Home / โรแมนติก / อุ้มรักมาเคียงเธอ / มาทีหลังแต่ถูกต้อง

Share

มาทีหลังแต่ถูกต้อง

last update Last Updated: 2025-11-04 11:30:50

ตอนที่5

มาทีหลังแต่ถูกต้อง

          “ได้กี่หน้าแล้ว พี่เห็นเราทำงานเลยยังไม่อยากขึ้นมากวน”

         ภูษิตคิดแบบที่พูดด้วยส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่ง เขายังไม่กล้าเจอหน้าภรรยาเพราะรู้สึกว่าตัวเองผิดที่ไปแอบคุยโทรศัพท์กับคนรักเก่า

          “ได้นิดหน่อยค่ะ ยังไม่ค่อยมีสมาธิ”

          พูดจบหนูนาก็ลุกจากโต๊ะทำงานลงมานอนบนเตียง พร้องกับทำท่ากระดิกนิ้วให้อีกฝ่ายตามมานอนข้าง ๆ เธอ

          ถึงแม้จะรู้สึกงง ๆ แต่ก็ภูษิตก็ยอมทำตาม เพราะใจจริงก็อยากนอนกอดภรรยาให้รู้สึกดีขึ้นมาบ้างอยู่แล้ว

          “หนูนาแค่เรียกมานอนเฉยๆ แต่มาถึงมานอนกอดได้อย่างไรกันคะ”

          ยิ่งคนตัวเล็กในอ้อมกอดพูด ภูษิตยิ่งกอดแน่นกว่าเดิม เหมือนกลัวว่าอีกคนจะหายไปถ้าเขากอดไม่แน่นพอ

          “พี่ภูรู้ไหม ความรักอาจเป็นแค่เพียงส่วนหนึ่งที่ทำให้ชีวิตคู่มีความสุข แต่จริง ๆแล้วหนูนาคิดว่าความเข้าใจ ความจริงใจ สำคัญกว่า”

          ความเป็นนักเขียนทำหญิงสาวคิดคำพูดที่ดูสวยงามได้อย่างรวดเร็ว และมันก็ทำให้ชายหนุ่มที่กำลังนอนกอดเธออยู่รู้สึกซาบซึ้ง จนตัดสินใจ จะเล่าความจริงทุกเรื่องให้เธอฟัง

          “หนูนาคิดแบบที่พูดจริง ๆ หรือแค่ใช้คำพูดให้พี่รู้สึกสบายใจ” ภูแกล้งถาม

          “เห็นไหมคะ แค่นี้พี่ภูก็ไม่เชื่อใจหนูนาแล้ว อย่างนี้เมื่อไหร่เราจะเป็นชีวิตคู่ที่มีความสุขคะ หรือพี่ภูแค่คิดว่า แต่งๆกันไป เบื่อเมื่อไหร่ก็เลิก...”

          ปากหนาโน้มมาปิดปากบาง ยังไม่ทันที่หนูนาจะได้พูดจบ

          “อื้อ อืม” หญิงสาวพยายามดึงปากหนี

          “ทีหลังอย่าพูดคำว่าเลิกอีก พี่ไม่ชอบฟัง และถ้ายังไม่เชื่อจะทำโทษให้หนักเลย”

          สายตาของชายหนุ่มที่มองสำรวจไปทั่วร่างกายของหนูนาทำให้เธออายจนต้องหันหน้าไปอีกทาง

         “นึกว่าจะเก่งจริง หลบตาทำไมล่ะ มองหน้าพี่สิ”

          เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังอาย ภูษิตจึงยิ่งแกล้งเข้าไปใหญ่ จนหนูนาต้องแกล้งหลับตาลง

          บรรยากาศเริ่มดีขึ้น ชายหนุ่มจึงตัดสินใจเล่าเรื่องของอดีตคนรักให้ภรรยาคนปัจจุบันฟังทั้งหมด เพื่อที่ตัวเขาเองจะได้สบายใจและหนูนาจะได้ไม่ต้องคิดมาก

