Share

บทที่ 10

Author: มาแล้วก็อยู่ต่อเถอะ
หลังจากได้วัตถุดิบมาจากห้องเครื่องแล้ว เสี่ยวเจาก็ไม่กล้าโอ้เอ้อยู่ข้างนอกนาน

นางกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น แล้วจะเสียเสบียงอาหารเพียงหนึ่งเดียวนี้ไป

นางจะต้องชนะในสงครามปกป้องอาหารครั้งนี้ให้ได้!

อวี๋ผินพาชุ่ยอิงยืนอยู่หลังต้นไม้ต้นหนึ่ง เมื่อเห็นท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ เหมือนขโมยของเสี่ยวเจา ก็แค่นเสียงเย็น

นางแค่ไม่ได้จับตาดูเจียงหวนเพียงไม่กี่วัน คนของตำหนักรองฝั่งตะวันตกนี่ก่อเรื่องอะไรขึ้นอีกแล้ว!

“ชุ่ยอิง เจ้าไปดูสิว่า นางกำลังแอบทำอะไรอยู่?”

หลังจากชุ่ยอิงรับคำก็รีบตามไปทันที ไม่นานนัก ชุ่ยอิงก็กลับมา

“พระสนมเพคะ บ่าวเห็นนังเด็กเสี่ยวเจานั่น ไม่รู้ว่าไปเอาต้นหอมกับแป้งหมี่มาจากไหนเพคะ”

“อะไรนะ?”

อวี๋ผินอ้าปากค้างเล็กน้อย ไม่อาจปิดบังความประหลาดใจได้

“เจ้าดูชัดแล้วหรือ? นางระมัดระวังถึงเพียงนั้น ก็เพื่อของแค่นี้?”

ชุ่ยอิงพยักหน้า น้ำเสียงจริงจัง “บ่าวตามเสี่ยวเจาไปตลอดทาง เห็นกับตาว่านางนำวัตถุดิบไปซ่อน หลังจากนางไปแล้ว บ่าวยังเข้าไปดูอีกครั้ง ยืนยันว่าเป็นแค่ต้นหอมกับแป้งหมี่ธรรมดา ๆ ไม่มีแม้แต่เศษเนื้อเลยเพคะ”

ชุ่ยอิงเหลือบมองสีหน้าของอวี๋ผินอย่างประจบประแจง

“พระสนม จะให้บ่าวพาคนไปที่ตำหนักรองฝั่งตะวันตก สั่งสอนนางสักหน่อยหรือไม่เพคะ?”

ช่วงนี้พระสนมกำลังอารมณ์ไม่ดี ถือโอกาสนี้ระบายอารมณ์เสียเลย

อวี๋ผินหัวเราะเยาะ ในใจเต็มไปด้วยความดูถูก

ก่อนหน้านี้นางจงใจสั่งให้คนตัดส่วนแบ่งของเจียงหวน ตอนนี้ดูเหมือนจะได้ผลดีเยี่ยม

เมื่อนึกถึงภาพเจียงหวนหัวกระเซิงหน้าตามอมแมมแทะหมั่นโถวเย็นชืดแล้ว อวี๋ผินก็รู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก นาน ๆ ครั้งถึงจะ “ใจกว้าง” สักที

นางยกยิ้มมุมปากแล้วโบกมือ “ไม่ต้อง พวกนางอยากจะกินของที่พวกหมาแมวจรจัดกิน ก็ปล่อยให้พวกนางกินไป”

“พระสนมช่างมีจิตใจเมตตากรุณาเสียจริงเพคะ” ชุ่ยอิงยิ้มประจบ

อวี๋ผินแค่นเสียงหึหนึ่งครั้ง แล้วหันหลังเดินจากไป

เจียงหวนไม่รู้เรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย พอถึงเวลาอาหารเย็น ก็เริ่มเตรียมอาหารเย็นกับเสี่ยวเจา

โชคดีที่วัตถุดิบที่เต๋อซั่นให้มาแม้จะมีไม่กี่ชนิด แต่ปริมาณก็ไม่น้อย พอจะให้นางกับเสี่ยวเจาประทังชีวิตไปได้อีกสองสามวัน

ผัดต้นหอม ต้มเส้นบะหมี่ให้สุก ราดด้วยน้ำมันร้อน ๆ บะหมี่คลุกต้นหอมที่หอมกรุ่นก็เสร็จเรียบร้อย

เจียงหวนถือชามนั่งอยู่ที่โต๊ะ ซู้ดเส้นบะหมี่เข้าไป

ด้วยฝีมือของนาง การจะเอาวัตถุดิบจากขันทีน้อยคนนั้นเพิ่มอีกหน่อยคงไม่ใช่เรื่องยากเกินไป

ต่อไปพอสนิทกันแล้ว นี่ก็คือช่องทางนำเข้าของนางเลยนะ!

