Share

บทที่ 10

last update Last Updated: 2026-01-14 06:46:06

นางว่าศิษย์ของนางเสียสติแล้วนะ เจ้าคนที่เขาเก็บกลับมาให้นางเสียสติยิ่งกว่าอีก!!!

“เอาเถิด จะอย่างไรก็คงไม่เกินสิบปี หากแลกกับการต้องหนีเทพมังกรอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ข้าเลือกแต่งให้ท่านก็แล้วกัน เรียกข้าว่าอู๋ซิน ไม่มีแซ่ แค่อู๋ซิน”

ใช่แล้ว...ในบรรดาคนทั้งหมด มีนางนี่ละที่เสียสติยิ่งกว่าใคร!!!

“ข้าแซ่ฉู่ นามสั้นๆ ว่าหมิงที่มาจากแสงสว่าง”

ว่าที่สองสามีภรรยาที่เพิ่งตกลงแต่งงานกัน มาบัดนี้กลับนึกขึ้นได้ว่าต้องแนะนำตัว ทั้งสองต่างบอกชื่อแซ่กันและกันด้วยท่าทางจนใจ

หลี่เฉิงถอนหายใจออกมาเสียงเบา

“ข้าทำถูกใช่หรือไม่ที่ให้อาจารย์แต่งงานกับเขา เฮ้อ... แลกกับชะตาของแคว้นอีกสิบปี ราชสำนักจะวุ่นวายขึ้นมาอีกหน่อยก็คงนับว่าไม่เลวกระมัง”

หลังผ่านเรื่องวุ่นวายในราชสำนัก ใต้เท้าฉู่ เสนาบดีผู้ไม่เคยขาดการประชุมเช้ากลับหายตัวไปถึงสามวัน ฮ่องเต้ไม่ได้ให้ความกระจ่างใดแก่ขุนนาง ตรัสเพียงเสนาบดีหนุ่มมีเรื่องสำคัญให้ต้องไปจัดการ เรื่องภายในวังหลวงและราชสำนักล้วนแบ่งหน้าที่ให้ขุนนางส่วนต่างๆ รับผิดชอบเรียบร้อยแล้ว

ยิ่งปิดบังก็ยิ่งเกิดข่าวลือเสียหายขึ้น บางคนกล่าวว่าท่านเสนาบดีคนดีของแคว้นเทียนเฉา หายตัวไปหลังเกิดการก่อกบฏ

บางคนกล่าวว่าเขาถูกลอบสังหารอาการเป็นตายเท่ากัน

บางคนถึงกับกล่าวว่าเขาร่วมมือกับอดีตรัชทายาทและองค์ชายห้าก่อกบฏ

จริงเท็จไม่มีผู้ใดรู้ แต่หากมีข้อใดที่เป็นไปได้ตามสถานการณ์แล้ว ข้อที่สองกำลังถูกซุบซิบมากที่สุดในบรรดาข้อสงสัยทั้งหมด เนื่องจากฮ่องเต้ทรงเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด

ราชสำนักเกิดข่าวลือแปลกๆ ขึ้น จวนเสนาบดีเงียบงันไร้เงาของผู้เป็นนาย หลายคนเวียนมาเฝ้าจับตาดูที่หน้าจวน บางครั้งถึงกับมานั่งชะเง้อมอง กระทั่งในที่สุดรถม้าคันหนึ่งก็วิ่งมาจอดยังหน้าจวนเสนาบดี

ฉู่หมิงก้าวลงจากรถม้าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ท่วงท่าการเดินเหินหรือขยับตัวยังคงสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลายังคงสุขุมเยือกเย็น หลังจากร่างสูงเดินกลับเข้าจวนไปอย่างเอิกเกริก ข่าวลือก็แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง

ใต้เท้าฉู่ เสนาบดีคนดีกลับมาแล้ว!!!