          “แล้วพี่ภูยังรักเขาอยู่ไหมคะ”

          หญิงสาวถามกลับทันที หลังจากที่อีกฝ่านเล่าจบ เพราะภูษิตเล่าแต่เรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ไม่ได้บอกความรู้สึกของเขาที่มีต่อคนรักเก่าเลย

          “ก่อนหน้านี้พี่คิดว่าพี่รักเมย์นะ และคงอยู่ไม่ได้ถ้าต้องไม่มีเขา แต่พอเริ่มมองความจริงและตัดใจได้ ย้อนมองกลับไป ที่ผ่านมามันคงเป็นความผูกพันมากกว่า เพราะเราเริ่มต้นจากการเป็นเพื่อนกัน และตอนนี้พี่ไม่มีเขาในชีวิตแล้ว พี่ก็ไม่เห็นจะรู้สึกอะไรเลย อาจเป็นเพราะตอนนี้พี่มีคนสวยให้พี่นอนกอดอยู่แบบนี้ก็ได้นะ”

          หนูนาโดนหอมแก้มเข้าฟอดใหญ่อีกที จนเธอรู้สึกเหมือนแก้มเธอแทบจะหลุดติดปากสามีไปด้วย

          “แต่หนูนามาทีหลังเขา จะกลายเป็นว่าหนูนามาแย่งพี่ภูจากเธอหรือเปล่าคะ”

          ภายใต้ความเข้มแข็งหนูนาก็มีความอ่อนโยน อ่อนแอ น้อยใจเก่งซ่อนอยู่ เธอไม่อยากรู้สึกว่าตัวเองกำลังมาแย่งใคร หรือไม่อยากรู้สึกว่าชายหนุ่มเลือกเธอเพียงเพราะใหม่กว่า

          “ไม่มีใครแย่งใครจากใครได้ทั้งนั้นแหละ ถ้าเจ้าตัวเขาไม่ยินยอม พี่เลือกหนูนาแล้ว และหนูนาก็คงเลือกพี่เหมือนกัน เราถึงได้มานอนกอดกันวันนี้ พรุ่งนี้พี่จะทำหน้าที่เพื่อนที่ดี หนูหน้าไปเยี่ยมเมย์เป็นเพื่อนพี่นะ”

          หญิงสาวหอมแก้มสามีแทนคำตอบ ก่อนที่ทั้งคู่จะเผลอหลับไปด้วยกัน มารู้สึกตัวอีกที เมื่อถูกภาวิณีใช้แม่บ้านมาเรียกไปทานอาหารมื้อเย็น

          “ขอโทษนะครับ พอดีเผลอหลับกันไป”

          ภูษิตรีบขอโทษมารดาที่ลืมเวลาอาหารเย็น เพราะเขารู้ว่าแม่ของเขาเหงาแค่ไหนที่ถูกทิ้งไว้ให้อยู่แต่บ้าน เพราะพ่อเลี้ยงชนินทร์เอาแต่ทำงงาน งานทั้งที่บริษัทที่ตอนนี้ภูษิตก็ยังช่วยอยู่ และยังจะงานที่คนในบ้านไม่รู้อีก เขาจึงแทบไม่มีเวลาให้ครอบครัวเลย

          “คงเหนื่อยจากขนของที่บ้านนู้นกันมา”

          ภาวิณีพูดพร้อมกับตักผัดผักใส่กุ้งให้ลูกสะใภ้ ที่นั่งอยู่ข้างๆเธอ

          “คุณแม่ครับ เมย์เขาโทรมาว่าป่วยอยากให้ผมไปเยี่ยม ผมเลยว่าพรุ่งนี้จะพาหนูนาไปเยี่ยมเธอ คุณแม่จะไปด้วยกันไหมครับ”

          คำพูดของลูกชายทำเอาคนเป็นแม่ ตกใจจนช้อนแทบหลุดจากมือก่อนจะหันหน้ามามองลูกสะใภ้

          “เรื่องทุกอย่างผมเล่าให้หนูนาฟังแล้วครับ เธอเข้าใจ”

