เข้าสู่ระบบนานนับปีที่เขาไม่ได้พบเจอเด็กสาว ร่างอันคุ้นเคยเดินตรงเข้ามาในสถานที่คนกำลังรอรับอยู่ เธอวิ่งโผล่เข้ามากอดในขณะที่เขากำลังถือแก้วกาแฟอยู่ในมือ จนต้องยกมือห่างออกไปและยื่นแก้วให้ลูกน้องแทน เพราะกลัวว่ากาแฟร้อนๆ จะหกใส่เด็กสาวที่อยู่ตรงหน้า
ไม่สิ ตอนนี้เธอไม่ใช่เด็กแล้ว แต่กำลังจะเป็นสาวสะพรั่ง เขาจะห้ามใจได้อย่างไรกัน เมื่อเธอยิ่งโตก็ยิ่งสวยขึ้นทุกวัน ร่างบางกอดเขาแน่น ทำให้เขารู้ถึงสัดส่วนภายในของเธอ มันไม่ใช่เด็กอย่างเมื่อก่อน เขาหลับตาและสูดลมหายใจลึกก่อนจะใช้มือลูบศีรษะของเธอ
“เดินทางมานาน เหนื่อยไหมเด็กดี”
“เหนื่อยค่ะ แต่หนูเห็นหน้าอาเจ ก็ไม่เหนื่อยแล้ว” เธอยังคงพูดจาเจื้อยแจ้ว แม้ว่าใบหน้าของเธอจะอิดโรยก็ตาม
“หึหึ ไม่ต้องมาโกหกอาเลย ตาจะปิดอยู่แล้วยังมาบอกว่าไม่เหนื่อย”
“อาเจ รู้ทันเบลล่าอีกแล้วนะคะ”
“กลับกันเถอะ อาเตรียมห้องไว้ให้หนูแล้ว หนูจะได้พักผ่อน”
“ค่ะ อาเจอุ้มหนูหน่อย หนูเมื่อยจังเลย” เจคอบได้ยินดังนั้นก็ส่ายหน้า ก่อนจะย่อตัวลง
“ขี่หลังสิ หนูไม่ใช่เด็กๆ แล้ว อาอุ้มไม่ไหวหรอกนะ”
“ง่ะ อาเจ กำลังบอกว่าหนูอ้วนใช่ไหมคะ” เธอทำจมูกย่นออกมา แต่ทว่าก็ขี่หลังเขาโดยไม่อิดออด
“ไม่ได้พูดแบบนั้น อย่าคิดไปเอง”
เมื่อเดินทางออกมาจากสนามบิน หญิงสาวก็เริ่มลูบแขนของตัวเองอยู่ในรถอย่างเงียบๆ ถึงที่นี่จะเป็นช่วงฤดูร้อน แต่ทว่าก็ยังไม่คุ้นชินกับเธอสักเท่าไหร่ เพราะอุณหภูมิตอนนี้ต่ำกว่า 20 องศา ทำให้เธอที่เพิ่งมาจากเมืองไทยปรับตัวไม่ทัน
“ลีโอ เปิดฮีทเตอร์เพิ่มความร้อนหน่อย” เจคอบสั่งลูกน้องคนสนิทออกไป
“ครับนาย”
“หนาวมากไหม” เจคอบหันไปถามเบลล่าด้วยความเป็นห่วง
“นิดหน่อยค่ะ ที่เมืองไทย 30 กว่าองศา พอมาถึงที่นี่หนูปรับตัวไม่ทัน”
พรึ่บ!!
