Share

เป็นไปตามคาด

last update publish date: 2026-09-04 14:38:07

หลีอินจ้องมองหินสีแดงสดที่สะท้อนแสงวาววับ...

‘หึ รีบร้อนจะลงมือกับข้าแล้วสินะ’

นางแสร้งทำเป็นตกใจ รีบชักมือกลับ

“พี่หญิง ไม่ได้นะเพคะ ของล้ำค่าเพียงนี้ หม่อมฉันรับไว้ไม่ได้จริงๆ”

“พี่น้องกัน ไยต้องเกรงใจ” หวังเหมยหรงแย้มยิ้ม นัยน์ตาสะท้อนความอ่อนโยนคล้ายอารี ทว่าเยียบเย็น

“ของทุกสิ่งในวังหลวงนี้ หากน้องหญิงอยากได้ พี่ก็ยกให้เจ้าได้ทั้งนั้น... ต่อให้เป็นตำแหน่งเจ้าแห่งวังหลังก็ตาม”

คำพูดหยั่งเชิงนั้นทำให้หลีอินลอบยิ้มหยันในใจ แต่นางกลับรีบทรุดกายลงกราบกับพื้นทันที

“พี่หญิงโปรดระวังวาจา หลีอินมิเคยมีใจล่วงเกิน ตำแหน่งหงส์แห่งวังหลังต้องเป็นของพี่หญิงแต่เพียงผู้เดียวเพคะ อาอินได้เข้าวังมาคอยถวายการรับใช้ ก็นับเป็นวาสนาสูงสุดแล้ว ชาตินี้ไม่ขอสิ่งใดอีก นอกจากให้พี่หญิงมีพระพลานามัยแข็งแรง อาอินยินดีรับใช้พี่หญิงตลอดไป ไม่มีวันแปรเปลี่ยนเพคะ”

“รีบลุกขึ้นเถิด พี่เพียงพูดหยอกเล่นเท่านั้น ดูสิ... ตกใจจนหน้าซีดหมดแล้ว”

หวังเหมยหรงพยุงนางขึ้นมา พลางแสร้งถอนหายใจยาว

“พี่น้องกัน เนื้อแท้ของพี่ก็คือของเจ้า... ในเมื่อข้าป่วยออดๆ แอดๆ เช่นนี้ วันข้างหน้าคงต้องรบกวนน้องช่วยเป็นภาระดูแลเด็กๆ ให้มากหน่อย”

ยังไม่ทันที่หลีอินจะตอบรับ เสียงเอะอะก็ดังลั่นมาจากหน้าประตู ก่อนที่ร่างของเด็กสองคนจะผลุนผลันเข้ามา

“เสด็จแม่” จวินเหิงในวัยเยาว์ตวาดลั่น พลางก้าวเข้ามาผลักหลีอินจนเซถอยหลัง

“หลีกไป เมื่อคืนเสด็จแม่กระอักเลือดจนสลบ ต้องเป็นเพราะนางจิ้งจอกนี่แน่ ถวายงานคืนแรกก็ทำร้ายเสด็จแม่จนทรุด หากเสด็จแม่เป็นอะไรไป ข้าไม่เอาเจ้าไว้แน่”

“ใช่แล้ว” เจียงฝูเหรินเอ่ยสมทบด้วยสายตาเหยียดหยาม

“สตรีต่ำต้อยยังกล้ามาเหยียบตำหนักเสด็จแม่อีกหรือ”

หลีอินทอดสายตามองเด็กทั้งสองคนด้วยความเรียบนิ่ง... ‘ชาติก่อนพวกเขาก็พูดประโยคพวกนี้... ตอนนั้นข้าหลงคิดว่าเป็นเพียงคำพูดของเด็กไร้เดียงสา มาชาตินี้ถึงได้แจ่มแจ้ง... ว่าแท้จริงแล้วมีคนคอยสั่งสอนเรื่องชั่วช้าอยู่เบื้องหลังอย่างดีนี่เอง’

“เหิงเอ๋อร์ ฝูเอ๋อร์ ห้ามเสียมารยาท” หวังเหมยหรงแสร้งทำเป็นดุ

“ที่ท่านน้าของพวกเจ้าเข้าวังมา ก็เพื่อแบ่งเบาภาระแทนข้า คอยดูแลพวกเจ้า”

“ดูแลพวกข้าเป็นเรื่องหลอกทั้งนั้น นางยั่วยวนเสด็จพ่อคือเรื่องจริง” จวินเหิงเถียงคำไม่ตกฟาก

