LOGIN“ลองเทสต์เสียงหน่อยพลอย” นวกรเอ่ยขึ้นพร้อมกับโทร.ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ออกอากาศที่อยู่ภายในสถานี
“ฮัลโหล เทสต์ค่ะ”
เมื่อพลอยระวีพูด นวกรก็ส่งสัญญาณโอเคเพื่อบอกว่าเสียงของเธอใช้ได้
“อีก 5 นาที ข่าวเข้า พลอยยืนนิ่งๆ เลย”
นวกรให้สัญญาณอีกครั้งในขณะที่พลอยระวีก็ยืนนิ่งๆ หน้ากล้องเพื่อทำสมาธิทบทวนบทข่าวที่จะรายงานให้ประชาชนรับรู้
ระหว่างที่กำลังเตรียมความพร้อมอยู่นั้น พลอยระวีไม่ทันสังเกตเห็นว่าลิฟต์ตัวหนึ่งได้เปิดออก ผู้ที่เดินออกมาส่งสายตามองไปยังเธอพร้อมกับขมวดคิ้วทันที
“นักข่าวยังไม่กลับไปอีกเหรอนี่” ชายใส่สูทสีดำ สวมแว่นกันแดดค่อยเดินมุ่งตรงไปยังล็อบบี้ในขณะที่สายตายังคงจับจ้องที่นักข่าวสาวไม่วางตา
‘เฮฟเว่น คอสเชีย’ หนุ่มลูกครึ่ง อเมริกัน-อิตาลี วัย 37 ปี ยืนมองพลอยระวีที่กำลังเตรียมจะรายงานข่าวอยู่ห่างๆ ตั้งแต่หัวจะจรดเท้าราวกับพิจารณาสิ่งของ
หญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ตัวบอบบาง ผมยาวดำถึงกลางหลังถูกมัดขึ้นเป็นหางม้าเผยให้เห็นใบหน้าหวานและดวงตาคมที่อยู่ภายใต้แว่นสายตา เธอสวมเสื้อยืดสีขาว-กางเกงยีนส์ มีเสื้อคลุมยีนส์ทับอีกตัว ทำให้ภาพลักษณ์ที่ดูเหมือนสาวหวานกลายเป็นสาวมั่นทันที เห็นอย่างนั้น หนุ่มลูกครึ่งก็มุมปากเบาๆ
‘หน้าหวานขนาดนี้ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ากล้ามาทำข่าวอันตรายแบบนี้ได้’
เฮฟเว่นคิดในใจจากที่ตอนแรกเขากำลังรีบจะไปพบทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อคุย ‘ความลับ’ เพียงลำพัง กลายเป็นอยากหยุดฟังนักข่าวสาวคนนี้รายงานข่าวจนจบเสียก่อน
“พร้อมนะพลอย ห้า สี่ สาม สอง หนึ่ง คิว!”
นวกรให้สัญญาณกับพลอยระวี และคำว่า ‘คิว’ ก็เป็นสัญญาณบอกให้นักข่าวรู้ว่า ตอนนี้ ใบหน้าของเธอกำลังปรากฏบนหน้าจอทีวีให้คนทั้งประเทศเห็น และคนทั้งประเทศกำลังรอฟังรายงานข่าวอยู่
“ขณะนี้นะคะ ดิฉันก็อยู่ที่โรงแรมเดอะไนน์ จากกรณีที่เมื่อคืนมีมือดีปล่อยภาพนักการเมืองคนดังที่กำลังเป็นผู้ลงสนามแข่งเลือกตั้ง สส. อยู่ที่กาสิโนหรู ในภาพลักษณะคล้ายกำลังโอบกอดหญิงสาว ผ่านเฟซบุ๊กพร้อมแคปชั่นระบุว่า กาสิโนดังกล่าวอยู่บนชั้น 30 ของโรงแรมเดอะไนน์ โรงแรมชื่อดังใจกลางเมือง มีนักการเมืองและคนมีสีหลายรายเข้าใช้บริการ คำถามคือ...ที่นี่เปิดให้มีการซื้อขายบริการทางเพศหรือไม่ แล้วนักการเมืองที่เห็นในภาพได้ซื้อขายหญิงสาวซึ่งขัดต่อนโยบายหาเสียงที่รณรงค์ให้ผู้หญิงเลิกขายบริการทางเพศหรือไม่…
“จากที่ดิฉันลงพื้นที่วันนี้พร้อมกับผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เบื้องต้น ท่านได้ขึ้นไปตรวจสอบชั้น 30 ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนาย แต่ไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวและช่างภาพขึ้นไป เพราะเกรงว่าจะกระทบต่อรูปคดี แต่จากการสัมภาษณ์ พล.ต.อ.วิมล เหล่าอารย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผยว่า กาสิโนที่เห็นมีอยู่จริง และมีนักการเมือง คนมีสี เข้าใช้บริการจนมีภาพหลุดออกมาจริง แต่ยังไม่สามารถให้ข้อมูลอย่างละเอียดได้ เพราะเรื่องนี้ค่อนข้างละเอียดอ่อน โดยท่านยังกล่าวอีกว่าจะมีการแถลงข่าวอย่างละเอียดอีกครั้ง...
