อุ้มรักเจ้าหนี้หัวใจ

อุ้มรักเจ้าหนี้หัวใจ

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-18
Oleh:  Sweet Story BookOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
56Bab
696Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

พนิตนันท์ นักศึกษาสาวน้อย 19 ปี หางานพิเศษทำเพื่อนำเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว จะได้ไม่ต้องรบกวนทางบ้านที่กำลังประสบปัญหาทางการเงินมีหนี้ท่วมหัว สาวน้อยบังเอิญเจอ "ฤทธิ ฤทธิไกรรังสรรค์" หนุ่มวัยสามสิบห้าเจ้าของคฤหาสน์หลังงามท้ายซอยเดียวกันกับชุมชนที่หล่อนอาศัยอยู่ ฤทธิเคยช่วยเหลือหล่อนมาหลายครั้งนับแต่วัยเด็ก มาครั้งนี้เขาก็ยื่นมือเข้ามาช่วยอีกครั้งด้วยการรับปากจะหางานให้เพราะจำได้ว่าภรรยากำลังมองหาผู้ช่วยส่วนตัวอยู่นั่นเอง เขานำเรื่องนี้ไปบอกภรรยา และลินินก็ยินดีรับสาวน้อยมาเป็นผู้ช่วยของตนทันที แต่ทุกอย่างกลับตาลปัตรเมื่อฤทธิตื่นขึ้นมาในเช้าวันหนึ่งแล้วพบว่า ตนอยู่บนเตียงกับสาวน้อยที่ให้ความช่วยเหลือในสภาพที่เปลือยกายกันทั้งคู่ ฤทธิโกรธเป็นฟืนเป็นไฟเพราะเข้าใจว่าสาวน้อยรับเงินจากภรรยาของเขาเพื่อมารับหน้าที่อุ้มบุญให้ตามที่ภรรยาเคยมาเกริ่นไว้ว่าก่อนหน้า เนื่องจากเจ้าตัวไม่สามารถมีลูกได้ พนิตนันท์ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่น้อย หล่อนจะขอลาออก แต่แล้วก็ได้รู้ความจริงว่า...แม่รับเงินก้อนโตมาโดยมีข้อแลกเปลี่ยนนั่นก็คือ...หล่อนต้องอุ้มบุญให้เขาและภรรยา

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทนำ และ ตอนที่ 1

Sarah stepped out of the hospital, her small bag hanging from her shoulder, her hands trembling as if they were too weak to hold anything. The evening air pressed hot and heavy against her skin.

She paused by the gate, her eyes sweeping through the crowd as she searched for a familiar face.

But she couldn’t find any. Not James, not even her son – Daniel.

Not a single call buzzed her phone, not even a short text message: “Mummy, are you okay?” from Daniel. Her thumb hovered over James’s name in her contacts, but the courage to press dial deserted her.

She stopped a cab as it pulled up. She forced herself inside, sinking into the back seat.

“Madam, you alright?” the driver asked in polite curiosity, watching her pale reflection in the rearview mirror.

Sarah nodded quickly, pressing her gaze to the window. She let the noise of vendors and honking cars blur past.

But inside the car, silence pressed harder, reminding her how alone she was. She quietly gave the driver her address and drove off.

Tears filled her eyes, dropping on her phone screen till it blurred. She wiped it quickly with the back of her hand. Above her, the clouds gathered fast, the sky turning dark as if heaven itself had bent low to watch her.

A cool breeze swept past, carrying the smell of rain. Then the drops started, gentle at first, before beating down harder, drenching the wheel screen of the cab. The rain kept dropping, coinciding with her tears, as though the heavens had joined in her pain.

By the time the cab stopped at her house, the rain had calmed, her chest throbbed with dread. The house that once promised her joy now looked like a stranger’s.

She climbed out slowly, her legs weak from sickness and fear.

The front door gave way to silence in that told nothing of peace, but absence. Then her eyes fell on the dining table.

Plates set. Glasses filled. Three chairs pulled close as though waiting for a family meal.

For a fleeting second, hope flickered. Maybe James and Daniel had planned something for her homecoming. Maybe, just maybe, she had been wrong.

But then Clara, the maid, stepped out from the kitchen, her smile thin and nervous. She fiddled with her apron, avoiding Sarah’s eyes.

That silence said everything.

Sarah’s chest sank.

Footsteps thundered on the stairs. A small voice cut through the air.

“Daddy!”

