Masukครึ่งชั่วโมงผ่านไปใบหน้างามเปรอะไปด้วยแป้งสีขาว ผมเผ้าเปียกโชกแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความน่ามองลดลงเลยแม้แต่น้อย แถมยังน่าหลงใหลเรียกสายตาของแมลงตัวผู้มากมาย
“สวัสดีครับ” ชายหนุ่มหน้าตาดีเดินเข้ามาทักด้วยรอยยิ้ม ทำให้ดวงหน้าหวานแอบชำเลืองไปยังโต๊ะของรุ่นพี่ชายจอมปลอม เห็นว่าพวกเขานั่งพูดคุยกันอย่างออกรสก็เอ่ยตอบกลับอย่างมีมารยาท
“สวัสดีค่ะ”
“คนนี้ดูดีอยู่นะคะ” ปลาทูดึงแขนพี่เข้ามากระซิบคุย “ถึงจะหล่อน้อยกว่าพี่เธอร์ก็เถอะ”
“จิ!” เบบี๋เป็นได้กลอกตาขึ้น จะดีอยู่หรอกถ้าเด็กช่างพูดไม่กล่าวถึงชื่ออาถรรพ์ ว่าแล้วก็หันไปดูอีกรอบ ซึ่งฝ่ายนั้นมีสาวร่างเล็กที่เขาควงให้เห็นบ่อยๆ เข้าไปมานั่งคุยด้วยก็ราวกับเจอทางสว่าง ก่อนจะหันกลับมาคุยกับชายคนนั้นด้วยน้ำเสียงฉอเลาะ “มาเที่ยวคนเดียวเหรอคะ?” เดาจากที่เขาเดินเข้ามาทักคนเดียว
“มึงอย่าได้หาเหาใส่หัว” แต่ไม่วายมิวกี้ยังใช้ฝ่ามือใหญ่ดึงเพื่อนไว้ รู้จักกันมาหลายปีรู้ดีว่าถ้ารุ่นพี่อาเธอร์รู้ เรื่องมันจะไม่จบที่สีชมพูแต่จะจบที่สีเลือด
“กูเห็นด้วย มึงอย่าเล่นกับระบบ ‘พ่อ’ มึงนะอีบี๋ มึงตายได้เลยนะ กูบอกก่อน” อันนาก็พูดเสริม ขนอ่อนตรงท้ายทอยลุกแล้วลุกอีก
ยัยตัวดีไม่รู้อะไร ต่อหน้าที่พี่ชายสุดหล่อทำทีเป็นจิกกัดมันเป็นแค่ฉากบังหน้า ลับหลังพี่อาเธอร์เป็นมากกว่านั้น ผู้ชายหน้าไหนที่เข้าไปยุ่งกับเบบี๋ ล้วนมีสภาพเลือดอาบกันทุกราย
และมิวกี้ยืนยันได้ว่าเป็นความจริงทุกประการ เพราะก็เคยเป็นเหยื่อในเรื่องนี้มาก่อน
“พวกมึงจะกลัวอะไรกับพี่เธอร์มันนักหนาเนี่ย” เบบี๋มีสีหน้าไม่สบอารมณ์ที่เพื่อนถึงสองคนตั้งท่ากลัวไอ้แก่นั่นเธอจนหัวหด
“นั่นสิคะ ถ้าเป็นพี่คิณขาก็ว่าไปอย่าง” กับพี่อาเธอร์ที่ปลาทูรู้จัก ไม่เห็นจะน่ากลัวตรงไหน ออกจะใจดี ดุสุดก็ตอนสวมบทเฮดว้าก ซึ่งหากเทียบกับสามีหน้าดุแล้วต่างกันลิบลับ
“แหม...ไม่ค่อยคลั่งรักเท่าไรเลยนะคะลูกสาว” สาวร่างโตเบะปากหมั่นไส้น้อง “หายใจเข้าหายใจออกก็พี่คิณขา พี่คิณขาเนี่ย”
“...” เด็กน้อยหดคอยิ้มหน้าบานเพราะมันคือเรื่องจริง
“เอ่อ...ผมดิมนะครับ” เห็นพวกเธอคุยกันอย่างไม่นึกจะสนใจ ชายหนุ่มจึงพูดแทรก
“เบ...”
