Mag-log inอพาร์ทเม้นท์
ปลายฝนวางกระเป๋าเสื้อผ้าลงบนพื้นก่อนจะค่อยๆวางร่างเล็กของน้องพายุที่เพิ่งหลับไปตลอดทางลงบนฟูกนอนบางๆบนเตียง ปลายฝนถือกระดาษใบหนึ่งในมือด้วยปลายนิ้วที่สั่นเทา มันคือ ‘สัญญาประนีประนอมยอมความเพื่อผ่อนชำระหนี้ค่ารักษาพยาบาล’ ที่เธอจำใจต้องจรดปากกาเซ็นลงไปหลังจากที่เงินเก็บก้อนสุดท้ายถูกเทกองลงไปจ่ายเป็นค่ามัดจำรอบแรกจนเกลี้ยงบัญชี ยอดเงินคงค้างก้อนโตที่เหลือถูกแปลงเป็นค่างวดที่เธอต้องหามาจ่ายให้โรงพยาบาลเอกชนแห่งนี้ทุกๆสิ้นเดือน ตัวเลขงวดละหลายพันบาทที่ปรากฏอยู่บนเอกสารทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดและขาดห้วงไปวูบหนึ่ง สำหรับคนที่มีรายได้แค่วันต่อวันจากการทำขนมฝากขาย ยอดเงินจำนวนนี้เทียบเท่ากับค่าใช้จ่ายทั้งเดือนของเธอและลูก ลำพังแค่ค่าเช่าห้องกับค่านมผงของน้องพายุในแต่ละเดือนก็แทบจะกระอักเลือดอยู่แล้ว แต่นี่เธอยังต้องมีภาระหนี้ก้อนใหญ่ที่ถูกผูกมัดไว้ด้วยกฎหมายและเครดิตของโรงพยาบาลคอยไล่ล่าตามกำหนดเวลา “แม่ควรทำยังไงดี…พายุลูกรัก” ปลายฝนทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างเตียง เลื่อนปลายนิ้วสั่นเทาไปตามแก้มเนียนนุ่มของลูกชาย หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ไหลร่วงลงมาเงียบๆไร้เสียงสะอื้น มีเพียงความกดดันมหาศาลที่บีบรัดหัวใจจนแทบแหลกสลาย หลังจากคำนวณยอดค้างชำระค่างวดค่ารักษาพยาบาลของน้องพายุและค่าเช่าห้องที่จวนจะถึงกำหนด ตัวเลขเงินที่หาได้จากการทำขนมยังคงห่างไกลจากคำว่าพอใช้ เธอจึงตัดสินใจเดินเข้าไปสมัครงานผ่าน ‘บริษัทจัดหาคนทำความสะอาดและบริการแม่บ้านรายวัน’ ที่ขึ้นชื่อเรื่องการส่งแม่บ้านไปทำความสะอาดบ้านพักหรูและคฤหาสน์ของคนมีฐานะเพื่อแลกกับค่าแรงรายวันที่สูงกว่างานทั่วไปเกือบเท่าตัว ทางบริษัทนัดหมายและจัดตารางงานให้เธออย่างรวดเร็ว เนื่องจากช่วงนี้มีบ้านลูกค้ารายใหญ่ต้องการแม่บ้านประจำแบบเร่งด่วน ปลายฝนได้รับมอบหมายให้ไปทำความสะอาดคฤหาสน์หลังใหญ่ในย่านเศรษฐกิจชั้นนำ เช้าวันแรกของการเริ่มงาน ปลายฝนจัดแจงต้มข้าวต้มเละๆและเตรียมขวดนมสำรองไว้อย่างลวกๆ ก่อนจะหันมามองลูกชายตัวน้อยที่เพิ่งหายป่วย ดวงตากลมโตกะพริบปริบๆมองแม่ด้วยความงัวเงีย “พายุลูกรัก วันนี้แม่ออกไปทำงานข้างนอกนะลูก” ปลายฝนทรุดตัวลงนั่งคุกเข่าข้างเตียง สองมือประคองแก้มนิ่มของลูกชายด้วยความรู้สึกปวดหนึบในอก หัวใจคนเป็นแม่บีบรัดจนแทบหายใจไม่ออกเมื่อรู้ว่าเธอไม่สามารถอยู่ดูแลเขาได้ในวันที่ร่างกายของเขายังต้องการการพักผ่อนมากที่สุด เธอกระชับเสื้อผ้าของลูกให้เรียบร้อย ก่อนจะอุ้มร่างเล็กน้ำหนักเบาราวกับนุ่นเดินออกจากห้องพักไปเคาะประตูห้องเช่าที่อยู่ถัดไปไม่ไกล “ยายจ๋า รบกวนยายอีกแล้วนะคะ” ปลายฝนเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและละอายใจขณะส่งตัวน้องพายุให้กับหญิงสูงวัยเพื่อนบ้านที่ใจดีพอจะพึ่งพาได้ ยายข้างห้องรับเด็กชายมาอุ้มไว้แนบอกอย่างเอ็นดูพร้อมกับส่งยิ้มบางๆให้ “ไปเถอะปลายฝน ไม่ต้องเป็นห่วง ทางนี้ยายจะดูให้อย่างดี” “ขอบคุณยายมากนะคะ ขอบคุณจริงๆค่ะ” ปลายฝนยกมือไหว้ท่วมหัว หยาดน้ำตาเอ่อคลอเบ้าจนมองแทบไม่เห็นทาง เธอก้มลงหอมหน้าผากลูกชายฟอดใหญ่เพื่อเก็บกักความอบอุ่นไว้เป็นแรงใจก่อนจะจำใจหมุนตัวเดินผละออกมาเพื่อไปขึ้นรถเมล์ไปยังจุดหมายปลายทาง คฤหาสน์ ปลายฝนยืนอยู่หน้าประตูรั้วอัลลอยด์สีดำสนิทที่สูงตระหง่าน ขนาดของบ้านหลังนี้ใหญ่โตจนทำให้เธอนึกหวั่นใจ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วกดกริ่งเรียก ทันทีที่เดินผ่านประตูห้องโถงใหญ่ ความหรูหราโอ่อ่าของตัวบ้านสะท้อนผ่านเฟอร์นิเจอร์นำเข้าราคาแพงและแจกันดอกไม้สดที่ถูกจัดแต่งไว้อย่างประณีต แม่บ้านรุ่นพี่แนะนำกฎระเบียบคร่าวๆและมอบหมายงานให้เธอรับผิดชอบทำความสะอาดบริเวณห้องรับแขกและโถงทางเดินชั้นล่างเป็นอันดับแรก “วันนี้คุณท่านทั้งสองออกไปทำธุระข้างนอกตั้งแต่เช้า น่าจะกลับมาช่วงบ่ายๆ หนูทำความสะอาดโซนนี้เสร็จแล้วค่อยขยับไปทางห้องครัวนะ” แม่บ้านรุ่นพี่หันมาบอกกำชับก่อนจะเดินเลี่ยงไปทำงานฝั่งอื่น “ค่ะพี่ ขอบคุณมากนะคะ” ปลายฝนพยักหน้ารับแล้วคุกเข่าลงใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆเช็ดทำความสะอาดพื้นหินอ่อนขัดเงาวับทีละส่วนอย่างตั้งอกตั้งใจ เวลาล่วงเลยผ่านไปหนึ่งเดือนเต็ม ตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ทุกเช้าตรู่ตั้งแต่ตีสามเธอต้องตื่นขึ้นมานวดแป้งทำขนมไทยและเบเกอรี่ง่ายๆฝากขายตามร้านชำและร้านกาแฟละแวกห้องพักเหมือนเช่นเคย ก่อนจะรีบฝากน้องพายุไว้กับยายข้างห้องแล้วเดินทางไปทำงานพาร์ทไทม์เป็นแม่บ้านทำความสะอาดในคฤหาสน์หลังใหญ่ ปลายฝนสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อขับไล่ความอ่อนล้าที่เกาะกินหัวใจ เธอกดทำรายการโอนเงินผ่านมือถือไปยังบัญชีของโรงพยาบาลเอกชนทันทีเพื่อชำระค่างวดค่ารักษาพยาบาลของน้องพายุประจำเดือนแรกตามสัญญาที่เธอเคยเซ็นไว้ ติ๊ง! การทำรายการโอนเงินสำเร็จบรรยากาศยามสายในสวนสาธารณะร่มรื่นเต็มไปด้วย tree canopy ที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา ลมเย็นๆพัดโชยกลิ่นอายธรรมชาติช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย น้องพายุในชุดเสื้อยืดสีสดใสกับกางเกงขาสั้นกำลังวิ่งดุ๊กดิ๊กไปตามทางเดินด้วยความตื่นเต้น