Masukตอนที่2
งานวิวาห์ของคุณหนู
งานแต่งานถูกจัดขึ้นหลังจากที่หนูนายอมตกลงไม่ถึงเดือน เพราะทางภูษิตยินยอมพร้อมใจตั้งแต่แรก เพราะแอบชอบหนูนามาตั้งนาน โดยที่ตัวหญิงสาวไม่เคยรู้เลย
กนกวรรณไม่คิดว่าข่าวการแต่งงานของลูกสาวเธอจะโด่งดังไปทั่วภาคเหนือ บรรดาเชื้อเจ้าเก่า พ่อเลี้ยงจากจังหวัดต่าง นักการเมืองท้องถิ่นต่างก็ถูกพ่อเลี้ยงเชิญมาร่วมงาน กนกวรรณอดคิดไม่ได้ ว่านี่คือการประกาศตัวว่าพ่อเลี้ยงชนินทร์กำลังมีใบเบิกทางในวงราชการ
“ตื่นเต้นเหรอ”
เจ้าบ่าวที่สาวๆทั้งจังหวัดต่างหมายปอง ถามเจ้าสาวเพราะสัมผัสได้ถึงมือที่สั่นของหนูนาเมื่อเขาจับมือเธออยู่กลางเวที
“พี่ภูคะ หนูนาตาลายไปหมดเลย”
ปกติก็ไม่ใช่สาวสังคม เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่แต่ในบ้านอยู่แล้ว แต่วันนี้กลับต้องมายืนบนเวที ที่ข้างล่างเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย หญิงสาวรู้สึกตื่นคนจนคล้ายจะเป็นลม
“จับมือพี่ไว้ มองหน้าพี่ ไม่ต้องมองคนอื่น เดี๋ยวไม่นานงานก็จะเลิกแล้ว”
ชายหนุ่มมองเจ้าสาวของเขาเป็นเด็กน้อยที่แสนจะอ่อนแอน่ารักในความคิดของเขาเสมอ ความจริงแล้วภูษิตเองก็มีผู้หญิงที่คบหาอยู่หลายคน แต่เขาก็ไม่ยอมแต่งงานกับใคร จนพ่อเลี้ยงชนินทร์มาขอร้องให้เขาแต่งงานกับหนูนา เขาก็ตอบตกลงทันที เพราะเป็นรักครั้งแรกของเขา ที่เขายังไม่เคยลืมเลย
งานแต่งงานจบลงด้วยพิธีส่งตัวเข้าหอ นาทีนี้หนูนาตื่นเต้นที่สุดเพราะเธอเขียนนิยายแนวคลุมถุงชนมาหลายเรื่อง หญิงสาวจึงจินตนาการไปก่อน ว่าเจ้าบ่าวของเธอต้องทำแบบนั้นแบบนี้ จนเผลอหน้าแดงออกมาเมื่อเหลือเพียงสองคนในห้อง
“เป็นอะไรหน้าแดง นั่งอมยิ้มคนเดียวคิดอะไรกับพี่ อย่าบอกนะว่า....”
เจ้าบ่าวลากเสียงทำหน้าเจ้าเล่ห์ ก่อนจะก้มลงมาจูบที่แก้มขาวของเจ้าสาวร่างบางที่กำลังนั่งแกะผมอยู่บนเตียงนอน
“ไปเลยพี่ภูไปอาบน้ำเลย ไม่ต้องมาทำเป็นแซว ”
ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งจะเคยเจอผู้ชายหอมก็ครั้งนี้แหละ แต่ถ้านับตอนเด็ก ๆด้วย หนูนาโดนภูษิตหอมแก้มบ่อยมาก โดยเฉพาะเวลาเธอวิ่งไม่ทันทั้งสามคนเวลาเล่นไล่จับ นิ๊กและสมิตาน้องสาวคนเดียวของภูษิต จะพากันวิ่งหนีไวมาก หนูนาไม่เคยจับสองคนนี้ทัน สุดท้ายก็ร้องไห้ และจบลงด้วยการโดนหอมแก้มหนึ่งทีและภูษิตก็จะยอมเป็นคนไล่จับเอง
หนูนาพยายามที่จะถอดชุดเจ้าสาวให้ได้ก่อนที่เจ้าบ่าวของเธอจะออกจาห้องน้ำ แต่พยายามเท่าไหร่ก็ไม่สำเร็จ จนในที่สุดภูษิตเองต้องออกมาจัดการให้
“พอแล้วค่ะพี่ภู เดี๋ยวหนูนาไปจัดการต่อเองในห้องน้ำ นอนหลับฝันดีนะคะ”