“อีบี๋!” อันนาดุก่อนที่แม่ตัวดีจะหลุดพูด บอกเลยว่าถ้าตรงนี้ไม่มีเงาพี่อาเธอร์และผองเพื่อนน่ากลัวของเขา เธอจะไม่ห้ามเลยสักนิด
“พอดีพี่ชายเพื่อนขี้หวงน่ะค่ะ ตัวเองอย่ายุ่งกับมันเลยนะ” มิวกี้ว่าพลางใช้น้ำเสียงอย่างมีจริตพร้อมกับวางมือลงบนอกหนาด้วยสายตาเชิญชวน ซึ่งฝ่ายนั้นก็ตวัดท่อนแขนโอบเอวตอบ
“ถ้างั้นตัวเองชื่อไรง่ะ?”
“ชะ ชื่อมิวกี้ค่ะ” การที่อีกฝ่ายเล่นด้วยทำเอาคนพูดกรีดร้องในใจ มือสั่นใจสั่นไปหมด
“ที่ห้ามกูนี่คือจะเอาเอง ถูกปะ?” เบบี๋ขยับเข้าไปกระซิบ
“คนมีสิทธิ์เท่านั้นที่ทำได้ย่ะ” คนผมไม่ยาวสะบัดจนคอแทบเคล็ด กอดซบคนที่พึ่งรู้จักอย่างไม่เกรงใจ เบบี๋ อันนาและปลาทูได้แต่มองหน้ากันแล้วหัวเราะขำขัน โดยไม่รู้ว่าภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้มของชายหนุ่มมันมีความชั่วร้ายแฝงอยู่
เสียงเพลงบีตส์หนักส่งให้บรรยากาศครึกครื้น ผู้คนโยกย้ายออกลวดลายไปตามจังหวะ หนุ่มสาวเปียกปอนแต่ก็ไม่มีใครคิดหลบแถมยังท้าชนเข้าหาความเย็นของน้ำ
ร่างบางในความสูงร้อยหกสิบที่ถูกจัดว่าเป็นคนตัวเล็กยืนเต้นอยู่กับกลุ่มเพื่อน ใบหน้าสวยหวานฉีกยิ้มกว้างเรียกสายตาแขกโดยเฉพาะคนที่เป็นผู้ชาย แน่นอนว่าเธอไม่ได้ยั่วใคร แค่ปล่อยไปตามอารมณ์ตัวเอง ทว่ากลับทำให้ใครบางคนเกิดอาการหงุดหงิดขึ้นมาง่ายๆ
“ขี้อ่อยฉิบหาย!"
“ถ้าจะขนาดนั้น กูว่ามึงเดินไปลากมันมาเถอะ” การินนั่งไขว่ห้างพูดขึ้น หลังจากที่ได้ยินท่านประธานรุ่นถอนหายใจเสียงดังอยู่หลายรอบขณะจ้องไปที่ลูกสาวของเพื่อนแม่มันไม่วางตา ดูเอาเถอะ ขนาดนี้มีสาวรุ่นน้องนั่งอยู่ข้างมัน มันยังไม่เกรงใจ
“แบบนี้ ใครจะเชื่อว่าคิดแค่พี่น้อง” อคิณว่าลอยๆ พลางโบกมือให้กับเมียเด็กที่หันมาส่งยิ้ม ในขณะที่เพทายนั่งคลอเคลียกับสาวอีกคน ไม่ออกความเห็นกับเรื่องนี้
“นี่ถ้าไม่ใช่เพื่อนกัน กูนึกว่าพวกมึงคือลูกอีขี้เสือก” คนโดนแซวเหน็บเบาๆ เขาแค่เผลอมองยัยดื้อแค่นิดเดียวเอง พวกมันก็ปากมากไม่หยุดและมันทำให้หญิงสาวข้างๆ รู้สึก
“ฝนเริ่มหวงแล้วนะคะ” ถึงจะเป็นเพียงแค่คู่นอนชั่วครั้งชั่วคราวแต่เธอก็อดแง่งอนไม่ได้ พร้อมขยับเอียงตัวเข้าหาจนสองเต้าแนบชิดกับแขนแกร่ง
ที่ผ่านมา ฝน ได้ยินตลอดว่าพี่อาเธอร์กับพี่เบบี๋เป็นพี่น้องกัน ทว่าหล่อนรู้ดีว่าทั้งคู่ไม่ใช่ ยิ่งช่วงหลังมาเขาเอาแต่เทียวรับเทียวส่งเธอ เกาะติดสาวรุ่นพี่จนชายหนุ่มแทบไม่มีเวลาแวะมาหา ความน้อยใจก็เข้ามาครอบงำ อยากถามอยากท้วงอยากดึงเขาให้อยู่ด้วยแต่เธอก็ทำไม่ได้
ว่านอนสอนง่าย รู้งานอยู่เป็น นี่คือกฎที่เขาตั้งไว้อย่างชัดเจน
และที่สำคัญ อย่ามีปัญหากับพี่เบบี๋!!!