จู่ๆ เสื้อโค้ทสีเทาที่เขาส่วมใส่ก็ถูกย้ายมาคลุมที่ตัวของเธอ
“ใส่ไว้ก่อนนะ เดี๋ยวจะไม่สบาย”
“ขอบคุณนะคะ อาเจของหนูใจดีที่สุดในโลกเลย” เธอยิ้มกว้างออกมา ก่อนจะซุกเข้าไปในแผงอกแกร่งของเขาและหลับตาลง
“เบลล่า ทำแบบนี้มันไม่งาม”
“ขอนอนกอดอาเจหน่อยนะคะ เบลเดินทางมาตั้งหลายชั่วโมงเหนื่อยมากเลยค่ะ” เธอพูดพร้อมหลับตาลง เขาเห็นดังนั้นจึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลย
‘นิดหน่อยคงไม่เป็นอะไร หากเธอโตเป็นสาวเต็มวัยเมื่อไหร่ ค่อยรักษาระยะห่างก็แล้วกัน’
เมื่อนึกได้ดังนั้นก็ใช้มือโอบกอดเธอเอาไว้ และทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ปล่อยให้รถขับเคลื่อนไปยังคฤหาสน์หลังใหญ่ของเขา
ณ คฤหาสน์
“อาเจ เบลไม่อยากนอนคนเดียว”
“ทำไมล่ะ”
“เบลอยากนอนกับอาเจ”
“เบลเป็นผู้หญิงจะมานอนกับอาสองต่อสองไม่ได้ คนอื่นรู้เข้ามันจะดูไม่ดี”
“ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลยค่ะ ใครจะคิดยังไงก็ช่างเขาสิคะ อีกไม่นานเบลล่าก็จะเป็นแฟนกับอาเจ”
“เบลล่า ห้ามพูดแบบนี้ออกมาอีกเข้าใจไหม ถ้าหนูโตเมื่อไหร่ก็จะรู้ว่าแฟนกัน ไม่ใช่แค่นอนด้วยกัน”
“เบลรู้”
“รู้อะไรมา”
:ก็เพื่อนของเบลบอกว่าเป็นแฟนกัน ก็ต้องนอนด้วยกัน กอดกัน แล้วก็...จูบกัน” เธอพูดพร้อมเอานิ้วชี้มาชนมือกันก่อนจะพูดออกมาอย่างเขินอาย
“เด็กแก่แดด ห้ามไปทำแบบนี้กับใครรู้ไหม ตอนนี้หนูยังเด็กอยู่ และอยู่ที่นี่ห้ามดื้อห้ามซนเด็ดขาด เพราะตอนนี้อาเป็นผู้ปกครองของหนู หนูจะต้องเชื่อฟังและเคารพอา เข้าใจไหมครับ”
“รับทราบค่า อาเจ แต่วันนี้หนูขอนอนกับอาเจได้ไหมคะ ไม่ได้เจอกันตั้งนาน หนูคิดถึงอาเจมากๆ เลย”
“ไม่ได้ อาให้คนเตรียมห้องไว้แล้ว”
“อาเจใจร้าย”
ในที่สุด…
เขาก็ต้องยอมให้หญิงสาวมานอนในห้องด้วย เธอเอาแต่งอแงไม่ยอมกินข้าว และนั่งหน้าบึ้งตึง จนเขาต้องยอมใจอ่อน
ชุดนอนลายกระต่ายสีชมพู สวมอยู่บนตัวของหญิงสาวที่ใบหน้ายิ้มสดใส ราวกับได้ของที่ถูกใจ นั่งยิ้มกว้างอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ของเขา
ตุบ.. ตุบ.. ตุบ..
มือเล็กๆ ของเธอตบที่นอนอยู่สองสามที เพื่อเป็นเชิงบ่งบอกให้ชายหนุ่มมานอนกับเธอ
“อาเจขา มานอนกับเบลล่าเร็วๆ ค่ะ”
“หนูนอนไปเลย อาจะนอนที่โซฟา”
“ไม่เอา อาเจมานอนกับเบลนะ เตียงกว้างมาก หนูเพิ่งเดินทางมาต่างถิ่น เบลกลัวค่ะ”
“กลัวทำไม บ้านหลังนี้หนูก็มาเกือบทุกปีไม่ใช่หรือ”
“แต่ปีที่แล้ว เบลไม่ได้มา ไม่รู้ล่ะ อาเจต้องมานอนบนเตียงเป็นเพื่อนหนู”
“โอเค แค่วันนี้วันเดียวนะ หนูโตเป็นสาวแล้ว ชายหญิงอยู่ในห้องสองต่อสองมันไม่ดี”
“อาเจก็รีบเป็นแฟนกับหนูสิคะ”
“อย่าทำตัวแก่แดด เรื่องระหว่างเราสองคนเป็นเพียงอาหลานเท่านั้น”
เขาพูดด้วยใบหน้าที่เรียบตึงก่อนล้มตัวลงไปนอนกับเธอ
เบลล่าที่เห็นชายหนุ่มล้มตัวลงบนเตียงก็ขยับตัวเข้าไปซุกแผงอกของเขาทันที
ตึกตัก!! ตึกตัก!!