มือเล็กข้างหนึ่งกำของเล่นชิ้นโปรดไว้แน่นโดยมีคุณพ่อรูปหล่ออย่างน่านฟ้าเดินกุมมือน้อยๆนั้นไว้ไม่ห่าง คอยระมัดระวังไม่ให้ลูกชายสะดุดล้ม ไม่ไกลกันนักใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ปลายฝนในชุดเดรสคลุมท้องสีครีมละมุนกำลังนั่งพักผ่อนอยู่บนม้ายาวสีขาว ดวงตากลมโตมองตามภาพสามีและลูกชายด้วยรอยยิ้มละมุน อิ่มเอมใจกับความสุขตรงหน้าจนแทบไม่ต้องเอื้อนเอ่ยคำใดออกมา น่านฟ้าหันมาเห็นภรรยานั่งยิ้มอยู่คนเดียวจึงพาเจ้าตัวแสบวิ่งเหยาะๆเข้ามาหา “คุณแม่เหนื่อยไหมครับ ไหวหรือเปล่า เดี๋ยวปะป๊ากับพายุไปซื้อน้ำเย็นๆมาให้คุณแม่ดีกว่า นั่งรอแป๊บนึงนะ” “ปลายฝนไม่ได้เดินเยอะสักหน่อย ไม่เหนื่อยเลยค่ะ” ปลายฝนส่ายหน้ายิ้มๆพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับเหงื่อให้ลูกชายที่วิ่งจนแก้มแดงปลั่ง “แต่เด็กแถวนี้ท่าจะเหนื่อย วิ่งซะเหงื่อท่วมเลยนะคะ” “พายุไม่เหนื่อยคับ! พายุเก่งมาก!” เจ้าตัวเล็กยกมือขึ้นปาดเหงื่อตามภาษาเด
สองเดือนต่อมา ตอนนี้อายุครรภ์ของปลายฝนย่างเข้าสู่เดือนที่ห้าแล้ว ท้องเริ่มนูนเด่นชัดเจนขึ้นตามพัฒนาการของเจ้าตัวเล็กในครรภ์ และจากการอัลตร้าซาวด์ครั้งล่าสุดก็ทำให้พวกเขายิ้มแก้มปริเมื่อแพทย์ยืนยันชัดเจนว่าลูกในท้องเป็นเด็กผู้หญิงสมใจคุณพ่อที่แอบลุ้นมานาน ตลอดระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมา น่านฟ้ายังคงทำหน้าที่สามีและคุณพ่อได้อย่างยอดเยี่ยมและเสมอต้นเสมอปลายไม่เคยเปลี่ยน แม้ว่าภาระหน้าที่ในฐานะแพทย์ที่โรงพยาบาลจะรัดตัวแค่ไหน แต่เขาก็ไม่เคยปล่อยให้ความเหน็ดเหนื่อยมาบกพร่องต่อหน้าที่ครอบครัว กลับบ้านตรงเวลา และคอยดูแลเอาใจใส่ปลายฝนในทุกย่างก้าวอย่างอ่อนโยนและทะนุถนอม และความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนอีกอย่างนึงคือบนเตียงนอนกว้างไม่ได้มีพื้นที่สำหรับปลายฝนคนเดียวอีกต่อไป นับตั้งแต่วันที่น่านฟ้าขึ้นมานอนเคียงข้างในคืนนั้น โซฟาตัวเดิมในห้องนั่งเล่นก็กลายเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ประดับห้องไปโดยปริยาย เพราะที่นอนประจำยามค่ำคืนของนายแพทย์หนุ่มได้ย้ายมาอยู่บนเตียงนอนนุ่มเคียงข้างภรรยาและลูกน้อยในท้องทุกคืน ในขณะที่เจ้าตัวเล็กอย่างน้องพายุในวัยสองขวบก็เริ่มแยกเตียงนอนเป็นของตัวเองแล้ว แต่ถูกจัดวางให