การแก่งแย่งชิงดีในวังหลังล้วนเป็นเรื่องไร้สาระ ก่อนทะลุมิติเข้ามาในนิยายก็เป็นแค่ทาสแรงงานที่สิ้นหวังคนหนึ่ง

จะแข่งขันไปเพื่ออะไร? เป็นคนขี้เกียจที่นอนกินบ้านกินเมืองไปวัน ๆ มันไม่ดีกว่าหรือ?

ไม่รู้ว่าเมื่อไรอวี๋ผินถึงจะมองเห็นจุดนี้ได้เสียที เลิกมาวอแวกับนางได้แล้ว

วันรุ่งขึ้น ณ ตำหนักหย่างซิน

ฟ้ายังไม่สว่างดี ฮั่วหลินก็ต้องตื่นบรรทมเพื่อไปว่าราชการแล้ว

หลังจากทรงล้างหน้าล้างตาแล้ว ก็มีข้ารับใช้เข้ามาช่วยสวมฉลองพระองค์ พอรัดเข็มขัดหยกแล้ว ในท้องก็ยิ่งว่างจนน่าใจหาย

ต้องไปว่าราชการทั้งที่ท้องว่างอีกแล้ว!

กฎของบรรพชนนี่จะฝึกเราให้เป็นอูฐหรืออย่างไร? ก่อนว่าราชการแม้แต่ข้าวสักคำก็ไม่ให้กิน!

เมื่อสวมฉลองพระองค์สำหรับว่าราชการเสร็จ ฮั่วหลินหันกลับมาก็เห็นตัวเองในกระจกทองสัมฤทธิ์พอดี

ในความเลือนรางนั้น ดูเหมือนว่าบนหัวของเขาจะมีตัวอักษรใหญ่ ๆ ลอยอยู่หลายตัว ยอดคนผู้หิวโหยอันดับหนึ่งแห่งต้าเหลียง

“ฝ่าบาท ได้เวลาเสด็จแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

หวังเต๋อกุ้ยปรากฏตัวขึ้นอย่างถูกเวลา น้ำเสียงของเขาดึงความคิดของฮั่วหลินกลับมา

ฮั่วหลินทอดพระเนตรลงต่ำ สีพระพักตร์เย็นชา แล้วก้าวเท้ายาว ๆ เสด็จไปว่าราชการ

ณ ท้องพระโรง ฮั่วหลินประทับอยู่บนบัลลังก์มังกร ฟังเหล่าขุนนางเบื้องล่างที่ผลัดกันพูดเรื่องหยุมหยิมไร้สาระ ก็ยิ่งรู้สึกรำคาญมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่ง...

“ฝ่าบาท!” รองผู้ตรวจการหลิวปิ่งจงก้าวออกมาอย่างกะทันหัน

“กระหม่อมขอถวายฎีกาฟ้องร้องเฉินเต๋อโส่วเจ้าเมืองเจียงโจว ยักยอกเงินซ่อมแซมเขื่อนสามแสนตำลึงพ่ะย่ะค่ะ!”

ภายในท้องพระโรงเงียบกริบในทันที

สามแสนตำลึง? นี่มันซื้อซาลาเปาได้กี่ลูกกัน! หากนำมากองรวมกันเกรงว่าจะฝังเฉินเต๋อโส่วจนกลายเป็นสุสานซาลาเปาได้เลย!

ฮั่วหลินทรงเหลือบพระเนตรขึ้น จ้องมองหลิวปิ่งจง

“มีหลักฐานหรือไม่”

“มีพ่ะย่ะค่ะ”

หลิวปิ่งจงค่อย ๆ ยืดตัวตรง ถวายหลักฐานที่สืบสวนมาได้ก่อนหน้านี้

ฮั่วหลินทรงรับมาทอดพระเนตรทีละอย่าง สีพระพักตร์ยิ่งดูยิ่งดำคล้ำ เหล่าขุนนางฝ่ายบุ๋นฝ่ายบู๊ทั้งหมดก้มหน้าลง ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง

นี่แหละขุนนางที่ดีแห่งต้าเหลียงของเขา!

