LOGIN“เฮ้อ ก็ได้ค่ะ แล้วพี่กรล่ะคะ จะให้สมัครเป็นอะไรที่กาสิโน” เมื่อรู้ว่าสุดท้ายแล้วคงปฏิเสธอะไรไม่ได้ หญิงสาวจึงถามถึงช่างภาพคู่ใจที่ไปไหนทุกที่กับเธออย่างนวกร
“หมายนี้ พี่ให้พลอยไปคนเดียว”
“ว่าไงนะคะ!” พลอยอระวีร้องออกมาเสียงดัง ยอมรับเลยว่าการมีนวกรไปไหนมาไหนด้วยเวลาทำข่าวทำให้อุ่นใจไม่ใช่น้อย และนี่เป็นหมายที่เสี่ยงพอสมควร ทำไมช่องถึงกล้าส่งเธอไปคนเดียวได้
“ไปคนเดียวจะคล่องตัวและไม่เสี่ยงถูกจับได้ หมายแบบนี้ถ่ายด้วยกล้องมือถือก็พอ พี่ว่ามันเรียลดี คนดูน่าจะชอบ” อักษราพูดยิ้มๆ เมื่อนึกถึงว่าหากภาพและข่าวนี้ออกไป เรตติ้งจะต้องดีแน่ๆ
“แล้วถ้าพลอยถูกจับได้ล่ะคะ ใครจะช่วยพลอย? เรียลเลยค่ะทีนี้”
ฝ่ายคนโดนยัดเยียดหน้าที่เอ่ยถามด้วยความไม่พอใจ เธอเกลียดนักเวลาที่คนห่วงแต่เรตติ้งโดยที่ไม่ห่วงทีมงานเลย และหากถูกจับได้ขึ้นมา คนหน้างานอย่างเธอก็คือผู้ที่เดือดร้อน หรือแม้แต่การทำข่าวที่เสี่ยง สุดท้ายแล้ว หมายศาลก็จะส่งถึงชื่อนักข่าวเป็นอันดับแรกเหมือนกัน
“เอาน่า พี่เชื่อว่าพลอยมีทางหนีทีไล่ ที่ผ่านมาไม่เห็นเคยถูกจับได้ ยังไงก็ทำได้แน่นอนเชื่อพี่สิ พลอยเก่งจะตาย” บก.สาวพยายามเกลี้ยกล่อมสุดฤทธิ์ เพราะหากพลอยระวีไม่ยอมตกลงก็ไม่รู้ว่าจะให้ใครไปทำแทน เพราะนักข่าวที่เหลือไม่มีใครเก่ง ถึก ทนและลุยเท่าอีกแล้ว
“ไม่ค่ะ หมายนี้ พี่นากล่อมพลอยไม่สำเร็จ พลอยไม่ทำนะคะ ถ้าจะให้ทำก็ต้องมีพี่กรไปด้วย” พลอยระวียื่นคำขาดทันทีเพราะรู้ดีว่ามันเสี่ยงแค่ไหน และถึงแม้เธอจะรักในอาชีพนักข่าว อยากสืบหาความจริง แต่ก็มองว่าเรื่องนี้มันเสี่ยงเกินไปกว่าที่ตนเองจะรับไหว
“นะพลอย ถ้าพลอยทำสำเร็จ ข่าวออกมาแล้วเรตติ้งดี พี่จะไปขอคุณกิตให้เลื่อนพลอยขึ้นเป็นผู้ประกาศดีไหม” อักษราพูดขายฝันจนคนฟังเงยหน้ามองทันที
“พลอยไม่เคยอยากเป็นผู้ประกาศค่ะ แต่สิ่งที่พลอยต้องการคือเพิ่มเงินเดือน พี่นารับปากไหมล่ะคะว่า ถ้าพลอยสืบเรื่องนี้ได้ และสานมันจนจบคดี พี่นาจะไปขอคุณกิตเพิ่มเงินให้พลอย” แม้จะเสี่ยงแค่ไหน แต่หากมีเรื่องของเงินเข้ามาเป็นแรงบันดาลใจ พลอยระวีก็พร้อมชน เพราะสถานะทางการเงินของเธอตอนนี้เรียกได้ว่าเข้าขั้นวิกฤตพอสมควร