“ทั้งนี้ ข้อสงสัยที่เกิดขึ้นคือใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังและใครเป็นเจ้าของกาสิโนนี้กันแน่ มีความเกี่ยวข้องกับนักการเมืองรายนั้นหรือไม่ หรือทางการกำลังปิดบังอะไรอยู่เพื่อปกป้องคนคนนั้นอยู่กันแน่? และนี่คือสถานการณ์ล่าสุดที่โรงแรมเดอะไนน์ หากมีอะไรคืบหน้า ดิฉันจะรายงานให้ทราบในช่วงข่าวถัดไป พลอยระวี รัตนแสง ทีมข่าวเดอะนิวส์ รายงาน”
“หึ”
สิ้นเสียงรายงานของนักข่าวสาว เฮฟเว่นถึงกับแค่นเสียงหัวเราะออกมาพลางคิดในใจว่า ไม่เสียแรงที่อุตส่าห์ยืนฟังรายงานข่าว นักข่าวคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ ไม่เพียงแต่กล้าที่จะสงสัย แต่เธอกล้าที่จะประกาศสิ่งที่ตนเองสงสัยออกไปให้คนทั้งประเทศรับรู้ ไม่รู้ว่าฉลาดหรือโง่กันแน่ แต่จะโทษเธอก็คงไม่ได้ เพราะเจ้าหล่อนไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเล่นอยู่กับใคร!
เฮฟเว่นยังคงยืนมองจับจ้องไปที่นักข่าวสาวที่ตอนนี้เตรียมเก็บข้าวของจะออกจากโรงแรม ทุกการกระทำอยู่ในสายตาทั้งหมด เขาสนใจพลอยระวีตั้งแต่เห็นที่ผับ ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเป็นนักข่าว และไม่ใช่แบบที่ตัวเขาเคยคิดไว้
เจ้าหล่อนดูเป็นนักข่าวที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ และคงไม่ปล่อยข่าวนี้ไปง่ายๆ แน่ ส่วนเขาเองก็ไม่มีทางปล่อยให้เธอมาทำให้แผนธุรกิจที่วางไว้พังเช่นกัน!