“อาเจใจเต้นแรงจังเลย เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”
“อย่าถามมาก ถ้ายังอยากนอนกับอา”
งานแต่งงานถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โตที่ห้องรับรองโรงแรมระดับห้าดาวในกรุงเทพมหานครเบลล่าอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวกระโปรงบานดุจราวกับเจ้าหญิงในนิยาย กำลังเดินควงแขนพ่อคาลอสของเธอเข้ามาในงาน ที่มีเจคอบอยู่ในชุดสูทเจ้าบ่าวทักซิโด้สีดำยืนรอเธออยู่หน้าเวทีที่ถูกเนรมิตด้วยดอกกุหลาบสีขาวและสีชมพูสลับกันไป บรรยากาศงานแต่งของทั้งสองดูอบอุ่นและโรแมนติกเป็นอย่างมาก มีแขกมากหน้าหลายตามาร่วมชื่นชมและแสดงความยินดีให้กับทั้งสองคนคาลอสเดินมาส่งลูกสาวของตัวเอง ก่อนจะยื่นมือลูกสาวให้กับเจคอบ น้องชายที่เขารักมากที่สุด“ฉันคงต้องมอบลูกสาวของฉันให้นายจริงๆ แล้วสินะ อย่าทำให้ลูกฉันต้องเสียใจ หากมีครั้งต่อไป นายจะไม่มีวันได้ลูกสาวของฉันไปเคียงข้างกายอีกเป็นแน่”“มันจะไม่มีครั้งต่อ เบลล่าจะไม่มีวันต้องเสียใจ ต่อจากนี้ไป ผมขอสัญญาจะดูแลลูกสาวของพี่ให้ดีที่สุด”“ฝากดูแลลูกสาวที่น่ารักของฉันคนนี้ด้วย” คาลอสพูดออกไปพร้อมกับคลี่ยิ้มออกมาเขาไม่นึกเลยว่าวันหนึ่งจะต้องยกลูกสาวให้กับน้องชายที่เขารักมากๆ แถมยังมีศักดิ์เป็นอาของลูกสาวของตัวเองอีกด้วย เจ้าบ่าวที่เห็นเจ้าสาวตั้งแต่แรกเกิด และยังดูแลมาตั้งแต่ยังอยู่ในท้องของภรรย
ตัวของเธอนอนแผ่ราบอยู่บนเก้าอี้เอนนอนด้วยท่าทีที่หมดสภาพ ‘เขามันคนเจ้าเล่ห์ ชอบแกล้งเธออยู่ร่ำไป’เธอนอนทอดสายตามองดูเจคอบกำลังยิ้มหวานให้กับเธอ มือของเขาปลดกางเกงนอนออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาหาเธอ และใช้มือทั้งสองจับขาของเธอแยกออกจากกัน“จะทำตรงนี้จริงๆ เหรอคะ” เธอถามออกมาเพื่อความแน่ใจ บนดาดฟ้าที่อากาศเย็นลง และโล่งแจ้ง มันทำให้เธอรู้สึกใจเต้นแรงเหลือเกิน“เฮีย อยากลอง ได้ไหมครับ” เขาพูดเสียงหวานและออดอ้อนเธอ“แต่เก้าอี้มันไม่ถนัดนะคะ”“งั้นก็..”พรึ่บ!!“อ๊ะ” เขาจับตัวเธอดึงขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนที่ตัวเองจะสลับลงไปนั่งแทน และมีเธอนั่งอยู่บนตัวของเขา“เฮียเจ!” เธอที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ก็ตกใจคล้องคอเขาเอาไว้แน่น สะโพกของเธอในตอนนี้มันกำลังเบียดกับแก่นกายนูนๆ ของเขา ทำให้ใบหน้าเธอแดงระเรื่อขึ้นมาอย่างเขินอาย“ขึ้นให้เฮียหน่อยสิครับ”“แต่ว่า หนูทำไมเก่ง”“ก็ฝึกสิครับ เดี๋ยวเฮียคอยสอน”“สัญญาก่อนว่าทำที่ตรงนี้แค่ครั้งเดียวนะ”“สัญญา ดาดฟ้าแค่ครั้งเดียว หึหึ”หญิงสาวที่ได้คำมั่นสัญญาจากเขา ก็ค่อยๆ ยกสะโพกขึ้น และใช้มือของเธอประคองแก่นกายของเขา ก่อนจะค่อยนั่งทับมันลงไป“ซี๊ดดดด ฮืมมมม