“ลูกอนุชั้นต่ำมีสิทธิ์อะไร”

“เสด็จแม่ดูคอนางสิ ไร้ยางอายเป็นที่สุด” เจียงฝูเหรินชี้ไปที่รอยแดงบนลำคอระหง

“ตั้งใจแต่งตัวมาหยามเสด็จแม่ชัดๆ”

หลีอินแสร้งทำหน้าเสีย น้ำตาคลอเบ้า

“พี่หญิง... เด็กๆ พูดไม่ผิดเพคะ หม่อมฉันมันต่ำต้อย ไฉนเลยจะคู่ควรดูแลองค์ชายและองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ ในเมื่อพวกเขารังเกียจหม่อมฉันถึงเพียงนี้... เช่นนั้นหม่อมฉันขอทูลลาออกจากวังเดี๋ยวนี้เพคะ”

“บังอาจ” หวังเหมยหรงตบโต๊ะลั่น ตวาดเพื่อรั้งหมากตัวสำคัญไว้

“ใครสั่งสอนให้พวกเจ้าพูดกับผู้ใหญ่เช่นนี้ รีบขอโทษท่านน้าเดี๋ยวนี้”

“จะให้ข้าที่เป็นถึงโอรสองค์โต ขอโทษนางแพศยานี่หรือ” จวินเหิงตวาดโต้

“ใช่แล้วเพคะเสด็จแม่” ฝูเหรินสนับสนุน

“หุบปากทั้งคู่” หวังเหมยหรงไอโขลกๆ

“ข้าตามใจพวกเจ้าจนเสียคน หากยังกล้าเถียงอีก ข้าจะสั่งให้ไปคุกเข่าที่ศาลบรรพชนสามวันสามคืน คัดคัมภีร์กตัญญูร้อยจบ” พระนางประกาศกร้าว พลางส่งสัญญาณให้นางกำนัลมาจับตัวเด็กทั้งสองไว้

“เสด็จแม่” ทั้งคู่หน้าถอดสี

“จะขอโทษหรือไม่” ฮองเฮาคาดคั้น

จวินเหิงและเจียงฝูเหรินกำหมัดแน่น สะบัดหน้ามองหลีอินด้วยความคับแค้น ก่อนจะแค่นเสียงผ่านไรฟัน

“ขอโทษ...”

“ข้าขอโทษ”

“หลีอิน เด็กๆ รู้ความผิดแล้ว เจ้าเป็นผู้ใหญ่ย่อมใจกว้าง อย่าถือสาเลยนะ” หวังเหมยหรงหันมาปลอบ

“พี่หญิงกล่าวถูกแล้วเพคะ เริ่มดึกแล้ว พี่หญิงพักผ่อนเถิด หม่อมฉันขอตัว” หลีอินคลี่ยิ้มอ่อนหวาน ย่อกายเคารพอย่างนอบน้อม

เมื่อพ้นประตูตำหนัก รอยยิ้มอ่อนหวานพลันเลือนหาย กลายเป็นความเย็นชาดั่งน้ำแข็ง

‘หวังเหมยหรง... เจ้ารีบร้อนตัดทางรอดข้านัก งั้นข้าจะเล่นสนุกกับเจ้าให้เต็มคราบ ละครฉากนี้ ข้าจะเป็นคนปิดฉากมันเอง’

“ท่านหญิงเพคะ ทางนี้ไม่ใช่ทางที่เราจะกลับตำหนักเจี้ยงเสี่ยนี่เพคะ?” ซิงซินเอ่ยทักเมื่อเห็นนายสาวเดินไปอีกทาง

“อาการป่วยของพี่หญิงกำเริบ ข้าจะไปถามที่หอยาสักหน่อยว่า มียาช่วยให้นางหลับสบายขึ้นบ้างหรือไม่” หลีอินตอบ

ทว่าจุดหมายแท้จริงหาใช่หอยา... แต่เป็นอุทยานหลวง ที่ซึ่งสตรีผู้ทรงอำนาจอีกคนมักมาเดินเล่นเวลานี้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อี้เฟย หญาหงส์ทมิฬ   ตอนจบ