ภูษิตมองเจ้าสาวของเขาที่รีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปอย่างอมยิ้ม ตัวเขาเองก็เขินไม่ต่างกัน ถึงแม้จะเคยผ่านเรื่องแบบนี้มาบ้างตาปกติของผู้ชายอายุสามสิบแล้ว แต่นี่คือหญิงสาวที่เขาเห็นมาตั้งแต่เด็กและเป็นรักแรกของเขาในความทรงจำ
หนูนาพยายามอาบน้ำให้นานที่สุด เหมือนที่นางเอกในนิยายของเธอทำ แต่ด้วยความเหนื่อยจากงานแต่ง เธอก็เริ่มจะง่วงแล้ว จึงต้องยอมออกจากห้องน้ำ
“นึกว่าคืนนี้พี่ต้องเข้าไปนอนในห้องน้ำด้วยเสียอีก”
ภูษิตกึ่งนั่งกึ่งนอน กระดิกเท้าไปมารอเจ้าสาวของเขาอย่างอารมณ์ดี
“เครื่องสำอางมันลบออกยากค่ะ เลยนานหน่อย หนูนาว่าพี่ภูนอนก่อนเลยก็ได้นะคะ”
หญิงสาวยังคงนั่งหวีผม หาเรื่องทำนู่นทำนี่ไม่ยอมมานอนสียที
“ที่กำลังทำอยู่นี่ เลียนแบบนางเอกในนิยายที่เขียนอยู่หรือเปล่า”
คนตัวใหญ่แซวนักเขียนที่หวีผมไม่ยอมเลิกเสียที แถมยังทาแป้งที่หน้าไม่รู้กี่รอบแล้ว
“ก็หนูนายังไม่เสร็จเลย ผมมันหวียาก พี่ภูง่วงก็นอนก่อนเลยค่ะ”
“แล้วในนิยาย มีตอนที่พระเอกรอไม่ไหวแล้วอุ้มนางเอกมาปล้ำบนเตียงไหม”
สิ้นเสียงเจ้าของของคำพูดก็เดินมาถึงตัวเจ้าสาวจอมเล่นตัว ก่อนจะช้อนอุ้มตัวเธอลงมานอนบนเตียง
“อย่าเพิ่งนะคะพี่ภู”
“อะไรกัน นี่เราแต่งงานกันแล้วนะ” ชายหนุ่มเริ่มขึงขัง
“หนูนาหมายถึง ปิดไฟก่อนค่ะ”
เมื่อไฟในห้องนอนถูกปิดลง ลมพัดโชยแห่งความหวานหอมในคืนแต่งงานก็เริ่มขึ้น สัมผัสนุ่มนวลเพื่อถนอมร่างเล็กไม่ให้บอบช้ำค่อยๆจูบพรหมไปทั้งตัว
นิยายของหนูนาหลายเรื่องก็มักจะมีฉากแบบนี้ แต่นี่ไม่ใช่นิยาย เสียวจริง สุขจริง ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติพาไป ไม่ถูกปรุงแต่งให้เกินงาม เพราะเจ้าบ่าวยังไม่อยากให้เจ้าสาวของเขาต้องตกใจและรู้สึกกลัว เพราะมันคือครั้งแรกของเธอ
ดอกไม้ที่ถูกสัมผัสกระตุ้นไปทั่วร่างกาย บานรอรับการเข้ามาดอมดมหาความสุขจากภุมริน
เมื่อร่างกายของคนทั้งสองถูกรวมกันเข้าเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันแล้ว ความเจ็บในตอนแรกของสาวในวัยบริสุทธิ์ ก็ค่อยๆ บรรเทาลงและถูกแปรเปลี่ยนเป็นสาวเสียวซ่านอิ่มเอมใจ จนทั้งคู่พากันลอยขึ้นสู่สวรรค์ประกาศตัวเป็นสามีภรรยากันอย่างหมดแรง
“เจ็บไหม”
ภูชิตกระซิบถามเจ้าสาวที่นอนหายใจแรงอยู่ในอ้อมกอดเขา
หญิงสาวอายเกินกว่าจะตอบ ได้แต่พยักหน้าแทนและอยู่ดีๆ น้ำตามันก็ไหลออกมา
“ร้องไห้ทำไม”
ชายหนุ่มผงกศีรษะขึ้นมาจากเตียงนอนทันที เมื่อรู้สึกว่ามีน้ำตาของเจ้าสาวไหลมาโดนแขนเขา
“หนูนาแค่คิดถึงแม่ คิดถึงป้าศรี คิดถึงพี่นิ๊ก และยังรู้สึกเหมือนฝันอยู่เลย ที่เราสองคนได้มาแต่งงานกัน”