วันต่อมา น่านฟ้าที่ตื่นนอนก่อนค่อยๆขยับตัวอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนคนในอ้อมแขน ก่อนจะรวบร่างนุ่มนิ่มของปลายฝนเข้ามากอดแนบชิดอกอย่างอ่อนโยนและหวงแหน ปลายฝนขยับตัวเล็กน้อย เปลือกตาสีมุกกะพริบปริบๆเพื่อปรับโฟกัสฝืนความงัวเงียยามเช้า น่านฟ้าก้มมองภรรยาคนสวยที่ยังมีท่าทางสะลึมสะลือ ดวงตาคมฉายแววเอ็นดู ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงต่ำแล้วกดริมฝีปากจูบลงบนหน้าผากเนียนแผ่วเบาอย่างนุ่มนวล สัมผัสอุ่นละมุนที่แนบลงมาทำเอาปลายฝนชะงักกึก อาการงัวเงียหายเป็นปลิดทิ้งในเสี้ยววินาที หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบแล้วเต้นโครมครามรัวเร็วขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ความเขินอายพลุ่งพล่านขึ้นมาจนเห่อร้อนไปทั่วทั้งดวงหน้า เพราะเธอยังไม่คุ้นชินกับการตื่นมาเจอความใกล้ชิดสนิทสนมแบบนี้ น่านฟ้าเห็นดวงหน้าหวานแดงก่ำแถมยังมีท่าทางเลิ่กลั่กยิ่งนึกหมั่นเขี้ยวในความน่ารัก ชายหนุ่มจึงแกล้งโน้มใบหน้าลงไปกดจูบซ้ำลงที่หน้าผากเธออีกฟอดใหญ่ ฟอด “พอแล้วค่ะ ปลายฝนจะลุกแล้ว” ปลายฝนรีบยกมือขึ้นดันแผงอกเขาเบาๆ น้ำเสียงติดจะงอนนิดๆเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน “ยังไม่อยากให้รีบลุกเลย...” น่านฟ้ากระซิบเสียงทุ้มพร่า แววตาพราวระยับ วงแขนแกร่
สองเดือนผ่านไป ตอนนี้อายุครรภ์ของปลายฝนย่างเข้าสู่เดือนที่สามแล้ว อาการแพ้ท้องอย่างหนักหน่วงในช่วงแรกเริ่มทุเลาลงไปมาก ร่างกายเริ่มกลับมาสดใสและแข็งแรงขึ้นตามลำดับ ตลอดระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมา พื้นที่ใช้สอยในคอนโดมิเนียมส่วนตัวของเธอไม่ได้มีแค่เธอกับน้องพายุอีกต่อไปเมื่อน่านฟ้าตัดสินใจย้ายข้าวของบางส่วนมาร่วมชายคาเดียวกันเพื่อทำหน้าที่ดูแลทั้งภรรยาและลูกน้อยในครรภ์อย่างใกล้ชิด ทุกๆวันน่านฟ้ายังคงไปทำหน้าที่แพทย์ฝีมือดีที่โรงพยาบาลที่ครอบครัวเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ตามปกติ แต่ทันทีที่หมดเวลาภารกิจในโรงพยาบาล ชายหนุ่มจะรีบเคลียร์งานและตรงดิ่งกลับคอนโดทันทีเพื่อมาช่วยดูแลครอบครัว โดยบรรยากาศในห้องอบอวลไปด้วยความสุขและความอลวนเล็กๆเมื่อมีเจ้าตัวเล็กอย่างน้องพายุลูกชายวัยหนึ่งขวบแปดเดือนเข้ามาสร้างสีสัน พายุในวัยกำลังซนและช่างพูดช่างจามักจะสลับสับเปลี่ยนสถานที่นอนตามความเหมาะสม โดยบางคืนที่ปลายฝนต้องการพักผ่อนมากๆ คุณย่าจะช่วยรับตัวหลานชายไปนอนเล่นที่บ้านใหญ่เพื่อแบ่งเบาภาระ แต่ในหลายๆคืนที่พายุอยู่ด้วย น่านฟ้าก็แสดงบทบาทคุณพ่อมือทองได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งอุ้ม ทั้งกล่อมและช่วยภรรยาอ