เขาอุตส่าห์จัดการราชกิจอย่างขยันขันแข็งทุกวัน ในฐานะฮ่องเต้แล้วยามปกติแม้แต่ข้าวร้อน ๆ สักคำก็ยังไม่มี แต่ขุนนางเบื้องล่างกลับรู้จักเสพสุขกันดีนัก!

สู้สั่งตัดหัวพวกมันให้หมด ส่งไปให้ห้องเครื่องทำเป็นวัตถุดิบ รับรองว่าหอมกว่าเนื้อหมูแน่นอน!

ฮั่วหลินแค่นเสียงเย็น ประกายเย็นเยียบวาบผ่านลูกปัดหยกที่ประดับอยู่บนหมวกเหมี่ยน

“วันนี้ให้อธิบดีศาลต้าหลี่เป็นผู้รับผิดชอบการสืบสวน ให้เสนาบดีกรมอาญาช่วยในการไต่สวน สืบสวนคดีทุจริตเจียงหนานให้ถึงที่สุด หากหลักฐานแน่ชัด ให้ลงโทษตามกฎหมาย”

อธิบดีศาลต้าหลี่และเสนาบดีกรมอาญาเมื่อได้ยินดังนั้น ก็พากันก้าวออกมาข้างหน้า

“กระหม่อมรับพระบัญชา”

หลังจากเลิกว่าราชการแล้ว หวังเต๋อกุ้ยก็สั่งยกเครื่องเสวยตามปกติ

ฮั่วหลินประทับอยู่ที่โต๊ะ หยิบช้อนขึ้นมาตักโจ๊กเม็ดบัวไป่เหอ

โจ๊กเข้าพระโอษฐ์ อุณหภูมิเย็นเฉียบ ราวกับเพิ่งนำออกมาจากถ้ำน้ำแข็ง

สีพระพักตร์ของฮั่วหลินเย็นชา แต่ในพระทัยนั้นเดือดดาลจนแทบจะระเบิดออกมา

โจ๊กเม็ดบัวไป่เหอ! โจ๊กเม็ดบัวไป่เหออีกแล้ว!

ห้องเครื่องคิดว่าเขามีธาตุไฟในตัวขนาดไหนกัน! ถึงได้ทำแต่ของดับร้อนแบบนี้ทุกวัน!

แล้วก็ผักเคียงสีเขียวแถวนี้อีก!

ห้องเครื่องคิดว่าเขาเป็นกระต่ายหรือไร! เขากินผักจนลูกตาจะเขียวอยู่แล้ว!

แต่เพราะความหิวในท้อง ฮั่วหลินก็ยังคงเสวยโจ๊กทีละคำ ๆ จนหมดชาม

เพราะเรื่องทุจริตที่เจียงหนาน ฮั่วหลินงานยุ่งจนหัวหมุน ไม่มีเวลาเลยแม้แต่น้อย

หลายวันติดต่อกันที่ไม่ได้เรียกผู้ใดถวายตัว ในวังหลังก็มีข่าวลือใหม่แพร่สะพัดออกมา

พระสนมสองสามคนที่สนิทสนมกัน นั่งพูดคุยกันอยู่ในศาลากลางอุทยานหลวง

เฉินเต๋ออี๋โบกพัดกลมไปมา ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง

“เฮ้อ ก่อนหน้านี้ฝ่าบาททรงเรียกจวงฉางไจ้แล้ว ยังเรียกอวี๋ผินอีก ข้าก็นึกว่าฝ่าบาทจะทรงคิดได้แล้ว ยอมพักค้างคืนในวังหลังแล้วเสียอีก”

เมื่อเฉินเต๋ออี๋เอ่ยถึงเรื่องนี้ อันผินก็รู้สึกโมโหขึ้นมาในใจ

การที่ฝ่าบาททรงยอมโปรดปรานวังหลัง นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ใครจะไปรู้ว่ามันจะแค่เริ่มต้นจริง ๆ

“ทั้งหมดเป็นเพราะอวี๋ผินนั่นแหละ คราวก่อนถวายตัวทำเอาฝ่าบาททรงขยะแขยงพอแล้ว คราวนี้ดีเลย ทั้งวังหลังพลอยเสื่อมเสียชื่อเสียงไปกับนางด้วย!”

