FAZER LOGIN“ใจเย็นๆ นะครับ เดี๋ยวสัมภาษณ์พร้อมๆ กัน”
นายตรวจยศผู้น้อยต่างช่วยกันท่านวิมลออกห่างจากเหล่านักข่าว และคอยอำนวยความสะดวกในพื้นที่การให้สัมภาษณ์ อย่างที่บอก ข่าวนี้เป็นข่าวใหญ่ที่ไม่ได้มีมานาน ในมุมของนักข่าวก็ถือเป็นงานท้าทายหลังจากที่ข่าวเงียบมาหลายเดือน
“ตกลงตรวจสอบแล้วเป็นไงบ้างคะท่าน?”
“มีคนมีสีเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จริงไหมครับท่าน?”
“เห็นว่านักการเมืองหลายคนก็เข้าไปใช้บริการ และอาจมีการซื้อขายบริการทางเพศจริงใช่ไหมครับ?”
“เกิดเหตุการณ์แบบนี้จะสั่งปิดเลยไหมครับ?”
เหล่านักข่าวหลายสำนักยิงคำถามใส่ท่านวิมลไม่เว้นให้ท่านได้ตอบจนพลอยระวีเองก็แอบเอือมระอาเหมือนกัน เธอจึงเลือกที่จะเงียบและให้คนอื่นๆ ถามไปก่อน
“คืออย่างนี้นะครับ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจของเราได้ขึ้นไปตรวจสอบที่ชั้น 30 แล้ว พบว่าเป็นกาสิโนทั่วไปแบบที่มีภาพหลุดออกมาครับ”
พล.ต.อ.วิมลตอบออกมาด้วยสีหน้าลำบากใจจนผิดสังเกต เพราะปกติแล้ว ท่านจะตอบคำถามนักข่าวด้วยความมั่นอกมั่นใจ และสีหน้าที่บ่งบอกความลำบากใจนั้นทำเอาพลอยระวียิ่งหวาดระแวงเข้าไปใหญ่
“แล้วจากภาพที่หลุดออกไป นักการเมืองพรรคดังกำลังนัวเนียหญิงสาว เป็นการซื้อขายบริการทางเพศกันจริงไหมคะ?” นักข่าวจากช่องหนึ่งรีบยิงคำถามใส่ทันที
ท่านวิมลลอบถอนหายใจหนึ่งครั้ง ก่อนที่จะมองนักข่าวคนนั้น
“อยู่ระหว่างตรวจสอบครับ”
“แล้วได้พูดคุยกับทางนักการเมืองท่านนั้นหรือยังคะ?”
“ทุกคนเงียบก่อนค่ะ ฟังท่านก่อน” พลอยระวีทนไม่ไหวถึงกับพูดเสียงดังออกมา ไม่ใช่ว่าเธออยากหักหน้าเพื่อนนักข่าวด้วยกัน แต่เพราะหากทุกคนยังแย่งกันยิงคำถาม ชาตินี้ก็ไม่ได้คำตอบ แถมไม่ทันรายงานข่าวพอดี
“จากเรื่องราวที่เกิดขึ้น ตอนนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ในสังคม ทางตำรวจของเรา รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายจำเป็นต้องตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียด แต่เบื้องต้น จากภาพอาจจะเป็นการเข้าใจผิดด้วยมุมภาพต่างๆ ก็ต้องมาดูกันอย่างละเอียดอีกครั้ง” สิ้นเสียงของท่านวิมล นักข่าวทุกคนต่างมองหน้ากันและกัน
“หมายความว่า…ภาพที่เหมือนนักการเมืองชื่อดังท่านนั้นกำลังให้หญิงสาวสวยวัยรุ่นคนหนึ่งนั่งตักอาจเป็นเรื่องเข้าใจผิดอย่างนั้นหรือคะ”
พลอยระวีเอ่ยถามสิ่งที่สงสัย ในภาพปรากฏนักการเมืองสูงวัยกำลังโอบกอดหญิงสาวในท่านั่ง พร้อมกับเอาใบหน้าซุกที่ซอกคอผู้หญิงรายนั้น โดยไม่สามารถรู้ได้ว่าฝ่ายผู้หญิงเต็มใจหรือไม่ หากเป็นการลวนลามหรือบังคับขืนใจขึ้นมาก็จะกลายเป็นเรื่องใหญ่เข้าไปอีก
