LOGINเงินเยียวยาที่ครูสาลิกาเคยให้ไว้เริ่มร่อยหรอลง เย็นวันศุกร์นี้อินทุอรณ์จึงเดินทางมาทำงานบ้านที่บ้านครูสาตามปกติ ทว่าวันนี้บรรยากาศกลับเงียบเชียบผิดปกติ เธอทราบมาว่าครูสาขอลาพักครึ่งวัน
แต่เมื่อเคาะประตูเรียกกลับไม่มีเสียงตอบรับ เมื่อลองผลักดูก็พบว่าประตูไม่ได้ล็อก เธอจึงถือวิสาสะก้าวเข้าไปด้านในเพื่อเริ่มงานล้างจานในห้องครัวเป็นอันดับแรก
ขณะที่กำลังจัดการเศษอาหารอยู่นั้น ใจที่ลอยล่องทำให้คราบน้ำมันเลอะเปรอะเปื้อนกระโปรงนักเรียนจนดูไม่จืด เธอจึงรีบเข้าไปในห้องน้ำเพื่อทำความสะอาด แต่คราบนั้นฝังลึกจนเสื้อและกระโปรงเปียกปอนไปหมด เด็กสาวจึงจำเป็นต้องถอดชุดออกซักแล้วปั่นแห้งทิ้งไว้
ระหว่างรอชุดแห้ง เธอคว้าผ้าเช็ดตัวผืนหนาแถวนั้นมาพันกายอย่างหมิ่นเหม่ แล้วจึงออกไปจัดการงานบ้านส่วนอื่นต่อ
ด้วยความอ่อนล้าและอากาศที่ร้อนอบอ้าว อินทุอรณ์ตัดสินใจเข้าไปอาบน้ำชำระกายอีกครั้ง เธออยากลองสัมผัสความรู้สึกในการแช่อ่างอาบน้ำหรูหราสักครั้งในชีวิต ความอุ่นสบายของสายน้ำประกอบกับความเหนื่อยเพลียทำให้สติของเธอค่อย ๆ ดับวูบลงกลางคัน จนกระทั่งความรู้สึกตัวเริ่มกลับมาเมื่อได้ยินเสียงเรียกจากภายนอก
“คุณรามกลับมาแล้วเหรอคะ?” เธอขานรับด้วยความตกใจ
“ใช่จ้ะ แล้วอรเข้าไปทำอะไรในนั้น หืม์?” เสียงทุ้มของรามดังลอดประตูเข้ามา
“พอดีอรทำเศษอาหารเลอะชุดน่ะค่ะ เลยมาอาบน้ำซักชุดไว้”
“อ้าว!!!... แล้วมีชุดเปลี่ยนไหม?”
“ไม่มีค่ะ อรซักทิ้งไว้ยังไม่แห้งเลย”
“เอางี้... งั้นเดี๋ยวยืมชุดครูสาเค้าใส่ไปก่อน ตามฉันมา” รามพาอินทุอรณ์ไปยังห้องนอนใหญ่ที่เขาใช้ร่วมกับสาลิกา เด็กสาวอดสงสัยไม่ได้จึงเอ่ยถาม
“แล้วครูสายังไม่กลับเหรอคะคุณราม?”