‘แล้วเจอกันพลอยระวี’ เขาแอบคาดโทษเธอเอาไว้ในใจ
‘เราต้องได้เจอกันอีกแน่ๆ’
“กลับมาแล้วเหรอพลอย กร”
อักษราเข้ามาทักทายสองนักข่าวและช่างภาพหลังจากที่ทั้งสองคนเดินเข้ามาในออฟฟิซด้วยท่าทีอิดโรย เพราะทั้งสองต้องตื่นแต่เช้าไปเตรียมรายงานข่าวที่โรงแรมเดอะไนน์ แถมต้องเฝ้าตำรวจอีกหลายชั่วโมงกว่าจะได้กลับสถานี
“สวัสดีค่ะพี่นา” // “สวัสดีครับพี่นา”
พลอยระวีและนวกรยกมือไหว้อักษรา บก.สาวอย่างนอบน้อม แม้ว่าเวลาทำงานจะมีเถียงกันบ้าง แต่คนอย่างเธอให้เกียรติมีกาลเทศะ ถึงอย่างไรแล้ว อักษราก็ถือว่าเป็นหัวหน้างานมีอายุมากว่า และที่จริงสาวรุ่นพี่ผู้นี้ก็ถือว่าเป็นคนที่ดีคนหนึ่งเลย
“พลอย เดี๋ยวพี่มีเรื่องคุยด้วยนิดนึง”
อักษราพูดพร้อมมองหน้าพลอยระวีด้วยความลำบากใจ ทำเอาคนโดนตามรู้ทันทีว่าตนเองต้องเจอศึกหนักอีกแน่ๆ
“อย่ามองพลอยแบบนี้สิคะ พี่นา เหมือนงานจะเข้า เรื่องข่าวกาสิโนเหรอคะ”
“อาชีพเสริมเป็นหมอดูหรือเรา แม่นจัง”
อักษราพยักหน้าเป็นคำตอบ ถึงรู้อย่างนั้น พลอยระวีก็อดเหนื่อยใจไม่ได้ เพราะรู้ดีว่าช่องของเธอไม่มีทางทำข่าวแบบธรรมดาๆ เหมือนช่องอื่นแน่ๆ
“ได้ค่ะ งั้นเดี๋ยวพลอยไปเข้าห้องน้ำสักครู่นะคะ แล้วจะตามไปคุยเรื่องงานค่ะพี่”
หญิงสาวพูดพร้อมเดินไปเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตา ก่อนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพร้อมกับโทร.ไปหามารดา หลังจากที่วันนี้เธอแทบไม่ได้ติดต่อท่านไปเลย
“ฮัลโหล แม่เป็นไงบ้างคะวันนี้ ขายของดีไหม”
นักข่าวสาวเอ่ยถามปลายสาย มารดาของเธอมีอาชีพขายขนมไทยที่ ‘ตลาดนัดยี่สิบสี่ชั่วโมง’ แม้ขนมไทยสูตรโบราณของท่านจะขึ้นชื่อว่าอร่อยจนลูกค้าต้องมาต่อแถวซื้อและหมดทุกวัน แต่ก็เหนื่อยมาก กำไรพออยู่ได้ แต่ก็ไม่ถึงขนาดร่ำรวย แม้เธอจะอยากให้แม่เลิกอาชีพนี้เสียที แต่ท่านก็ไม่ยอม ด้วยว่าไม่อยากอยู่เฉยๆ
“กำไรมันไม่มาก แต่ก็ดีกว่าอยู่เฉยๆ นี่ลูก วันนี้ แม่อาจจะเข้าบ้านดึกหน่อยนะ” ‘พิมมาดา’ แม่ของพลอยระวีตอบกลับมา “แต่วันนี้ฝนตก ขนมเลยหมดช้ากว่าทุกวัน”
ประโยคท้ายนั่นยิ่งทำให้หญิงสาวอดเป็นห่วงไม่ได้
“ไม่หมดก็ไม่เป็นไรค่ะแม่ ขนมของแม่อร่อยจะตาย เดี๋ยวพลอยจะรีบกลับบ้านไปกินให้หมดเลย” ลูกสาวเอ่ยเสียงใส เธอรู้ดีว่าแม่ไม่อยากเหลือขนมไว้ขายวันอื่น เพราะอยากให้คนซื้อได้กินของสดใหม่วันต่อวัน และหากขนมไม่หมดแม่ก็จะไม่ยอมกลับบ้านเด็ดขาด
