LOGINพนิตนันท์ นักศึกษาสาวน้อย 19 ปี หางานพิเศษทำเพื่อนำเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว จะได้ไม่ต้องรบกวนทางบ้านที่กำลังประสบปัญหาทางการเงินมีหนี้ท่วมหัว สาวน้อยบังเอิญเจอ "ฤทธิ ฤทธิไกรรังสรรค์" หนุ่มวัยสามสิบห้าเจ้าของคฤหาสน์หลังงามท้ายซอยเดียวกันกับชุมชนที่หล่อนอาศัยอยู่ ฤทธิเคยช่วยเหลือหล่อนมาหลายครั้งนับแต่วัยเด็ก มาครั้งนี้เขาก็ยื่นมือเข้ามาช่วยอีกครั้งด้วยการรับปากจะหางานให้เพราะจำได้ว่าภรรยากำลังมองหาผู้ช่วยส่วนตัวอยู่นั่นเอง เขานำเรื่องนี้ไปบอกภรรยา และลินินก็ยินดีรับสาวน้อยมาเป็นผู้ช่วยของตนทันที แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตรเมื่อฤทธิตื่นขึ้นมาในเช้าวันหนึ่งแล้วพบว่า ตนอยู่บนเตียงกับสาวน้อยที่ให้ความช่วยเหลือในสภาพที่เปลือยกายกันทั้งคู่ ฤทธิโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเพราะเข้าใจว่าสาวน้อยรับเงินจากภรรยาของเขาเพื่อมารับหน้าที่อุ้มบุญให้ตามที่ภรรยาเคยมาเกริ่นไว้ว่าก่อนหน้า เนื่องจากเจ้าตัวไม่สามารถมีลูกได้ พนิตนันท์ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่น้อย หล่อนจะขอลาออก แต่แล้วก็ได้รู้ความจริงว่า...แม่รับเงินก้อนโตมาโดยมีข้อแลกเปลี่ยนนั่นก็คือ...หล่อนต้องอุ้มบุญให้เขาและภรรยา
View Moreบทนำ
ความอบอุ่นที่อิงแอบแนบชิดทำให้ร่างสูงใหญ่เบียดกายเข้าหาโดยอัตโนมัติทั้งที่ยังไม่ได้สติ ทุกสิ่งเกิดขึ้นตามสัญชาตญาณ ความรุ่มร้อนในกายทำให้เขาไม่สบายตัวเอาเสียเลย ความเครียดเคร่งคล้ายจะรวมตัวตรงจุดกึ่งกลางกาย...จนปวดหนึบไปหมด
ยิ่งเมื่อลูบไล้ฝ่ามือไปบนผิวเรียบตึงทว่านุ่มเนียนจนอยากสำรวจให้ทั่ว มันก็ยิ่งทำให้เขาร้อนรุ่มจนแทบทนไม่ไหว มือใหญ่หยาบเริ่มต้นสำรวจ...
ความอบอุ่น เต็มไม้เต็มมือ และเรียบลื่นทำให้เขามั่นใจว่าที่สัมผัสอยู่นั้น คือ เนื้อหนังมังสาของผู้หญิง
“ลิ...นิน...ที่รัก” เขาพึมพำชื่อที่ติดตรึงในใจออกมา
เสียงครางดังขึ้นเบาๆ ละม้ายขานรับ
เขาพยายามปรือตามองฝ่าความมืด ท่ามกลางความสลัวราง แสงจันทร์ที่ทอผ่านหน้าต่างสาดจับร่างขาวโพลนเห็นเส้นสายส่วนโค้งส่วนเว้าอันน่ามอง...ก่อนที่สายตาจะหยุดอยู่ที่ก้อนเนื้อกลมสองก้อนที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจอย่างสม่ำเสมอ
ฝ่ามือใหญ่กอบกุมไว้ข้างหนึ่งฟอนเฟ้นความนุ่มหยุ่นเต็มมือก่อนสลับไปที่อีกข้าง
ความง่วงงุนยังหลงเหลือ ทว่าร่างกายเขากลับตื่นเต็มที่ หัวใจเต้นโครมครามด้วยความตื่นเต้น ประหวัดถึงครั้งล่าสุดที่ได้เชยชมเรือนร่างนี้...