“ครูสาน่าจะติดธุระที่โรงเรียนมั้ง วันนี้อรไม่เจอคุณครูเหรอ”
“ครูสาลาครึ่งวันค่ะ อรก็นึกว่าครูจะอยู่บ้านเสียอีก ขอโทษนะคะที่เข้ามาก่อนโดยไม่ได้ขออนุญาต”
“ไม่เป็นไรหรอก...” รามตอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแปลกไป
อินทุอรณ์รู้สึกเหมือนสติพร่าเลือนไปชั่วขณะ เธอจำได้ว่าตนเองดื่มน้ำเข้าไปหลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย... จนกระทั่งความรู้สึกหนักอึ้งเริ่มกดทับลงบนร่างกาย
เธอพยายามพลิกกายหนีแต่กลับไร้เรี่ยวแรง ราวกับร่างกายไม่ใช่ของเธออีกต่อไป เมื่อเธออ้าปากจะกรีดร้อง มือหนาก็ตะปบปิดริมฝีปากไว้แน่น
กลิ่นกายชายที่ดุดันทำให้หัวใจดวงน้อยสั่นระรัว ในความมืดสลัวนั้น เธอสัมผัสได้ว่าอาภรณ์ที่เคยสวมใส่หายไปจนหมดสิ้น มีเพียงสัมผัสที่เต็มไปด้วยความกระหายและรุนแรงที่เข้าจู่โจม
“อื้อ!!...” เสียงครางอื้ออึงในลำคอดังขึ้นเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวบดจูบลงมาอย่างบ้าคลั่ง แขนทั้งสองข้างถูกรวบตึงไว้เหนือศีรษะ มือหนาอีกข้างฟอนเฟ้นทรวงอกอวบอัดอย่างหนักมือ ไร้ซึ่งความทะนุถนอม
“คุณราม... ปล่อยอรนะ!” เมื่อเขาถอนริมฝีปากออก เธอรีบวิงวอนเสียงสั่น
“อรจะฟ้องครูสานะคะ!”
“ฉันขอโทษ... แต่เห็นเธอนอนอยู่แบบนี้ ฉันอดใจไม่ไหวจริงๆ” รามกระซิบชิดใบหู
“ทำไมหนูถึงมานอนอยู่บนเตียงนี้ได้คะ?”
“นึกดูดี ๆ สิอร... เธอหลับไปเพราะฤทธิ์ยานอนหลับที่ฉันผสมให้กินไงล่ะ ที่เหลือจะให้ฉันเล่าซ้ำไหมว่าทำอะไรไปบ้าง?” อินทุอรณ์เบิกตากว้างด้วยความตกใจและเสียใจ
“คุณรามวางยาอรเหรอคะ... ทำไมทำแบบนี้?”
“เพราะเธอเคยแอบดูฉันกับเมียมีอะไรกันไงล่ะ! ในเมื่อเห็นแล้ว เธอก็ต้องเป็นคนรับผิดชอบ!”
ไม่ทันที่เธอจะได้แย้ง รามก็ซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่น ลมหายใจร้อนแรงเป่ารดจนขนลุกซู่ มือใหญ่เลื่อนลงไปสัมผัสซอกขาด้านในที่อ่อนละมุน เ
ขาช้อนสะโพกกลมกลึงขึ้นแล้วแทรกลิ้นร้อนผ่าวลงไปสำรวจความหวานกลางกายสาว รสรักของรามช่างต่างจากตาชิตอย่างสิ้นเชิง มันทั้งช่ำชองและรุนแรงจนอินทุอรณ์เผลอไผลไปกับความเสียวซ่านที่โหมกระหน่ำ
“ขอฉันอีกรอบนะ เมื่อกี้ที่เธอหลับไป... ฉันยังสนุกไม่เต็มที่เลย” เขางัดเอาแก่นกายที่แข็งขึงและใหญ่โตออกมาโชว์แก่สายตา มันยิ่งใหญ่และน่าเกรงขามจนอินทุอรณ์หวาดผวา เธอพยายามหนีบขาเข้าหากัน
“คุณราม... อย่าเอาเข้ามาเลยนะคะ อรขอร้อง... ถูข้างนอกก็ได้ค่ะ”
“เธอไม่ใช่เด็กแล้วนะอร... ทนหน่อย!”
รามไม่สนคำอ้อนวอน เขาใช้มือล็อกสะโพกมนไว้มั่นก่อนจะดันแก่นกายร้อนระอุแทรกผ่านร่องรอยคับแคบเข้าไปอย่างเผด็จการ
“โอ๊ย! คุณราม... พอก่อน! มันเจ็บ... มันเข้าไปไม่ได้หรอก!” เด็กสาวกรีดร้องพร้อมน้ำตาที่ร่วงเผาะ ร่างกายเกร็งค้างด้วยความเจ็บปวดจากการรุกล้ำที่แสนรุนแรง
“อดทนอีกนิด... แล้วเธอจะรู้ว่าความสุขที่แท้จริงเป็นยังไง”
เขาเริ่มขยับโยกกายหนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังระงมแข่งกับเสียงสะอื้น รามดูดดึงยอดอกของเธอราวกับคนหิวโซ ขณะที่เบื้องล่างกระแทกกระทั้นเข้าหาจนอินทุอรณ์ตัวสั่นคลอน
“ทนอีกนิด... ใกล้แล้ว... ซี๊ด! ของเธอมันแน่นเหลือเกินอรจ๋า!”