“ไม่ได้ลูก ทำแบบนั้นก็ไม่ได้กำไรสิ แม่เตรียมขนมเผื่อให้พลอยแล้ว” พิมมาลาเอ็ดเบาๆ เพราะรู้ดีว่าลูกสาวคงเป็นห่วงอยากให้แม่กลับบ้านไวๆ
“ก็ได้ค่ะ ยังไงถ้ามีอะไรรีบโทร.หาพลอยเลยนะคะ” พลอยระวีไม่อยากขัดใจมารดา เพราะท่านเองก็ดื้อ ไม่แปลกใจเลยที่เธอเองจะเป็นเด็กหัวรั้นแบบนี้ เชื้อแม่แรงนั่นเอง
“ลีโอ งานนี้ต้องช่วยพ่อแล้วนะลูก เราต้องร่วมมือกันนะ ไม่อย่างงั้น เราสองคนพ่อลูกได้เป็นเด็กกำพร้าทั้งคู่แน่ๆ แม่งอนพ่อตั้งหลายวันแล้ว” เฮฟเว่นหยอกล้อเด็กน้อยในอ้อมแขนที่ส่งยิ้มหวานให้เขาด้วยท่าทีไร้เดียงสา“แอ๊ แอ๊”“ฉันว่าคนที่กำลังร้องเรียกหาฉันไม่ใช่ลีโอแน่ๆ และคนที่กำลังจะเป็นกำพร้าก็คงมีคุณคนเดียว ไม่ใช่ลีโอด้วยหรอกค่ะ”พลอยระวีในชุดเดรสลายดอกไม้เดินเข้ามาหาสามี หญิงสาวมัดมวยผมแบบยุ่งๆ ขึ้นสูงโชว์คอขาวระหง แล้วเบียดตัวเข้ามาช้อนเด็กชายร่างอวบอ้วนจากวงแขนใหญ่มาอุ้มไว้เสียเอง“แม่พลอยมาแล้วครับ ลีโอลูกรัก ได้เวลานอนกันแล้วนะเด็กดี”“พลอยหายโกรธผมเถอะนะ เรื่องเมื่อบ่ายวันก่อนไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดจริงๆ ฟังผมอธิบายก่อน”ชายหนุ่มร่างใหญ่ในชุดสูทรีบจ้ำอ้าวตามก้นภรรยาสาวสวยไปติดๆ“ผู้หญิงคนนั้น เขาเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่จะมาร่วมทุนทำธุรกิจกับเรา แค่บังเอิญเจอกันที่โรงแรม ผมมีนัดทานข้าวกับลูกค้าพอดี” เฮฟเว่นพยายามอธิบายเรื่องเข้าใจผิดที่กำลังเผชิญอยู่“งั
3 เดือนผ่านไปณ คฤหาสน์ร่มรื่นรูปตัวยู ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรองรับวิวสระว่ายน้ำกลางบ้าน ตกแต่งสวยงามตามสถาปัตยกรรมตะวันตก เฮฟเว่นจ่ายเงินกว่าแปดสิบล้านบาทเพื่อเนรมิตที่นี่ให้เป็นที่อยู่ของเขากับภรรยา แม่ยาย และลูกทั้งสอง แก้มหวานกับลีโอ โดยมีแม่บ้านและสาวใช้ถึงแปดคนเพื่อให้พลอยระวีมีเวลาดูแลลูกได้อย่างเต็มที่ภายในห้องครัวไอร้อนจางๆ ลอยคลุ้งเหนือถาดนึ่งอาหารสเตนเลสที่เพิ่งถูกยกลงมาวางบนเคาน์เตอร์ครัวหินอ่อนสีขาวนวล เนื้อฟักทองสีเหลืองอร่ามถูกปอกเปลือกออกจนเกลี้ยงเกลา หั่นเป็นชิ้นเล็กพอดีคำ ส่งกลิ่นหอมละมุนดึงดูดความสนใจของแก้มหวาน สาวน้อยแก้มป่องวัยสามขวบครึ่งที่กำลังเจริญอาหาร