ฉู่หมิงปรากฏตัวท่ามกลางข่าวลือ นั่นย่อมสร้างความประหลาดใจให้ขุนนางทั้งหลาย ฝ่ายที่กังวลถึงความปลอดภัยของเขาล้วนโล่งใจ ส่วนฝ่ายที่หวังให้เขาจบชีวิตล้วนเสียดายยิ่ง

ว่ากันว่ามีคนชอบย่อมมีคนชัง ขุนนางที่แบ่งฝักฝ่ายขั้วอำนาจ ให้อย่างไรก็ต้องเห็นพวกพ้องของตนมาก่อน ต่อให้ฉู่หมิงมีความดีความชอบล้นฟ้าล้นแผ่นดิน แต่หากตนไม่ได้ผลประโยชน์ในเรื่องนั้น ย่อมไม่ใช่เรื่องที่พวกเขาจะเก็บมาใส่ใจ

เรื่องที่ฉู่หมิงกลับมาแล้วทั้งยังปลอดภัยดียังไม่สร่างซา เรื่องใหม่กลับสั่นคลอนราชสำนักจนหลายฝ่ายนั่งไม่ติด สองวันหลังจากฉู่หมิงกลับมา จวนแม่ทัพว่านกลับต้อนรับการมาถึงของบุตรสาวบุญธรรมซึ่งเดินทางมาจากสุ่ยโจว

แต่ไหนแต่ไรจวนแม่ทัพและจวนเสนาบดีก็ไม่ใคร่จะไปมาหาสู่ แม้ในราชสำนักต่างคนต่างอยู่เพราะหนึ่งสายบุ๋น ส่วนอีกหนึ่งคือสายบู๊ หากแต่ทันทีที่บุตรสาวบุญธรรมของแม่ทัพว่านมาถึง ท่านเสนาบดีถึงกับไปมอบของขวัญต้อนรับด้วยตัวเอง

นี่ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกหรือไร!!!

อู๋ซินนั่งฟังหานเจียบอกกล่าวเรื่องราวด้านนอกด้วยใบหน้าเรียบเฉย นางยกชาขึ้นจิบด้วยท่าทีสงบ จากนั้นเหลือบสายตามองออกไปยังนอกสวน

จวนแม่ทัพเงียบสงบกว่าที่คาด แม้รับรู้ว่าด้านนอกมีงิ้วโรงหนึ่งกำลังโหมโรงอยู่ แต่นางล้วนไม่ใส่ใจ เพียงเอาแต่เก็บตัวเงียบ แม้แต่สาวใช้ก็ถูกไล่ออกไปจนสิ้น

ในเรือนซึ่งแม่ทัพว่านจัดเตรียมไว้ให้ กว้างขวางหรูหราและสะดวกสบาย แต่ด้านในกลับมีเพียงหานเจียและหญิงสาวเพียงสองคน นอกนั้นล้วนถูกกันออกมา

“อาจารย์ ยาเคี่ยวได้ที่แล้วเจ้าค่ะ” หานเจียใบหน้าบูดบึ้งขณะยกยาเข้ามาวาง

มองดูผู้เป็นอาจารย์เปิดหีบเหล็กซึ่งมีกุญแจคล้องเอาไว้อีกชั้น นางได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความไม่สบายใจ “คุ้มจริงๆ หรือเจ้าคะ เลือดของท่านมีค่ายิ่งกว่ายาอายุวัฒนะ เสนาบดีผู้นี้จะอย่างไรก็อยู่ได้อีกไม่นาน”

“หรือเจ้าคิดว่าจะรับมือเทพมังกรได้เล่า” อู๋ซินเลิกคิ้วมองศิษย์ของตนก่อนส่ายหน้า “ไม่รู้จักประมาณตน”

หานเจียได้แต่ไร้คำพูด ขนาดอาจารย์ของนางยังต้องหนี เช่นนี้ตัวนางที่เป็นศิษย์จะรับมือเทพมังกรได้อย่างไรเล่า