          “ค่ะ คุณแม่พี่ภูบอกหนูนาแล้ว ไปด้วยกันนะคะ คุณแม่อยู่แต่บ้านเหงาเปล่าๆ”

          ลูกสะใภ้ส่งยิ้มหวานให้แม่สามี ในความคิดของหนูนาแม่ของเธอก็อยู่คนเดียว แต่ยังดูสดชื่นกว่าภาวิณีเสียอีก อาจเป็นเพราะพ่อของเธอเสียชีวิตแล้ว แต่พ่อเลี้ยงชนินทร์ยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็ทำตัวเหมือนไม่มีตัวตน

          “ได้สิ เสร็จแล้ว เราไปดูของเข้าเรือนหอหนูกัน” แม่สามีออกความเห็น

          “คุณแม่คะ พี่ภูยังไม่ยอมบอกเลย ว่าเรือนหออยู่ที่ไหน คุณแม่บอกหนูนาไม่ได้เหรอคะ”

          เมื่อรู้ว่าอ้อนสามีเรื่องนี้ไม่มีทางสำเร็จ หนูนาจึงหันไปอ้อนแม่สามีแทน

          “อีกไม่กี่วันก็ได้รู้แล้ว ใจเย็นๆนะ ตอนนี้ทาสีจะเสร็จแล้ว เราไปหาซื้อของเข้าบ้านกันดีกว่า”

          ภาวิณีรู้ว่าถ้าขืนเธอยอมบอก มีหวังลูกชายเธอต้องโกรธเธอแน่ ๆ และเธอมั่นใจว่าถ้าลูกสะใภ้ได้เห็นเรือนหอที่ลูกชายของเธอตั้งใจสร้างหนูนาจะต้องประทับใจแน่ ๆ จึงอยากให้เรื่องนี้เป็นความลับต่อไปก่อน

         “เห็นคุณแม่ยิ้มแบบนี้ หนูนามีความสุขจังเลยค่ะ”

          หญิงสาวเผลอพูดออกไป เมื่อเห็นแม่สามียิ้มเมื่อรู้ว่าพรุ่งนี้จะได้ออกไปข้างนอกกับลูก

          “แม่ไม่ค่อยยิ้มขนาดนั้นเลยเหรอ”

          ภาวิณีถามน้ำเสียงเศร้ากลับไป เธอไม่รู้ตัวจริงๆ ว่าเธอไม่ได้ยิ้มแบบนี้ความสุขนานแค่ไหนแล้ว

          “อาจเป็นเพราะหนูนาเพิ่งเข้ามาอยู่ที่นี่ด้วยมั้งคะ เลยไม่ค่อยได้เห็น เอ่อ..คุณแม่คะ ถ้าเราซื้อสินค้าตอนนี้ เราต้องให้เขาเอาไปส่งเลยไหม”

         ลูกสะใภ้เปลี่ยนเรื่องพูด เมื่อเห็นบรรยากาศเริ่มไม่ดี เพราะแม่สามีเริ่มกลับมาทำหน้าเศร้า

          “เราสั่งไว้ แล้วค่อยให้สาขาที่อยู่ใกล้บ้าน ไปส่งตามเวลาที่เรานัดไหมายไว้”

          หนูนาเริ่มอยากเห็นเรือนหอของเธอแล้ว แต่มันก็ไม่สำคัญเท่ากับพรุ่งนี้เธอจะได้ไปเจอกับอดีตคนรักของสามี หญิงสาวแอบตื่นเต้นกลัวจะสวยสู้ไม่ได้ แต่การเอาแม่ของภูษิตไปด้วยก็ทำให้หนูนารู้สึกอุ่นใจมากขึ้น เธอไม่ได้กลัวทางนู้นจะพูดอะไร แต่เธอกลัวตัวเองมากกว่าที่จะเผลอพูดอะไรออกไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   คำที่รอฟัง