“ได้ ไม่มีปัญหา พี่สัญญาว่า คราวนี้จะช่วยดันเรื่องนี้ให้พลอยเต็มที่ ขอเพียงพิสูจน์ให้คุณกิตเห็นว่าพลอยยอมทำเพื่อช่องทุกอย่าง”
อักษราพูดด้วยความมั่นอกมั่นใจจนคนฟังอย่างพลอยระวีรู้สึกมีความหวังขึ้นมาทันที
“ตกลงค่ะ พลอยยอมทำ” พลอยระวีตอบทันทีเพราะไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว หากความเสี่ยงนี้แลกมาด้วยเงินเดือนที่ปรับขึ้นหลังจากที่เธอรับเงินเดือนตามฐานเด็กจบใหม่มานานถึง 5 ปี
“ดีมาก งั้นไปเตรียมตัวเลยพลอย”
เมื่อหัวหน้าทำท่าจะลุกขึ้น คนเป็นลูกน้องก็ถึงกับงง อย่าบอกนะว่าเธอต้องเริ่มทำงานคืนนี้เลย!
“อย่าบอกนะคะว่าจะให้พลอยเริ่มงานคืนนี้” พลอยระวีเอ่ยออกไปด้วยความตกใจ เพราะเธอไม่ได้เตรียมตัวมาแม้แต่น้อยที่จะเข้าไปเสี่ยงกับเรื่องนี้
“ใช่ คนกำลังให้ความสนใจ เราก็ต้องรีบเล่นข่าวก่อนที่สำนักข่าวอื่นจะตัดหน้าเรา”
บก.ข่าวสาวพูดพร้อมกับลากแขนพลอยระวีลงไปที่ห้องแต่งหน้าทันที
ที่ห้องแต่งหน้าภายในสถานีโทรทัศน์ ช่างแต่งหน้าฝีมือดีกำลังวุ่นอยู่กับอุปกรณ์ทำงานของตน เสียงของอักษราก็ดังนำมาก่อนตัว
“ฝากแต่งพลอยให้สวยจนจำไม่ได้เลยนะคะ ส่วนชุดก็ขอออกแนวชุดเดรสเซ็กซี่ละกัน”
สาวช่างแต่งหน้าประเภทสองมองนักข่าวสาวที่เคยเห็นหน้ากันบ่อยๆ แล้วถามตรงประเด็น
“น้องจะไปงานไหนเหรอคะคุณพี่”
“ไม่ได้ไปงาน จะไปทำงาน เอาเถอะ แต่งให้สวยก็แล้วกัน”
อักษราสั่งกับช่างแต่งหน้าอย่างเสร็จสรรพ พร้อมปล่อยให้ช่างจัดการแปลงโฉมพลอยระวีอย่างเต็มที่
กว่าสองชั่วโมงที่ช่างแต่งหน้าจัดการเนรมิตนักข่าวสาวที่หน้าตาจืดชืดไร้เครื่องสำอางให้กลายเป็นสาวสวยเซ็กซี่ ตอนนี้ พลอยระวีอยู่ในชุดเดรสสายเดี่ยวรัดรูปสีดำ เผยให้เห็นเนินอกอวบที่ล้นออกมาและเรียวขางามที่โผล่พ้นชุดเดรส ผมยาวที่มัดหางม้าในคราแรกถูกปล่อยออกมาแผ่ตรงยาวสลวยถึงกลางหลัง ใบหน้างามตอนนี้ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างดี ริมฝีปากทาด้วยลิปสติกสีแดงก่ำ ทำให้ดูลึกลับน่าค้นหา ที่สำคัญ แว่นสายตาที่บดบังความงามของดวงตาคมได้ถูกถอดออกไป และแทนที่ด้วยคอนแทคเลนส์สีดำธรรมชาติแทน