“โอ๊ย! อรไม่ไหวแล้ว... ฮือออ ๆ ”
ในที่สุด ความอุ่นร้อนมหาศาลก็ถูกฉีดรดเข้าไปในกายสาวจนหมดสิ้น รามฟุบหน้าลงกับอกอิ่มพลางหอบหายใจถี่ อินทุอรณ์รีบยันกายลุกขึ้นเปิดไฟทันที เธอพบว่ามีรอยเลือดซึมออกมาปนกับน้ำรักสีขาวขุ่นที่ไหลย้อนออกมาตามง่ามขา
“ทำไมคุณรามใจร้ายแบบนี้...”
“ถ้าเธอคิดมาก... ฉันยินดีชดใช้ให้” รามพูดพลางปลดสร้อยทองจากคอยัดใส่มือเธอ
“รับไว้เถอะ ที่ฉันทำไปเพราะหลงรักเธอจริง ๆ”
“แล้วครูสาล่ะคะ”
“เราเลิกกันแล้ว... สาเขามีคนใหม่ไปแล้ว เขาไม่กลับมาที่นี่แล้วล่ะ” รามเอ่ยจบก็ดึงร่างบอบบางเข้ามากอดปลอบโยนพร้อมกับยื่นข้อเสนอที่ทำให้อินทุอรณ์ต้องอึ้ง
“ถ้าวันหนึ่งตาเธอไม่อยู่แล้ว มาอยู่กับฉันนะอร ฉันจะเลี้ยงดูเธอให้สุขสบายทุกอย่าง”
“อร... อรต้องขอพิสูจน์ก่อนค่ะว่าคุณพูดจริง”
“คืนนี้อยู่กับฉันที่นี่นะ... สาไม่กลับมาหรอก ป่านนี้คงไปนอนกกอยู่กับแฟนใหม่เขาแล้วล่ะ”
คำพูดของรามทำให้เด็กสาวเริ่มไขว้เขว ข้อมูลที่เขาบอกสอดคล้องกับภาพที่เธอเคยเห็นและระยะหลังที่ครูสาไม่ค่อยกลับบ้าน อินทุอรณ์มองสร้อยทองในมือด้วยความรู้สึกที่สับสนพะวักพะวน... ชีวิตที่แสนลำบากของเธอกำลังจะเปลี่ยนไป หรือนี่คือหลุมพรางครั้งใหม่ที่เธอต้องเผชิญกันแน่
เพียงแค่ชั่ววูบที่ริมฝีปากแตะกัน ร่างกายที่เคยแข็งขืนของอินทุอรก็พลันอ่อนระทวยราวกำลังละลายด้วยเปลวเพลิง ความร้อนแรงที่ภาคินมอบให้ทำให้เธอเผลอเผยอริมฝีปากสวยออกอย่างลืมตัว เปิดทางให้ลิ้นร้อนของเขาแทรกซึมรุกล้ำเข้าไปควานหาความหวานล้ำภายในอย่างง่ายดายหัวใจของสาวน้อยเต้นระรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เธอไม่แน่ใจนักว่าที่ควบคุมตัวเองไม่ได้เช่นนี้ เป็นเพราะส่วนลึกในใจเธอที่กำลังโหยหาและลุ่มหลง หรือว่าความต้องการทางเพศที่ห่างหายมานานกันแน่ภาคินผละริมฝีปากออกเพียงนิด สายตาคมกวาดมองลงบนเรือนร่างอรชรที่สั่นเทา ทรวงอกอวบอิ่มที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหอบหายใจ สะโพกกลมกลึง และเอวบางคอดกิ่วที่เขาเพิ่งปล่อยมือออก สิ่งเหล่านี้ปลุกสัญชาตญาณดิบในตัวเขาจนแทบจะคลั่ง เพียงแค่จูบเล็กน้อยยังทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังจะสูญเสียการควบคุมเขารีบดันตัวเธอออกห่างก่อนที่อารมณ์จะเตลิดไปไกลกว่านี้ “อร... ผมขอโทษ” น้ำเสียงของเขาทุ้มพร่าและสั่นพร่าอย่างเห็นได้ชัด“อรก็ขอโทษคุณเหมือนกันที่ทำคุณต้องเจ็บตัวเพราะอร” เธอตอบเสียงแผ่ว ใบหน้าแดงซ่านจนไม่กล้าสบตาขณะที่บรรยากาศกำลังอึมครืมด้วยแรงปรารถนา เสียงของ ป้าดวง แม่บ้า