นานเท่าไรแล้ว?
“ลินิน...คุณสวยเหลือเกิน” เขาพร่ำข้างใบหูหล่อน “ผม...คิดถึง...คุณ”
จบคำพูดด้วยการแนบริมฝีปากลงบนริมฝีปากนุ่ม บดคลึงอย่างเร่าร้อนอ่อนหวาน ก่อนจะเบียดแทรกลิ้นผ่านกลีบปากเข้าไปเสียดสีกับลิ้นชุ่มชื้น เสียงครางหวานดังขึ้นเบาๆ เขายิ่งได้ใจ...คราวนี้หล่อนไม่ขัดขืน
ริมฝีปากอุ่นจึงขยับจากกลีบปากนุ่มมาตามลำคอขาว จูบซุกไซ้ก่อนขบเบาๆ ตรงลาดไหล่เนียน เขามิได้หยุดตรงนั้นเมื่อที่มาดหมายคือป้านสีเข้มบนทรวงอกที่กระเพื่อมตามจังหวะหายใจ
เมื่อแตะริมฝีปากตรงปลายสุดอันเป็นส่วนที่ไวต่อสัมผัส ผิวที่เคยเรียบก็หดตัวเข้าหากัน...ชูชันขึ้น
ท้าทายให้ครอบครอง...ลิ้มรส เขาใช้ริมฝีปากขบเม้มเบาๆ ก่อนจะแตะลิ้นวนรอบป้านสีเข้มแล้วครอบครองเข้าปาก
แรงดูดดุนทำให้ร่างเล็กอ้อนแอ้นแอ่นอกเข้าหาอย่างลืมตัว เสียงครวญครางดังลอดจากปากยิ่งปลุกเร้าอารมณ์ให้เริงโลด
มือข้างหนึ่งลูบไล้ลงต่ำผ่านหน้าท้องแบนราบก่อนซุกเข้ากลางพุ่มไหมนุ่มลื่น เพียงแค่แหวกผ่านกลีบนุ่มเขาก็พบกับความชุ่มชื้นทะลักทลาย เขาแตะปลายนิ้วลงบนติ่งตูมเต่งเขี่ยเบาๆ ร่างเล็กก็สั่นสะท้านเบียดสะโพกเข้าหาราวเชิญชวน
หล่อนคงมีความต้องการไม่ต่างจากเขา...คิดเช่นนั้นแล้วจึงรุกคืบด้วยกลัวอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจ
ทุกทีลินินมักบิดพลิ้วบ่ายเบี่ยงอ้างเรื่องสุขภาพและความเจ็บป่วย เขาตามใจหล่อนก็เพราะรัก
เมื่อสอดนิ้วแข็งแรงเข้าไปกลางความคับแน่นที่ชุ่มชื้น ร่างเล็กสะดุ้งพยายามจะหุบขาหนีแต่ติดท่อนขาแข็งแรงของเขาขวางอยู่
จุมพิตร้อนแรงเพื่อปลุกเร้าและกระตุ้นอารมณ์หล่อนอย่างต่อเนื่องพอจะช่วยให้อาการดิ้นรนผ่อนคลายลง นั่นแหละเขาจึงสอดนิ้วเข้าจนสุดรอให้ชินจึงค่อยขยับอย่างช้าๆ
เสียงครางกระเส่าเริ่มดังขึ้น เป็นสัญญาณให้รู้ว่าหล่อนพร้อมแล้ว