อักษรามองลูกน้องตั้งแต่หัวจรดเท้าพร้อมอ้าปากค้าง เธอรู้ดีว่าพลอยระวีเป็นสาวหน้าตาสวยมาโดยตลอด แต่ไม่คิดว่าจะสวยได้ขนาดนี้เพราะที่ผ่านมา หญิงสาวไม่เคยแต่งตัวจัดเหมือนกับนักข่าวคนอื่นๆ เลย
“พอได้ไหมคะพี่นา” พลอยระวีเอ่ยถามขึ้น รู้สึกไม่ชอบตัวเองลุคนี้เลยแม้แต่น้อย และเกลียดลิปสติกสีแดงทีริมฝีปากตนเอง มันทำให้เธอโตขึ้นกว่าปกติ
“ได้สิพลอย ได้มากๆ พลอยสวยมาก ทุกคนต้องเชื่อแน่ว่าพลอยไปสมัครงานเป็นเด็กเอนฯ” อักษรารีบพูดทันที พร้อมกับมองชื่นชมพลอยระวีอีกครั้ง
“ก็คงเชื่อแหละค่ะ แต่จะรับเข้าทำงานไหมก็อีกเรื่อง” เมื่อมองตัวเองในกระจกก็ไม่ปฏิเสธเลยว่า ช่างแต่งหน้าที่นี่เก่งมาก สามารถแปลงโฉมนักข่าวสุดเฉิ่มอย่างเธอให้กลายเป็นสาวโฉบเฉี่ยวได้ขนาดนี้
“ถ้าไม่รับพลอยก็โง่เต็มที พี่บอกเลยว่าเข้าไปที่นั่นหนุ่มๆ มองพลอยตาเป็นมันแน่”
บก. สาวเอ่ยชมอย่างจริงใจ ไม่ใช่แค่แขกวีไอพี เผลอๆ แค่เดินออกจากออฟฟิซ เหล่าพนักงานก็คงแซวและอยากจีบพลอยระวีแน่ๆ
“พลอยคงไม่มีเวลามาสนใจหรอกค่ะว่าใครมองพลอยบ้าง เพราะถึงตอนนั้นคงได้แต่หาโอกาสแอบถ่ายบรรยากาศข้างใน แล้วก็หาตัวเจ้าพ่อนั่นที่ไม่รู้ว่าคืนนี้จะเข้าไปที่กาสิโนไหม”
เหยี่ยวข่าวสาวพูดอย่างเหนื่อยใจ จริงอยู่ว่าต้องรีบไปทำข่าวคืนนี้ เพราะไม่อย่างนั้น ข่าวจะเอาต์ แต่ก็ใช่ว่าเจ้าของกาสิโนที่ว่าจะเข้าไปที่นั่น ยิ่งมีข่าวเกิดขึ้นก็น่าจะระวังตัวเป็นพิเศษ
“เอาน่า ถ้าไม่เจอเจ้าของกาสิโน เราก็ค่อยว่ากัน ไปมันทุกคืน ยังไงก็ได้เจอ” คนเป็นหัวหน้าพูดให้กำลังใจลูกน้องด้วยกลัวว่าจะเปลี่ยนใจเสียตั้งแต่ไม่เริ่ม
“อะไรนะคะ จะให้พลอยไปดักรอทุกคืนก็ไม่ไหวนะ” พลอยระวีรีบประท้วงขึ้นทันที
“เอาน่าพลอย คิดซะว่าได้โอที แค่ค่าโอทีทำงานล่วงเวลา พี่ว่าเดือนนี้ก็ได้หลายบาทอยู่นะ” อักษรารู้ดีว่าเงินสำคัญกับลูกน้องสาวแค่ไหน จึงเอาเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างให้พลอยระวีอยากที่จะทำงานให้
“ก็ได้ค่ะ ถ้าอย่างนั้นรีบไปเถอะค่ะพลอยอยากรีบจบเรื่องนี้แล้ว” พลอยระวียอมแต่โดยดี เพราะอย่างที่บอกในคราแรกว่า ชีวิตเธอตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดนอกจากแม่ก็คือ ‘เงิน’