และอร่อยกับทุกสิ่งอย่างที่เธอสามารถกินได้ ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ ขนม หรือแม้กระทั่งนมจากเต้าของพลอยระวีซึ่งคนเป็นแม่นั้นปั๊มใส่ขวดไว้ให้ลีโอหม่ำในแต่ละมื้อหากมื้อไหนที่ลีโอหม่ำไม่หมด เหลือติดก้นขวดสักออนซ์สองออนซ์ แก้มหวานก็มักจะคว้าขวดนมของน้องชายมาดูดต่อจนหมดเกลี้ยง ครั้นพลอยระวีจะร้องห้ามไม่ให้กินต่อ เพราะมีนมสำหรับลูกสาวที่ซื้อ
“อ๋อ เป็นแผนของคุณสินะคะ ถึงว่าแม่อยากให้พลอยมาที่นี่นัก” พลอยระวีหันไปคาดโทษชายหนุ่มด้วยสีหน้าเปื้อนขำ ขณะที่เขาได้แต่ยักไหล่ยอมรับความจริง“คุณแม่สวยจังเลยค่ะ”แก้มหวานพูดขึ้นพร้อมกับเข้าไปจับมือพลอยระวี ก่อนที่นัยน์ตาจะลุกวาว“หนูอยากมีคนมาขอแต่งงาน แล้วสวมแหวนให้บ้างค่ะ”พลอยระวีมองลูกสาวบุญธรรมด้วยแววตาเอ็นดู แล้วรีบปรามไว้“แก่แดด เดี๋ยวเถอะเรา แม่ยังให้ใครมาขอหนูแต่งงานตอนนี้ไม่ได้ รอให้โตก่อน เรียนจบก่อน”สีหน้าดุๆ ของคนเป็นแม่ กับแววตาเหมือนจริงจังเต็มทีทำเอาสาวน้อยร่างอวบยิ้มเก้อๆ ออกมา“แก้มหวานพูดเล่นค่ะ แม่พลอยดุเป็นยักษ์เลย”“เหรอ แต่สายตาจริงจังเลยนะเรา”พลอยระวีเอามือยีผมแก้มหวาน ก้มลงไปหอมแก้มอวบๆ ด้วยความรักใคร่เอ็นดู เด็กหญิงหัวเราะคิกๆ เพราะจักจี้ ส่วนเฮฟเว่นก็เข้าไปอุ้มลีโอมาไว้ในอ้อมอกตนเองแทนพิมมาดา“คิดถึงจังเลยลูกพ่อ แม่ตกลงแต่งงานกับพ่อแล้วน้า”เหมือนลีโอจะฟังผู้ใหญ่รู้เรื่อง เมื่อคนเป็นพ่อพูดจบก็ยิ
ชายหนุ่มขับรถยนต์หรูพาพาพลอยระวีไปดินเนอร์ที่ร้านอาหารริมทะเลซึ่งเขาเคยพาเธอมานั่งทานเมื่อสองปีที่แล้ว แต่ครั้งนี้พิเศษกว่าเช่นเคย เพราะทั้งร้านไม่มีลูกค้าอยู่เลย มีเพียงเขากับเธอเท่านั้น“อย่าบอกนะคะว่าคุณปิดร้าน” พลอยระวีเอ่ยถามขึ้นเมื่อมองรอบๆ ร้าน ก่อนจะนั่งลง“อื้ม ผมอยากให้มันส่วนตัวน่ะ” เฮฟเว่นยิ้มรับก่อนจะหันไปสั่งให้พนักงานนำอาหารเข้ามาให้“ทีหลังไม่ต้องก็ได้นะคะ ร้านนี้น่าจะมีคนอยากทานเยอะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจ เพราะร้านนี้ค่อนข้างเป็นร้านดัง มีแต่คนอยากเข้า แถมชายหนุ่มต้องมาเสียค่าเหมาร้านแพงขึ้นอีก“ก็ผมมีเรื่องอยากคุยกับคุณสองต่อสองนี่” เฮฟเว่นพูดขึ้นยิ้มๆ พร้อมกับมองหน้าพลอยระวีอย่างสื่อความหมาย“คุยเรื่องอะไรคะ” หญิงสาวถามกับด้วยสีหน้างุนงง ก่อนจะเริ่มตักอาหารเข้าปากไปด้วย“จำร้านนี้ได้ไหม เมื่อสองปีที่แล้ว ผมเคยพาคุณมา” เขาถามขึ้นพร้อมกับเริมตักอาหารเข้าปากเช่นกัน“จำได้ค่ะ ก็ครั้งนั้น เรายังทะเลาะกันที่นี