    ตอนที่13คำที่รอฟัง เวลาผ่านไปเร็วมากทุกคนที่เคยมาอยู่เป็นเพื่อน ต่างก็แยกย้ายกันกลับหมดแล้ว สมิตาเองก็วุ่นกับงานที่บริษัทเพราะต้องมารับช่วงต่อจากบิดาทั้งหมด โดยที่เธอแทบจะไม่ค่อยได้เรียนรู้งานมาก่อนหน้านี้เลย ภาวิณีเองก็ติดใจการเดินสายทางธรรม เดือนหนึ่งเธอกับแม่ของหนูนาจะอยู่บ้านกันแค่เพียงไม่กี่วัน ที่เหลือก็จะเดินสายเส้นทางบุญกัน พ่อเลี้ยงชนินทร์ใช้ชีวิตนับจากวันที่หย่ากับครอบครัวใหม่ของเขา นาน ๆ ครั้งถึงจะได้แวะมาหาสมิตาที่บริษัท แต่ทุกครั้งที่มีปัญหา ลูกสาวก็จะโทรปรึกษาพ่อของเธอตลอด “ทำไมทำหน้าตกใจแบบนั้น” ภูษิตเดินเข้ามาในห้องนอน หลังจากออกไปตรวจบริเวณรอบฟาร์มกับลูกน้องเสร็จแล้ว แต่ดันหันมาเห็นหนูนาจ้องโทรศัพท์มือถือด้วยสีหน้าตกใจ “พ่อเลี้ยงโดนจับคดีค้าไม้เถื่อนค่ะ” ชายหนุ่มคว้าโทรศัพท์จากมือของภรรยาเพื่อมาอ่านรายละเอียดทั้งหมด ก่อนเดินออกไปนอกตัวบ้านเพื่อโทรศัพท์หาสมิตา เพราะเธออาจจะยังไม่รู้ข่าว หรืออาจจะรู้รายละเอียดมากกว่าเขา “นอนกันเถอะ พรุ่งนี้ผมต้องช่วยลูกน้องขับรถเอานมไปส่ง ”

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   บาดแผล

    ตอนที่12บาดแผล ความล้มเหลวของครอบครัวสามี ทำให้หนูนาสงสารทุกคน เธอเกิดมาไม่มีพ่อแล้ว พ่อจากเธอไปแต่ทิ้งไว้แต่ความทรงจำที่สวยงาม ต่างจากภูษิตเขาเกิดมาในครอบครัวที่พร้อมหน้า แต่วันนี้วันที่ลูกๆ ทุกคนกำลังจะประสบความสำเร็จ ครอบครัวกลับต้องมีบาดแผล ที่แสนเจ็บปวด “พี่ภูอย่าคิดมากนะคะ คิดเสียว่ามันเป็นความสุขของคุณพ่อ เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เราต้องคอยเป็นกำลังใจให้คุณแม่ ไม่ว่าท่านจะตัดสินใจอย่างไร เราต้องเคารพและเชื่อมั่นในการตัดสินของท่านนะคะ” ภูษิตล้มตัวลงนอนบนตักของหนูนา เขาหลับตาลง พยายามไม่คิดอะไร แต่มันก็ยากที่จะไม่รู้สึก การตัดสินใจของภาวิณีคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้วในความคิดของเธอ ผู้หญิงคนนั้นและเด็กน้อยที่เกิดมา พวกเขาต้องการพ่อเลี้ยงชนินทร์ ส่วนเธอยังมีลูกๆ คอยเป็นกำลังใจให้ และเธอก็ไม่สามารถที่จะทนอยู่แบบสามคนได้แน่นอน พ่อเลี้ยงชนินทร์จัดการเรื่องทรัพย์สินทั้งหมดให้เรียบร้อยก่อนที่เขาจะหย่ากับภาวิณีอย่างถูกต้อง ช่วงเวลานี้แม่ของหนูนารับหน้าที่เป็นเพื่อนที่คอยดูแลเยียวยาความรู้สึกให้กับเพื่อน ทั้งคู่พากันปถือศีลที่วัดแห่งหนึ่งที่อ