“ลีโอ งานนี้ต้องช่วยพ่อแล้วนะลูก เราต้องร่วมมือกันนะ ไม่อย่างงั้น เราสองคนพ่อลูกได้เป็นเด็กกำพร้าทั้งคู่แน่ๆ แม่งอนพ่อตั้งหลายวันแล้ว” เฮฟเว่นหยอกล้อเด็กน้อยในอ้อมแขนที่ส่งยิ้มหวานให้เขาด้วยท่าทีไร้เดียงสา“แอ๊ แอ๊”“ฉันว่าคนที่กำลังร้องเรียกหาฉันไม่ใช่ลีโอแน่ๆ และคนที่กำลังจะเป็นกำพร้าก็คงมีคุณคนเดียว ไม่ใช่ลีโอด้วยหรอกค่ะ”พลอยระวีในชุดเดรสลายดอกไม้เดินเข้ามาหาสามี หญิงสาวมัดมวยผมแบบยุ่งๆ ขึ้นสูงโชว์คอขาวระหง แล้วเบียดตัวเข้ามาช้อนเด็กชายร่างอวบอ้วนจากวงแขนใหญ่มาอุ้มไว้เสียเอง“แม่พลอยมาแล้วครับ ลีโอลูกรัก ได้เวลานอนกันแล้วนะเด็กดี”“พลอยหายโกรธผมเถอะนะ เรื่องเมื่อบ่ายวันก่อนไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิดจริงๆ ฟังผมอธิบายก่อน”ชายหนุ่มร่างใหญ่ในชุดสูทรีบจ้ำอ้าวตามก้นภรรยาสาวสวยไปติดๆ“ผู้หญิงคนนั้น เขาเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่จะมาร่วมทุนทำธุรกิจกับเรา แค่บังเอิญเจอกันที่โรงแรม ผมมีนัดทานข้าวกับลูกค้าพอดี” เฮฟเว่นพยายามอธิบายเรื่องเข้าใจผิดที่กำลังเผชิญอยู่“งั
3 เดือนผ่านไปณ คฤหาสน์ร่มรื่นรูปตัวยู ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อรองรับวิวสระว่ายน้ำกลางบ้าน ตกแต่งสวยงามตามสถาปัตยกรรมตะวันตก เฮฟเว่นจ่ายเงินกว่าแปดสิบล้านบาทเพื่อเนรมิตที่นี่ให้เป็นที่อยู่ของเขากับภรรยา แม่ยาย และลูกทั้งสอง แก้มหวานกับลีโอ โดยมีแม่บ้านและสาวใช้ถึงแปดคนเพื่อให้พลอยระวีมีเวลาดูแลลูกได้อย่างเต็มที่ภายในห้องครัวไอร้อนจางๆ ลอยคลุ้งเหนือถาดนึ่งอาหารสเตนเลสที่เพิ่งถูกยกลงมาวางบนเคาน์เตอร์ครัวหินอ่อนสีขาวนวล เนื้อฟักทองสีเหลืองอร่ามถูกปอกเปลือกออกจนเกลี้ยงเกลา หั่นเป็นชิ้นเล็กพอดีคำ ส่งกลิ่นหอมละมุนดึงดูดความสนใจของแก้มหวาน สาวน้อยแก้มป่องวัยสามขวบครึ่งที่กำลังเจริญอาหาร และอร่อยกับทุกสิ่งอย่างที่เธอสามารถกินได้ ไม่ว่าจะเป็นผัก ผลไม้ ขนม หรือแม้กระทั่งนมจากเต้าของพลอยระวีซึ่งคนเป็นแม่นั้นปั๊มใส่ขวดไว้ให้ลีโอหม่ำในแต่ละมื้อหากมื้อไหนที่ลีโอหม่ำไม่หมด เหลือติดก้นขวดสักออนซ์สองออนซ์ แก้มหวานก็มักจะคว้าขวดนมของน้องชายมาดูดต่อจนหมดเกลี้ยง ครั้นพลอยระวีจะร้องห้ามไม่ให้กินต่อ เพราะมีนมสำหรับลูกสาวที่ซื้อ