นี่คือข้อตกลงที่เขายื่นมาก่อนเริ่มความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อ
อาเธอร์ไม่ตอบและไม่ได้ขัดขืนในตอนที่หล่อนเอียงหน้ามาซบกับหัวไหล่ จะบอกว่าเขาชินที่มีสาวๆ มานั่งออดอ้อนอย่างมีจริตจะก้านก็คงได้ ทว่าจังหวะกำลังจะยกแก้วดวงตาคมกริบก็พลันเห็นสิ่งผิดปกติของกลุ่มเบบี๋ที่ดูวุ่นวายแปลกๆ ก่อนที่ร่างเล็กจะเดินออกจากตรงนั้นแล้วผ่านหน้าเขาเข้าร้านไปด้วยท่าทีเร่งรีบ กายหนาจึงไม่รอช้าที่จะลุกพรวดขึ้น
“พี่เธอร์! จะไปไหนคะ?” ฝนรั้งข้อมือเจ้าของชื่อไว้มั่น แต่ก็ถูกดึงออก
“พี่มีธุระค่ะ ไม่ส่งนะ” ตอบกลับโดยไม่มองหน้าแล้วสาวเท้าตามแผ่นหลังบางไป
หญิงสาวสีหน้าไม่สบอารมณ์เพราะตั้งใจว่ายังไงวันนี้ก็ต้องได้ไปค้างกับเขา ขณะที่สามหนุ่มนั่งไม่ติดมองเห็นถึงความวุ่นวายตรงจุดเล่นน้ำด้านหน้า พอดีกับที่เมียเด็กของอคิณวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา
“เกิดเรื่องกับพี่บี๋แล้วค่ะ”
ด้านในของร้านเต็มไปด้วยกลุ่มลูกค้าที่ต้องการนั่งฟังเพลงชิลๆ ดื่มด่ำให้กับบรรยากาศช่วงสงกรานต์แต่ไม่อยากเปียก อาเธอร์มองเห็นคนตัวเล็กที่กำลังจะเดินเข้าห้องน้ำก็เร่งฝีเท้าตรงไปประชิดแล้วคว้าข้อมือบางให้หันมา
“บี๋ มึงจะไปไหนวะ?”
“มึง อย่ายุ่ง!” เบบี๋สะบัดออกด้วยอาการที่ร้อนรุ่ม ยิ่งอีกฝ่ายแตะเนื้อต้องตัวร่างกายก็ราวเกิดปฏิกิริยาประหลาด ขณะเดียวกันก็รู้สึกมึนๆ ที่ศีรษะเลยเลือกที่จะเดินหนี
“ไอ้บี๋!” ยังตามไปดึงต้นแขนเล็ก “มึงจะไปไหน แล้วทำไมหน้ามึงแดง เหงื่อมึงก็เยอะด้วย” จะจับดวงหน้างาม ทว่าก็ถูกปัดออกอย่างไว
ไอ้พี่บ้ามันช่างไม่รู้ว่ายิ่งมันโดนตัวเลือดในกายสาวก็ยิ่งปะทุ จะควบตัวเองไม่อยู่รอมร่อ
“กูขอร้อง มึงได้โปรดอย่ามาสนใจกูตอนนี้เลยนะ” หญิงสาวลมหายใจหนักหน่วง เธอไม่ได้ใสซื่อจนเดาไม่ออกว่าที่เป็นอยู่คืออะไร เพราะงั้นการผลักอีกฝ่ายให้ออกห่างมันคือทางเลือกที่ดีที่สุด
...และถ้าไอ้พี่อาเธอร์ยังเข้าใกล้กันอยู่แบบนี้ เธอไม่มั่นใจเหลือเกินว่านาทีต่อไปมันจะเกิดอะไรขึ้น แต่เหมือนเขาจะไม่สนอะไรเลย
“มึงจะไล่ใครก็ได้บี๋ แต่ไม่ใช่กู”
“แต่กูโดนยาพี่เธอร์!”
“...” อาเธอร์เป็นได้ยืนอึ้ง นี่กูพลาดอะไรไปตอนไหน?
“หรือว่ามึงจะช่วยมาเป็นผัวกูสักแป๊บไหมล่ะ?”
ฮึก!