เมื่อได้ยินคำตอบชายหนุ่มค่อยสบายใจขึ้น เพราะเขาแอบกังวลอยู่ ว่าการยอมแต่งงานกับเขาในครั้งนี้หญิงสาวเต็มใจหรือโดนผู้ใหญ่บังคับกันแน่
“คิดถึงก็ไปหา พรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว วันนี้เป็นคืนแรกสำหรับหนูนา อะไรหลายๆอย่างในชีวิตเปลี่ยนไป แต่พี่เชื่อว่าอีกไม่นานพี่จะทำให้เจ้าสาวของพี่เลิกร้องไห้เพราะคิดถึงแม่ได้แน่นอน”
การแต่งงานของทั้งคู่เหมือนการถูกบังคับที่ไม่ได้บังคับ เพียงแต่ทั้งคู่ไม่มีโอกาสได้เรียนรู้หรือสนิทสนมกันก่อน เพราะการสนิทกันในวัยเด็ก ในฐานะเพื่อนเล่น มันแตกต่างจากความสนิทสนมในฐานะคนรักหรือสามีภรรยา
หนูนาเองก็เป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูง และถูกเลี้ยงมาอย่างคุณหนู ถึงแม้ครอบครัวจะไม่ได้มีฐานะ แตกต่างจาก ภูชิตที่ถูกเลี้ยงมาอย่างสมบุกสมบัน ทำงานแทนบิดาได้เกือบทุกเรื่อง ถึงแม้จะมีฐานะและลูกน้องมากมายก็ตาม
ตอนที่13คำที่รอฟัง เวลาผ่านไปเร็วมากทุกคนที่เคยมาอยู่เป็นเพื่อน ต่างก็แยกย้ายกันกลับหมดแล้ว สมิตาเองก็วุ่นกับงานที่บริษัทเพราะต้องมารับช่วงต่อจากบิดาทั้งหมด โดยที่เธอแทบจะไม่ค่อยได้เรียนรู้งานมาก่อนหน้านี้เลย ภาวิณีเองก็ติดใจการเดินสายทางธรรม เดือนหนึ่งเธอกับแม่ของหนูนาจะอยู่บ้านกันแค่เพียงไม่กี่วัน ที่เหลือก็จะเดินสายเส้นทางบุญกัน พ่อเลี้ยงชนินทร์ใช้ชีวิตนับจากวันที่หย่ากับครอบครัวใหม่ของเขา นาน ๆ ครั้งถึงจะได้แวะมาหาสมิตาที่บริษัท แต่ทุกครั้งที่มีปัญหา ลูกสาวก็จะโทรปรึกษาพ่อของเธอตลอด “ทำไมทำหน้าตกใจแบบนั้น” ภูษิตเดินเข้ามาในห้องนอน หลังจากออกไปตรวจบริเวณรอบฟาร์มกับลูกน้องเสร็จแล้ว แต่ดันหันมาเห็นหนูนาจ้องโทรศัพท์มือถือด้วยสีหน้าตกใจ “พ่อเลี้ยงโดนจับคดีค้าไม้เถื่อนค่ะ” ชายหนุ่มคว้าโทรศัพท์จากมือของภรรยาเพื่อมาอ่านรายละเอียดทั้งหมด ก่อนเดินออกไปนอกตัวบ้านเพื่อโทรศัพท์หาสมิตา เพราะเธออาจจะยังไม่รู้ข่าว หรืออาจจะรู้รายละเอียดมากกว่าเขา “นอนกันเถอะ พรุ่งนี้ผมต้องช่วยลูกน้องขับรถเอานมไปส่ง ”
ตอนที่12บาดแผล ความล้มเหลวของครอบครัวสามี ทำให้หนูนาสงสารทุกคน เธอเกิดมาไม่มีพ่อแล้ว พ่อจากเธอไปแต่ทิ้งไว้แต่ความทรงจำที่สวยงาม ต่างจากภูษิตเขาเกิดมาในครอบครัวที่พร้อมหน้า แต่วันนี้วันที่ลูกๆ ทุกคนกำลังจะประสบความสำเร็จ ครอบครัวกลับต้องมีบาดแผล ที่แสนเจ็บปวด “พี่ภูอย่าคิดมากนะคะ คิดเสียว่ามันเป็นความสุขของคุณพ่อ เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เราต้องคอยเป็นกำลังใจให้คุณแม่ ไม่ว่าท่านจะตัดสินใจอย่างไร เราต้องเคารพและเชื่อมั่นในการตัดสินของท่านนะคะ” ภูษิตล้มตัวลงนอนบนตักของหนูนา เขาหลับตาลง