“อ๋อ เป็นแผนของคุณสินะคะ ถึงว่าแม่อยากให้พลอยมาที่นี่นัก” พลอยระวีหันไปคาดโทษชายหนุ่มด้วยสีหน้าเปื้อนขำ ขณะที่เขาได้แต่ยักไหล่ยอมรับความจริง“คุณแม่สวยจังเลยค่ะ”แก้มหวานพูดขึ้นพร้อมกับเข้าไปจับมือพลอยระวี ก่อนที่นัยน์ตาจะลุกวาว“หนูอยากมีคนมาขอแต่งงาน แล้วสวมแหวนให้บ้างค่ะ”พลอยระวีมองลูกสาวบุญธรรมด้วยแววตาเอ็นดู แล้วรีบปรามไว้“แก่แดด เดี๋ยวเถอะเรา แม่ยังให้ใครมาขอหนูแต่งงานตอนนี้ไม่ได้ รอให้โตก่อน เรียนจบก่อน”สีหน้าดุๆ ของคนเป็นแม่ กับแววตาเหมือนจริงจังเต็มทีทำเอาสาวน้อยร่างอวบยิ้มเก้อๆ ออกมา“แก้มหวานพูดเล่นค่ะ แม่พลอยดุเป็นยักษ์เลย”“เหรอ แต่สายตาจริงจังเลยนะเรา”พลอยระวีเอามือยีผมแก้มหวาน ก้มลงไปหอมแก้มอวบๆ ด้วยความรักใคร่เอ็นดู เด็กหญิงหัวเราะคิกๆ เพราะจักจี้ ส่วนเฮฟเว่นก็เข้าไปอุ้มลีโอมาไว้ในอ้อมอกตนเองแทนพิมมาดา“คิดถึงจังเลยลูกพ่อ แม่ตกลงแต่งงานกับพ่อแล้วน้า”เหมือนลีโอจะฟังผู้ใหญ่รู้เรื่อง เมื่อคนเป็นพ่อพูดจบก็ยิ
ชายหนุ่มขับรถยนต์หรูพาพาพลอยระวีไปดินเนอร์ที่ร้านอาหารริมทะเลซึ่งเขาเคยพาเธอมานั่งทานเมื่อสองปีที่แล้ว แต่ครั้งนี้พิเศษกว่าเช่นเคย เพราะทั้งร้านไม่มีลูกค้าอยู่เลย มีเพียงเขากับเธอเท่านั้น“อย่าบอกนะคะว่าคุณปิดร้าน” พลอยระวีเอ่ยถามขึ้นเมื่อมองรอบๆ ร้าน ก่อนจะนั่งลง“อื้ม ผมอยากให้มันส่วนตัวน่ะ” เฮฟเว่นยิ้มรับก่อนจะหันไปสั่งให้พนักงานนำอาหารเข้ามาให้“ทีหลังไม่ต้องก็ได้นะคะ ร้านนี้น่าจะมีคนอยากทานเยอะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างเกรงใจ เพราะร้านนี้ค่อนข้างเป็นร้านดัง มีแต่คนอยากเข้า แถมชายหนุ่มต้องมาเสียค่าเหมาร้านแพงขึ้นอีก“ก็ผมมีเรื่องอยากคุยกับคุณสองต่อสองนี่” เฮฟเว่นพูดขึ้นยิ้มๆ พร้อมกับมองหน้าพลอยระวีอย่างสื่อความหมาย“คุยเรื่องอะไรคะ” หญิงสาวถามกับด้วยสีหน้างุนงง ก่อนจะเริ่มตักอาหารเข้าปากไปด้วย“จำร้านนี้ได้ไหม เมื่อสองปีที่แล้ว ผมเคยพาคุณมา” เขาถามขึ้นพร้อมกับเริมตักอาหารเข้าปากเช่นกัน“จำได้ค่ะ ก็ครั้งนั้น เรายังทะเลาะกันที่นี