“ผมไม่เป็นอะไรมาก ไม่ต้องถึงกับไปโรงพยาบาลหรอก... แล้วอรล่ะ บาดเจ็บตรงไหนมั้ย?”ภาคิน พยุงตัวเองขึ้นนั่งพลางใช้มือหนาลูบไล้สำรวจตามต้นแขนและไหล่มนของหญิงสาวอย่างถือวิสาสะ กลิ่นหอมกรุ่นจางๆ จากกายสาวที่ลอยมาปะทะจมูกกระตุ้นสัญชาตญาณดิบในกายหนุ่มจนเขาต้องลอบกลืนน้ำลาย ‘แค่กลิ่นตัวหอม ๆ ยังทำเอาคลั่งขนาดนี้’ เขาแอบคิดในใจพลางหัวเสียที่ดันใช้วิธีเจ็บตัวเรียกคะแนนสงสาร ทั้งที่ใจจริงอยากจะซัดไอ้กระจอกนั่นให้หมอบแทบเท้าเสียมากกว่า“อรไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณคุณภาคินมากนะคะที่เข้ามาช่วย” อินทุอรละล่ำละลักบอกพลางพยุงเขาไปนั่งพักที่ม้าหินอ่อนในหัวใจของเด็กสาวตอนนี้เปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้ง เธอแอบชื่นชมชายหนุ่มตรงหน้าอย่างไม่รู้ตัว นี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่เขาช่วยเธอ ตั้งแต่วันที่หนีโจรหื่นกามกับรุ้งระวีร์จนได้รู้จักกัน และครั้งนี้เขาก็ยังเจ็บตัวเพราะเธออีกใบหน้าคมสัน จมูกโด่งเป็น และนัยน์ตาสีเข้มที่ดูทรงพลังนั้นทำให้อินทุอรเผลอจ้องมองจนลืมตัว“ไม่ทราบว่ามีอะไรติดหน้าผมหรือเปล่าครับ?” ภาคินแกล้งถามเย้า“อ๋อ... เปล่าค่ะ อรแค่ดูว่าแผลที่มุมปากคุณเป็นยังไงบ้าง” เธอรีบก้มหน้าหลบสายตาด้วยความอายที่ถูกเขาจ
ภายในคอนโดมิเนียมหรูใจกลางเมืองที่เงียบเหงา อินทุอรนั่งทอดถอนใจอยู่บนโซฟาเพียงลำพัง ความเงียบทำให้เธอนึกถึงรุ้งระวีร์เพื่อนรัก จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาหมายจะส่งสติกเกอร์ไลน์ทักทายไปหา ทว่าด้วยความรีบร้อน นิ้วเรียวกลับกดผิดไปเข้าหน้าแชทของชายหนุ่มที่เป็นเจ้าของหัวใจและเจ้าของห้องนี้แทน!คุณภาคิน : “สวัสดีครับอร ทักมาแบบนี้... มีอะไรหรือเปล่าครับ?”