“ใช่ครับ อย่างที่บอกว่าบุคคลในภาพเป็นที่รู้จักกับประชาชน และเร็วๆ นี้อาจมีการเลือกตั้งเกิดขึ้น รายละเอียดค่อนข้างซับซ้อนจึงต้องตรวจสอบอย่างระวังที่สุดครับ”
พลอยระวีขมวดคิ้วสงสัยทันที เพราะท่านวิมลพูดราวกับว่าจะทำให้เรื่องนี้เป็นการขัดแข้งขัดขากันระหว่างพรรคคู่แข่ง
“แล้วตอนนี้ทางพรรคสังกัดนักการเมืองท่านนั้นมีความเห็นยังไงบ้างคะ”
หนึ่งในนักข่าวถามขึ้น เป็นคำถามเดียวกับที่พลอยระวีเองก็อยากรู้เช่นกัน
“เราได้พูดคุยกันบ้างแล้วครับ ไม่ต้องห่วง ยังไงตำรวจต้องค้นหาความจริง และไม่มีทางปกปิดข้อเท็จจริงไม่ให้สังคมทราบแน่นอนครับ” ท่านวิมลพยายามอธิบายต่อไป
“ถ้ายื้อให้นานไปอีก นักการเมืองท่านนั้นยังจะมีสิทธิ์หาเสียงเลือกตั้งอยู่ไหมคะ” พลอยระวียิงคำถามต่อไป และแอบเห็นท่านวิมลลอบถอนหายใจกับคำถามของเธออีกครั้ง
“อย่างที่ผมเรียนให้ทราบว่าเรากำลังหาทางออกหลังจากที่มีการเผยแพร่ภาพนี้ออกไป อาจจะจากผู้ประสงค์ดีหรือร้าย อันนี้ต้องสืบกันต่อ”
ยิ่งท่านวิมลพูดเท่าไหร่ พลอยระวีก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบมาพากล อะไรมันดูแปลกไปหมด เธอมั่นใจว่าท่าน ผบ.ตร.ต้องกำลังเกรงกลัวอำนาจอะไรบางอย่างอยู่แน่ๆ
“ยังไง วันนี้พอเท่านี้ก่อนนะครับ แล้วผมจะแถลงข่าวอีกทีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ท่านวิมลทำท่าจะขอจบบทสัมภาษณ์เท่านี้ แต่พลอยระวีไม่ยอม เพราะยังไม่ได้คำตอบในสิ่งที่เธออยากรู้
“ใครคะท่าน ใครเป็นเจ้าของกาสิโนนี้”
หญิงสาวเอ่ยถามเสียงดัง จนนักข่าวคนอื่นๆ เงียบไปตามกัน ท่านวิมลเองก็มีชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหันมามองหน้าพลอยระวีตรงๆ อีกครั้ง เธอกับท่าน ผบ.ตร.ค่อนข้างคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีจากการลงพื้นที่ทำข่าวอาชญากรรมที่ผ่านมา และท่านวิมลเองก็รู้ดีว่าเวลาที่พลอยระวีอยากรู้อะไรก็กัดไม่ปล่อยเช่นกัน
“คนที่พวกคุณไม่ควรเข้าไปยุ่ง”
สิ้นคำตอบ ท่านวิมลก็เดินเลี่ยงฝูงนักข่าวออกไปทันทีโดยมีเหล่าตำรวจชั้นผู้น้อยคอยกันนักข่าวให้
พลอยระวีไม่ได้วิ่งตามท่าน ผบ.ตร.ไปแต่อย่างใด แม้จะไม่ได้คำตอบในสิ่งที่อยากรู้ แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้มั่นใจก็คือ เธอไม่เชื่อคำสัมภาษณ์ที่ท่านวิมลพูดในคราแรกแน่นอน! เพราะสีหน้าและแววตารวมถึงการกระทำที่เดินเลี่ยงนักข่าวไปแบบนั้นไม่ใช่นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ มือใส ใจซื่อ บริสุทธิ์และยุติธรรมอย่างที่เคยรู้จัก เรื่องนี้ต้องมีนอกมีในและเธอจะต้องหาความจริงให้ได้!