พยายามไม่คิดอะไร แต่มันก็ยากที่จะไม่รู้สึก การตัดสินใจของภาวิณีคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้วในความคิดของเธอ ผู้หญิงคนนั้นและเด็กน้อยที่เกิดมา พวกเขาต้องการพ่อเลี้ยงชนินทร์ ส่วนเธอยังมีลูกๆ คอยเป็นกำลังใจให้ และเธอก็ไม่สามารถที่จะทนอยู่แบบสามคนได้แน่นอน พ่อเลี้ยงชนินทร์จัดการเรื่องทรัพย์สินทั้งหมดให้เรียบร้อยก่อนที่เขาจะหย่ากับภาวิณีอย่างถูกต้อง ช่วงเวลานี้แม่ของหนูนารับหน้าที่เป็นเพื่อนที่คอยดูแลเยียวยาความรู้สึกให้กับเพื่อน ทั้งคู่พากันปถือศีลที่วัดแห่งหนึ่งที่อ
ตอนที่11ความเจ็บปวดซ้ำสอง วันนี้สองคนพี่น้องตกลงกัน จะเล่าความจริงให้มารดาฟัง หลังจากที่พ่อเลี้ยงออกไปทำงาน “สองคนพี่น้อง มานั่งประกบแม่แบบนี้ มีอะไรกันหรือเปล่า” ภาวิณีสัมผัสได้ถึงการกระทำที่ลูก ๆ ของเธอกำลังทำกับเธอ เหมือนมีเรื่องอะไรสักอย่าง “คุณแม่คะ เราสองคนรักแม่มาก รักที่สุด ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น แม่จะมีพวกเราเสมอนะคะ” สมิตาโผเข้ากอดมารดา เสียงของเธอนิ่งสงบเพราะความเจ็บช้ำเมื่อคืนเธอทำใจยอมรับมันได้แล้ว ว่าไม่มีทางย้อนเวลากลับไปแก้ไขอะไรได้ “ลูกๆ มีอะไร พูดกับแม่มาเลยดีกว่า ยิ่งทำแบบนี้ แม่ยิ่งรู้สึกใจคอไม่ดีเลย” ภาวิณีถอนหายใจยาว เพื่อเตรียมใจที่จะรับฟังสิ่งที่ลูกๆ อยากจะบอกเธอ ภูษิตรับหน้าที่เล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้มารดาฟัง สองมือหนาของเขากุมมือภาวิณีไว้ตลอดเวลา และพยายามใช้คำพูดที่จะทำร้ายจิตใจแม่ให้น้อยที่สุด “สิ่งที่แม่แอบกลัวมาตลอด ในที่สุดมันก็เกิดขึ้น” การที่สามีของตัวเองเปลี่ยนไป มีหรือที่ภรรยาที่อยู่กินกันมาถึงสามสิบห้าปี จะสังเกตไม่ได้ แต่เธอก็ได้แต่หล
ตอนที่10ความจริง ภูษิตใช้เวลาในการจัดการเรื่องบ้านทั้งการสั่งเฟอร์นิเจอร์เข้ามา การจัดการเรื่องฟาร์มก็หมดเวลาไปสามวันพอดี ทั้งคู่จึงพากันกลับ และจะมาที่นี่อีกครั้งก็คือการเข้าอยู่อย่างเป็นทางการเลย “พี่ภูคะ ตั้งแต่ออกจากบ้านมาทำไมหนูนาเห็นพี่เอาแต่ทำหน้าเครียด มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่าคะ” หญิงสาวแอบมองหน้าสามีมาสักพักแล้ว เธอแอบเห็นเขาถอนหายใจหลายที หนูนาเลยตัดสินใจที่จะถามให้รู้ไปเลยว่าภูษิตกำลังมีเรื่องกังวลอะไรในใจ “พี่สงสารคุณแม่” ชายหนุ่มพูดเพียงเท่านั้นก็ถอนหายใจอย่างแรง “มีอะไรเกิดขึ้นคะ พี่ภูบอกหนูนาได้ไหม เผื่อเราจะพอช่วยกันแก้ไขได้” “ทุกอย่างมาไกลเกินกว่าจะแก้ไขแล้ว เราทุกคนคงทำได้แค่ยอมรับความจริง ผู้หญิงและเด็กที่หนูนาเห็นมากับคุณพ่อของพี่วันนั้น คือลูกและภรรยาอีกคนของท่าน” หญิงสาวเอื้อมมือไปจับมือของสามี เพราะรู้ว่าเขาเจ็บปวดแค่ไหน ที่ต้องพูดความจริงออกมา น้ำเสียงที่สั่นเครือ ทำให้หญิงสาวรู้สึกสงสารเขาจับใจ “ร้องไห้ออกมาก็ได้นะคะ ถ้ามันจะทำให้พี่รู้สึกดีขึ้น การเป็นผู้ชายไม่ได้หมายความว่า