อินทุอรเบิกตากว้าง หัวใจเต้นรัวด้วยความตกใจ รีบพิมพ์ตอบกลับพัลวันอร : “ขอโทษค่ะคุณภาคิน! อรส่งผิดค่ะ ตั้งใจจะส่งหาเพื่อนแต่ดันกดผิดช่อง ต้องขอโทษจริงๆ นะคะ” คุณภาคิน : “ไม่เป็นไรครับ... ว่าแต่ทำไมไม่พารุ้งระวีร์มาพักด้วยกันล่ะ จะได้ไม่เหงา” อร : “โอ๊ย... รายนั้นเขามีเจ้าของคอยคุมแจแล้วค่ะ คงมาไม่ได้หรอก” คุณภาคิน : “พอดีผมอยู่ข้างนอก นัดเพื่อนไว้แต่มันดันยกเลิกกะทันหัน ผมแวะเข้าไปหาคุณอรได้ไหม” อร : “คุณภาคินอยู่ไหนแล้วคะตอนนี้” คุณภาคิน : “อยู่หน้าคอนโดเนี่ยแหละ... เดี๋ยวผมขึ้นไปนะ”อินทุอรส่งสติกเกอร์ตอบรับอย่างงงๆ ก่อนจะรีบดีดตัวขึ้นจากโซฟาไปที่กระจกเพื่อสำรวจความเรียบร้อยของตัวเอง หัวใจเจ้ากรรมยังคงเต้นโครมครามไม่หยุด เพียงไม่กี่อึดใจ
เช้าวันเปิดเรียนหลังจากหยุดยาวหลายวัน อินทุอรและรุ้งระวีร์นัดเจอกันที่ซุ้มม้านั่งหินอ่อนใต้ตึกเรียน บรรยากาศรอบตัวสดใสด้วยเสียงจ้อกแจ้กของนักศึกษา แต่แววตาของเพื่อนรักทั้งคู่กลับดูมีเรื่องราวให้คิดทบทวนมากมาย“ไปอยู่กับคุณธนาเป็นไงบ้าง สบายดีไหม?” อินทุอรเอ่ยถามด้วยความห่วงใย พลางสังเกตเห็นว่าเพื่อนดูสวยสะพรั่งผิดหูผิดตา แต่ใบหน้ายังคงมีความหมองเศร้าแฝงอยู่“สบายกายแต่ไม่สบายใจน่ะสิ” รุ้งระวีร์ถอนหายใจยาว ก่อนจะตัดสินใจกระซิบความลับที่อัดอั้นอยู่ข้างในออกมา “ฉันไปอยู่ที่นั่น... ในฐานะเมียของเขา”“เฮ่ย!!...จริงดิ ไหนว่าให้ไปทำงานไงล่ะ” อินทุอรตาโตด้วยความช็อก เธอไม่คิดว่าพันธะหนี้สินจะนำพาเพื่อนไปสู่จุดนี้ได้“อรได้ยินไม่ผิดหรอก... เขาบังคับให้ฉันเซ็นสัญญา แล้วสุดท้ายฉันก็หนีไม่พ้น...” รุ้งระวีร์ทำหน้าจ๋อย นึกไปถึงสัมผัสเร่าร้อนและรุนแรงที่ได้รับมาตลอดหลายคืน “ทำไงได้ล่ะ หนี้ตั้งห้าล้าน ฉันไม่มีปัญญาหาไปหามาคืนเขาหรอก”“แล้วรุ้ง... รุ้งเต็มใจไหม?”“ไม่รู้สิอร... เขาเอาแต่ซื้อของแพงๆ ให้ฉัน ประโคมทุกอย่างที่ผู้หญิงคนหนึ่งอยากได้ แต่มันแลกมาด้วยความอัปยศที่ฉันต้องทำหน้าที่บนเตียงทุกคื
เสียงเปิดประตูห้องพักดังขึ้นเบา ๆ พร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงวัยกลางคนที่มีสีหน้ายิ้มแย้มเป็นมิตร “คุณรุ้งตื่นแล้วเหรอคะ ป้าว่าจะมาปลุกพอดี”“ป้ารินมีอะไรรึเปล่าคะ” รุ้งระวีร์ถามเสียงแผ่ว ป้ารินคือแม่บ้านเก่าแก่ที่เห็นเสี่ยธนามาตั้งแต่ตีนเท่าฝาหอย เป็นไม่กี่คนที่รุ้งระวีร์รู้สึกไว้วางใจในบ้านหลังนี้“พอดีเสี่ยท่านสั่งไว้ค่ะว่าสาย ๆ จะให้ คุณพุฒกรอง