“พลอยใกล้เข้าข่าวแล้ว จะรายงานสดจริงๆ หรือจะสดหลอก”
นวกรเอ่ยถามขึ้น ‘สดหลอก’ ก็คือการที่นักข่าวยืนรายงานสถานการณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในรูปแบบการอัดเทปและส่งให้ฝ่ายตัดต่อนำไปตัดออกอากาศอีกที ซึ่งวิธีนี้จะลดความผิดพลาดของเนื้อหาข่าวเพราะหากรายงานผิดก็สามารถแก้ไขก่อนนำออกอากาศได้ แต่หากรายงานสด ถ้านักข่าวไม่มีความพร้อมจริงๆ แล้วรายงานผิดออกไป บางข่าวอาจส่งผลกระทบต่อสถานีโทรทัศน์ขั้นร้ายแรง บางรายเคยถึงขั้นโดนไล่ออกเพราะอ่านชื่อบุคคลสำคัญผิดก็มี แต่ไม่ใช่กับพลอยระวี! ซึ่งคร่ำหวอดในวงการสื่อสารมวลชนมาระยะหนึ่ง และรายงานข่าวมาเป็นร้อยข่าว ฉะนั้นเรื่องรายงานสดถือเป็นเรื่องง่ายสำหรับเธอไปแล้ว
“รายงานสดเลยค่ะพี่กร”
พลอยระวีตอบออกไป ไม่ใช่มั่นใจว่าตัวเองจะไม่พลาด เธอเองก็เคยพลาดเหมือนกัน แต่ไม่อยากให้ฝ่ายตัดต่อต้องมานั่งตัดข่าวหลายขั้นหลายตอน ให้ทางสถานียิงสัญญาณสดใส่เธอแล้วก็ยืนพูดไป 3 นาทียาวๆ น่าจะเป็นการแบ่งเบางานให้กับฝ่ายอื่นๆ ได้มากกว่า
“โอเค งั้นยืนนิ่งๆ นะเดี๋ยวอีกประมาณ 15 นาที ข่าวเข้า พี่ขอวัดแสงก่อน” นวกรเป็นช่างภาพมืออาชีพ เขารู้ดีว่าต้องทำอะไร
ขณะที่พลอยระวีก็ถือไมค์ยืนหน้ากล้องด้วยความมั่นอกมั่นใจ โดยแทบไม่มีสคริปต์ในมือ เพราะเธอตั้งใจจะรายงานสถานการณ์ล่าสุดจากความเข้าใจของตนเอง
“ลองเทสต์เสียงหน่อยพลอย” นวกรเอ่ยขึ้นพร้อมกับโทร.ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ออกอากาศที่อยู่ภายในสถานี“ฮัลโหล เทสต์ค่ะ”เมื่อพลอยระวีพูด นวกรก็ส่งสัญญาณโอเคเพื่อบอกว่าเสียงของเธอใช้ได้“อีก 5 นาที ข่าวเข้า พลอยยืนนิ่งๆ เลย”นวกรให้สัญญาณอีกครั้งในขณะที่พลอยระวีก็ยืนนิ่งๆ หน้ากล้องเพื่อทำสมาธิทบทวนบทข่าวที่จะรายงานให้ประชาชนรับรู้ระหว่างที่กำลังเตรียมความพร้อมอยู่นั้น พลอยระวีไม่ทันสังเกตเห็นว่าลิฟต์ตัวหนึ่งได้เปิดออก ผู้ที่เดินออกมาส่งสายตามองไปยังเธอพร้อมกับขมวดคิ้วทันที“นักข่าวยังไม่กลับไปอีกเหรอนี่” ชายใส่สูทสีดำ สวมแว่นกันแดดค่อยเดินมุ่งตรงไปยังล็อบบี้ในขณะที่สายตายังคงจับจ้องที่นักข่าวสาวไม่วางตา‘เฮฟเว่น คอสเชีย’ หนุ่มลูกครึ่ง