เช้าวันต่อมา“เที่ยวให้สนุกนะคะ คุณพ่อคุณแม่” แก้มหวานพูดพร้อมกับหอมแก้มพ่อกับแม่คนละหนึ่งฟอด“แล้วไว้ครั้งหน้า เราไปด้วยกันนะครับคนดี”เฮฟเว่นพูดพร้อมกับหอมแก้มเด็กน้อยตัวอวบช่างพูดไปหนึ่งที ก่อนจะเดินเข้าไปหาลูกชาย ตอนนี้ ลีโอถูกพี่เลี้ยงซึ่งเป็นพยาบาลพิเศษที่คัดเลือกมาอย่างดีอุ้มอยู่ มองผู้เป็นพ่อตาแป๋ว“เดี๋ยวพ่อกับแม่มานะครับสุดหล่อ” ชายหนุ่มจุ๊บที่แก้มล้นๆ ของลูกชายเบาๆ เป็นการบอกลา“แม่ไปก่อนนะคะคนเก่ง” พลอยระวีกอดแก้มหวานก่อนจะเข้าไปจุ๊บที่แก้มของลีโออีกครั้ง ไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากไปเที่ยวกับเขา แต่ก็อดห่วงลูกๆ ไม่ได้“ไปเที่ยวให้สบายใจเถอะพลอย เดี๋ยวทางนี้ แม่ดูแลเอง” พิมมาดารู้ดีว่าลูกสาวเป็นกังวลใจ จึงพูดให้มั่นใจมากขึ้น“ขอบคุณนะคะแม่ งั้นพลอยไปก่อนนะคะ” พลอยระวีเข้าไปสวมกอดมารดา ก่อนจะเดินตามเฮฟเว่นไปขึ้นรถที่เกาะไข่มุกการเดินทางมาเกาะไข่มุกใช้เวลาไม่นาน พลอยระวีรู้สึกตื่นเต้นที่ได้กลับมาที่
นับจากวันที่เฮฟเว่นเข้ามาดูแลครอบครัว หลายๆ อย่างก็เริ่มดีขึ้น ไม่เพียงแต่สุขภาพร่างกายของพิมมาดา แต่สภาพจิตใจของพลอยระวีเองก็ดีขึ้นเช่นกัน จากที่ผ่านมาเคยรู้สึกโดดเดี่ยว ไร้ที่พึ่ง ทว่า ตอนนี้หญิงสาวก็ไม่รู้สึกแบบนั้นอีก เขาเปรียบเสมือนคนที่ทำให้เธอจมดิ่งและดึงขึ้นมาได้อย่างสง่างามมากกว่าเดิมแต่ถึงแม้จะมีความสุขกับสิ่งที่ได้รับ แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาก็สอนพลอยระวีว่าให้ยืนได้ด้วยตัวเอง เพราะหากวันหนึ่งทุกอย่างเปลี่ยนไป ถึงตอนนั้น เธอก็ต้องกลับมาสู้ด้วยตัวเองอีกครั้ง“ทำอะไรอยู่เหรอลูก” พิมมาดาเข้ามาพูดคุยกับลูกสาว ขณะที่หน้าที่คนเลี้ยงเด็กๆ ในบ้านตอนนี้เป็นเฮฟเว่น“นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยค่ะแม่”พลอยระวีหันไปยิ้มให้มารดา ทุกวันนี้ พิมมาดาไม่ต้องออกไปขายขนมที่ตลาดแล้วตามคำขอร้องของเฮฟเว่น ทำให้สุขภาพร่างกายของนางดีขึ้นตามลำดับ“คิดอะไร เล่าให้แม่ฟังได้ไหมลูก” คนเป็นแม่ยังไงก็คือแม่วันยังค่ำ เพียงแค่เห็นลูกสาวนั่งเหม่อลอยก็ย่อมรู้ว่าตอนนี้ลูกมีเรื่องอะไรอยู่ในใจ“คิดเรื่