Sarah’s face softened. Her arms opened wide, tears gathering in her eyes again. She had missed that voice more than anything. She braced herself for her son’s embrace.

But Daniel stopped halfway. His smile collapsed when his eyes met hers. His small face hardened, cold in a way no child’s should.

“Danny boy,” she whispered, forcing a smile. “Come to mummy. I missed you so much.”

But he ignored her as he turned sharply to Clara. “When is Auntie Tiana coming back?”

The name struck her chest like a blade. Clara’s face turned pale. She glanced at Sarah, then back at the boy. “Soon, Daniel. Very soon.”

Sarah’s legs wobbled as she moved towards the table, needing to sit. But Daniel’s voice cut across, sharp with resentment.

“That’s Auntie Tiana’s chair. She sits there every day.”

Sarah steadied her voice, soft and pleading. “Danny, mummy just came back from the hospital. Let me sit here. I’m still weak.”

Daniel’s face tightened further. “You are better already. You don’t belong here. That chair is hers, not yours.”

The words stabbed her deeper than knives. She stretched out her hand, desperate to hold him, to remind him who she was.

But Daniel shoved her chest with both palms.

The impact threw her backward. Her shoulder slammed into the floor, her wrist twisting as pain shot through her arm.

Tears spilled freely, but the sound of the front door opening forced her to lift her head.

Daniel’s anger dissolved in an instant. His face lit up, and he ran forward, his joy bubbling. “Auntie Tiana!”

Sarah’s breath caught as the door swung wide.

Tiana Cadwell stepped in, polished and graceful, her smile bright as though the house was hers. Arm in arm with her, guiding her like a queen, was James Striker — Sarah’s husband.

Daniel threw himself into Tiana’s arms, his laughter loud and sweet, the kind of laughter Sarah had longed to hear directed at her.

James’s hand rested warmly on Tiana’s back, his eyes softened in a way Sarah had not seen in years.

From the floor, Sarah’s chest rose and fell in sharp pain.

She stared at the scene before her: her son in another woman’s arms, her husband looking at that woman with tenderness, their bodies fitting together like pieces of a puzzle where she had no space.

The dining table gleamed, set for three, but not for her.

Her vision blurred. Her throat ached as though stones had lodged inside.

For the first time, the question she had buried deep forced its way out, cutting her apart from within.

Had she been wrong to come back to this house at all?