อเมริกัน-อิตาลี วัย 37 ปี ยืนมองพลอยระวีที่กำลังเตรียมจะรายงานข่าวอยู่ห่างๆ ตั้งแต่หัวจะจรดเท้าราวกับพิจารณาสิ่งของหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม ตัวบอบบาง ผมยาวดำถึงกลางหลังถูกมัดขึ้นเป็นหางม้าเผยให้เห็นใบหน้าหวานและดวงตาคมที่อยู่ภายใต้แว่นสายตา เธอสวมเสื้อยืดสีขาว-กางเกงยีนส์ มีเสื้อคลุมยีนส์ทับอีกตัว ทำให้ภาพลักษณ์ที่ดูเหมือนสาวหวานกลายเป็นสาวมั่นทันที เห็นอย่างน
“ใจเย็นๆ นะครับ เดี๋ยวสัมภาษณ์พร้อมๆ กัน”นายตรวจยศผู้น้อยต่างช่วยกันท่านวิมลออกห่างจากเหล่านักข่าว และคอยอำนวยความสะดวกในพื้นที่การให้สัมภาษณ์ อย่างที่บอก ข่าวนี้เป็นข่าวใหญ่ที่ไม่ได้มีมานาน ในมุมของนักข่าวก็ถือเป็นงานท้าทายหลังจากที่ข่าวเงียบมาหลายเดือน“ตกลงตรวจสอบแล้วเป็นไงบ้างคะท่าน?”“มีคนมีสีเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จริงไหมครับท่าน?”“เห็นว่านักการเมืองหลายคนก็เข้าไปใช้บริการ และอาจมีการซื้อขายบริการทางเพศจริงใช่ไหมครับ?”“เกิดเหตุการณ์แบบนี้จะสั่งปิดเลยไหมครับ?”เหล่านักข่าวหลายสำนักยิงคำถามใส่ท่านวิมลไม่เว้นให้ท่านได้ตอบจนพลอยระวีเองก็แอบเอือมระอาเหมือนกัน เธอจึงเลือกที่จะเงียบและให้คนอื่นๆ ถามไปก่อน“คืออย่างนี้นะครับ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจของเราได้ขึ้นไปตรวจสอบที่ชั้น 30 แล้ว พบว่าเป็นกาสิโนทั่วไปแบบที่มีภาพหลุดออกมาครับ”พล.ต.อ.วิมลตอบออกมาด้วยสีหน้าลำบากใจจนผิดสังเกต เพราะปกติแล้ว ท่านจะตอบคำถามนักข่าวด้วยความมั่นอกมั่นใจ และสีหน้าที่บ่งบอกความลำบากใจนั้นทำเอาพลอยระวียิ่งหวาดระแวงเข้าไปใหญ่“แล้วจากภาพที่หลุดออกไป นักการเมืองพรรคดังกำลังนัวเนียหญิงสาว เป็นการซื้อขายบริการทางเพศ
บรรยากาศที่หน้าโรงแรมเดอะไนน์เต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน จากที่ก่อนหน้านี้เพียงแค่ 3 วัน ช่วงเวลาตอนเช้าจะเงียบเหงามีเพียงแขกวีไอพีไม่กี่คนที่จะเข้าพัก ทุกคนรู้ดีว่าที่นี่เป็นสวรรค์ของนักท่องราตรีเท่านั้น โรงแรมหรูใจกลางเมืองแท้จริงแล้วเป็นสถานที่ให้กลุ่มคนไฮโซ นักการเมือง หรือแม้แต่คนมีสี เข้ามา ‘ลุ้นโชค’ไม่มีใครรู้ความลับนี้จนเมื่อมีคนเข้าไปแอบถ่ายพื้นที่ชั้น 30 ของที่นี่ และพบว่ามันคือ ‘กาสิโน’ ดีๆ นี่เองจนกลายเป็นข่าวโด่งดังชั่วข้ามคืน หลายสำนักข่าวต่างเล่นข่าวนี้และตีแผ่ว่านี่คือกาสิโนที่เอื้อให้คนมีสีและนักการเมืองหรือไม่เช้านี้ บรรดาช่างภาพผู้สื่อข่าวต่างกรูกันมาที่หน้าโรงแรมเดอะไนน์พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำทีมโดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ‘พล.ต.อ.วิมล เหล่าอารย’ โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบด้านในโรงแรมชั้น 30 ตามที่มีคำกล่าวอ้าง พร้อมกับไม่อนุญาตให้สื่อเข้าไปด้านในโดยอ้างว่าจะเป็นการวุ่นวายและมีผลต่อพยานหลักฐาน“รอนานแล้วนะ”“นั่นสิ ไม่รู้จะส่งข่าวเที่ยงทันไหม” เหล่าผู้สื่อข่าวหลายช่องต่างพากันบ่น หลังจากที่ตำรวจเข้าไปตรวจสอบภายในนานกว่า 2 ชั่วโมง และไม่มีวี่แววที่จะออกมา‘พล
“มาครั้งแรกเหรอครับ” เมฆาเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับมองเสื้อผ้าหน้าผมของพลอยชมพูอย่างพินิจพิเคราะห์ จริงอยู่ว่า เขาเองก็มีเงินทองมากมายจนไม่ต้องมานั่งดูราคาเสื้อผ้าและเครื่องประดับบนกายของหญิงสาว แต่สำหรับผู้หญิงคนนี้ เขากลับมองอย่างประเมินค่าและเมื่อเห็นว่าเสื้อผ้าการแต่งกายและเครื่องประดับของเธอ แม้จะดูสวยและทันสมัย แต่ทุกอย่างล้วนราคาถูก ไม่ใช่ของมีราคา ทำให้รู้ว่าสาวเจ้าไม่น่าจะมีฐานะอะไรมาก แต่คงอยากจะลองเข้าผับหรูเพื่อหิ้วไฮโซหนุ่มกลับบ้านแน่นอน และคืนนี้ เขายินดีที่จะเป็นคนที่โดนสาวน้อยคนนี้หิ้วกลับ!“ใช่ค่ะ พอดีดิฉันอยากเปิดหูเปิดตา”“ไปกับผมไหมครับ” ไม่ทันที่พลอยชมพูจะพูดจบ เมฆาก็พูดแทรกขึ้นมาทำเอาหญิงสาวงุนงงกับคำพูดของเขา“คะ? ไปไหนเหรอคะ” เธอถามออกไปด้วยสีหน้าสับสน“พูดกันตรงๆ ดีกว่า ผมสนใจคุณ และผมก็รู้ว่าที่คุณมาเที่ยวที่นี่เพราะต้องการอะไร ฉะนั้นไม่ต้องกังวลนะครับ ผมมีจ่าย”เมฆาพูดสีหน้ายิ้มแย้ม ในขณะที่พลอยชมพูที่ได้ยินคำนั้นถึงกับหน้าถอดสีทันที ก่อนความโมโหที่พุ่งสุดขีดจากการโดนดูถูกจะทำให้เธอห้ามตัวเองไม่ได้ ยกแก้วค็อกเทลสาดใส่หน้าแขกไม่ได้รับเชิญอย่างลืมตัวซ่า!“นี่เธอ!”