คนพูดตาโตด้วยความตกใจ ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปากไม่คิดว่าตัวเองจะพูดแบบนั้นออกไป ในขณะที่คนฟังก็นิ่งค้างกับสิ่งที่ได้ยิน และจังหวะอึดใจที่ต่างฝ่ายต่างจ้องหน้ากันแล้วไม่พูด ร่างกายของคนต้องยาก็เกิดเห็นภาพเบลอจนต้องสะบัดหัวแรงๆ
“บี๋” มือหนาเอื้อมมาจะประคองด้วยความเป็นห่วงแต่เบบี๋กลับปัดออกแล้วหมุนตัว สั่งตัวเองว่าต้องไปให้ไกลจากชายหนุ่ม ทว่ายังไม่ทันที่เรียวขาจะได้ก้าวห่างร่างบางก็ถูกรั้งให้กลับไป ท้ายทอยถูกล็อกไว้ก่อนที่ใบหน้าหล่อเหลาเปื้อนไรเคราจะโน้มประกบเรียวปากลงบนกลีบปากอิ่ม...อย่างตั้งใจ
จากทาบแตะเพียงภายนอก ปากหยักก็เริ่มเผยอดูดคลึงกับริมฝีปากนุ่ม บดเคล้าทั้งบนและล่างอย่างอุกอาจยิ่งคนตัวเล็กไม่ผลักไสก็คล้ายจะได้ใจ ส่งเรียวลิ้นแทรกเข้าไปช่วงชิมความหวานที่เจือความฝาดของแอลกอฮอล์ มันยิ่งย่ามใจคนช่ำชองหนักจนไม่อาจห้ามตัวเองไม่ให้เพิ่มแรงจูบ
ใจดวงน้อยสั่นไหวแอบรู้สึกคล้อยตาม แต่เพียงครู่สติที่เหลืออยู่ก็ร่ำร้องให้ต่อต้านเพราะเขาคือพี่อาเธอร์ ลูกชายของเพื่อนรักมารดาและเราถูกเลี้ยงให้เป็นพี่น้องกัน จึงผลักเขาออกอย่างแรง แต่มันก็ไม่มากพอที่จะหลุดพ้นจากวงแขนที่โอบกอด
“อย่ายุ่งกับกู” เบบี๋ใช้แรงอันน้อยนิดขัดขืนไปพร้อมกับการส่ายหน้า ไล่ภาพทับซ้อนในหัว
“มึงเป็นขนาดนี้จะให้กูอยู่เฉยเหรอวะ?” ประคองใบหน้างดงามขึ้นมาอีกครั้ง เขาเห็นชัดว่าสีหน้าของเธอกำลังฉาบความสับสนและเป็นกังวลมากแค่ไหน เพราะงั้นเขาจึงบดจูบลงไปอีกครั้ง ย้ำให้ชัดว่าร่างกายเธอต้องการอะไรกันแน่
อาจดูเหมือนเห็นแก่ตัว แต่รสจูบที่เขาสัมผัสก่อนหน้าจากคนตัวเล็ก มันตรึงใจเกินกว่าที่เขาจะปล่อยไป
กำปั้นน้อยทุบประท้วงให้คนบ้าหยุด ทว่ายิ่งมือน้อยออกแรงเท่าไรอาเธอร์ก็ยิ่งตะโบมจูบ ดูดปากดูดลิ้นพรากสติสัมปชัญญะให้ขาดหายไปมากขึ้นเท่านั้น
“ถ้ามึงอยาก ก็แค่ใช้กูสิบี๋” ผละจูบมาพูดกล่อมประสาทพร้อมดันแผ่นหลังบางให้เข้ามุม ขณะที่ฝ่ามือก็ปลุกอารมณ์ด้วยการลูบไล้ไปตามส่วนเว้าส่วนโค้ง “ใช้กูเป็นที่ระบายหรือจะเครื่องบำบัดอะไรก็ได้ กูอยู่ให้มึงเอานี่ไง ใช้กูดิ”
แล้วบ้ามาก! กูยังไม่เคยเสนอตัวให้ใครแบบนี้มากก่อนเลย
“มะ ไม่” ถ้อยคำเชิญชวนทำเอาร่างกายสาวร้อนวูบวาบดั่งไฟ เริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ มือที่ปัดป่ายก็สั่นเทา ไม่มั่นคง “มึงปล่อยกูไปเถอะพี่เธอร์”
“มึงไม่อยากเหรอบี๋?” คนถามบดเบียดเป้ากางเกงใส่ สร้างความร้อนรุ่มให้คนตัวเล็กปั่นป่วนใจ ก่อนจะรั้งต้นคอขาแล้วแนบริมฝีปาก
ดวงตาคู่น้อยหยาดเยิ้มแสดงออกชัดถึงความต้องการที่มากล้น เผลอยกสองแขนโอบรอบลำคอหนาอย่างห้ามไม่ได้แล้วจริงๆ ปล่อยให้ตัวเองหลงเคลิ้มตกอยู่ในห้วงอารมณ์อันน่าหวาดเสียว
คนแก่นิสัยไม่ดี! เขาทำเธอไม่เป็นตัวของตัวเองขนาดนี้ยังจะถามว่า ‘ไม่อยาก’ เหรอ?