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
56 Bab
บทนำ และ ตอนที่ 1
บทนำความอบอุ่นที่อิงแอบแนบชิดทำให้ร่างสูงใหญ่เบียดกายเข้าหาโดยอัตโนมัติทั้งที่ยังไม่ได้สติ ทุกสิ่งเกิดขึ้นตามสัญชาตญาณ ความรุ่มร้อนในกายทำให้เขาไม่สบายตัวเอาเสียเลย ความเครียดเคร่งคล้ายจะรวมตัวตรงจุดกึ่งกลางกาย...จนปวดหนึบไปหมดยิ่งเมื่อลูบไล้ฝ่ามือไปบนผิวเรียบตึงทว่านุ่มเนียนจนอยากสำรวจให้ทั่ว มันก็ยิ่งทำให้เขาร้อนรุ่มจนแทบทนไม่ไหว มือใหญ่หยาบเริ่มต้นสำรวจ...ความอบอุ่น เต็มไม้เต็มมือ และเรียบลื่นทำให้เขามั่นใจว่าที่สัมผัสอยู่นั้น คือ เนื้อหนังมังสาของผู้หญิง“ลิ...นิน...ที่รัก” เขาพึมพำชื่อที่ติดตรึงในใจออกมาเสียงครางดังขึ้นเบาๆ ละม้ายขานรับเขาพยายามปรือตามองฝ่าความมืด ท่ามกลางความสลัวราง แสงจันทร์ที่ทอผ่านหน้าต่างสาดจับร่างขาวโพลนเห็นเส้นสายส่วนโค้งส่วนเว้าอันน่ามอง...ก่อนที่สายตาจะหยุดอยู่ที่ก้อนเนื้อกลมสองก้อนที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจอย่างสม่ำเสมอฝ่ามือใหญ่กอบกุมไว้ข้างหนึ่งฟอนเฟ้นความนุ่มหยุ่นเต็มมือก่อนสลับไปที่อีกข้างความง่วงงุนยังหลงเหลือ ทว่าร่างกายเขากลับตื่นเต็มที่ หัวใจเต้นโครมครามด้วยความตื่นเต้น ประหวัดถึงครั้งล่าสุดที่ได้เชยชมเรือนร่างนี้...นานเท่าไรแล้ว?“ลิ
Baca selengkapnya
ตอนที่ 2
ดวงตาคมกวาดมองชุดนักศึกษาที่เปียกปอนไปครึ่งตัวก่อนถามอีกรอบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูก็รู้ว่ากำลังสะกดอารมณ์เต็มที่ “ไปเรียนใช่ไหม...ที่ไหน?” พนิตนันท์เอ่ยชื่อมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบายิ่งกว่าเดิมเมื่อจับคลื่นบางอย่างได้จากคำถามเมื่อครู่ คนบนรถเอ่ยสวนทันควันโดยไม่ต้องคิดว่า “ขึ้นมา...เดี๋ยวไปส่ง” “เอ่อ...” “จะรอให้เปียกทั้งตัวหรือไง” เจอน้ำเสียงดุของอีกฝ่ายเข้า พนิตนันท์ก็ตาลีตาเหลือกเปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับแล้วขึ้นไปนั่ง แต่แล้วก็กังวลเมื่อตระหนักว่าเบาะรถนั้นเป็นเบาะหนังแท้สีครีมสะอาดสะอ้าน “เอ่อ...ตัวหนูเปียก กลัวเบาะจะ...เปียก...” “เปียกก็เปียก เดี๋ยวก็แห้ง แต่เราน่ะตัวเปียกขนาดนี้ จะไปเรียนยังไง ให้วกรถกลับไปไหม เปลี่ยนชุดใหม่แล้วเดี๋ยวฉันไปส่ง” “ไม่ค่ะ!” น้ำเสียงที่ปฏิเสธนั้นแข็งจนคนฟังจับสังเกตได้ คิ้วเข้มหนาขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย กวาดตามองดวงหน้าของเด็กสาวเร็วๆ คราบน้ำตาที่ค้างอยู่บนดวงหน้าจึงมิได้รอดสาย
Baca selengkapnya
ตอนที่ 3