อู๋ซินถอนหายใจออกมา “หนีได้วันหนึ่งก็วันหนึ่ง เจ้ากับศิษย์พี่สองคนอยู่กับข้ามานาน ข้ามิใช่พูดชัดเจนแล้วหรอกหรือ”

นางเตรียมใจเอาไว้แล้ว สามพันห้าร้อยปีมานี้นางใช้ชีวิตมาจนเบื่อหน่าย สมควรจบสิ้นทุกอย่างที่ดำเนินมายาวนานลงเสียที

เพียงแต่เหตุผลที่นางยังหวังว่าจะรอดไปได้อีกสักวัน นั่นก็เพราะศิษย์ทั้งสามคนนี้ อีกสิบปี ยี่สิบปี สามสิบปี ไม่นานทั้งสามก็คงล้มหายตายจาก...

ฉู่หมิงเดินเข้ามายังเรือนรับรองตระกูลว่าน ข้างกายเขาคือว่านฮูหยินผู้ซึ่งปกครองเรือนหลังของจวนแม่ทัพ อีกฝ่ายต้อนรับขับสู้เขาเป็นอย่างดี

“เชิญท่านเสนาบดี บุตรสาวของข้าผู้นี้ค่อนข้างรักสันโดษ ท่านดูเอาเถิดแม้แต่สาวใช้ก็ถูกไล่ออกมาอยู่รอบนอกจนสิ้น”

ฉู่หมิงค้อมกายด้วยรอยยิ้ม “ซินซินคงยังไม่คุ้นชินกับธรรมเนียมของเมืองหลวง ยังดีที่ฮูหยินเอ็นดูและตามใจนางเช่นนี้”

ว่านฮูหยินปิดปากหัวเราะ ก่อนแยกตัวไปยังกำชับให้สาวใช้ดูแลเสนาบดีๆ อย่าให้ขาดตกบกพร่อง หรือนัยหนึ่งก็คืออย่าปล่อยให้เขาอยู่กับคนในเรือนตามลำพัง เพราะหากเรื่องลือออกไปคงไม่ส่งผลดี

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 11

    โถงเล็กของเรือนมีร่างของสตรีงดงามในชุดสีน้ำเงินสดใสนั่งรออยู่ก่อนแล้ว นางมองฉู่หมิงก้าวเข้าไปก่อนลุกขึ้นย่อกายให้เขา“คารวะท่านเสนาบดี”ฉู่หมิงยิ้มให้นางจางๆ “ซินซิน”อู๋ซินยิ้มค้างไปอย่างเห็นได้ชัด ‘เขาเรียกนางว่าอย่างไรนะ ...ซินซิน?!’แม้แต่หานเจียเองก็อ้าปากค้างมองดูสาวใช้สองคนของจวนแม่ทัพ หญิงสาวพลันบรรลุวาบ จะอย่างไรงิ้วเรื่องนี้ก็ต้องเล่นให้จบเห็นฉู่หมิงยังคงสวมชุดขุนนางสีดำแซมด้วยแถบสีแดงปักดิ้นด้วยด้ายสีทองหรูหรา ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันยิ่งทำให้เขาดูสง่าน่าเกรงขาม“ท่านเพิ่งกลับมาจากวังหลวงหรือเจ้าคะ” นางถามด้วยท่าทีนอบน้อม แต่หางตามองเห็นหานเจียพาสาวใช้สองคนเดินออกไป ข้ออ้างง่ายๆ ที่พอจะหาได้คือต้องไปหาน้ำชามารับแขกเห็นคนออกไปหมดแล้วอู๋ซินหมุนตัวกลับไปนั่งลงที่เดิม ปลายนิ้วของนางชี้ไปยังถ้วยชาบนโต๊ะ ในนั้นคือยาที่นางเตรียมเอาไว้ให้เขาฉู่หมิงเป็นคนรอบคอบรัดกุม แม้แต่คนของจวนแม่ทัพก็ไม่รู้ว่าเขามาเพื่อดื่มยา ขนาดขอความช่วยเหลือผู้อื่น ยังกล้าปิดบังความจริงเอาไว้เกินกว่าครึ่งแม่ทัพว่านนี่ก็ดีแสนดีให้ความช่วยเหลือโดยไม่ถามไถ่ให้มากความ ดูแล้วคงไว้ใจฉู่หมิงเป็นอย่างมาก“อยู่ที่นี่

