Masukกลิ่นอายความเค็มของทะเลที่พัดมาตามสายลม พร้อมกับคนรักที่เดินไปนั่งจุ้มปุ้กอยู่ไม่ไกลด้วยท่าทีมีความสุขและมีใบหน้าเปื้อนยิ้มตลอดเวลา ช่วงเวลานี้ช่างเป็นอะไรที่อิ่มเอมในหัวใจ“ดึกแล้วนะ” เด็กหนุ่มเอ่ยทักท่ามกลางความเงียบ ก่อนจะนั่งลงข้างกายคนตัวเล็ก“อือ ช่วงเวลาแห่งความสุขมันผ่านไปไวจัง กูอยากเที่ยวอ
ชีวิตของเด็กหนุ่มทั้งสองก็ดำเนินต่อไป ผ่านเรื่องราวสุขทุกข์แต่ก็ยังคงจับมือกันและฝันฝ่าทุกอย่างไปได้จนมาถึงวันนี้ วันที่ทั้งสองคนเรียนจบและเข้ารับปริญญาทุกคนต่างก็มีเป้าหมายและเดินไปตามเส้นทางที่ตัวเองเลือกกันต์เรียนจบช้ากว่าพวกเขาไปหนึ่งเทอมแต่ก็ยังโชคดีที่เด็กหนุ่มขยันและติดตามงานจนเรียนจบมาได้ซ
“อ๊ะ! ดะ...เดี๋ยว! อ๊าา”“เป็นไง เริ่มหายกลัวรึยัง” จากการถูไถก็เปลี่ยนเป็นบดบี้และขยี้ไปตามแรงอารมณ์“อื้ออ สะ เสียว” คนตัวเล็กถึงกับต้องเกาะขอบระเบียงเพราะขาอ่อนแรง“วันนี้อยากลองริมระเบียงดูมั้ย” เสียงทุ้มเอ่ยถามเบา ๆ“จะบ้าเหรอ! นี่บ้านไอ้กันต์นะ”“มันชอบนอนใส่หูฟัง ไม่ได้ยินเสียงมึงหรอก”“ถ้าใค
“เออ บ้านกูของกินเยอะแยะ ว่าแต่กูต้องแกล้งกลัวด้วยมั้ย” ได้ยินแบบนี้อินก็หัวเราะหึในลำคอ“แล้วแต่มึงเลย” พูดจบก็วางสายไป“ว่าไง มันอยู่บ้านมั้ย” ไม่ทันจะได้หันมาอธิบาย หมี่ก็ถามขึ้นมาทันที อินได้แต่คิดในใจว่าอะไรจะตื่นเต้นขนาดนั้น“อยู่” ก่อนจะต้องตกใจเมื่อเห็นว่าคนรักดีใจกว่าที่คิด“เย้! มึงไม่ได้บ
และแล้วช่วงเวลาก็ผ่านพ้นไปจนใกล้จะสิ้นปีอีกครั้ง ตอนนี้ทุกคนก็ใกล้จะจบการศึกษากันแล้ว ทว่ากิจกรรมที่หมี่อยากลองทำร่วมกับอินมาโดยตลอดคือการแต่งตัวในวันฮัลโลวีน“นะ มึงเบ้าหน้าดีจะตาย แต่งตัวคู่กับกูหน่อยไม่ได้เหรอ” น้ำเสียงออดอ้อนแกมเว้าวอนดังมาจากหมี่“ไม่เอา” อินที่ฟังประโยคนี้มาร่วมสัปดาห์ก็เริ่มร
“อ๊ะ!” ร่างบางที่คุ้นชินกับสัมผัสนี้ก็แอ่นอกเข้าหาอีกฝ่าย“มันแข็งจนดันเสื้อออกมาแล้ว” อินยังคงพูดแหย่คนรัก ก่อนจะออกแรงดึง“อ๊า! อย่าดึงแรง อ๊าา!” แล้วก็ก้มลงดูดดื่มนมรสหวานตรงหน้าราวกับคนหิวกระหายดวงตาหวานฉ่ำของหมี่ลอบมองคนที่กำลังมุ่งมั่นกับร่างกายตัวเอง มือเล็กข้างหนึ่งไพล่ไปด้านหลังเพื่อพยุงตั