น่านฟ้าที่นั่งคุกเข่ารออยู่ไม่ห่าง สังเกตเห็นใบหน้าซีดเซียวและคราบเหงื่อที่ซึมตามไรผมของหญิงสาว ชายหนุ่มจึงขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด หยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กชุบน้ำหมาดๆมาซับเช็ดตามใบหน้า ลำคอ และฝ่ามือให้เธออย่างเบามือและทะนุถนอมที่สุดราวกับเธอดั่งแก้วตาในยามนี้ ปลายฝนลืมตาขึ้นมองการกระทำนั้นด้วยแววตาที่เจือความประหลาดใจระคนซาบซึ้ง เธอไม่ได้ปฏิเสธหรือปัดป้องความช่วยเหลือเหมือนทุกที ปล่อยให้เขาปรนนิบัติดูแลจนสะอาดสะอ้านเรียบร้อย เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จ น่านฟ้าก็ช้อนมือขึ้นประคองแผ่นหลังบาง ช่วยพยุงร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของเธอลุกขึ้นเดินออกจากห้องน้ำกลับมายังเตียงนอนนุ่ม ชายหนุ่มค่อยๆวางเธอลงนอนราบอย่างระมัดระวัง ก่อนจะช่วยดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาห่มคลุมให้จนถึงช่วงอกเพื่อป้องกันไม่ให้เธอโดนความเย็นจากเครื่องปรับอากาศเล่นงานซ้ำ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง มือหนายื่นไปปัดปอยผมที่ชื้นเหงื่อปรกลงมาข้างแก้มออกให้อย่างอ่อนโยน ปลายนิ้วอุ่นเกลี่ยไล้เบาๆที่ข้างขมับเพื่อช่วยปลอบประโลมให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย “นอนต่อนะ หลับตาพักผ่อนให้สบายใจได้เลย ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น พี่จะยังอยู่ตรงนี้ คอยดูแลเธออยู่ข
ปลายฝนในชุดนอนผ้าเนื้อนุ่มนิ่มที่น่านฟ้าเตรียมไว้ให้เดินออกมาจากห้องน้ำ ความสะอาดสะอ้านและกลิ่นหอมจางๆจากสบู่ช่วยให้ร่างกายที่เคยอ่อนเพลียรู้สึกเบาสบายขึ้นมาก เธอเดินสำรวจความเรียบร้อยรอบห้อง ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูห้องนอนออกไปยังส่วนของห้องรับแขกด้านนอก ในใจของเธอนึกคิดไปว่าเวลาล่วงเลยมาจนมืดค่ำป่านนี้แล้ว น่านฟ้าน่าจะจัดการธุระและเดินทางกลับคอนโดของเขาไปตั้งแต่ตอนที่เธอาบน้ำอยู่แล้ว ทว่า...ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับผิดคาด ร่างสูงของน่านฟ้าไม่ได้หายไปไหนเลย ชายหนุ่มยังคงนั่งอยู่บนโซฟาราวกับกำลังเฝ้ารอคอยอะไรบางอย่าง ทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตูและเห็นร่างบางเดินออกมา น่านฟ้าก็ดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว สีหน้าและแววตาฉายชัดถึงความห่วงใยทันทีที่สบตากัน “อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ รู้สึกดีขึ้นบ้างไหม” น่านฟ้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยความระมัดระวังราวกับกลัวเธอจะตกใจ “ดึกแล้วหิวไหม อยากทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า เดี๋ยวพี่สั่งเดลิเวอรี่หรือลงไปหาซื้อมาให้ เอาโจ๊กเพิ่มอีกสักชามไหม หรือจะเป็นผลไม้รสเปรี้ยวดี” คำถามรัวๆที่เต็มไปด้วยความใส่ใจและปรารถนาดีทำเ