“ทำไมขี้แยจังเลยนะเรา” เจคอบที่ถูกสัมผัสสวมกอดจากทางด้านหลังก็หันหน้ามาหาเธอเขาเช็ดคราบน้ำตาของเธออย่างเบามือ ก่อนที่ทั้งสองจะสบตากัน และประกบจูบทันทีไม่มีใครเอื้อนเอ่ยใดๆ ออกมา ทั้งสองจูบกันด้วยความคิดถึงนานหลายนาทีน้ำตาของหญิงสาวไหลอาบแก้มด้วยความสุขใจ ในที่สุดอาเจก็มาหาเธอ และยังมาหาถึงที่นี่อีกด้วย มันทำให้หัวใจของเธอพองโตและสุขเต็มเปี่ยมเลยล่ะผ่านไปนานหลายนาทีทั้งสองก็ยังไม่ยอมผละออกจากกัน จนเจคอบนั้นคิ้วขมวดเล็กน้อย ก่อนจะรีบผละริมฝีปากออกจากเธอ เพราะได้กลิ่นไหม้ของอาหาร‘ปลาที่เขากำลังทอดอยู่มันไหม้เกรียมเสียแล้ว’ ก่อนทั้งสองจะมองหน้ากันและหัวเราะออกมา“จนได้ ครั้งหน้าห้ามจูบกันตอนทำอาหารรู้ไหม เดี๋ยวได้พากันอดกินข้าวพอดี ฮ่าๆ” เจคอบหัวเราะออกมา และยืนเกาศีรษะแก้เขิน ที่มัวแต่จูบเธอจนลืมปลาที่อยู่ในกระทะ“ทำไมละคะ จูบกันตรงนี้ก็ดีออก”“มันห้ามใจไม่อยู่ไง ปากหวานขนาดนี้ เฮียหยุดจูบเบลไม่ได้หรอก”“ฮืมมม ทำไมไม่แทนตัวเองว่าอาแล้วล่ะคะ”“อยากเป็นผัว ไม่ได้อยากเป็นอา ต่อไปนี้เรียกว่าเฮียเจได้ไหมครับ” เจคอบฉีกยิ้มออกมาเขาดูหล่อมากๆ เลยล่ะ เวลาเขายิ้มออกมา จนสายตาของเธอมองเขาราวก
[อาเจขา ฮึก อาเจเป็นยังไงบ้าง โดนคุณพ่อต่อย เจ็บมากไหมคะ] หญิงสาวที่อยู่ในห้องนอนกดวิดีโอคอลหาอาของเธอหลังจากที่ได้ยินเสียงรถของอาเจขับออกไปจากบ้าน[อาไม่เป็นไร อย่าร้องไห้เลยนะ] [ฮึก อาเจอย่าลืมทายานะคะ หน้าหล่อของอาเจช้ำหมดเลย หนูโกรธคุณพ่อ][อย่าโกรธคุณพ่อเลย อาโดนพ่อของเบลต่อยก็สมควรแล้วล่ะ] เขาพูดและยิ้มมุมปากออกมา เด็กสาวคนนี้ช่างจิตใจอ่อนโยน และน่ารักเหลือเกินจริงๆ เขาควรจะโดนมากกว่านี้เสียด้วยซ้ำ ทั้งปิดบังเรื่องราวต่างๆ แถมยังเจาะไข่แดงหลานสาวอีก คาลอสพ่อของเธอควรจะเอาปืนมาจ่อหัวเขาเสียด้วยซ้ำ ที่ทำให้ลูกสาวของเขาทุกข์ใจมาหลายปี [อยู่บ้านอย่าดื้อ เป็นเด็กดีของคุณพ่อคุณแม่นะครับ][อาเจจะไปไหนคะ][อาขอไปจัดการธุระที่บ้านสวีเดนก่อน แล้วอาจะกลับมา][แล้วเราจะได้อยู่ด้วยกันไหมคะ][เรื่องนี้อาก็ไม่ค่อยแน่ใจ เบลต้องไปถามคุณพ่อคุณแม่แล้วล่ะ][ฮึก อาเจอย่าไปนานนะคะ รีบกลับมาหาหนูนะคะ] [อาจะรีบกลับมา อารักเบลนะ][หนูก็รักอาเจค่ะ]หลังจากที่เธอกดวางสายจากอาเจ ก็ปาดน้ำตาและเดินลงไปยังด้านล่าง“พ่อคะแม่คะ หนูรักอาเจ” เธอสารภาพความในใจออกไป พ่อกับแม่ของเธอนั่งมองและคลี่ยิ้มออกมา“พ่อกั