ฤทธิกดรหัสหกตัวตรงแป้นบริเวณลูกบิดก่อนจะเปิดประตูห้องเดินนำเข้าไป “ห้องน้ำอยู่ทางนั้น” เขาชี้ไปทางห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ “เข้าไปอาบน้ำสระผมก่อนเถอะ เดี๋ยวฉันจะไปหาชุดมาให้ ส่วนชุดที่เปียก...เดี๋ยวเอาเข้าเครื่องซักแล้วก็ปั่นแห้ง สักสองชั่วโมงก็น่าจะเสร็จ” ฤทธิพาเดินไปที่ห้องนอนแล้วเปิดประตูห้องน้ำให้เด็กสาว ก่อนที่ตัวเขาจะเดินกลับไปที่ตู้เสื้อผ้า เปิดลิ้นชักหาเสื้อผ้าที่จะให้เด็กสาวใส่ชั่วคราว ได้ชุดนอนผ้าฝ้ายสีขาวลายทางฟ้ามาหนึ่งชุด เป็นเสื้อแขนยาวกับกางเกงขายาว ชายหนุ่มเดินไปที่ห้องน้ำ เคาะประตูบอกคนข้างใน แล้วยืนรอครู่หนึ่งทว่าข้างในกลับเงียบ...ไม่ขานและไม่มาเปิดประตู อารามเป็นห่วงฤทธิจึงบิดลูกบิด พบว่าไม่ได้ล็อก เขาจึงเปิดเข้าไป แต่แล้วก็ต้องชะงักยืนตัวแข็งอยู่กับที่เมื่อมองเข้าไปเห็นร่างที่ยืนอยู่หน้าอ่างล้างหน้า ทว่าหันหลังให้กับประตูห้องน้ำ ร่างอ้อนแอ้นนั้นกำลังเปลื้องเสื้อผ้าเปียกโชกออกจากตัว เสื้อนักศึกษาถอดวางข้างอ่างล้างหน้าแล้ว เจ้าตัวกำลังรูดซิปกระโปรงแล้วปล่อยให้เลื่อนหลุดจากร่างลงไปกองอยู่บนพื
Baca selengkapnya
ตอนที่ 4
พนิตนันท์วางถ้วยโกโก้แล้วหันหลังเดินกลับเข้าห้องนอน ท่าทางตื่นๆ ของหญิงสาวทำให้อีกฝ่ายรู้ว่าเจ้าหล่อนเองก็ประหม่าไม่น้อยกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเจ้าหล่อนเดินกลับมาพร้อมเสื้อผ้าที่จะซัก ฤทธิเดินนำไปที่ห้องซักรีดซึ่งเป็นห้องเล็กๆ ด้านหลังครัว ในห้องมีเครื่องซักผ้าแบบฝาหน้าและเครื่องอบผ้าอยู่พร้อมสรรพ ทั้งยังมีระเบียงขนาดไม่ใหญ่มากไว้สำหรับตากผ้าเขาหยุดหน้าเครื่องซักผ้า รอจนหญิงสาวเดินมายืนใกล้ๆ จึงสอนวิธีใช้งานทั้งเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้า“จำได้ไหม?” เขาถามหลังจากสอนเสร็จ“ค่ะ คิดว่า...จำได้ค่ะ” น้ำเสียงคนตอบมีแววลังเล“แสดงว่าจำไม่ได้” เขาแปลความหมายคำพูดอีกฝ่าย ตามความเข้าใจของตนเอง สาวน้อยยิ้มแหยพลางพยักหน้าน้อยๆ“ก็...งงนิดหน่อยค่ะ”“ไม่เป็นไร ไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามแล้วกัน”ตอนแรกฤทธิคิดว่าจะทิ้งสาวน้อยไว้ที่นี่เพียงลำพัง ส่วนเขาก็จะขอตัวไปทำงาน เพราะประตูระบบอัตโนมัตินั้นจะล็อกทันทีที่ประตูปิด เขาจึงไม่ต้องกังวลเรื่องกุญแจ ทั้งคอนโดมิเนียมก็อยู่ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยของเจ้าหล่อนแต่เห็นทีเขาคงต้องอยู่ต่ออีกหน่อย อย่างน้อยก็รอจนซักผ้าเสร็จและเอาเข้าเครื่องอบนั่นแหละฤทธิยื่นมือไป
Baca selengkapnya
ตอนที่ 5
“เห็นคุณบอกว่าอยากได้ผู้ช่วยใช่ไหม?” ฤทธิเอ่ยถามผู้เป็นภรรยาระหว่างรับประทานอาหารเย็นกันเพียงลำพัง แม่ของเขาไปปฏิบัติธรรมกับเพื่อนที่วัดแห่งหนึ่งแถวนครราชสีมา จึงไม่ได้อยู่ร่วมโต๊ะรับประทานอาหารเย็นเช่นเคยนับแต่พ่อไม่อยู่ แม่ก็เข้าวัดปฏิบัติธรรมมากขึ้น“ค่ะ” ฝ่ายนั้นตอบก่อนเงยหน้าจากจานข้าวที่เจ้าตัวทำท่าเขี่ยข้าวในจานเล่นมากกว่าจะกิน“คุณจำเด็กคนนั้นได้ไหม? ที่แม่เขาเคยมาทำงานที่นี่อยู่พักหนึ่ง แล้วก็ลาออกไป บ้านอยู่ในชุมชนซอยเดียวกับเรานี่แหละ” ผู้เป็นภรรยาทำท่านึกอยู่ครู่ก่อนจะร้องออกมาเมื่อระลึกได้ว่าเขากำลังพูดถึงใคร“อ๋อ...