เมื่อคนเป็นน้องยอมโอนอ่อน อาเธอร์ก็ผละออกมามองหน้าด้วยอาการร้อนรนไม่ต่างกัน นิ้วโป้งปาดเช็ดคราบน้ำลายมุมปากสีสวย เขาไม่เมาและไม่ได้โดนยาแต่กลับมีอารมณ์มากมาย แค่มองตาก็อยากตอกคนที่กอดรัดอยู่ตอนนี้...ให้จมอก จมเตียง
“มะ เหมือนกูกำลังจะตายเลยพี่เธอร์” น้ำเสียงแหบพร่าบอกความรู้สึก ก่อนจะเป็นฝ่ายเขย่งปลายเท้า สอดฝ่ามือรั้งต้นคอหนาลงมาทาบปากจูบบ้าง เคล้าคลึงลอกเลียนแบบที่เขาพึ่งทำอย่างเงอะงะ
แน่นอนว่าเขาคือจูบแรกของเธอ
ก้อนเนื้อในอกแกร่งกระตุกสั่นอยู่ข้างใน เปิดปากตอบรับอย่างอ่อนหวานและเพิ่มความดุดันให้แนบแน่น ช่วยไม่ได้ที่เขาก็เหมือนลงแดงเช่นกัน...ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่าง
ฝ่ามือปลาหมึกไม่หยุดนิ่งสอดเข้าใต้เสื้อโอเวอร์ไซซ์บนตัวน้องที่ชื้นจากการเล่นน้ำสงกรานต์ เนื้อสาวนุ่มนิ่ม ปลายนิ้วลากผ่านตรงไหนก็ทำเอาวาบหวามไปทั้งหัวใจ
ต่างฝ่ายต่างดูดดุนบดขยี้ย้ำๆ อย่างไม่มีใครยอมใครแลกเปลี่ยนของเหลวอย่างไม่นึกจะแคร์สายตาคนผ่านไปมา
“อื้ม” เสียงทุ้มครางต่ำบ่งบอกความพึงพอใจในรสชาติหอมหวานจากโพรงปากอุ่น แม้อีกฝ่ายไม่เป็นงานแต่แค่เธอสนองกลับ ความใคร่ก็ยิ่งปะทุหนัก สอดแขนอุ้มแตงร่างเล็ก พาเข้ามุมลับตาซึ่งมีลิฟต์ซ่อนอยู่
และเป็นลิฟต์ที่พาขึ้นชั้นสอง หน้าห้อง ‘เฉือด’ พอดี
คนกลัวตกโอบกอดคอลำคอแกร่ง ดวงใจเต้นตึกตักอย่างรุนแรงเมื่อคิดไปถึงเหตุการณ์ต่อจากนี้...
“เอิ้ม...” ด้วยความเป็นห่วงพี่สาวปลาทูจึงตามมา ทว่ากลับต้องมาเห็นฉากหวั่นหัวใจวายแบบนี้ก็ทำอะไรไม่ถูก หันไปถามพี่ๆ ที่อยู่กันครบด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่อ “แล้วเราจะยังไงกันต่อดีคะ?”