    หลายเดือนต่อมา... หลังจากพิธีพระบรมศพอันยิ่งใหญ่ตระการตาระดับแผ่นดินเสร็จสิ้นลง ราชสำนักที่เคยตึงเครียดด้วยกระแสลมทางการเมืองเริ่มกลับคืนสู่ความสงบเงียบหยาดน้ำตาแห่งความอาลัยเริ่มเหือดแห้งไปตามกาลเวลา ทว่าความทรงจำเกี่ยวกับพระนางยังคงอบอวลอยู่ทุกตารางนิ้วในวังหลวงแห่งนี้ เจียงเหยียนฮ่องเต้ในชุดไว้ทุกข์สีขาวบริสุทธิ์ทอด้วยผ้ากระสอบหยาบตามโบราณราชประเพณี เดินก้าวเข้ามาในอุทยานหลวงส่วนพระองค์อย่างเงียบเชียบท่ามกลางหมู่ตึกฉลุลายและระเบียงที่ทอดยาว พระองค์ทรงปฏิเสธการติดตามของเหล่าขันทีและองครักษ์เสื้อแพร ทรงต้องการเพียงความเงียบสงบเพื่อเยียวยาบาดแผลในใจที่ยังคงสูญเสียผู้หญิงที่พระองค์รักมากที่สุดพระองค์ทรงหยุดยืนอยู่หน้าต้นโบตั๋นโบราณที่กำลังผลิดอกสีแดงสะพรั่ง ดอกไม้ชนิดนี้เป็นดอกไม้ที่เสด็จแม่ทรงโปรดปรานที่สุดในยามมีชีวิต ยามเมื่อสายลมวสันตฤดูพัดโบกเบาๆ หอบเอาไอความเย็นจางๆ และกลิ่นอายของผืนดินหลังสายฝนมาปะทะใบไม้สีเขียวชอุ่มและกลีบดอกหนานุ่มต่างพากันสั่นไหวราวกับกำลังกระซิบกระซาบเรื่องราวในอดีตที่ไม่มีใครเคยล่วงรู้ ในพระหัตถ์ของฮ่องเต้ มีกล่องไม้แกะสลักเก่าแก่กล่องหนึ่งซึ่งพระองค์ท

  • อี้เฟย หญาหงส์ทมิฬ   จารึก

    ทว่าในวินาทีสุดท้ายนี้ เมื่อมองย้อนกลับไป นางจึงได้ตระหนักรู้แจ้งในใจตนเองแล้วว่า นางมิได้เพียงแค่หลอกลวงพระองค์...ในส่วนลึกของหัวใจอันมืดมิดและบิดเบี้ยวของหวังหลีอิน นางก็รักชายผู้นั้นเช่นกันความรักของนางมิใช่ความรักอันบริสุทธิ์ดั่งเช่นหญิงสาวชาวบ้านธรรมดา แต่เป็นความรักที่หล่อหลอมขึ้นมาจากความเข้าใจในความโดดเดี่ยวของกันและกันเจียงเฉินหรงเป็นจักรพรรดิผู้โดดเดี่ยวบนบัลลังก์มังกร ส่วนนางคือบุตรอนุผู้โดดเดี่ยวที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดในตระกูลหวัง และวังหลังอันโสมม พวกเขาต่างเป็นจิตวิญญาณที่เว้าแหว่งและบอบช้ำ สองร่างที่กอดก่ายกันเพื่อหาไออุ่นในค่ำคืนอันหนาวเหน็บของวังหลวง‘เฉินหรง... อ้อมกอดของพระองค์ในวันนั้น มันช่างหวานชื่นและอบอุ่นเหลือเกิน ข้าขอโทษที่ต้องเร่งเวลาของพระองค์ ข้าขอโทษที่ต้องกลายเป็นนางพญามาร แต่ทุกสิ่งที่ข้าทำลงไป ก็เพื่อเจียงเหยียน... ลูกของเรา เพื่อมิให้เขาต้องเผชิญกับชะตากรรมอันโดดเดี่ยวและโหดร้ายเหมือนดั่งที่พวกเราเคยเป็น’ความทรงจำเกี่ยวกับความหวานชื่นในอดีตเริ่มฉายชัดขึ้นเรื่อยๆ ราวกับดอกบัวดำกลางกองเพลิงที่กำลังเบ่งบานเป็นครั้งสุดท้ายภาพยามที่พระองค์ทรงจูงมือน

