LOGINเมื่อเปิดประตูคอนโดมิเนียมเข้าไป นอกเสียจากความมืดโดยรอบแล้ว สิ่งหนึ่งที่ปะทะฆานประสาทของชายหนุ่มคือกลิ่นหอมของสบู่และเครื่องประทินผิวที่เจือจางอยู่ในอากาศ นับเป็นความแปลกใหม่ ที่น่ารื่นรมย์ไม่น้อย
ทั่วท้องห้องเงียบเชียบ...สาวน้อยคงเข้านอนไปแล้วกระมัง เพราะนี่ก็ดึกมากแล้ว อีกไม่กี่นาทีก็จะเที่ยงคืน...
ฤทธิไม่รู้เหมือนกันทำไมเขาถึงมาที่นี่...แทนที่จะกลับบ้าน ทั้งที่เหนื่อยจนตาแทบจะปิด แถมระยะทางระหว่างคอนโดมิเนียมกับโรงพยาบาลก็ไม่ใช่ใกล้ เทียบกันแล้วบ้านเขาอยู่ใกล้โรงพยาบาลมากกว่าด้วยซ้ำ
แต่เขามา...เพราะเป็นห่วงคนที่นอนหลับอยู่ในห้องนั่นแหละ
ฤทธิหมุนลูกบิดประตูห้องนอนอย่างระมัดระวังกลัวจะปลุกคนที่กำลังหลับสบายอยู่บนเตียงนอนขนาดคิงไซส์กลางห้อง ชายหนุ่มเดินไปหยุดอยู่ตรงปลายเตียงมองเงาตะคุ่มของร่างบอบบางที่นอนขดตัวอยู่บนเตียงโดยที่ผ้าห่มไปกองอยู่ตรงปลายเท้า
ท่าทางเหมือนกำลังหนาว...
เขาดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมให้จนมิดชิด จากนั้นก็เดินเลยไปเข้าห้องน้ำ...แม้จะง่วงแสนง่วง ก็ขออาบน้ำสักนิดเถอะ
เมื่อออกมาจากห้องน้ำในชุดนอนสบา
รอยยิ้มอย่างคนมีเมตตาบนใบหน้าของคุณวจีนั้นราวแสงแดดอันอบอุ่นที่แผ่ลงมาบนผืนดินอันหนาวเย็น หัวใจสาวน้อยซึมซับความอบอุ่นไว้เต็มเปี่ยม“มาอยู่ด้วยกันที่ดีกว่านะลูก”‘ลูก’...คำนั้นทำให้หญิงสาวเกือบกลั้นน้ำตาไม่อยู่“ค่ะ คุณท่าน”“ไม่เอา...ต่อไปนี้เรียกแม่นะลูก คิดเสียว่าหนูเป็นลูกสาวแม่อีกคน” พนิตนันท์เงยหน้ามองผู้อาวุโสด้วยสายตานึกไม่ถึง หล่อนไม่คิดว่าจะได้รับความเมตตาถึงขนาดนี้“เอ่อ...หนู...”“คิดอะไรมาก แม่มีลูกสาวเพิ่มอีกคน เป็นเรื่องน่าชื่นใจต่างหาก”ฤทธิซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ขางมารดายิ้มออกมาเมื่อได้ยินเช่นนั้น มารดาของเขาเป็นคนใจดีมีเมตตาแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไร กับพนิตนันท์นั้นก็มีความเอ็นดูเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงไม่แปลกใจที่แม่จะเปิดใจรับหญิงสาวได้โดยง่าย“ขอบคุณแทนนันท์นะครับแม่”คุณวจีโบกไม้โบกมือเป็นพัลวันก่อนจะเอ่ยปากถามอย่างห่วงใย“แล้วนี่กินอะไรกันมาหรือยัง?”“ข้าวเช้าข้าวเที่ยงยังไม
หลังจากวางสายจากมารดาแล้ว ฤทธิก็โทรศัพท์บอกข่าวดีกับภรรยา ส่วนพนิตนันท์ก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ฤทธิจึงอยู่ลำพังลินินตื่นเต้นดีใจจนจับความรู้สึกได้ชัดเจนแม้จะไม่ได้เห็นหน้า น้ำเสียงตอนที่หล่อนถามถึงอาการของพนิตนันท์และรายละเอียดอื่นๆ อย่างเรื่องการดูแลและเรื่องอาหารการกินละเอียดลออราวกับหล่อนตั้งท้องเสียเองฤทธิจึงบอกเรื่องที่มารดาแนะนำให้พาพนิตนันท์กลับไปอยู่ที่บ้าน เพื่อที่ท่านจะได้ดูแลด้วยตนเอง ลินินเห็นดีเห็นงามด้วยทันที‘ลินินเห็นด้วยค่ะ กลับไปอยู่บ้านมีคุณแม่คอยดูแลแบบนั้นน่าจะดีที่สุดค่ะ เพราะช่วงท้องนี่แหละสำคัญเรื่องอาหารการกินวิตามินต่างๆ นี่ต้องสมบูรณ์ อีกอย่างสภาพจิตใจของแม่ด้วยค่ะ อยู่คอนโดอย่างนั้นลินินว่าเหงาออกค่ะ’“ผมก็เห็นด้วยกับคุณแม่ นี่กลับจากโรงพยาบาลก็ว่าจะเก็บเสื้อผ้าพานันท์กลับวันนี้เลย”‘เอ๊ะ...