หลี่ไฉเหรินฟังอยู่ครู่หนึ่ง ก็อดไม่ได้ที่จะพูดแทรกขึ้นมา

“อวี๋ผินปรนนิบัติไม่ดีก็จริง แต่จวงฉางไจ้ก็ได้เลื่อนตำแหน่งมิใช่หรือ? ฝ่าบาทคงไม่ทรงพิโรธพวกเราหมดทุกคน เพียงเพราะอวี๋ผินคนเดียวหรอกกระมัง?”

เฉินเต๋ออี๋ไม่ได้ใส่ใจ “หลายวันมานี้ก็ไม่เห็นฝ่าบาททรงเรียกจวงฉางไจ้เลย จวงฉางไจ้ผู้นี้เห็นได้ชัดว่าสิ้นความโปรดปรานแล้ว”

อันผินแค่นหัวเราะเยาะ “จวงฉางไจ้เป็นคนในตำหนักของอวี๋ผิน ถ้าให้ข้าพูดนะ ต้องเป็นเพราะอวี๋ผินตัวซวยนั่นเลยทำให้ต้องเดือดร้อนไปด้วย”

...

หลายคนในศาลาผลัดกันพูดคุยเรื่องสัพเพเหระ หัวข้อสนทนาล้วนวนเวียนอยู่กับเรื่องน่าอับอายที่อวี๋ผินก่อไว้ในคืนที่ถวายตัว

พวกนางคุยกันอย่างสนุกสนาน มีเสียงหัวเราะดังขึ้นมาเป็นระยะ ๆ ไม่ได้สังเกตเลยว่าอวี๋ผินที่อยู่ไม่ไกลนัก ได้ยินคำพูดของพวกนางทั้งหมดแล้ว

อวี๋ผินโกรธจนตัวสั่นเทา หากเป็นปกติ นางคงจะเดินเข้าไปต่อว่าแล้ว

แต่ตอนนี้คนพวกนี้รวมตัวกันอยู่ หากนางเดินเข้าไปอีก ก็เท่ากับเดินเข้าไปให้คนด่า

ปกติแล้วอวี๋ผินมีเจียกุ้ยเฟยคอยหนุนหลัง เบื้องล่างก็ยังมีเจียงหวนนังคนอ่อนแอรังแกได้ง่ายนั่นให้ระบายอารมณ์ได้ เคยต้องมาทนรับความอัปยศเช่นนี้เมื่อไรกัน

ด้วยความโกรธแค้น อวี๋ผินจึงตรงไปยังตำหนักฉางเล่อของเจียกุ้ยเฟยทันที

หลังจากได้รับอนุญาตให้เข้าพบ อวี๋ผินก็เดินตรงเข้าไป เมื่อเห็นเจียกุ้ยเฟยที่กำลังเอนกายอยู่บนเตียงกุ้ยเฟย ริมฝีปากก็ขยับ แล้วก็ร้องไห้คร่ำครวญออกมา

“กุ้ยเฟย ท่านต้องให้ความเป็นธรรมกับหม่อมฉันนะเพคะ!”

เจียกุ้ยเฟยเหลือบพระเนตรขึ้น มองอวี๋ผินอย่างไม่ใส่ใจนัก

“น้องหญิงเป็นอะไรไปหรือ?”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 420