  • อี้เฟย หญาหงส์ทมิฬ   ลมหายใจเฮือกสุดท้าย

    ระฆังล้อลมที่แขวนอยู่ชายคาดังกรุ๊งกริ๊งแผ่วเบา คล้ายจะดึงจิตวิญญาณของนางให้ลอยล่องกลับไปสู่อดีตกาลอันไกลโพ้น... กาลเวลาที่นางเคยคิดว่าตนเองเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดานงิ้วอันโหดเหี้ยม‘ข้ากำลังจะตายแล้วสินะ’ หลีอินคิดในใจอย่างเยือกเย็น นางมิได้มีความหวาดกลัวต่อความตายแม้แต่น้อยสำหรับสตรีที่ผ่านการนองเลือดและซากศพมาทั้งชีวิต ความตายเป็นเพียงการพักผ่อนอันยาวนานเท่านั้น ทว่าในช่วงเวลาที่ลมหายใจสุดท้ายกำลังจะหลุดลอยสิ่งที่หลงเหลืออยู่ในใจของพญาหงส์ทมิฬผู้โดดเดี่ยว กลับมิใช่ภาพความสะใจยามที่ศัตรูถูกประหารมิใช่ภาพกองทองคำล้ำค่า หรือเสียงสรรเสริญพันปี พันปี ของเหล่าขุนนางที่เคยคุกเข่าแทบเท้า... หากแต่เป็นภาพใบหน้าของชายผู้หนึ่งชายผู้เป็นสวามี จักรพรรดิผู้เดียวดายและขี้ระแวงเจียงเฉินหรง ในความทรงจำอันพร่าเลือน...ภาพวันวานยามที่นางเพิ่งให้กำเนิดเจียงเหยียนน้อยในเดือนสามปีจิ่งไท่ที่สิบแปดลอยเด่นขึ้นมา ราวกับเรื่องราวเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้...หลังจากค่ำคืนอันยาวนานที่นางต้องทนทุกข์ทรมานกับการคลอดบุตร ร่างกายจวนเจียนจะแตกดับ แสงสว่างแรกของยามเช้าได้สาดส่องเข้ามาในตำหนัก พร้อมกับการปรากฏ

  • อี้เฟย หญาหงส์ทมิฬ   นางพญาหงส์

    เหล่าขุนนางที่เหลือพากันตัวสั่นงันงก ทั่วทั้งท้องพระโรงเงียบกริบปานป่าช้า ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากท้าทายอำนาจของสองแม่ลูกคู่นี้อีกต่อไปยามนี้ทุกคนต่างตระหนักแจ่มแจ้งแล้วว่า หวังไทเฮาผู้นี้ โหดเหี้ยมและลึกล้ำยิ่งกว่าอดีตจักรพรรดิเจียงเฉินหรงหลายเท่าตัวนักยามค่ำคืนพัดผ่านเข้ามาอีกครั้ง หลีอินประทับยืนอยู่บนหอคอยหลวงที่สูงที่สุดของพระราชวัง ทอดสายตามองดูแสงไฟจากบ้านเรือนของราษฎรนับหมื่นนับแสนในเมืองหลวงอันกว้างใหญ่ เจียงเหยียนน้อยเดินก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า ชายฉลองพระองค์มังกรสะบัดพลิ้วตามลม พระองค์คุกเข่าลงเบื้องหลังมารดา“เสด็จแม่... ลูกจัดการเสนาบดีกู้ตามความประสงค์ของเสด็จแม่เรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ”หลีอินค่อยๆ หันกลับมามองลูกชาย นางย่อกายลงคุกเข่าตรงหน้าเด็กน้อย ดึงร่างของเขาเข้ามาโอบกอดไว้แน่น ความอ่อนโยนแผ่ออกมาอย่างอบอุ่นเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน“เหยียนเอ๋อร์ของแม่... เจ้าทำได้ดีมาก”นางลูบพระเกศาของลูกชายเบาๆ“เจ้าอย่าได้โกรธแค้นแม่เลยนะลูก ที่แม่ต้องทำเยี่ยงนี้ ก็เพื่อปกป้องเจ้าและบัลลังก์นี้ไว้ให้เจ้าปูหนทางเดินอย่างราบรื่น ในวังหลวงแห่งนี้ หากเจ้าไม่ฆ่าพวกเขา พวกเขาก็จะหันมาแว้ง

  • อี้เฟย หญาหงส์ทมิฬ   ใส่ร้าย?