เช้าวันต่อมา“เที่ยวให้สนุกนะคะ คุณพ่อคุณแม่” แก้มหวานพูดพร้อมกับหอมแก้มพ่อกับแม่คนละหนึ่งฟอด“แล้วไว้ครั้งหน้า เราไปด้วยกันนะครับคนดี”เฮฟเว่นพูดพร้อมกับหอมแก้มเด็กน้อยตัวอวบช่างพูดไปหนึ่งที ก่อนจะเดินเข้าไปหาลูกชาย ตอนนี้ ลีโอถูกพี่เลี้ยงซึ่งเป็นพยาบาลพิเศษที่คัดเลือกมาอย่างดีอุ้มอยู่ มองผู้เป็นพ่อตาแป๋ว“เดี๋ยวพ่อกับแม่มานะครับสุดหล่อ” ชายหนุ่มจุ๊บที่แก้มล้นๆ ของลูกชายเบาๆ เป็นการบอกลา“แม่ไปก่อนนะคะคนเก่ง” พลอยระวีกอดแก้มหวานก่อนจะเข้าไปจุ๊บที่แก้มของลีโออีกครั้ง ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากไปเที่ยวกับเขา แต่ก็อดห่วงลูกๆ ไม่ได้“ไปเที่ยวให้สบายใจเถอะพลอย เดี๋ยวทางนี้ แม่ดูแลเอง” พิมมาดารู้ดีว่าลูกสาวเป็นกังวลใจ จึงพูดให้มั่นใจมากขึ้น“ขอบคุณนะคะแม่ งั้นพลอยไปก่อนนะคะ” พลอยระวีเข้าไปสวมกอดมารดา ก่อนจะเดินตามเฮฟเว่นไปขึ้นรถที่เกาะไข่มุกการเดินทางมาเกาะไข่มุกใช้เวลาไม่นาน พลอยระวีรู้สึกตื่นเต้นที่ได้กลับมาที่
นับจากวันที่เฮฟเว่นเข้ามาดูแลครอบครัว หลายๆ อย่างก็เริ่มดีขึ้น ไม่เพียงแต่สุขภาพร่างกายของพิมมาดา แต่สภาพจิตใจของพลอยระวีเองก็ดีขึ้นเช่นกัน จากที่ผ่านมาเคยรู้สึกโดดเดี่ยว ไร้ที่พึ่ง ทว่า ตอนนี้หญิงสาวก็ไม่รู้สึกแบบนั้นอีก เขาเปรียบเสมือนคนที่ทำให้เธอจมดิ่งและดึงขึ้นมาได้อย่างสง่างามมากกว่าเดิมแต่ถึงแม้จะมีความสุขกับสิ่งที่ได้รับ แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาก็สอนพลอยระวีว่าให้ยืนได้ด้วยตัวเอง เพราะหากวันหนึ่งทุกอย่างเปลี่ยนไป ถึงตอนนั้น เธอก็ต้องกลับมาสู้ด้วยตัวเองอีกครั้ง“ทำอะไรอยู่เหรอลูก” พิมมาดาเข้ามาพูดคุยกับลูกสาว ขณะที่หน้าที่คนเลี้ยงเด็กๆ ในบ้านตอนนี้เป็นเฮฟเว่น“นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยค่ะแม่”พลอยระวีหันไปยิ้มให้มารดา ทุกวันนี้ พิมมาดาไม่ต้องออกไปขายขนมที่ตลาดแล้วตามคำขอร้องของเฮฟเว่น ทำให้สุขภาพร่างกายของนางดีขึ้นตามลำดับ“คิดอะไร เล่าให้แม่ฟังได้ไหมลูก” คนเป็นแม่ยังไงก็คือแม่วันยังค่ำ เพียงแค่เห็นลูกสาวนั่งเหม่อลอยก็ย่อมรู้ว่าตอนนี้ลูกมีเรื่องอะไรอยู่ในใจ“คิดเรื่