อคิณ การินและเพทายมองหน้ากันแล้วเค้นหัวเราะออกมาพร้อมกัน
หึ! หมาอีกตัวได้โผล่หางออกมาแล้วครับท่าน
คนรู้ความอ้าปากจรดครอบทำรอย ดูดแรงๆสองสามทีก็ย้ายมุมพร้อมช้อนสายตาขึ้นมองสีหน้าพี่เป็นระยะ จนหนำใจก็เลื่อนริมฝีปากลงมาที่กระดูไหปลาร้า“ตรงนี้ให้บี๋ดูดไหม?”“ดูดครับ” เป็นคำถามที่อาเธอร์สามารถตอบไปในทันทีอย่างไม่นึกลังเล แววตากลืนกินมองอากัปกิริยาของเมียรักด้วยความหยาดเยิ้ม ก้อนเนื้อในอกสั่นไหวรุนแรงที่กลีบปากร้อนไล่ลงไป“บี๋ดูดนมได้ไหมคะ?”“ครับ บี๋ดูดได้เลย พี่เป็นของบี๋คนเดียว” สอดฝ่ามือเข้าใต้ท้ายทอยน้อง ขยุ้มเลือนผมนุ่มแล้วรั้งใบหน้าหวานลงมา เสนอตัวเสนอใจแต่เพียงแค่ลิ้นชื้นแลบออกมาเลียกับยอดอก หัวคิ้วสีเข้มก็ขยับเข้าหากันอย่างทรมาน รัญจวนไปทุกอณู แม้แต่ขนในกายยังพร้อมใจกันสามัคคีลุกขึ้นเคารพต่อการปรนเปรอที่ยั่วยวนของคนตัวเล็กข้างนี้เปียกน้ำลายจนมันวาว เบบี๋ก็เปลี่ยนไปตวัดลิ้นหยอกเย้ากับอีกข้าง สีหน้าที่ประเดี๋ยวเครียดประเดี๋ยวผ่อนคลายเป็นตัวกระตุ้นให้เธอใจกล้ามากกว่าเดิม ใช้ฟันคมขบเบาๆกับเม็ดสีเข้มฝ่ามือหยาบออกแรงทึ้งเลือนผมเบาๆ ระบายความร้อนรุ้มภายในกาย “อื้ม โคตรดีเลยเบบี๋”“ชอบไหมคะ?”“ชอบครับ อ่า” หมายถึงชอบเธอด้วย คนว้าวุ่นขบกรามแน่นจนเสียงดังกรอด ข่มความเสียวการพูดคุยกั
โต๊ะกลางเต็มไปด้วยอาหารญี่ปุ่นจากร้านชื่อดังระดับห้าดาว ทว่าเบบี๋กลับนั่งกระมิดกระเมี้ยนบิดไปมาไม่สบายตัว ข้างกันนั้นคือเจ้าของใบหน้าหล่อเหลา คนรักของเธอชายหนุ่มเม้มริมปากกลั้นขำกับท่าทีประหลาดของน้อง “นั่งดีๆ”“มันไม่ชินงะ” อยากจะโกรธนะที่เขาไม่เอาเสื้อผ้าของเธอมาด้วย โคตรหวิวๆเลยตอนนี้“มานี่มา” ตบหน้าขาตัวเองให้หญิงสาวขึ้นมา ทว่าเธอกลับหายใจเสียงดังทำเมิน ฝ่ามือหนาจึงสอดเข้ารักแรแล้วยกร่างบางมานั่งตักจนได้ “ดื้อวะ”“ก็งอนมึงงะ” เอ่ยบอกอาการที่เป็นไปตามตรงด้วยน้ำเสียงติดเหวี่ยง คนยิ่งหิวก็ยิ่งหงุดหงิด ความรู้สึกก็ไปกันใหญ่ และอาเธอร์เข้าใจดีถึงได้ยอมลงให้ คว้าตะเกียบคีบซูชิไข่ปลาแซลมอนที่ห่อด้วยสาหร่ายมาป้อนถึงปากเล็ก“ผัวง้อครับ” พลางฝังปลายจมูกกับแก้มหอมๆอย่างเอาใจ “กินหน่อยนะที่รัก”“อย่าอ้อน ไม่ได้ผล” ปากบอกไม่ได้ผล ทว่าก็อ้าปากงับกับของกินที่เขาส่งมา ทำเอาคนเป็นพี่ระบายยิ้มหวาน “กูหิวหรอก”“ครับ” เขาขานรับเสียงอ่อนโยน จูบซอกคอขาวๆให้ชื่นใจ ก่อนจะคีบซูชิแบบเดียวกันเข้าปากตัวเองบ้าง พอเห็นว่าน้องเคี้ยวหมดแล้วก็ป้อนซูชิหน้าทูน่าต่อส่วนเขา...คนบนตักกินอะไร เขาก็กินตาม“ทำไมมาพัทย
