาจูงมือลูกสาวเข้าบ้าน

  • อายดินกลิ่นรัก ณ บ้านไร่   พระพรหม

    ฟากฝั่งเจ้าของโทรศัพท์พลิกตัวไปมานอนไม่หลับ เธอควรจะหลับไปนานแล้วแต่เพราะคิดมากทำให้เธอหลับไม่ลงมือบางคว้าโทรศัพท์แม่ขึ้นมากดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันกลับโทรศัพท์ไม่ติด เหมือนถูกปิดเครื่องไปแล้ว ทำให้หญิงสาวขุ่นเคืองยิ่งนัก เสียใจก็เสียใจเพราะเธอเก็บเงินซื้อมาแพงด้วย“ใครเก็บได้แล้วไม่คืน ขอให้มันกินอะไรแล้วสำลักตายไปเลย เพี้ยง!” พูดเสร็จเธอก็ยกมือขึ้นท่วมหัวหญิงสาวสวมเสื้อคลุมออกมาเดินหน้าบ้าน เธอชะเง้อมองไปยังรี­สอร์ต ที่เชื่อมหากันได้ แสงไฟเปิดตามทางเดิน ห้องพักเต็มทุกห้อง เธอเดินเล่นไปตามทาง ดอกแก้วส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลชวนให้ชื่นใจเธอสูดดมกลิ่นหอมๆ จนเต็มปอด ก่อนจะกลับเข้าบ้านและขึ้นห้องเช้าที่สดใสสำหรับหลายคน แม่ชบาตื่นเช้าเตรียมอาหารไว้รอใส่บาตรยามเช้า หลังจากนั้นขึ้นไปปลุกบุตรสาวให้มาใส่บาตรด้วยกัน“อาย… ลูกตื่นหรือยัง” แม่ชบาเคาะประตูพร้อมบิดลูกบิดประตูแต่มันล็อก แม่ชบายังคงเรียกและเคาะประตูอยู่แบบนั้น แม่ผู้อยากให้ลูกได้ตื่นมาสูดอากาศยามเช้าเพราะรู้ว่าที่กรุงเทพฯ คงไม่มีโอกาสได้อากาศที่สดชื่นแบบนี้“แม่… เคาะอยู่ได้”ประตูถูกเปิดโดยลูกสาวหน้าบึ้งตึงบูดบึ้งที่ขัดจังหวะการนอน“

  • อายดินกลิ่นรัก ณ บ้านไร่   ฟ้าลิขิต

    บทสนทนาเริ่มเข้มข้นขึ้น พ่อเลี้ยงหนุ่มเป็นกันเองกับคนทั้งสอง ทำให้พวกเขาผ่อนคลายลงมาก จากที่ไม่ค่อยกล้าแสดงออกอาหารถูกจัดเรียงวางบนโต๊ะ แน่นอนการจัดวางดูสวยงามน่าทาน เพราะการใส่ใจดูแลของเจ้าของร้านที่นี่และเจ้าของร้านก็คือ “พ่อเลี้ยงดิน” นั่นเอง… เขาเปิดร้านอาหารนี้ให้กับภรรยาเป็นคนดูแล เพื่อไว้ต้อนรับลูกค้าที่มาเจรจาติดต่อผลผลิต และเป็นตัวบ่งบอกว่าสินค้าของเขา สดใหม่สมคำร่ำลือจริงๆแต่ตอนนี้เป็นเขาเองที่ต้องมาดูแลแทนหลังจากเลิกร้างกับภรรยา พ่อเลี้ยงดินฟังข้อเสนอต่างๆ พร้อมเอกสารสัญญาต่างๆ พร้อมกับลงลายเซ็น อันเป็นเสร็จสิ้นท่ามกลางความโล่งใจของผู้ที่มาติดต่อ การเจรจาตกลงใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง ล่วงเลยสู่มื้อค่ำ“ทานเยอะๆ เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ ผมเป็นเจ้าของร้านเอง”“ฮะ คุณบดินทร์ เป็นเจ้าของเหรอคะ” แก้วตาที่กำลังตักสลัดผักถึงกับชะงักงันที่ได้ยิน“ครับ”“ขอโทษที่เสียมารยาทค่ะ แต่ผักกรอบหวานมากเลยค่ะ” เธอตอบตามความจริง“ขอบคุณครับ” ด้วยความหิวของสองหนุ่มสาว บวกกับอาหารถูกปาก ทำให้พวกเขาตักกินไม่หยุดและตบท้ายด้วยของหวานเป็นลำดับสุดท้ายขณะที่พ่อเลี้ยงดินแนะนำของหวาน เขาพลันได้ยินชื่อใค

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status