อย่างนี้ต้องเตรียมหาของใช้เด็กแล้วสิคะ’ ฤทธิหัวเราะในลำคอเมื่อได้ยินอีกฝ่ายคิดวางแผนนู่นนี่แล้วจู่ๆ ก็เสียงดัง ‘ไม่ๆๆ ไม่ได้ค่ะ รอใกล้คลอดดีกว่า โบราณเขาถือเคล็ดกัน ลินินว่า...ลินินหาของเตรียมให้นันท์ดีกว่า พวกชุด
แสงสว่างที่ส่องลอดผ้าม่านปลุกพนิตนันท์ตื่น หล่อนลืมตามองนาฬิกาบนผนัง...หกโมงครึ่งหญิงสาวขยับตัวลุกขึ้นนั่ง เสียงลมหายใจสม่ำเสมอทำให้เหลือบมองไปที่อีกฝั่งของเตียง...ครั้นเห็นร่างตะคุ่มที่นอนตะแคงหันหน้ามา ดวงตาหญิงสาวก็ทอดแสงอ่อนโยนเขากลับมาเมื่อไรก็ไม่รู้ หล่อนคงหลับไปแล้วนั่นแหละ ที่จริงพนิตนันท์ไม่คิดว่าเขาจะมาค้างที่นี่ด้วยซ้ำ ปกติเขาจะบอกล่วงหน้าทุกครั้งว่าจะมาหรือไม่มาแต่การได้ตื่นมาแล้วเจอเขานอนอยู่บนเตียงด้วยกลับเป็นความสุขอย่างหนึ่งในช่วงเดือนเศษมานี้...ความสุข...ที่เจือปนรสชาติขมเมื่อต้องกำชับตนเองไว้เสมอว่า มันจะจบลงในสักวัน!พนิตนันท์ลุกขึ้นยืนแต่พอจะก้าวขาเท่านั้น โลกตรงหน้าเหมือนจะพลิกคว่ำ หล่อนทรุดฮวบลงนั่งบนเตียงจนยวบแรง และนั่นก็คงปลุกคนที่นอนหลับอีกฝั่งให้ตื่น เสียงถามอย่างห่วงใยดังขึ้น“นันท์...เป็นอะไรหรือเปล่า?”“ป เปล่าค่ะ” หล่อนตอบเสียงแหบโหย แล้วจู่ๆ ก็ผลุนผลันลุกถลาไปที่ห้องน้ำเมื่อรู้สึกถึงความผะอืดผะอมแล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆ จนจ่ออยู่ตรงคอหอยเสียงโอ๊กอ๊ากที่ดังมาจากห้องน้ำทำให้ฤทธิลุกตามไปโดยเร็
ในที่สุดก็ถึงวันเปิดภาคเรียนที่สอง...ทว่าคนที่ลาออกแล้วอย่างพนิตนันท์ก็ได้แต่นั่งมองปฏิทินด้วยแววตาโศกเศร้าหล่อนคิดถึงเพื่อน คิดถึงมหาวิทยาลัย และหลายครั้งก็เฝ้าตั้งคำถามว่าทำถูกหรือเปล่าที่ลาออก แทนที่จะพักการเรียนไว้หนึ่งหรือสองภาคการศึกษาอย่างที่ตั้งใจตอนแรกแต่พอคิดอย่างถ้วนถี่หล่อนก็คิดว่าตนตัดสินใจถูกต้องแล้วล่ะ เพราะถ้าดร็อป...พอกลับไปเรียน ก็ต้องเรียนกับรุ่นน้องอยู่ดี ไม่ได้เรียนกับพวกเพื่อนๆ รุ่นเดียวกัน ฉะนั้นสู้ลาออกแล้วไปเริ่มใหม่ที่อื่นเลยดีกว่าไม่ต้องตอบคำถามใครด้วยว่าไปทำอะไรมาตั้งเทอม...หรืออาจจะเป็นปีระยะเวลาเกือบเดือนที่ปิดภาคการศึกษา พนิตนันท์ไม่ได้อยู่เฉยๆ แม้ว่าจะได้รับเงินเดือนจากฤทธิหนึ่งแสนบาทก็ตาม หล่อนหาคอร์สเรียนสั้นๆ ลงเรียนแก้เบื่อ แล้วก็มองหางานพิเศษที่สามารถทำอยู่ที่บ้านได้ ขืนไม่หาอะไรทำละก็ มีหวังคงเบื่อจนอยู่ไม่ติดแน่ๆทว่าวันนี้แม้จะมีงานที่รับมาทำและต้องเสร็จส่งลูกค้าภายในวันมะรืนนี้ พนิตนันท์กลับไม่มีอารมณ์ทำงานเอาเสียเลย ในหัวเฝ้าคิดถึงแต่ว่า... เปิดภาคการศึกษาใหม่แล้วเพื่อนๆ แต่ละคนจะเป็นอย่างไรบ้าง หล่อนคิ