มารับพาคุณไปซื้อของใช้เพิ่มเติมนะคะ”รุ้งระวีร์นิ่วหน้าด้วยความแปลกใจ อะไรกัน... เสื้อผ้าที่เขาเพิ่งซื้อให้เธอก็ยังใส่ไม่ครบทุกชุดเลยด้วยซ้ำ “แต่ของใช้รุ้งก็มีครบแล้วนะคะป้า ไม่เห็นต้องซื้อเพิ่มเลย”“ท่านสั่งก็ทำตามเถอะค่ะ ซื้อไว้ก็ไม่เสียหลาย” ป้ารินตอบยิ้ม ๆ ก่อนจะขอตัวออกไปรุ้งระวีร์ถอนหายใจยาวพลางเดินเข้าห้องน้ำ เปิดน้ำเย็นจัดให้รดรินผ่านศีรษะหวังจะให้ความสดชื่นช่วยไล่ภาพเหตุการณ์เร่าร้อนเมื่อคืนออกไปจากหัว ทว่ายิ่งสายน้ำสัมผัสผิวกายที่ยังมีรอยรักจาง ๆ ประดับอยู่ เธอก็ยิ่งหน้าร้อนผ่าวจนต้องสลัดศีรษะแรง ๆเมื่อก้าวลงมายังห้องนั่งเล่น รุ้งระวีร์ก็ได้พบกับ พุฒกรองผู้หญิงผิวสีน้ำผึ้งนวลเนียนที่มีดวงตากลมโตดูเฉลียวฉลาด เธอคือหนึ่งในสี่มือ
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปหลังจากพิธีศพที่แสนเศร้าโศกจบสิ้นลง เช้าวันหนึ่งที่ม้าหินอ่อนใต้หอพักเก่าของรุ้งระวีร์ สองเพื่อนซี้กำลังเร่งปั่นรายงานที่ค้างไว้ท่ามกลางบรรยากาศที่อึดอัด“รุ้ง... เธอต้องย้ายไปอยู่กับลุงธนานั่นจริงๆ เหรอ” อินทุอรถามขึ้น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความกังวลขณะเหลือบมองเพื่อนสาวที่ดูซูบเซียวลงไปถนัดตา“ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นแหละอร... ฉันไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว” รุ้งระวีร์ตอบพลางขีดเขียนข้อความลงในกระดาษอย่างเหม่อลอย“แล้วทำไมเธออยู่หอนี้ต่อไม่ได้ล่ะ? ทำไมต้องย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านเขาด้วย”“คุณธนาบอกว่า... ฉันต้องทำงานใช้หนี้ที่พี่แบงค์ก่อไว้” รุ้งระวีร์เงยหน้าขึ้น สบตากับเพื่อนสนิท อินทุอรนิ่งไปครู่ใหญ่ คิ้วเรียวขมวดมุ่นเหมือนกำลังครุ่นคิดถึงนัยแฝงที่ซ่อนอยู่ในคำว่าดูแลนั้น “รุ้ง... ฉันรู้สึกแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้ ลุงธนาคนนั้นเขาดู... ไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลยนะ โดยเฉพาะสายตาที่เขามองเธอ”“เธอคิดอะไรอยู่เหรออร?” รุ้งระวีร์ถามเสียงแผ่ว ความหวั่นใจเริ่มก่อตัวขึ้นอีกครั้ง“เปล่าหรอก... ฉันก็แค่แปลกใจนิดหน่อยที่เขารวบรัดเธอเร็วขนาดนี้” อินทุอรถอนหายใจยาว “แล้วนี่... เขาให้เธอย้ายไปเมื่อไหร่