ตอนที่9เรือนหอ “อากาศดีจังเลยนะคะ หนูนาคิดว่าที่บ้านเราอากาสดีแล้ว แต่ที่นี่ดูจะมีหมอกควันน้อยกว่าที่บ้านเราอีก” หญิงสาวเปิดกระจกรถเพื่อสัมผัสกับอากาศข้างนอก เพราะทั้งคู่ออกเดินทางทันทีเมื่อพระอาทิตย์ขึ้น อากาศข้างนอกจึงทั้งสดชื่นและไม่ร้อน “เห็นภูเขาลูกนั้นไหม นั่นแหละบ้านเรา” ภูษิตชี้ไปที่ภูเขาที่อยู่ด้านหน้า ที่ตอนนี้ยังมองเห็นไม่ค่อยชัดเพราะมีหมอกยามเช้าบดบังอยู่ “จริงเหรอคะ อากาศคงดีน่าดูอยู่ใกล้ชิดธรรมชาติแบบนั้น” ชายหนุ่มแอบคิดกังวลมาตลอดว่าเจ้าสาวของเขา อาจจะไม่ชอบที่จะต้องมาอยู่ไกลความเจริญแบบนี้ เพราะเธอเคยใช้ชีวิตแบบสะดวกสบายมาก่อน “แถวที่เราอยู่จะไม่มีห้าง ไม่ร้านค้าแบบในเมืองนะ แต่ก็พอมีร้านค้าของชาวบ้าน ไว้เวลาอยากซื้ออะไรเราค่อยเข้าเมืองออกมาซื้อกันทีเดียว” “แล้วที่พ่อเลี้ยงเคยพูดเรื่องสร้างรีสอร์ตล่ะคะ ใช่ที่ดินผืนเดียวกันไหมคะ” หนูนาถามด้วยความสงสัย เพราะดูแล้ว เส้นทางที่เธอกำลังเดินทางอยู่ไม่มีรีสอร์ตเลยมีแต่เพียงสวนผลไม้ ฟาร์มโคนม ดูแล้วไม่น่าจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยว “ท
ตอนที่8ครอบครัว คนแรกที่ภูษิตคิดถึง คือหนูนาแต่ก่อนที่เขาจะทันได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาภรรยา ทางบริษัทที่รับจ้างสร้างเรือนหอได้โทรมาแจ้งให้เขาเดินทางไปดูเรือนหอเพื่อเซ็นรับงานเพราะตอนนี้ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตอนแรกภูษิตตั้งใจจะพาหนูนาไปที่เรือนหอในวันที่ทุกอย่างพร้อมเข้าอยู่ แต่เขาเปลี่ยนใจ เพราะเหตุการณ์ในวันนี้ทำให้เขารู้สึกว่าทุกวันทุกนาทีมีค่า เหมือนเรื่องของพ่อถ้าเขารู้และหยุดทุกอย่างก่อนที่จะมีเด็กตัวเล็กๆคนนั้นเกิดขึ้นมาทุกอย่างคงง่ายกว่านี้ “เก็บเสื้อผ้ากับของใช้ให้ผมและของคุณด้วย เราจะไปดูเรือนหอกัน เตรียมไปสักสามวันนะ” หนูนารู้สึกงงๆ แต่ก็ทำตาม เพราะเดี๋ยวตอนนั่งรถไปคงมีเวลาได้ถามกัน เธอคิดว่าเรือนหอคงอยู่ไม่ไกลจากบ้านของพ่อเลี้ยงหรือบ้านของเธอเท่าไหร่ แต่จากที่สามีให้เธอเตรียมเสื้อผ้าของใช้แบบนี้คงไม่ใช่อย่างที่เธอคิดแน่ๆ เกือบชั่วโมงเหมือนกันกว่าที่ภูษิตจะขับรถมาถึงบ้าน สิ่งแรกที่เขาทำคือการเข้าไปหามารดาที่ห้องนอน “คุณแม่ครับผมกับหนูนาจะไปดูเรือนหอ น่าจะประมาณสามวัน เดี๋ยวเย็นนี้สมิตาจะกลับมาอยู่เป็นเพื่อนแม่น







