LOGINแม้ว่าอาการไข้สูงและภาวะขาดน้ำของน้องพายุจะพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่น่านฟ้าในฐานะแพทย์เจ้าของไข้ยังคงสั่งให้เด็กชายวัยหนึ่งขวบต้องนอนดูอาการต่อที่โรงพยาบาลอีกสักระยะเพื่อเฝ้าระวังเรื่องการติดเชื้อซ้ำซ้อนและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้กับเด็กที่มีภูมิต้านทานต่ำ
ช่วงบ่ายของวันที่สาม ในห้องพักผู้ป่วยรวมพิเศษ น่านฟ้าเดินเข้ามาตรวจอาการตามรอบปกติ ร่างสูงในชุดเสื้อกาวน์สีขาวย่างก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยตามวิสัยของกุมารแพทย์มืออาชีพ ทว่าทันทีที่ผลักประตูเข้าไป ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้ฝีเท้าของเขาชะงักไปเล็กน้อย บนเตียงผู้ป่วยเด็ก ปลายฝนกำลังพยายามป้อนโจ๊กเหลวๆให้ลูกชาย แต่น้องพายุกลับส่ายหน้าหนีและส่งเสียงร้องงอแงด้วยความเบื่ออาหาร ร่างกายที่ผอมบางและผิวที่ยังคงซีดเซียวทำให้เด็กน้อยดูน่าสงสาร ปลายฝนที่มีขอบตาดำคล้ำจากการไม่ได้นอนเต็มตื่นมาหลายคืนกำลังทำหน้าจะร้องไห้ด้วยความจนปัญญา “คุณหมอ...” ปลายฝนรีบวางชามข้าวลงแล้วลุกขึ้นยืนโค้งศีรษะให้เขาอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว สองมือประสานกันแน่นด้วยความประหม่าและหวาดกลัวคำตำหนิแบบเดิม แต่น่านฟ้าไม่ได้เอ่ยปากดุว่าอะไร เขาทำเพียงแค่พยักหน้ารับสั้นๆก่อนจะเดินเข้าไปใกล้เตียง “อาการไข้ลดลงจนเป็นปกติแล้วครับ แต่เรื่องการกินอาหารดูท่าทางจะยากกว่าเดิมสินะ” “น้องพายุคงเบื่ออาหารโรงพยาบาลค่ะ เดี๋ยวฉันคอยป้อนเค้าเรื่อยๆน่าจะพอทานได้บ้างค่ะคุณหมอ” ปลายฝนตอบเสียงสั่น น่านฟ้าไม่ได้สนใจน้ำเสียงสั่นเครือของเธอ สายตาของเขาเบนกลับมามองเด็กชายตัวน้อยที่กำลังจ้องหน้าเขาตาแป๋ว น้องพายุไม่ได้ร้องไห้งอแงใส่เขาเหมือนตอนที่เจอกันครั้งแรกๆ กลับกัน…เด็กน้อยเอียงคอเล็กน้อยแล้วยื่นมือเล็กๆป้อมๆที่ยังมีร่องรอยเข็มเจาะน้ำเกลือออกมาคว้าชายเสื้อกาวน์ของเขาไว้แน่น น่านฟ้าชะงัก เขาก้มลงมองมือน้อยๆนั้น ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างวูบวาบขึ้นในอก มันไม่ใช่ความรำคาญใจ แต่เป็นความรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยอย่างน่าประหลาด ด้วยความรู้สึกที่ไม่อาจหาคำอธิบายได้ น่านฟ้าจึงตัดสินใจเอื้อมมือไปอุ้มร่างผอมบางของน้องพายุขึ้นมาจากเตียงอย่างระมัดระวัง น้องพายุซบหน้าลงกับไหล่กว้างของกุมารแพทย์หนุ่ม ปลายนิ้วเล็กๆกำปกคอเสื้อของเขาแน่นขึ้นราวกับคุ้นเคย น่านฟ้าเผลอยกมือขึ้นโอบแผ่นหลังเล็กๆนั้นโดยไม่รู้ตัว เขาก้มลงมองเสี้ยวหน้ามอมแมมของเด็กชาย หัวใจที่เคยด้านชาและแข็งกระด้างมาตลอดกลับเต้นผิดจังหวะอย่างรุนแรง ความรู้สึกเอ็นดูและรักใคร่อย่างไร้เหตุผลพวยพุ่งขึ้นมาในอกจนน่าตกใจ ทั้งที่เขาเพิ่งเคยเจอเด็กคนนี้แค่ไม่กี่ครั้ง แต่ทำไมหัวใจเจ้ากรรมถึงพาลรู้สึกผูกพันกับเด็กน้อยในอ้อมแขนคนนี้เหลือเกิน น่านฟ้ายืนอุ้มเด็กชายเดินวนไปมาเบาๆเพื่อปลอบประโลม ริมฝีปากหยักเม้มเข้าหากันด้วยความสับสนที่เกิดขึ้นในใจ ขณะที่ปลายฝนที่ยืนมองภาพนั้นอยู่เงียบๆถึงกับกลั้นหายใจ หัวใจเจ็บแปลบขึ้นมาวูบหนึ่งเมื่อเห็นท่าทีที่อ่อนโยน หยาดน้ำตาคลอเบ้าด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งอุ่นใจที่ลูกชายมีคนเมตตา แต่ก็เจ็บปวดที่พ่อแท้ๆของลูกไม่มีวันรู้เลยว่าเด็กน้อยที่เขากำลังอุ้มและรู้สึกผูกพันอยู่นี้คือเลือดเนื้อเชื้อไขแท้ๆที่เกิดจากความผิดพลาดเมื่อในอดีต น่านฟ้าส่งเด็กน้อยคืนให้ปลายฝนด้วยความอาลัยอาวรณ์อย่างประหลาด เขากระแอมเบาๆเพื่อปรับน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติกลบเกลื่อนความรู้สึกอ่อนไหวที่เพิ่งเกิดขึ้น “อาการโดยรวมดีขึ้นมากแล้วครับ พรุ่งนี้ถ้าไม่มีไข้สูงขึ้นอีกก็ให้กลับไปดูอาการต่อที่บ้านได้ ดูแลเขาให้ดีๆล่ะ” พูดจบน่านฟ้าก็หมุนตัวเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ปลายฝนยืนมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นด้วยความรู้สึกหน่วงหนักในหัวใจบรรยากาศยามสายในสวนสาธารณะร่มรื่นเต็มไปด้วย tree canopy ที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงา ลมเย็นๆพัดโชยกลิ่นอายธรรมชาติช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย น้องพายุในชุดเสื้อยืดสีสดใสกับกางเกงขาสั้นกำลังวิ่งดุ๊กดิ๊กไปตามทางเดินด้วยความตื่นเต้น มือเล็กข้างหนึ่งกำของเล่นชิ้นโปรดไว้แน่นโดยมีคุณพ่อรูปหล่ออย่างน่านฟ้าเดินกุมมือน้อยๆนั้นไว้ไม่ห่าง คอยระมัดระวังไม่ให้ลูกชายสะดุดล้ม ไม่ไกลกันนักใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ ปลายฝนในชุดเดรสคลุมท้องสีครีมละมุนกำลังนั่งพักผ่อนอยู่บนม้ายาวสีขาว ดวงตากลมโตมองตามภาพสามีและลูกชายด้วยรอยยิ้มละมุน อิ่มเอมใจกับความสุขตรงหน้าจนแทบไม่ต้องเอื้อนเอ่ยคำใดออกมา น่านฟ้าหันมาเห็นภรรยานั่งยิ้มอยู่คนเดียวจึงพาเจ้าตัวแสบวิ่งเหยาะๆเข้ามาหา “คุณแม่เหนื่อยไหมครับ ไหวหรือเปล่า เดี๋ยวปะป๊ากับพายุไปซื้อน้ำเย็นๆมาให้คุณแม่ดีกว่า นั่งรอแป๊บนึงนะ” “ปลายฝนไม่ได้เดินเยอะสักหน่อย ไม่เหนื่อยเลยค่ะ” ปลายฝนส่ายหน้ายิ้มๆพลางหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับเหงื่อให้ลูกชายที่วิ่งจนแก้มแดงปลั่ง “แต่เด็กแถวนี้ท่าจะเหนื่อย วิ่งซะเหงื่อท่วมเลยนะคะ” “พายุไม่เหนื่อยคับ! พายุเก่งมาก!” เจ้าตัวเล็กยกมือขึ้นปาดเหงื่อตามภาษาเด
สองเดือนต่อมา ตอนนี้อายุครรภ์ของปลายฝนย่างเข้าสู่เดือนที่ห้าแล้ว ท้องเริ่มนูนเด่นชัดเจนขึ้นตามพัฒนาการของเจ้าตัวเล็กในครรภ์ และจากการอัลตร้าซาวด์ครั้งล่าสุดก็ทำให้พวกเขายิ้มแก้มปริเมื่อแพทย์ยืนยันชัดเจนว่าลูกในท้องเป็นเด็กผู้หญิงสมใจคุณพ่อที่แอบลุ้นมานาน ตลอดระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมา น่านฟ้ายังคงทำหน้าที่สามีและคุณพ่อได้อย่างยอดเยี่ยมและเสมอต้นเสมอปลายไม่เคยเปลี่ยน แม้ว่าภาระหน้าที่ในฐานะแพทย์ที่โรงพยาบาลจะรัดตัวแค่ไหน แต่เขาก็ไม่เคยปล่อยให้ความเหน็ดเหนื่อยมาบกพร่องต่อหน้าที่ครอบครัว กลับบ้านตรงเวลา และคอยดูแลเอาใจใส่ปลายฝนในทุกย่างก้าวอย่างอ่อนโยนและทะนุถนอม และความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดเจนอีกอย่างนึงคือบนเตียงนอนกว้างไม่ได้มีพื้นที่สำหรับปลายฝนคนเดียวอีกต่อไป นับตั้งแต่วันที่น่านฟ้าขึ้นมานอนเคียงข้างในคืนนั้น โซฟาตัวเดิมในห้องนั่งเล่นก็กลายเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ประดับห้องไปโดยปริยาย เพราะที่นอนประจำยามค่ำคืนของนายแพทย์หนุ่มได้ย้ายมาอยู่บนเตียงนอนนุ่มเคียงข้างภรรยาและลูกน้อยในท้องทุกคืน ในขณะที่เจ้าตัวเล็กอย่างน้องพายุในวัยสองขวบก็เริ่มแยกเตียงนอนเป็นของตัวเองแล้ว แต่ถูกจัดวางให
วันต่อมา น่านฟ้าที่ตื่นนอนก่อนค่อยๆขยับตัวอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนคนในอ้อมแขน ก่อนจะรวบร่างนุ่มนิ่มของปลายฝนเข้ามากอดแนบชิดอกอย่างอ่อนโยนและหวงแหน ปลายฝนขยับตัวเล็กน้อย เปลือกตาสีมุกกะพริบปริบๆเพื่อปรับโฟกัสฝืนความงัวเงียยามเช้า น่านฟ้าก้มมองภรรยาคนสวยที่ยังมีท่าทางสะลึมสะลือ ดวงตาคมฉายแววเอ็นดู ชายหนุ่มโน้มใบหน้าลงต่ำแล้วกดริมฝีปากจูบลงบนหน้าผากเนียนแผ่วเบาอย่างนุ่มนวล สัมผัสอุ่นละมุนที่แนบลงมาทำเอาปลายฝนชะงักกึก อาการงัวเงียหายเป็นปลิดทิ้งในเสี้ยววินาที หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบแล้วเต้นโครมครามรัวเร็วขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ความเขินอายพลุ่งพล่านขึ้นมาจนเห่อร้อนไปทั่วทั้งดวงหน้า เพราะเธอยังไม่คุ้นชินกับการตื่นมาเจอความใกล้ชิดสนิทสนมแบบนี้ น่านฟ้าเห็นดวงหน้าหวานแดงก่ำแถมยังมีท่าทางเลิ่กลั่กยิ่งนึกหมั่นเขี้ยวในความน่ารัก ชายหนุ่มจึงแกล้งโน้มใบหน้าลงไปกดจูบซ้ำลงที่หน้าผากเธออีกฟอดใหญ่ ฟอด “พอแล้วค่ะ ปลายฝนจะลุกแล้ว” ปลายฝนรีบยกมือขึ้นดันแผงอกเขาเบาๆ น้ำเสียงติดจะงอนนิดๆเพื่อกลบเกลื่อนความเขิน “ยังไม่อยากให้รีบลุกเลย...” น่านฟ้ากระซิบเสียงทุ้มพร่า แววตาพราวระยับ วงแขนแกร่
สองเดือนผ่านไป ตอนนี้อายุครรภ์ของปลายฝนย่างเข้าสู่เดือนที่สามแล้ว อาการแพ้ท้องอย่างหนักหน่วงในช่วงแรกเริ่มทุเลาลงไปมาก ร่างกายเริ่มกลับมาสดใสและแข็งแรงขึ้นตามลำดับ ตลอดระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมา พื้นที่ใช้สอยในคอนโดมิเนียมส่วนตัวของเธอไม่ได้มีแค่เธอกับน้องพายุอีกต่อไปเมื่อน่านฟ้าตัดสินใจย้ายข้าวของบางส่วนมาร่วมชายคาเดียวกันเพื่อทำหน้าที่ดูแลทั้งภรรยาและลูกน้อยในครรภ์อย่างใกล้ชิด ทุกๆวันน่านฟ้ายังคงไปทำหน้าที่แพทย์ฝีมือดีที่โรงพยาบาลที่ครอบครัวเป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นใหญ่ตามปกติ แต่ทันทีที่หมดเวลาภารกิจในโรงพยาบาล ชายหนุ่มจะรีบเคลียร์งานและตรงดิ่งกลับคอนโดทันทีเพื่อมาช่วยดูแลครอบครัว โดยบรรยากาศในห้องอบอวลไปด้วยความสุขและความอลวนเล็กๆเมื่อมีเจ้าตัวเล็กอย่างน้องพายุลูกชายวัยหนึ่งขวบแปดเดือนเข้ามาสร้างสีสัน พายุในวัยกำลังซนและช่างพูดช่างจามักจะสลับสับเปลี่ยนสถานที่นอนตามความเหมาะสม โดยบางคืนที่ปลายฝนต้องการพักผ่อนมากๆ คุณย่าจะช่วยรับตัวหลานชายไปนอนเล่นที่บ้านใหญ่เพื่อแบ่งเบาภาระ แต่ในหลายๆคืนที่พายุอยู่ด้วย น่านฟ้าก็แสดงบทบาทคุณพ่อมือทองได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งอุ้ม ทั้งกล่อมและช่วยภรรยาอ