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 10

    นางว่าศิษย์ของนางเสียสติแล้วนะ เจ้าคนที่เขาเก็บกลับมาให้นางเสียสติยิ่งกว่าอีก!!!“เอาเถิด จะอย่างไรก็คงไม่เกินสิบปี หากแลกกับการต้องหนีเทพมังกรอย่างไม่มีจุดหมายปลายทาง ข้าเลือกแต่งให้ท่านก็แล้วกัน เรียกข้าว่าอู๋ซิน ไม่มีแซ่ แค่อู๋ซิน”ใช่แล้ว...ในบรรดาคนทั้งหมด มีนางนี่ละที่เสียสติยิ่งกว่าใคร!!!“ข้าแซ่ฉู่ นามสั้นๆ ว่าหมิงที่มาจากแสงสว่าง”ว่าที่สองสามีภรรยาที่เพิ่งตกลงแต่งงานกัน มาบัดนี้กลับนึกขึ้นได้ว่าต้องแนะนำตัว ทั้งสองต่างบอกชื่อแซ่กันและกันด้วยท่าทางจนใจหลี่เฉิงถอนหายใจออกมาเสียงเบา“ข้าทำถูกใช่หรือไม่ที่ให้อาจารย์แต่งงานกับเขา เฮ้อ... แลกกับชะตาของแคว้นอีกสิบปี ราชสำนักจะวุ่นวายขึ้นมาอีกหน่อยก็คงนับว่าไม่เลวกระมัง”หลังผ่านเรื่องวุ่นวายในราชสำนัก ใต้เท้าฉู่ เสนาบดีผู้ไม่เคยขาดการประชุมเช้ากลับหายตัวไปถึงสามวัน ฮ่องเต้ไม่ได้ให้ความกระจ่างใดแก่ขุนนาง ตรัสเพียงเสนาบดีหนุ่มมีเรื่องสำคัญให้ต้องไปจัดการ เรื่องภายในวังหลวงและราชสำนักล้วนแบ่งหน้าที่ให้ขุนนางส่วนต่างๆ รับผิดชอบเรียบร้อยแล้วยิ่งปิดบังก็ยิ่งเกิดข่าวลือเสียหายขึ้น บางคนกล่าวว่าท่านเสนาบดีคนดีของแคว้นเทียนเฉา หายตัวไปหลั

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 9

    “ข้าต้องการไปหลบซ่อนตัวในจวนของท่าน” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ“หลบซ่อนตัว?” คล้ายเขาได้ยินอะไรบางอย่างเกี่ยวกับเทพมังกร ดวงดาวทางเหนือ แต่กลับไม่เข้าใจสิ่งที่หลี่เฉิงพูด และเพราะแบบนี้นางจึงพูดถึงว่า...แม้จะมีนางอยู่ข้างกายคอยรักษา“ได้” แม้ไม่เข้าใจแต่ยังคงพยักหน้าเรื่องให้ที่หลบซ่อนคนผู้หนึ่ง เขาคิดว่าคงไม่เหลือบ่ากว่าแรงนัก แต่เขาคาดไม่ถึงว่ามันจะอยู่เหนือความคาดหมายไปมาก เพราะทันทีที่อาการของเขาดีขึ้น หลี่เฉิงกลับขึ้นเขามาพร้อมกับฉินเซิง กระทั่งเรียกร้องข้อแลกเปลี่ยนที่เขาเคยรับปากอีกฝ่ายเอาไว้“เชิญผู้อาวุโสกล่าว” ฉู่หมิงมีสีหน้าดีขึ้นมากจนสังเกตเห็นได้ชัดเจน เขายิ้มแย้มทั้งยังกล่าวกับหลี่เฉิงด้วยท่าทีนอบน้อม“ท่านต้องแต่งอาจารย์ของข้าเป็นฮูหยิน”เงียบกริบ...ทั้งฉู่หมิงและอู๋ซินตกตะลึงจนพูดไม่ออก ทั้งสองได้แต่จ้องหน้าหลี่เฉิงด้วยสายตาที่บอกชัดถึงสิ่งที่อยู่ในใจนี่คือประโยคของคนเสียสติผู้หนึ่งใช่หรือไม่!!!“ท่านเสียสติไปแล้วหรือ!” ฉินเซิงคำรามออกมาอย่างไม่พอใจ “นายท่านเป็นถึงเสนาบดีของแคว้นเทียนเฉา แต่งฮูหยินเข้าจวน? ท่านเอาเรื่องสำคัญเช่นนี้มาล้อเล่นได้อย่างไร”หลี่เฉิงหันไ