พอมองตามที่พ่อพูด เด็กชายก็เพิ่งจะสังเกตเห็น รอยเลือดพวกนั้นนอกจากจะอยู่ที่แผล ยังมีติดตามเสื้อผ้าของเจ้าตัวด้วย คงมาจากที่เขากับเธอปะทะฝีมือกัน‘น้องตัวเล็กนิดเดียวเอง ตกจากต้นไม้ก็ว่าเจ็บแล้ว ยูยังจะไปหัวเราะใส่น้องอีก’คนโดนติงลอบกลืนน้ำลายพร้อมกับเม้มริมฝีปาก มองหน้าเด็กที่เขาเพิ่งด่าว่าเป็นเด็กผีจากความโกรธของตัวเอง ‘ถ้าคนที่ตกต้นไม้เป็นยูบ้าง แล้วมีคนมาหัวเราะใส่ ยูจะรู้สึกยังไง? จะชอบไหม?’เป็นคำถามที่เด็กชายสามารถตอบได้ในทันทีว่า…ไม่ชอบ แต่จะให้พูดออกไปก็เกรงจะขัดกับหลักการของตัวเองที่บอกว่าเขากับเธออยู่ร่วมกันไม่ได้‘จากที่ดู แด๊ดว่าน้องก็ไม่ชอบ เพราะงั้นน้องเลยปาหินใส่ น้องคงอยากให้ยูรู้สึกเหมือนกันว่าน้องเจ็บ’ พลางเช็ดเลือดที่ไหลตรงขมับให้ลูก ‘คนถูกหัวเราะเยาะมันไม่สนุกเหมือนคนหัวเราะหรอกนะ หรือคนเก่งของแด๊ดคิดว่าไง?’ประโยคของผู้เป็นพ่อราวกับระฆังเตือนใจให้กับเด็กชายวัยเจ็ดขวบได้คิด เขารู้แล้วว่าตัวผิดจริงๆแต่ก็ไม่คิดจะทำอะไรนอกจากการมองดูนิ่งๆ ทว่ากลับเป็นน้องสาวที่เอ่ยแทน‘อาเซียร์ไม่ชอบ เวลามีคนมาหัวเราะใส่ ไอจะชกให้ตายเลย’ เด็กน้อยยู่ปากพร้อมชูกำปั้นอย่างน่าเอ็นดู ช่วยไ
เด็กหญิงตกลงสู่พื้นดินด้วยท่าตะครุบกบ สิ่งแรกที่รับรู้คือเนื้อตัวชาวาบและตามมาด้วยอาการแสบตรงฝ่ามือทั้งสองข้าง ก่อนที่อาการทั้งหมดจะล่ามมายังหัวเข่า ใบหน้าจิ้มลิ้มแดงก่ำ ริมฝีปากเล็กค่อยๆเบะคว่ำ ซึ่งมาพร้อมกับเสียงแผดร้องและน้ำตาที่ร่วงหล่นเธอเจ็บ!!!ยิ่งตอนพลิกตัวนั่งแล้วเห็นว่ามีเลือดไหล ความเจ็บปวดก็เกาะกุมไปทั่วร่างกาย ร้องไห้ฟูมฟายหนักกว่าเดิม ‘ฮาฮ่าๆๆ’ ทว่าคนที่เป็นต้นเหตุกลับหัวเราะชอบใจ ชี้หน้ากันราวกับสะใจแบบสุดๆใช่! เขาสะใจก่อนหน้านี้ อาเธอร์ เด็กชายในวัยเจ็ดขวบนั่งอยู่ตรงม้าหินอ่อนใกล้ๆ ได้ยินเสียงของลูกนกจึงเดินมาดู ถึงได้เห็นว่ามียัยเด็กหัวแกะที่ไหนก็ไม่รู้มาบุกรุกอณาเขต แถมยังแสดงความเก่งกาจด้วยการปีนต้นไม้อย่างไม่เกรงกลัว จนรู้สึกนึกหมั่นไส้ขึ้นมาและพอได้เห็นว่าคนเก่งตกลงมาไม่เป็นท่า ก็ตลกจนหยุดหัวเราะไม่ได้ ตัวก็เล็กแค่นี้ยังจะทำเป็นเก่ง เบบี๋เห็นอย่างนั้นก็ไม่พอใจ เธอเจ็บมากๆแต่อีกฝ่ายกลับทำเหมือนเป็นเรื่องสนุก แบบนี้ต้องโดนฟิ้วว‘โอ๊ะ โอ้ย!’ คนเจ็บร้องเสียงหลงขณะยกมือขึ้นกุมหน้าผากตัวเอง เรียวนิ้วจึงสัมผัสเข้ากับของเหลวที่ไหลออกมาจากบาดแผล เอามาดูถึงได้เห็นว่า