“ฉันเอาน้ำเปล่า” ส่วนแขกรับเชิญพูดออกไปอย่างไม่ลังเล ราคาอาหารว่าแพงแล้ว ราคาเครื่องดื่มก็แพงไม่แพ้กัน แถมเธอก็ไม่ได้มีรสนิยมชื่นชอบเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็ไม่อยากให้พลอยชมพูต้องมาเสียเงินเล่นๆ“ฮะ? นี่เรามาเที่ยวผับ แต่แกสั่งน้ำเปล่าเนี่ยนะ เกินไปล่ะยัยงก บอกแล้วไงว่าฉันเลี้ยงเอง” พลอยชมพูถามกลับมาอย่างอึ้งๆ“ฉันไม่กินเหล้า แกก็รู้”“โอย มันไม่ใช่เหล้าแบบที่แกคิด เอางี้ ฉันจะสั่งค็อกเทลให้แก รับรองอร่อย กินง่าย”พลอยชมพูไม่รอช้า เรียกพนักงานและสั่งเครื่องดื่มเสร็จสรรพ แม้พลอยระวีจะห้ามเท่าไร แต่ดูท่าแล้วคงขัดใจยัยเพื่อนคนนี้ไม่ได้แน่ๆ“แล้วแกจะเดินทางเมื่อไหร่เหรอ” พลอยระวีถามเพื่อนรักระหว่างรอเครื่องดื่ม“เดือนหน้า เดี๋ยวทำเรื่องเอกสารอะไรเสร็จ ฉันก็จะเดินทางแล้วจ้า”พลอยชมพูชมพูยิ้มออกมาด้วยสีหน้าดีอกดีใจอย่างเห็นได้ชัด ทำให้พลอยระวีอดดีใจด้วยไม่ได้“ฉันดีใจกับแกด้วยนะ ยังไงก็อย่าลืมฉันละกัน ไปอยู่ที่นู่นอะ” นักข่าวสาวพูดติดตลก ขณะที่พนักงานก็นำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้พอดี“ถ้างั้นมาฉลองกัน” พลอยชมพูพูดพร้อมกับยกแก้วค็อกเมลขึ้นมาชนเบาๆ กับแก้วของพลอยระวี แล้วยกขึ้นจ
‘คืนนี้ถ้าแกไม่มา ฉันตัดเพื่อนจริงๆ ด้วย!’คำพูดของ ‘พลอยชมพู’ เพื่อนรักสมัยเรียนมหาวิทยาของ ‘พลอยระวี อรุณฉาย’ ดังก้องอยู่ในโสตประสาทของเธอจนเธอแทบไม่มีจิตใจจะทำงาน“เฮ้อ สรุปนี่ฉันต้องไปจริงๆ ใช่ไหมเนี่ย”ยิ่งคิด พลอยระวีก็ยิ่งหนักใจ หลังจากเมื่อช่วงกลางวัน ยัยเพื่อนตัวแสบมันโทร.มาชวนเธอให้ไปฉลอง หลังจากที่ได้ทุนไปเรียนต่อที่ฝรั่งเศส พลอยชมพูมีความฝันอยากไปเรียนต่อด้านดีไซเนอร์ที่ฝรั่งเศสมาหลายปี แต่ด้วยฐานะไม่เอื้ออำนวยเลยทำให้ตั้งแต่เรียนจบมาเกือบๆ ห้าปี ฝ่ายนั้นก็เอาแต่เรียนภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศสจนสามารถสอบขอทุนไปเรียนต่อได้สำเร็จพลอยระวีดีใจกับเพื่อนสาวอย่างสุดซึ้ง!แต่เรื่องที่หนักใจ มันดันเป็นเรื่องงานเลี้ยงฉลองคืนนี้มากกว่า ถ้ายัยเพื่อนตัวแสบชวนไปฉลองร้านหมูกระทะ ปิ้งย่าง ชาบู หรือร้านส้มตำ ยำแซ่บ สายชิลอย่างเธอจะไม่อิดออดเลย แต่พลอยชมพูดดันมาพูดว่า…‘นะๆ ๆ ตั้งแต่โตมาฉันไม่เคยไปเที่ยวผับหรูๆ เลย ฉันอยากไปมานานแล้ว แกไปกับฉันหน่อยนะ’ทั้งคู่สนิทกันมาก ชนิดที่ว่าเรียนจบมาแล้วก็ยังติดต่อกันเรื่อยๆ ในขณะที่เพื่อนคนอื่นหนีหาย งานเลี้ยงฉลองคืนนี้จึงเป็นการฉลองของสองสาวบัดดี้เพ