ลำนิ้วแข็งแรงถอนออกมาช้าๆ จดจ่อตัวตนที่แข็งจนปวดหนึบไปทั้งหน้าขาเข้าแทนที่ บดเบียดส่วนมนเข้ากับกลีบนุ่มและติ่งตูม ความเสียดเสียววูบขึ้นมาจากส่วนปลายทำให้ใจเขาเต้นไม่เป็นส่ำ กดน้ำหนักลงไปอีกนิด...กระแสซาบซ่านยิ่งทวีเมื่อตัวตนของเขาถูกโอบรัดทุกทิศทาง ร่างเล็กดิ้นขลุกขลักโดยไม่รู้ว่ายิ่งดิ้น ก็ยิ่งทำให้เขาเสียวกระสันจนหมดสิ้นความอดทน
“ไม่ไหวแล้ว ผมขอเถอะลินิน ผมรู้คุณเองก็ต้องการเหมือนกัน”
สิ้นประโยคเขาก็ขยับสะโพกเต็มกำลังไม่สนใจอาการดิ้นรนขัดขืนของผู้ที่อยู่ใต้ร่าง เสียงหวีดร้องดังขึ้นแต่เขาก็ปิดกั้นเสียงนั้นด้วยปากที่บดจูบอย่างเร่าร้อนตามอารมณ์ที่ร้อนแรงขึ้นทุกวินาทีของตน
ตอนที่ 1
“อีนันท์! มึงจะไปไหน กลับมาเดี๋ยวนี้นะกูยังพูดไม่จบ”
เสียงโวยวายด่าทอดังตามไล่หลังมาแข่งกับเสียงฝนที่ตกกระหน่ำราวฟ้ารั่วมาตั้งแต่เช้ามืด ทว่าพนิตนันท์มิได้สนใจ หล่อนสาวเท้าตรงไปที่ประตู คว้าร่มซึ่งแขวนไว้กับข้างฝาได้ก็ตรงลิ่วออกไปทั้งที่ฝนตกลงมาหนาเม็ดและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ น้ำเริ่มเจิ่งนองไปทั่วบริเวณและท่วมขังตามหลุมแอ่งหลายแห่ง
หล่อนควรจะรอให้ฝนซาลงเสียก่อนเพราะขืนดันทุรังออกไปตอนนี้ ก็มีแต่จะเปียกปอนเป็นลูกนกตกน้ำ ทว่า ‘เรื่องร้อน’ ที่ไล่ตามมาติดๆ ทำให้เด็กสาวตัดสินใจอย่างไม่ลังเล
“อีนันท์ กลับมาคุยให้รู้เรื่อง”
เสียงแม่ยังดังตามมาอีกยืดยาว แต่พนิตนันท์ไม่คิดจะอยู่ฟังอีกต่อไปแล้ว ใจสั่งให้ไปจากตรงนี้...ไปจากบ้านที่ไม่เคยมีความรักให้
น้ำตาแห่งความน้อยเนื้อต่ำใจในโชคชะตาไหลอาบแก้มปะปนกับหยาดฝนที่ปะทะใบหน้า จนมองไม่ออกว่าไหนน้ำตาไหนน้ำฝน ทว่าพนิตนันท์มิได้สนใจ
เด็กสาวก้าวเท้าเดินดุ่ม แม้จะเปียกปอนไปครึ่งตัวแล้วก็ตาม ระยะทางจากบ้านไปป้ายรถเมล์ปากซอยไม่ได้ไกล ทว่าด้วยฝนที่กระหน่ำตกลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา ทำให้ไกลกว่าความเป็นจริงถึงสองเท่า
เดินไปก็คิดถึงชนวนเหตุของการทะเลาะ ปกติแม่บอกอะไรหล่อนก็เชื่อฟังและทำตามทุกอย่างตามประสาคนหัวอ่อน แต่ครั้งนี้หล่อนยอมไม่ได้
แม่จะให้ลาออกจากมหาวิทยาลัย ให้ตายพนิตนันท์ก็ไม่มีวันยอม!