เบบี๋ราวกับคนกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ใครจะคิดว่าเขาจะหมายถึงไส้กรอกจริงๆ ก็ปกติเห็นวกเข้าแต่เรื่องใต้สะดือตลอดเลยงะฟอด~จมูกโด่งฝังลงบนผิวแก้มหอมของคนตัวเล็กหนักๆ ก่อนจะผละออก มองดวงหน้าหวานตาเชื่อม“หมกวุ่นวะ” ทั้งรักทั้งเอ็นดูทว่าก็อดขำไม่ได้ จึงถูกเด็กน้อยเง้างอนใส่ด้วยการสะบัดหน้า ท่อนแขนหนาก็กระชับกอดเอวคอดทั้งสองข้าง “แต่หมกมุ่นยังไงกูก็รัก”“จิ! ไม่ต้องพูดเลย” ยกแขนกอดอก “กูไม่ได้หมกมุ่นสักหน่อย”“เหรอ? แล้วจะกินไหมไส้กรอก” พลางหลุบสายตาลงไปที่จุดอย่างว่า จงใจแกล้งเมีย คนหน้าแดงจึงหายใจรุนแรง“พี่เธอร์!” ไอ้ผัวบ้านี่“เคๆ ไม่แกล้งแล้ว” เห็นแก่ว่าอีกฝ่ายหิวหรอก เขาจึงจะปล่อยไปก่อน “เดี๋ยวข้าวก็มาแล้ว มึงก็ไปอาบน้ำรอละกัน ส่วนชุดมึงกูเตรียมไว้ให้ในตู้” ใช้สายตาชี้ไปยังตู้เสื้อผ้าไม้สีเข้มหน้าห้องน้ำดวงหน้างามผงกลงรับรู้ ก่อนเอื้อมมือไปคว้าผ้าห่ม หมายจะเอามาคลุมร่าง เพราะถึงห้องน้ำจะอยู่ไม่เกินห้าก้าว แต่เธอก็ไม่อาจเดินโทงๆต่อหน้าเขาได้ ทว่าอีกฝ่ายกลับไม่คลายอ้อมกอดให้เธอลง“ปล่อยสิพี่เธอร์”“ไม่ต้องคลุม” ดวงตาคู่คมเลื่อนลงมาที่ผ้าผืนหนาในมือน้อย“ไม่ได้”“ทำไมไม่ได้?”“กูไม่ได้อยู
บ้านพักต่างอากาศพลูวิลล่า“ไอยังไม่ได้รูปที่ยูบอกจะส่งให้ไอเลยนะ” เสียงทุ้มติดเหวี่ยงแว่วเข้าแก้วหู ปลุกให้คนที่พริ้มหลับอยู่บนเตียงกว้างเริ่มรู้สึกตัว ค่อยๆปรือสายตารับกับแสงของช่วงเวลาบ่ายอ่อนๆที่สาดผ่านม่านหน้าต่างเข้ามา“อื้อ” แขนเรียวยกขึ้นบิดขี้เกียจ รู้สึกเหมือนตัวเองนอนหลับสบายแบบสุดๆ ได้ยินเสียงคลื่นซัดสาดแผ่วๆ เบบี๋ก็หลุดยิ้มบางๆ กระทั่งเห็นเพดานไม้สีอ่อนแปลกตาจึงแน่ใจว่าไม่ใช่แล้วพรึบ!ร่างบางดีดตัวนั่งด้วยหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ ผ้าห่มหล่นลงมากองตรงตัก เผยความขาวนวลผุดผ่องไร้อาภรณ์ประจักษ์แก่สภาพแวดล้อมที่ไม่รู้จัก มือน้อยจึงรีบดึงขึ้นมาปิดร่างกายปลายเท้าคือราวระเบียงกั้นสีดำที่สูงเพียงเอว แต่คาดว่าหากตกลงไปมีสิทธิ์ที่แขนกับขาอาจหักได้ ด้านขวาคือหน้าต่างกระจกบานใหญ่ สามารถมองเห็นวิวหาดทรายข้างนอกได้ถนัดตา ทำเอาหัวคิ้วเรียงสวยขยับเข้าหากันทะ ที่ไหนกันวะเนี่ย?“รีบส่งมา อย่าให้ไอต้องพูดซ้ำ!” โทนเสียงหนาที่คุ้นหูดังมาจากชั้นล่าง คนตัวเล็กจึงชะโงกดู เห็นร่างสูงร้อยแปดสิบเก้าในเสื้อคลุมอาบน้ำยืนคุยโทรศัพท์นอกอาคาร ก็งุนงงไปกันใหญ่จำได้ว่าเมื่อวานเรา เอ่อ...กะ กันที่รถ ภาพใบหน