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   ความเจ็บปวดซ้ำสอง

    ตอนที่11ความเจ็บปวดซ้ำสอง วันนี้สองคนพี่น้องตกลงกัน จะเล่าความจริงให้มารดาฟัง หลังจากที่พ่อเลี้ยงออกไปทำงาน “สองคนพี่น้อง มานั่งประกบแม่แบบนี้ มีอะไรกันหรือเปล่า” ภาวิณีสัมผัสได้ถึงการกระทำที่ลูก ๆ ของเธอกำลังทำกับเธอ เหมือนมีเรื่องอะไรสักอย่าง “คุณแม่คะ เราสองคนรักแม่มาก รักที่สุด ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น แม่จะมีพวกเราเสมอนะคะ” สมิตาโผเข้ากอดมารดา เสียงของเธอนิ่งสงบเพราะความเจ็บช้ำเมื่อคืนเธอทำใจยอมรับมันได้แล้ว ว่าไม่มีทางย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้ “ลูกๆ มีอะไร พูดกับแม่มาเลยดีกว่า ยิ่งทำแบบนี้ แม่ยิ่งรู้สึกใจคอไม่ดีเลย” ภาวิณีถอนหายใจยาว เพื่อเตรียมใจที่จะรับฟังสิ่งที่ลูกๆ อยากจะบอกเธอ ภูษิตรับหน้าที่เล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้มารดาฟัง สองมือหนาของเขากุมมือภาวิณีไว้ตลอดเวลา และพยายามใช้คำพูดที่จะทำร้ายจิตใจแม่ให้น้อยที่สุด “สิ่งที่แม่แอบกลัวมาตลอด ในที่สุดมันก็เกิดขึ้น” การที่สามีของตัวเองเปลี่ยนไป มีหรือที่ภรรยาที่อยู่กินกันมาถึงสามสิบห้าปี จะสังเกตไม่ได้ แต่เธอก็ได้แต่หล

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   ความจริง

    ตอนที่10ความจริง ภูษิตใช้เวลาในการจัดการเรื่องบ้านทั้งการสั่งเฟอร์นิเจอร์เข้ามา การจัดการเรื่องฟาร์มก็หมดเวลาไปสามวันพอดี ทั้งคู่จึงพากันกลับ และจะมาที่นี่อีกครั้งก็คือการเข้าอยู่อย่างเป็นทางการเลย “พี่ภูคะ ตั้งแต่ออกจากบ้านมาทำไมหนูนาเห็นพี่เอาแต่ทำหน้าเครียด มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ” หญิงสาวแอบมองหน้าสามีมาสักพักแล้ว เธอแอบเห็นเขาถอนหายใจหลายที หนูนาเลยตัดสินใจที่จะถามให้รู้ไปเลยว่าภูษิตกำลังมีเรื่องกังวลอะไรในใจ “พี่สงสารคุณแม่” ชายหนุ่มพูดเพียงเท่านั้นก็ถอนหายใจอย่างแรง “มีอะไรเกิดขึ้นคะ พี่ภูบอกหนูนาได้ไหม เผื่อเราจะพอช่วยกันแก้ไขได้” “ทุกอย่างมาไกลเกินกว่าจะแก้ไขแล้ว เราทุกคนคงทำได้แค่ยอมรับความจริง ผู้หญิงและเด็กที่หนูนาเห็นมากับคุณพ่อของพี่วันนั้น คือลูกและภรรยาอีกคนของท่าน” หญิงสาวเอื้อมมือไปจับมือของสามี เพราะรู้ว่าเขาเจ็บปวดแค่ไหน ที่ต้องพูดความจริงออกมา น้ำเสียงที่สั่นเครือ ทำให้หญิงสาวรู้สึกสงสารเขาจับใจ “ร้องไห้ออกมาก็ได้นะคะ ถ้ามันจะทำให้พี่รู้สึกดีขึ้น การเป็นผู้ชายไม่ได้หมายความว่า