หล่อนสู้อุตส่าห์ขอทุนการศึกษาจนสำเร็จ ทุกวันนี้หล่อนรบกวนทางบ้านก็แค่ค่าใช้จ่ายรายวันที่ก็พยายามใช้จ่ายอย่างประหยัดเต็มที่ แต่ถ้ายังทำให้ทางบ้านเดือดร้อน หล่อนก็จะหางานพิเศษทำ จะได้ดูแลรับผิดชอบตนเองไม่ต้องรบกวนแม่
บอกอย่างนี้แล้วแม่ก็ยังยืนกรานจะให้ลาออกจากมหาวิทยาลัย แม่บอกให้หล่อนหางานทำมาช่วยใช้หนี้ และจะได้ช่วยส่งน้องชายเรียน
พนิตนันท์ยินดีจะทำตามที่แม่ขอ ถ้าหากน้องชายต่างพ่อของหล่อนเป็นเด็กใฝ่เรียน ไม่เกกมะเหรกเกเร วันๆ เอาแต่มั่วสุมกับเด็กเหลือขอในชุมชน และหนี้ที่ว่าจะไม่ใช่หนี้พนันที่แม่กับผัวใหม่ขยันสร้าง
แต่แล้วความคิดของหญิงสาวสะดุดเมื่อจู่ๆ รถคันหนึ่งแล่นผ่านไปด้วยความเร็วจนทำให้น้ำที่ขังอยู่ริมถนนสาดกระเซ็นมาโดนหล่อน พนิตนันท์ยืนนิ่งอยู่กับที่ ทั้งโมโหทั้งน้อยใจ นึกอิจฉาคนที่มีรถขับเหลือเกิน
ถ้ามีรถก็คงไม่ต้องตากฝนทั้งเปียกทั้งหนาวแบบนี้ ถึงฝนตกแล้วรถจะติด...ก็ยังได้นั่งตัวแห้งๆ อยู่บนรถติดแอร์เย็นฉ่ำ แต่คนจนอย่างหล่อนก็คงได้แต่ฝันลมฝันแล้ง
เด็กสาวยิ้มขื่นก่อนจะสะดุ้งอีกรอบเมื่อรถคันหนึ่งบีบแตรเสียงดังสนั่นข้างตัว พนิตนันท์ตกใจจนหลบวูบเข้าชิดด้านในฟุตบาธ หัวใจจะยังเต้นรัวเมื่อเหลียวไปมองหาต้นตอของเสียง
รถยุโรปสีดำคันใหญ่จอดเทียบฟุตบาธหน้าหล่อน มองปราดเดียวหญิงสาวก็จดจำได้ว่าเป็นรถของบ้านหลังใหญ่ท้ายซอยนั่นเอง
หน้าต่างด้านคนนั่งข้างคนขับเลื่อนลงมาครึ่งหนึ่งพร้อมเสียงเข้มครึมทักถามมาจากในรถ
“จะไปไหน?”
พนิตนันท์ก้าวออกมาแล้วก้มลงมองเข้าไปในรถ จึงเห็นว่าผู้ที่ถามคือ ฤทธิ ฤทธิไกรรังสรรค์ เจ้าของบ้านนั่นเอง วันนี้เขาขับรถเองไม่ได้มีคนขับให้เช่นเคย
เด็กสาวรีบยกมือไหว้ก่อนตอบซื่อๆ
“ป้ายรถเมล์ปากซอยค่ะ”
หลังจากวางสายจากมารดาแล้ว ฤทธิก็โทรศัพท์บอกข่าวดีกับภรรยา ส่วนพนิตนันท์ก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ฤทธิจึงอยู่ลำพังลินินตื่นเต้นดีใจจนจับความรู้สึกได้ชัดเจนแม้จะไม่ได้เห็นหน้า น้ำเสียงตอนที่หล่อนถามถึงอาการของพนิตนันท์และรายละเอียดอื่นๆ อย่างเรื่องการดูแลและเรื่องอาหารการกินละเอียดลออราวกับหล่อนตั้งท้องเสียเองฤทธิจึงบอกเรื่องที่มารดาแนะนำให้พาพนิตนันท์กลับไปอยู่ที่บ้าน