น่านฟ้าที่นั่งคุกเข่ารออยู่ไม่ห่าง สังเกตเห็นใบหน้าซีดเซียวและคราบเหงื่อที่ซึมตามไรผมของหญิงสาว ชายหนุ่มจึงขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด หยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กชุบน้ำหมาดๆมาซับเช็ดตามใบหน้า ลำคอ และฝ่ามือให้เธออย่างเบามือและทะนุถนอมที่สุดราวกับเธอดั่งแก้วตาในยามนี้ ปลายฝนลืมตาขึ้นมองการกระทำนั้นด้วยแววตาที่เจือความประหลาดใจระคนซาบซึ้ง เธอไม่ได้ปฏิเสธหรือปัดป้องความช่วยเหลือเหมือนทุกที ปล่อยให้เขาปรนนิบัติดูแลจนสะอาดสะอ้านเรียบร้อย เมื่อจัดการทุกอย่างเสร็จ น่านฟ้าก็ช้อนมือขึ้นประคองแผ่นหลังบาง ช่วยพยุงร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของเธอลุกขึ้นเดินออกจากห้องน้ำกลับมายังเตียงนอนนุ่ม ชายหนุ่มค่อยๆวางเธอลงนอนราบอย่างระมัดระวัง ก่อนจะช่วยดึงผ้าห่มผืนหนาขึ้นมาห่มคลุมให้จนถึงช่วงอกเพื่อป้องกันไม่ให้เธอโดนความเย็นจากเครื่องปรับอากาศเล่นงานซ้ำ เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง มือหนายื่นไปปัดปอยผมที่ชื้นเหงื่อปรกลงมาข้างแก้มออกให้อย่างอ่อนโยน ปลายนิ้วอุ่นเกลี่ยไล้เบาๆที่ข้างขมับเพื่อช่วยปลอบประโลมให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย “นอนต่อนะ หลับตาพักผ่อนให้สบายใจได้เลย ไม่ต้องกังวลอะไรทั้งนั้น พี่จะยังอยู่ตรงนี้ คอยดูแลเธออยู่ข
ปลายฝนในชุดนอนผ้าเนื้อนุ่มนิ่มที่น่านฟ้าเตรียมไว้ให้เดินออกมาจากห้องน้ำ ความสะอาดสะอ้านและกลิ่นหอมจางๆจากสบู่ช่วยให้ร่างกายที่เคยอ่อนเพลียรู้สึกเบาสบายขึ้นมาก เธอเดินสำรวจความเรียบร้อยรอบห้อง ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูห้องนอนออกไปยังส่วนของห้องรับแขกด้านนอก ในใจของเธอนึกคิดไปว่าเวลาล่วงเลยมาจนมืดค่ำป่านนี้แล้ว น่านฟ้าน่าจะจัดการธุระและเดินทางกลับคอนโดของเขาไปตั้งแต่ตอนที่เธอาบน้ำอยู่แล้ว ทว่า...ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับผิดคาด ร่างสูงของน่านฟ้าไม่ได้หายไปไหนเลย ชายหนุ่มยังคงนั่งอยู่บนโซฟาราวกับกำลังเฝ้ารอคอยอะไรบางอย่าง ทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตูและเห็นร่างบางเดินออกมา น่านฟ้าก็ดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว สีหน้าและแววตาฉายชัดถึงความห่วงใยทันทีที่สบตากัน “อาบน้ำเสร็จแล้วเหรอ รู้สึกดีขึ้นบ้างไหม” น่านฟ้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยความระมัดระวังราวกับกลัวเธอจะตกใจ “ดึกแล้วหิวไหม อยากทานอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า เดี๋ยวพี่สั่งเดลิเวอรี่หรือลงไปหาซื้อมาให้ เอาโจ๊กเพิ่มอีกสักชามไหม หรือจะเป็นผลไม้รสเปรี้ยวดี” คำถามรัวๆที่เต็มไปด้วยความใส่ใจและปรารถนาดีทำเ
![พิศวาสรักลูกหนี้ [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