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   เรือนหอ

    ตอนที่9เรือนหอ “อากาศดีจังเลยนะคะ หนูนาคิดว่าที่บ้านเราอากาสดีแล้ว แต่ที่นี่ดูจะมีหมอกควันน้อยกว่าที่บ้านเราอีก” หญิงสาวเปิดกระจกรถเพื่อสัมผัสกับอากาศข้างนอก เพราะทั้งคู่ออกเดินทางทันทีเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น อากาศข้างนอกจึงทั้งสดชื่นและไม่ร้อน “เห็นภูเขาลูกนั้นไหม นั่นแหละบ้านเรา” ภูษิตชี้ไปที่ภูเขาที่อยู่ด้านหน้า ที่ตอนนี้ยังมองเห็นไม่ค่อยชัดเพราะมีหมอกยามเช้าบดบังอยู่ “จริงเหรอคะ อากาศคงดีน่าดูอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติแบบนั้น” ชายหนุ่มแอบคิดกังวลมาตลอดว่าเจ้าสาวของเขา อาจจะไม่ชอบที่จะต้องมาอยู่ไกลความเจริญแบบนี้ เพราะเธอเคยใช้ชีวิตแบบสะดวกสบายมาก่อน “แถวที่เราอยู่จะไม่มีห้าง ไม่ร้านค้าแบบในเมืองนะ แต่ก็พอมีร้านค้าของชาวบ้าน ไว้เวลาอยากซื้ออะไรเราค่อยเข้าเมืองออกมาซื้อกันทีเดียว” “แล้วที่พ่อเลี้ยงเคยพูดเรื่องสร้างรีสอร์ตล่ะคะ ใช่ที่ดินผืนเดียวกันไหมคะ” หนูนาถามด้วยความสงสัย เพราะดูแล้ว เส้นทางที่เธอกำลังเดินทางอยู่ไม่มีรีสอร์ตเลยมีแต่เพียงสวนผลไม้ ฟาร์มโคนม ดูแล้วไม่น่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว “ท

  • อุ้มรักมาเคียงเธอ   ครอบครัว

    ตอนที่8ครอบครัว คนแรกที่ภูษิตคิดถึง คือหนูนาแต่ก่อนที่เขาจะทันได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาภรรยา ทางบริษัทที่รับจ้างสร้างเรือนหอได้โทรมาแจ้งให้เขาเดินทางไปดูเรือนหอเพื่อเซ็นรับงานเพราะตอนนี้ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนแรกภูษิตตั้งใจจะพาหนูนาไปที่เรือนหอในวันที่ทุกอย่างพร้อมเข้าอยู่ แต่เขาเปลี่ยนใจ เพราะเหตุการณ์ในวันนี้ทำให้เขารู้สึกว่าทุกวันทุกนาทีมีค่า เหมือนเรื่องของพ่อถ้าเขารู้และหยุดทุกอย่างก่อนที่จะมีเด็กตัวเล็กๆคนนั้นเกิดขึ้นมาทุกอย่างคงง่ายกว่านี้ “เก็บเสื้อผ้ากับของใช้ให้ผมและของคุณด้วย เราจะไปดูเรือนหอกัน เตรียมไปสักสามวันนะ” หนูนารู้สึกงงๆ แต่ก็ทำตาม เพราะเดี๋ยวตอนนั่งรถไปคงมีเวลาได้ถามกัน เธอคิดว่าเรือนหอคงอยู่ไม่ไกลจากบ้านของพ่อเลี้ยงหรือบ้านของเธอเท่าไหร่ แต่จากที่สามีให้เธอเตรียมเสื้อผ้าของใช้แบบนี้คงไม่ใช่อย่างที่เธอคิดแน่ๆ เกือบชั่วโมงเหมือนกันกว่าที่ภูษิตจะขับรถมาถึงบ้าน สิ่งแรกที่เขาทำคือการเข้าไปหามารดาที่ห้องนอน “คุณแม่ครับผมกับหนูนาจะไปดูเรือนหอ น่าจะประมาณสามวัน เดี๋ยวเย็นนี้สมิตาจะกลับมาอยู่เป็นเพื่อนแม่น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status