เพื่อที่ท่านจะได้ดูแลด้วยตนเอง ลินินเห็นดีเห็นงามด้วยทันที‘ลินินเห็นด้วยค่ะ กลับไปอยู่บ้านมีคุณแม่คอยดูแลแบบนั้นน่าจะดีที่สุดค่ะ เพราะช่วงท้องนี่แหละสำคัญเรื่องอาหารการกินวิตามินต่างๆ นี่ต้องสมบูรณ์ อีกอย่างสภาพจิตใจของแม่ด้วยค่ะ อยู่คอนโดอย่างนั้นลินินว่าเหงาออกค่ะ’“ผมก็เห็นด้วยกับคุณแม่ นี่กลับจากโรงพยาบาลก็ว่าจะเก็บเสื้อผ้าพานันท์กลับวันนี้เลย”‘เอ๊ะ...อย่างนี้ต้องเตรียมหาของใช้เด็กแล้วสิคะ’ ฤทธิหัวเราะในลำคอเมื่อได้ยินอีกฝ่ายคิดวางแผนนู่นนี่แล้วจู่ๆ ก็เสียงดัง ‘ไม่ๆๆ ไม่ได้ค่ะ รอใกล้คลอดดีกว่า โบราณเขาถือเคล็ดกัน ลินินว่า...ลินินหาของเตรียมให้นันท์ดีกว่า พวกชุด
แสงสว่างที่ส่องลอดผ้าม่านปลุกพนิตนันท์ตื่น หล่อนลืมตามองนาฬิกาบนผนัง...หกโมงครึ่งหญิงสาวขยับตัวลุกขึ้นนั่ง เสียงลมหายใจสม่ำเสมอทำให้เหลือบมองไปที่อีกฝั่งของเตียง...ครั้นเห็นร่างตะคุ่มที่นอนตะแคงหันหน้ามา ดวงตาหญิงสาวก็ทอดแสงอ่อนโยนเขากลับมาเมื่อไรก็ไม่รู้ หล่อนคงหลับไปแล้วนั่นแหละ ที่จริงพนิตนันท์ไม่คิดว่าเขาจะมาค้างที่นี่ด้วยซ้ำ ปกติเขาจะบอกล่วงหน้าทุกครั้งว่าจะมาหรือไม่มาแต่การได้ตื่นมาแล้วเจอเขานอนอยู่บนเตียงด้วยกลับเป็นความสุขอย่างหนึ่งในช่วงเดือนเศษมานี้...ความสุข...ที่เจือปนรสชาติขมเมื่อต้องกำชับตนเองไว้เสมอว่า มันจะจบลงในสักวัน!พนิตนันท์ลุกขึ้นยืนแต่พอจะก้าวขาเท่านั้น โลกตรงหน้าเหมือนจะพลิกคว่ำ หล่อนทรุดฮวบลงนั่งบนเตียงจนยวบแรง และนั่นก็คงปลุกคนที่นอนหลับอีกฝั่งให้ตื่น เสียงถามอย่างห่วงใยดังขึ้น“นันท์...เป็นอะไรหรือเปล่า?”“ป เปล่าค่ะ” หล่อนตอบเสียงแหบโหย แล้วจู่ๆ ก็ผลุนผลันลุกถลาไปที่ห้องน้ำเมื่อรู้สึกถึงความผะอืดผะอมแล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆ จนจ่ออยู่ตรงคอหอยเสียงโอ๊กอ๊ากที่ดังมาจากห้องน้ำทำให้ฤทธิลุกตามไปโดยเร็