บทรักร้อนแรงและรวดเร็วผ่านพ้นไปแล้วรอบหนึ่งพร้อมเสียงหอบหายใจกระเส่าของคนทั้งคู่ กระนั้นกระแสรัญจวนที่ยังห่มล้อมรอบกายทำให้ฤทธิเอ่ยปากชวนหญิงสาวบนกายของเขา“เล่นน้ำไหม?”“ตอนนี้เหรอคะ?” คนถามตาโต...เพราะเกือบเที่ยงคืนแล้ว...เล่นน้ำตอนนี้คงจะเย็นเยือกแน่ๆ“ตอนนี้สิ...” เขาพยักหน้า...ย้ำชัดๆ ว่าตอนนี้“หนาวแย่เลยค่ะ”“กลัวทำไม หนาวก็กอดฉันไว้ แต่ฉันรับรองว่าไม่หนาวหรอก ถ้าเราออกกำลังกายไปด้วย” เขาพูดพลางขยับสะโพกบดเบียดเข้าหาอีกฝ่าย“คุณฤทธิ!” หล่อนทุบอกเขาเบาๆ หน้าแดงก่ำถึงใบหูด้วยความขัดเขิน หล่อนอยู่บนตัวเขาสองขาคร่อมเรือนกายแข็งแกร่ง แม้ส่วนนั้นของเขาจะไม่ได้แทรกอยู่ในเรือนกายหล่อนแล้ว ทว่าเมื่อเขาขยับสะโพกเข้าหา มันก็ก่อให้เกิดความรู้สึกวาบหวามซาบซ่านและพนิตนันท์ก็สัมผัสถึงบางสิ่งที่กำลังขยายตัวทีละนิดบดเบียดส่วนอ่อนไหวของหล่อนจนรู้สึกได้“หนูไปเปลี่ยนชุดว่ายน้ำก่อน” หล่อนทำท่าจะลุก ทว่าเขากลับกดสะโพกไว้“ไม่ต้อง ยังไงก็ต้องถอด จะใส่ทำไม มา...เกาะเอวไว้แน่นๆ นะ” เขาลุกขึ้นนั่ง แล้วจับสองขาของหล่อนให้เกาะเอวเขาไว้ดีๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนโดยมีหล่อนเกาะกอดเขาไว้ราวกับลูกลิงฤทธิพาหญิงสาว
“เราจะไปไหนกันเหรอคะ?”พนิตนันท์หันไปถามเมื่อขึ้นนั่งเรียบร้อย พอกลับถึงคอนโดมิเนียมหล่อนก็ได้รับการบอกเล่าให้เตรียมตัวและจัดกระเป๋าเสื้อผ้าสำหรับสองวันสามคืน แต่อีกฝ่ายไม่ยอมบอกว่าจะพาไปไหน“จะพาไปเที่ยว”“ที่ไหนเหรอคะ?”“ภูเก็ต”“ภูเก็ตเหรอคะ?” ฤทธิละสายตาจากพวงมาลัยมามองสาวน้อยแวบหนึ่ง ประกายตาระริกด้วยความตื่นเต้นทำให้เขายิ้มกว้าง“ใช่ เคยไปหรือยัง?”“ยังค่ะ” คนตอบตอบด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นไม่น้อย “ยังไม่เคยไปเลยค่ะ”“วันนี้ได้ไปแล้ว เสียดายมีเวลาน้อยคงไปเที่ยวได้ไม่กี่ที่”“ไม่เป็นไรค่ะ ได้ไปก็ดีใจแล้วค่ะ” ทุกอย่างนับเป็นครั้งแรกสำหรับหล่อน ไม่ว่าจะเป็นการได้ไปภูเก็ต ได้เห็นทะเล หรือแม้แต่...การได้ขึ้นเครื่องบินทั้งคู่มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิเกือบทุ่ม จอดรถเรียบร้อยฤทธิก็พาหญิงสาวไปเช็กอิน เรียบร้อยแล้วก็ไปนั่งรอใน บิสเนส เลานจ์พนิตนันท์มองไปรอบๆ ด้วยท่าทางตื่นตาตื่นใจ ฤทธินั่งมองอากัปกิริยาของสาวน้อยพลางอมยิ้มบางๆ เขารู้ว่าหล่อนไม่เคยขึ้นเครื่องบิน“เดี๋ยวพอขึ้นเครื่อง ช่วงเครื่องเทคออฟมันจะหูอื้อๆ เอามือปิดจมูกแล้วกลั้นหายใจ มันจะดีขึ้น”“ค่ะ”“แล้ววันนี้ไปทำรายงานมา เป็นยังไงบ้าง