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 8

    วันเวลาผ่านไปสามพันห้าร้อยปี กับการตื่นขึ้นมายังดินแดนไม่คุ้นเคย ถึงวันนี้จูหลาน...ไม่สินางคืออู๋ซิน สตรีที่ไม่เจ็บป่วย ไม่แก่ และไม่ดับสูญและนาง...ได้แต่มองผู้คนรอบตัวล้มหายตายจากช่วงพันปีแรกยังพอทน เพราะตัวตนของจูหลานไม่มีใครรับรู้ กระทั่งผ่านไปหนึ่งพันห้าร้อยปีเริ่มมีเหล่าปิศาจ ทวยเทพ รวมไปถึงเหล่าอสูรรู้ว่าเลือดของนางมีคุณสมบัติในการเยียวยาสาเหตุน่ะหรือ...ตอนนั้นด้วยความบังเอิญนางเคยช่วยชีวิตเทพมังกรเอาไว้ และนี่คือเรื่องที่นางเสียใจที่สุดตัวตนของจูหลานทำให้โลกแห่งนี้สั่นคลอน การมีตัวตนของหญิงสาวแม้แต่ทวยเทพก็ให้คำตอบไม่ได้ กระทั่งเกิดเป็นความหวาดระแวงอันไม่มีที่สิ้นสุดเง็กเซียนสั่งให้เทพมังกรพาตัวหญิงสาวไปเข้าเฝ้า ต่อมานางถูกตัดสินประหาร ด้วยเพราะเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ผิดที่ผิดทาง เหล่าทวยเทพหวั่นว่าเรื่องนี้จะทำให้หกภพภูมิเกิดความวุ่นวายหญิงสาวเคยช่วยชีวิตเทพมังกร กระทั่งเปิดเผยตัวตนของตนเองนำมาสู่ภัยถึงชีวิต เรื่องนี้เทพมังกรตระหนักดีจึงให้เวลานางหนีหนึ่งพันปีเพียงแต่หลังจากนั้นเขาก็ออกตามล่านางอย่างจริงจัง จุดประสงค์ก็เพื่อทำสิ่งที่ได้รับมอบหมายมาให้ลุล่วงนั่นก็คือ..