ในที่สุดก็ถึงวันเปิดภาคเรียนที่สอง...ทว่าคนที่ลาออกแล้วอย่างพนิตนันท์ก็ได้แต่นั่งมองปฏิทินด้วยแววตาโศกเศร้าหล่อนคิดถึงเพื่อน คิดถึงมหาวิทยาลัย และหลายครั้งก็เฝ้าตั้งคำถามว่าทำถูกหรือเปล่าที่ลาออก แทนที่จะพักการเรียนไว้หนึ่งหรือสองภาคการศึกษาอย่างที่ตั้งใจตอนแรกแต่พอคิดอย่างถ้วนถี่หล่อนก็คิดว่าตนตัดสินใจถูกต้องแล้วล่ะ เพราะถ้าดร็อป...พอกลับไปเรียน ก็ต้องเรียนกับรุ่นน้องอยู่ดี ไม่ได้เรียนกับพวกเพื่อนๆ รุ่นเดียวกัน ฉะนั้นสู้ลาออกแล้วไปเริ่มใหม่ที่อื่นเลยดีกว่าไม่ต้องตอบคำถามใครด้วยว่าไปทำอะไรมาตั้งเทอม...หรืออาจจะเป็นปีระยะเวลาเกือบเดือนที่ปิดภาคการศึกษา พนิตนันท์ไม่ได้อยู่เฉยๆ แม้ว่าจะได้รับเงินเดือนจากฤทธิหนึ่งแสนบาทก็ตาม หล่อนหาคอร์สเรียนสั้นๆ ลงเรียนแก้เบื่อ แล้วก็มองหางานพิเศษที่สามารถทำอยู่ที่บ้านได้ ขืนไม่หาอะไรทำละก็ มีหวังคงเบื่อจนอยู่ไม่ติดแน่ๆทว่าวันนี้แม้จะมีงานที่รับมาทำและต้องเสร็จส่งลูกค้าภายในวันมะรืนนี้ พนิตนันท์กลับไม่มีอารมณ์ทำงานเอาเสียเลย ในหัวเฝ้าคิดถึงแต่ว่า... เปิดภาคการศึกษาใหม่แล้วเพื่อนๆ แต่ละคนจะเป็นอย่างไรบ้าง หล่อนคิ
บทรักร้อนแรงและรวดเร็วผ่านพ้นไปแล้วรอบหนึ่งพร้อมเสียงหอบหายใจกระเส่าของคนทั้งคู่ กระนั้นกระแสรัญจวนที่ยังห่มล้อมรอบกายทำให้ฤทธิเอ่ยปากชวนหญิงสาวบนกายของเขา“เล่นน้ำไหม?”“ตอนนี้เหรอคะ?” คนถามตาโต...เพราะเกือบเที่ยงคืนแล้ว...เล่นน้ำตอนนี้คงจะเย็นเยือกแน่ๆ“ตอนนี้สิ...” เขาพยักหน้า...ย้ำชัดๆ ว่าตอนนี้“หนาวแย่เลยค่ะ”“กลัวทำไม หนาวก็กอดฉันไว้ แต่ฉันรับรองว่าไม่หนาวหรอก ถ้าเราออกกำลังกายไปด้วย” เขาพูดพลางขยับสะโพกบดเบียดเข้าหาอีกฝ่าย“คุณฤทธิ!” หล่อนทุบอกเขาเบาๆ หน้าแดงก่ำถึงใบหูด้วยความขัดเขิน หล่อนอยู่บนตัวเขาสองขาคร่อมเรือนกายแข็งแกร่ง แม้ส่วนนั้นของเขาจะไม่ได้แทรกอยู่ในเรือนกายหล่อนแล้ว ทว่าเมื่อเขาขยับสะโพกเข้าหา มันก็ก่อให้เกิดความรู้สึกวาบหวามซาบซ่านและพนิตนันท์ก็สัมผัสถึงบางสิ่งที่กำลังขยายตัวทีละนิดบดเบียดส่วนอ่อนไหวของหล่อนจนรู้สึกได้“หนูไปเปลี่ยนชุดว่ายน้ำก่อน” หล่อนทำท่าจะลุก ทว่าเขากลับกดสะโพกไว้“ไม่ต้อง ยังไงก็ต้องถอด จะใส่ทำไม มา...เกาะเอวไว้แน่นๆ นะ” เขาลุกขึ้นนั่ง แล้วจับสองขาของหล่อนให้เกาะเอวเขาไว้ดีๆ ก่อนจะลุกขึ้นยืนโดยมีหล่อนเกาะกอดเขาไว้ราวกับลูกลิงฤทธิพาหญิงสาว