คุณหมายถึงพรรณีใช่ไหม ลูกสาวเขาชื่อ...” เจ้าตัวเอานิ้วเคาะข้างปากอย่างใช้ความคิด “นันท์ ชื่อจริงชื่ออะไรไม่รู้ ลินินจำได้แต่ชื่อเล่น ทำไมเหรอคะ? คุณเจอแกเหรอคะ?”“ใช่ เมื่อเช้าตอนฝนตก ก็เลยรับขึ้นรถไปส่ง” ฤทธิตอบเพียงนั้น มิได้เอื้อนเอ่ยว่าไปส่งที่ใดหรืออย่างไร “มีโอกาสได้คุย เห็นว่ากำลังหางานพิเศษทำ ผมเลยนึกถึงคุณขึ้นมา ถ้าคุณสนใจผมจะได้ให้มาลองคุยกับคุณดู ท่าทางแกเป็นเด็กใช้ได้ คุณน่าจะชอบ”“ถ้าคุณชอบ ลินินก็ชอบค่ะ” เจ้าตัวพูดพร้อมยิ้มกว้าง
Baca selengkapnya
ตอนที่ 6
นัดกันไว้ว่าเย็นนี้ฝ่ายนั้นจะเข้ามาพบและให้คำตอบ ทว่าคำถามของสามีเมื่อครู่...จุดประกายความคิดให้หล่อน“อุ้มบุญ?” ฤทธิทวนประโยคนั้นด้วยน้ำเสียงแปรกแปร่ง“ค่ะ มีวิธีนี้วิธีเดียว...เราถึงจะมีลูกได้ค่ะ ถ้าจะพูดให้ถูกละก็ ต้องใช้ไข่และมดลูกของผู้หญิงคนอื่นแทนค่ะ เราถึงจะมีลูกได้”“ใช้ไข่กับมดลูกคนอื่น? อย่างนั้นไม่เรียกว่าลูกของเรา ของคุณกับผมหรอกนะลินิน”“ค่ะ ใช่! ไม่ใช่ลูกของเรา แต่ยังไงก็เป็นลูกของคุณไงคะ ลูกคุณ...ก็เหมือนลูกลินินแหละ ลินินจะเป็นแม่ของแกเอง”“หมายความว่า...คุณจะให้ผมไปมีลูกกับคนอื่น แล้วคุณจะเป็นแม่ให้แก แล้วแม่แกจริงๆ ล่ะ?”“เราจ้างเขามาอุ้มบุญให้ เขาก็ได้เงินไปสิคะฤทธิ เงินไม่ใช่น้อยๆ นะคะ ใครมั่งไม่อยากได้”“แต่...คนเป็นแม่จะยอมทิ้งลูกเพื่อเงินเหรอคุณ”โถ...ฤทธิขา ขนาดยอมขายลูกเพื่อเงินยังมีเลย นับประสาอะไรกับทิ้งลูกละคะ...ลินินเก็บประโยคนั้นไว้ในใจ มิได้เอ่ยออกมา“ก็แม่ที่อายุน้อยๆ ยังไม่พร้อมมีลูก แต่มีเหตุต้องใช้เงินไงละคะ หาได้ไม่ยากหรอกค่ะ อย่าง...เด็กนักศึกษาที่ฐานะทางบ้านยากจน พ่อแม่เป็นหนี้ อะไร
Baca selengkapnya
ตอนที่ 7
เมื่อเสร็จธุระกับพรรณี ลินินแวะที่แพนทรีเพื่อเตรียมกาแฟร้อนหอมกรุ่นไปให้สามี เป็นสิ่งที่หล่อนปฏิบัติเป็นประจำจนกลายเป็นกิจวัตรประจำวัน  ลินินถือถ้วยกาแฟเดินไปหยุดหน้าประตูห้องทำงาน หล่อนเงื้อมือจะเคาะประตูห้องแต่กลับค้างไว้อย่างนั้นพลางครุ่นคิด...ป่านนี้แล้วคนในห้องจะยังขุ่นเคืองอยู่หรือเปล่าก็ไม่รู้                ...หายแล้วล่ะ...อีกเสียงดังขึ้นในใจ ฤทธิไม่เคยโกรธนาน ยิ่งกับหล่อน...แค่เข้าหาพูดคุยเอาอกเอาใจ เขาก็พร้อมจะลืมเรื่องที่ทะเลาะทุ่มเถียงกันแทบตายเมื่อครู่จนหมดสิ้น                ลินินรู้แหละ...ว่าเป็นเพราะหล่อนป่วย ความเจ็บป่วยเหมือนจะทำให้มีอภิสิทธิ์อยู่หน่อยๆ เพราะทุกคนก็พร้อมจะให้อภัย พร้อมจะยกโทษ พร้อมจะดีด้วยและเข้าใจอยู่เสมอ                หล่อนถึงกล้าพูดเรื่องนั้นกับฤทธิ เขาอาจจะโกรธ แต่หล่อนรู้...เม
Baca selengkapnya
ตอนที่ 8