ผลั๊วะ!ตุบ!“คุณพ่อคะ อย่าทำอาเจ แบบนี้สิคะ ฮึก” เบลล่าร้องไห้ออกมา เมื่อคาลอสพ่อของเธอปล่อยหมัดหนักๆ เข้าไปที่ใบหน้าของเจคอบหญิงสาวร้องไห้และสวมกอดเขาไว้แน่น เพราะกลัวว่าพ่อของเธอจะทำร้ายอาเจของเธออีก“อาไม่เป็นไร เบลล่า” เจคอบประคองใบหน้าเธอเอาไว้และเช็ดคราบน้ำตาที่เปื้อนบนใบหน้าของเธอ“อาของหนูสมควรโดน มาหลอกดวงใจของพ่อนานหลายปี” “ขอโทษครับพี่คลาส ขอโทษที่ปิดบังเรื่องราวต่างๆ แต่ตอนนี้ผมเป็นอิสระแล้ว พร้อมจะดูแลเบลล่าไปตลอดชีวิตแล้วครับ” “นายรักลูกสาวฉันจริงๆ อย่างนั้นหรือ”“ถ้าไม่รัก คงไม่ปล่อยให้พี่มาต่อยหน้าของผมแบบนี้หรอก”เจคอบคุกเข่าอยู่กลางห้องโถงในบ้านของเธอเขากับเธอตัดสินใจบินกลับมาหลังจากเคลียร์ใจกัน และเจคอบมาที่นี่ในวันนี้เพื่อสารภาพความจริงทั้งหมดให้กับพ่อของแม่เบลล่าได้รู้ความจริง ว่าที่เขาทำไปทั้งหมดนั้นเป็นความจำเป็น“เบลล่า ลุกออกมาหาแม่เดี๋ยวนี้” เสียงของน้ำค้างดังขึ้นมาหลังจากที่เงียบดูสถานการณ์ตั้งแต่ต้นเหตุการณ์ในวันแต่งงานของเจคอบทำให้เธอเห็นใจเพื่อนของตน แต่ทว่าตอนนี้เธอไม่สามารถให้อภัยเขาได้ เพราะเจคอบปล่อยให้ดวงใจสุดที่รักของเธอต้องร้องไห้และโศกเศร้าม
เธอลืมตาตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่ ฟ้าหลังฝนอันสดใส มันควรเป็นวันที่ดีสำหรับเธอ แต่ทว่ามันกลับไม่ใช่สภาพร่างกายของเธอในตอนนี้มันมีแต่รอยรักที่อาของเธอทำเอาไว้ เอวอันคอดกิ่วของเธอก็ราวระบมไปเสียหมด เธอก้าวเท้าลงจากเตียงที่ไร้ร่างของอาที่เคยกอดเธอเอาไว้เมื่อคืนทั้งคืนเขาทำให้เธอลืมเรื่องฟ้าร้องได้ แต่มันกลับทำให้หัวใจเธอบอบช้ำ‘เธอทำผิดต่อภรรยาและลูกของเขา’ “ฮึก!!”น้ำตาเจ้ากรรมรินไหลออกมาช่างเป็นผู้หญิงไร้ค่าสิ้นดี เธอปาดน้ำตาและเดินตรงไปยังห้องน้ำเพื่ออาบน้ำแต่งตัว ท้องน้อยๆ ของเธอในตอนนี้กำลังร้องคำรามออกมา เพราะเจอบทรักของอาเมื่อคืน ทำให้ร่างกายของเธอต้องการอาหารเข้าไปล่อเลี้ยงร่างกายตื่นลืมตาขึ้นมาก็ไม่เจอหน้าของเขาแล้ว“เบล แกกำลังคาดหวังอะไร จะไปรักคนมีครอบครัวแล้วไม่ได้นะ เลิกคิดฟุ้งซ่านได้แล้ว”เธอเตือนสติตัวเองเท้าของเธอก้าวออกมาจากห้องนอน เธอก็ได้แต่ยืนตะลึงชายหนุ่ม สามีของคนอื่นกำลังยืนทำอาหารเช้าอยู่ในห้องครัว ด้วยใบหน้าที่สดใส“ตื่นแล้วหรือ เด็กน้อย มาทานอาหารเช้าก่อนสิ” เจคอบยิ้มหวานออกมา ก่อนจะจูงมือของเธอมานั่งลงบนเก้าอี้และนำจานแพนเค้กที่หอมกรุ่นพร้อมกับนมมาวางต