    เมื่อบิดาจากไป ซิงซินก็ก้าวเข้ามาประคองหลีอินไปที่หน้าต่างหลวงท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือนครหลวงช่างกว้างใหญ่ทว่าเงียบสงัด หลีอินทอดสายตามองออกไปไกลแสนไกล ลมหนาวพัดโบกผ้าคลุมหงส์พัดปลิว“ซิงซิน เจ้าดูสิ... วังหลวงแห่งนี้ช่างแปลกประหลาดนัก ยามข้าไร้อำนาจ ทุกย่างก้าวคือขวากหนาม คืนข้ามปีคือฝันร้าย” หลีอินพึมพำแผ่ว“ทว่าในยามที่ข้าเหยียบย่ำทุกคนขึ้นมาอยู่เหนือหัว โลกทั้งใบกลับสงบนิ่งและยอมสยบแทบเท้าข้าอย่างง่ายดายปานนี้”“เป็นเพราะความปรีชาสามารถและจิตใจที่เด็ดเดี่ยวของไทเฮาต่างหากเพคะ” ซิงซินเอ่ยอย่างภักดี“จากนี้ไป จะไม่มีใครสามารถทำร้ายหรือบังคับพระองค์ได้อีกแล้วเพคะ” หลีอินคลี่ยิ้มลึกล้ำ รอยยิ้มของดอกบัวขาวที่บัดนี้อาบไปด้วยพิษร้ายและโลหิต“ใช่แล้ว... จากนี้ไป แผ่นดินต้าฉีนี้ จะต้องจารึกนามของข้าหวังหลีอินไปตลอดกาล”กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปอีก ด้วยความสงบสุข...ราชสำนักต้าฉีภายใต้การปกครองหลังม่านของหวังไทเฮารุ่งเรืองและมั่นคงอย่างน่าอัศจรรย์ ทว่าในความสงบนั้น กลับซ่อนเพลิงริษยาระลอกใหม่ไว้ใต้คลื่นน้ำยามนี้เจียงเหยียนฮ่องเต้องค์น้อยเจริญพระชนมพรรษาขึ้นเป็นสิบชันษา พระองค์ทรงเฉลียวฉลาด ดวงตาถ

  • อี้เฟย หญาหงส์ทมิฬ   โอรสแห่งข้า

    “ฮองเฮาเพคะ นี่คือยาบำรุงที่พระสนมหลินตำหนักตะวันออกส่งมาให้ตรวจเพคะ” ซิงซินในชุดหัวหน้านางกำนัลผู้ทรงอิทธิพล ยื่นถ้วยยารมควันสมุนไพรมาตรงหน้าหลีอินที่ยามนี้นั่งประทับบนเก้าอี้หงส์ ปัดปิ่นทองบนมวยผมเบาๆ นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวปรายมองถ้วยยาพลางแค่นยิ้มเยือกเย็น“ใส่ผงชาดร้อยรากลงไปในถ่านรมควันตำหนักนางเพิ่มอีกสามส่วน นางอยากมีลูกจนตัวสั่น ก็ให้นางฝันกลางวันต่อไปเถิด”“เพคะ หม่อมฉันจะจัดการให้เงียบเชียบที่สุด”เล่ห์กลของข้าช่างเรียบง่ายทว่าไร้ร่องรอย บ้างก็เป็นของขวัญพระราชทานแฝงกลิ่นหอมรมยาชวนให้มดลูกแห้งเหี่ยว บ้างก็เป็นน้ำแกงโสมบำรุงครรภ์ที่ผสมตัวยาแท้งอย่างช้าๆสนมคนใดที่โง่เขลาคิดจะใช้ท้องไต่เต้า ข้าล้วนส่งพวกนางไปพบจุดจบในป่าช้าหลังวังหลวงอย่างเงียบงัน ขอเพียงวังหลวงแห่งนี้ไม่มีองค์ชายหน้าใหม่กำเนิดขึ้นมาอีก ข้าก็จะเป็นผู้ชนะตลอดกาลเจียงเฉินหรงผู้ขี้ระแวงหารู้ไม่ว่า สตรีดอกบัวขาวที่เขาคิดว่าแสนดีและเที่ยงธรรมที่สุด ยามนี้ได้กลายเป็นนางพญามารที่คุมชะตากรรมผู้คนในวังหลังไว้ทั้งหมดพระองค์ทรงชราภาพลงทุกวัน พระพลานามัยทรุดโทรมจากการเสวยน้ำแกงโสมบำรุงที่ข้าจัดถวายให้ทุกค่ำคืน...น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status