พนิตนันท์เดินตามไปอย่างว่าง่าย สองตาแลไปรอบๆ ด้วยความตื่นตาตื่นใจ หล่อนเคยมาที่นี่แล้วก็จริงแต่ก็นานมากแล้วตั้งแต่ยังเป็นเด็กตัวเล็กผอมบาง                สาวรุ่นวัยใกล้เคียงกันพาหล่อนมายังห้องๆ หนึ่งในตัวตึกหลังใหญ่โต พอเสียงเคาะประตูดังขึ้นคนในห้องก็เอ่ยอนุญาตให้เข้าไป                หญิงสาววัยต้นสามสิบที่นั่งอยู่ตรงโซฟาตัวยาวเงยหน้าขึ้นมองและส่งยิ้มกว้างมาให้ทันทีที่เห็นหน้าหล่อน                “มาแล้วเหรอจ๊ะ? ฤทธิบอกว่านันท์กำลังหางานพิเศษทำใช่ไหม? ฉันเองก็กำลังมองหาผู้ช่วยอยู่พอดี นันท์มาทำงานกับฉันไหมล่ะ...”                เจ้าของบ้านฝ่ายหญิงเอ่ยอย่างไม่อ้อมค้อมพลางชี้ชวนให้พนิตนันท์มาใกล้ๆ พนิตนันท์เดินไปหยุดยืนใกล้โซฟาที่อีกฝ่ายนั่งอยู่แล้วก็ทรุดลงนั
Baca selengkapnya
ตอนที่ 9
ผ่านไปเกือบสองอาทิตย์แล้วที่พนิตนันท์เข้ามาอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ตรงท้ายซอยในฐานะผู้ช่วยของลินินทุกอย่างเป็นไปด้วยดีนับตั้งแต่หล่อนบอกกล่าวให้ผู้เป็นแม่รับรู้ว่าจะมาทำงานที่นี่ และต้องมานอนค้างกลับบ้านได้เฉพาะวันเสาร์อาทิตย์                แรกนั้นพนิตนันท์คิดว่าแม่คงคัดค้าน เพราะวันที่ทะเลาะกันนั้นทีท่าของแม่คือยืนกรานให้หล่อนลาออกจากมหาวิทยาลัยแล้วหางานทำเต็มตัว แต่กลับผิดคาดนอกจากไม่คัดค้านแล้ว แม่ยังเห็นดีเห็นงามเสียอีก                พนิตนันท์จึงค่อยโล่งใจไปเปลาะ เพราะหล่อนทำงานแถมยังได้เรียนหนังสือเหมือนเดิม ซึ่งนับเป็นสิ่งที่น่าพึงพอใจที่สุด                งานและหน้าที่ของหล่อนในฐานะผู้ช่วยนั้นก็มิได้มีอะไรหนักหนา นอกเหนือจากจัดการเรื่องธุรกรรมต่างๆ หล่อนยังได้รับมอบหมายให้ทำบัญชีค่าใช้จ่ายประจำบ้านเพิ่มอีกอย่าง และก็คอยอยู่เป็
Baca selengkapnya
ตอนที่ 10
“เมื่อเช้าเธอบอกจะไปกับเพื่อน เพื่อนอยู่แถวนี้เหรอ” จู่ๆ คนตรงหัวโต๊ะก็ถามขึ้นมา น้ำเสียงเหมือนผู้ใหญ่ที่กำลังซักไซ้ไล่ความเด็กในปกครอง “ค่ะ นันท์เพิ่งทราบว่าเขาอยู่ซอยถัดไปนี่เอง” คนฟังพยักหน้ารับรู้ “ผู้หญิงหรือผู้ชาย?” “ผู้ชายค่ะ” หญิงสาวตอบเสียงเบาหวิวทีเดียวเมื่อจับกระแสเสียงเข้มในคำถามนั้นได้ “ทำอะไรก็ระวังเนื้อระวังตัวไว้ เธอน่ะเป็นผู้หญิง ไปไหนกับผู้ชายสองต่อสองมันไม่ดี” วูบหนึ่ง...พนิตนันท์นึกถึงวันก่อนนั้นที่เขารับหล่อนขึ้นรถไปส่งที่มหาวิทยาลัยแต่กลับแวะที่คอนโดมิเนียมให้หล่อนซักชุดนักศึกษาและรอจนแห้ง ถึงแม้ว่าเขาจะออกไปก่อนทิ้งให้หล่อนรอเพียงลำพังก็ตาม แต่มันก็เข้าค่ายเดียวกันไม่ใช่เหรอ? หากหล่อนเลือกที่จะนั่งนิ่งๆ ก้มหน้าก้มตากินข้าวในจานไปเงียบๆ “วันก่อนนั้นเป็นข้อยกเว้น ฉันโตแล้ว และเธอก็เหมือนเด็กในปกครอง แม่ก็เคยมาทำงานที่นี่ ตอนนี้ตัวเธอเองก็มาทำงานที่นี่เหมือนกัน” น้ำเสียงเรียบเรื่อยนั้นจี้ใจอย่างจัง “ค่ะ” พนิต
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status