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 7

    จบประโยคนั้นหญิงสาวก็มองเห็นคราบเลือดที่กำลังซึมออกมายังอกด้านซ้ายของชายหนุ่ม นางไม่รอช้ารีบยื่นมือไปปลดสายคาดเอวของเขาออกเสียงโวยวายพร้อมถ้อยคำปรามาสดังขึ้น อู๋ซินไม่ได้ใส่ใจแต่ปล่อยให้ตงเสวี่ยและหานเจียเป็นคนขวางชายชุดดำผู้นั้นเอาไว้“ผู้อาวุโสหลี่ ท่านบอกว่ามีเพียงอาจารย์ของท่านที่ช่วยนายท่านได้ เหตุใดท่านปล่อยให้เด็กสาวคนนี้ล่วงเกินนายท่านเล่า! นางเป็นสตรีที่ยังไม่ออกเรือนทำเช่นนี้...”“เจ้าหมายถึงผู้ใด!”“พวกเจ้าถอยไป!”“ที่นี่คือเป่ยซาน คิดว่าตัวเองเป็นใครกล้าออกคำสั่ง”มองเห็นคนป่วยลืมตาขึ้น ทั้งยังพยายามมองไปยังคนของตน “ฉินเซิง...”เขาเพิ่งส่งเสียงอู๋ซินก็กดหน้าอกของเขาเอาไว้ “หุบปาก”นางไม่พูดเปล่ากลับเปิดสาบเสื้อของเขาออก มองสำรวจแผลที่เริ่มดำคล้ำรอบด้าน แม้แต่เส้นเลือดที่นูนขึ้นก็เริ่มดำคล้ำ พิษทั้งหลายคงไหลเวียนไปทั่วร่างแล้วมองเห็นฉู่หมิงพยายามฝืนลืมตา อู๋ซินใคร่ครวญครู่หนึ่งยื่นข้อเสนอที่ทุกครั้งนางมักจะทำ ก่อนจะตัดสินใจลงมือรักษาคน คำถามเดิมๆ ไม่มีอะไรใหม่ แต่คำตอบของเขากลับทำให้นางประหลาดใจ“ขอเพียงไม่ผิดต่อบ้านเมืองและคุณธรรมในใจ”ผู้คนส่วนใหญ่เพราะกลัวตายล้วนรับปาก

  • อู๋ซิน สตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน   บทที่ 6

    ดวงตาของหญิงสาวในชุดสีม่วงยังคงนิ่งเฉย นางช่วยประคองเขาขึ้น ถึงตอนนี้ฉู่หมิงจึงรู้ตัวว่าเขากำลังนอนอยู่บนพื้นกลางเรือน“อาการนับว่าสาหัสอยู่มาก ข้าจะช่วยรักษาเขาก็ได้ ให้เวลาข้าสักสามวันเถิด พวกเจ้าลงเขาไปให้หมด”“อาจารย์!!”นั่นคือประโยคสุดท้ายที่ฉู่หมิงได้ยิน ก่อนจะหมดสติเขามองใบหน้านิ่งเฉยดวงตาส่องประกายเยือกเย็นของสตรีตรงหน้า ความสงสัยวิ่งวนในความคิดสตรีวิปลาสแห่งเป่ยซาน? เป็นนางหรือ?เหตุใดนางจึงเป็นแค่แม่นางน้อยผู้หนึ่งเล่า นับจากเขาจำความได้เรื่องราวของนางก็ร่ำลือกันในแคว้นเทียนเฉาหลี่เฉิงอายุไม่น้อยแล้ว แต่กลับเรียกนางว่า ‘อาจารย์’แท้จริงแล้วเรื่องนี้คืออะไรกันแน่!!!อู๋ซินมองดูชายหนุ่มในชุดสีขาวทั้งตัวถูกพยุงลงมาจากรถม้า ใบหน้าขาวซีดและร่างกายอันไร้เรี่ยวแรง บ่งบอกว่าอาการไม่ใคร่จะดีนักสายตาของหญิงสาวมองไปยังศิษย์คนแรกที่นางภาคภูมิใจ ในดวงตามีคำถามและถ้อยคำตำหนิปะปนกันอยู่ในที“ศิษย์คารวะอาจารย์”หลี่เฉิงคุกเข่าคำนับนางด้วยความนอบน้อม นางไม่ได้สนใจสายตาตกตะลึงของบุรุษชุดดำที่ทำหน้าที่พยุงคนป่วย“ลงเขาไปห้าปี กลับมาครั้งแรกเจ้าก็ทำผิดกฎร้ายแรงที่สุดของเป่ยซาน อาเฉิง ข้าหวั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status