    วุ่นวายกว่าที่คิดไว้จริงๆ ด้วย ภัยพิบัติจากธรรมชาติและหายนะที่เกิดจากมนุษย์ อีกทั้งยังเรื่องข้าราชการโกงกินอีก ไม่น่าเล่าเขาถึงได้ดูอับจนหนทางเช่นนี้เจียงหวนนึกถึงกรณีคล้ายกันที่ถูกบันทึกไว้ในหนังสือยุคปัจจุบัน ก่อนจะสูดหายใจลึกๆ“ฝ่าบาทเพคะ” น้ำเสียงของนางชัดเจนและหนักแน่น “หม่อมฉันคิดว่า ภารกิจที่เร่งด่วนที่สุดในยามนี้ ก็คือมอบเงินช่วยเหลือผ่านการทำงานเพคะ”ฮั่วหลินชะงัก “มอบเงินช่วยเหลือผ่านการทำงาน?”“ใช่เพคะ”เจียงหวนพยักหน้า นางเริ่มอธิบายเป็นลำดับอย่างชัดเจน“แทนที่จะปล่อยให้ผู้ลี้ภัยว่างงานไปวันๆ รวมตัวกันก่อเหตุวุ่นวาย มิสู้รวมกลุ่มพวกเขาสร้างระบบน้ำ เสริมความแข็งแกร่งให้บ่อน้ำในเมือง ซ่อมแซมถนนหลวง ราชสำนักให้อาหารที่พักและเงินค่าแรงเล็กน้อย แบบนี้พวกเขาก็จะมีทางรอด ไม่ถึงกับต้องอดตาย และพวกเขาก็ยังมีงานทำ ทำให้จิตใจสงบมั่นคง แล้วยังทุ่มเทแรงกายทำงานก่อสร้างสิ่งต่างๆ ได้อีกนะเพคะ” นางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้นว่า “ขณะเดียวกัน จำเป็นต้องตรวจสอบและจับขุนนางโลภ ฝ่าบาทส่งผู้ตรวจการหรือขุนนางที่ไว้วางพระทัยได้ มอบกระบี่อาญาสิทธิ์ให้พวกเขาไปทำการสื

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 419

    เจียงหวนชะงักฝีเท้า ได้ยินเสียงความเดือดดาลและร้อนใจที่คุกรุ่นอยู่ในใจของฮั่วหลินอย่างชัดเจน[เจ้าพวกโง่ รู้จักแต่ฆ่าแกงกัน!][ชาวบ้านผู้ลี้ภัยก็เป็นราษฎรของข้าเช่นกัน พวกเขาหิวโหยและหนาวเหน็บถึงขนาดนั้น ใครบ้างเล่าไม่อยากมีชีวิตอยู่?][ฆ่า? ฆ่าให้หมดไหวหรืออย่างไร? หากฆ่าหมดแล้วใครจะมาทำไร่ไถนา? ใครจะมาจ่ายภาษี?][ยังมีการช่วยเหลือหลังปัญหาอุทกภัยที่เมืองเจียงหนานอีก เงินสองก้อนถูกส่งไปแล้ว กว่าขุนนางแต่ขั้นขูดรีดเสร็จ เหลือถึงมือราษฎรสักกี่แดงกันเชี่ยว?][พวกริ้นไรพวกนี้! ข้าเกลียดยิ่งนัก...]เสียงในใจของฮั่วหลินเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและไร้กำลังอย่างสุดซึ้ง ราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกขังไว้ในกรง หาทางออกไม่เจอหัวใจของเจียงหวนหนักอึ้งเล็กน้อยนางรู้ว่าฮั่วหลินกดดันอย่างมาก ปัญหาที่อยู่ของผู้ลี้ภัย การโกงกินกันในราชสำนัก… แต่ละเรื่องล้วนเป็นปัญหาที่รับมือยากขุนนางใหญ่พวกนั้นในราชสำนัก บ้างก็รับเบี้ยหวัดแต่ไม่ทำงาน บ้างก็รู้จักแต่ฝักใฝ่อำนาจในราชสำนัก คนที่แบ่งเบาภาระของเขาได้อย่างแท้จริงนั้นมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยก่อนหน้านี้ แม้ว่านางจะลอบช่วยเหลืออย่างลับๆ บ้าง แต่ก็ต้องระมัดระว

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 418

    “พระสนมเกรงใจเกินไปแล้วเพคะ หม่อมฉันได้สอนพระสนมนับว่าเป็นบุญวาสนา มิกล้ารับไว้หรอกเพคะ”“รับไว้เถิด” เจียงหวนยิ้ม “มิใช่สิ่งของล้ำค่าใด แต่เจ้าต้องชอบแน่”[พระสนมให้ของขวัญฉัน? ลุ้นจังเลยว่าจะเป็นอะไร!]เหอหลิงตื่นเต้นมาก ความหงุดหงิดที่ระบบสร้างขึ้นเมื่อครู่หายไปในพริบตา“ขอบพระทัยพระสนมที่ตบรางวัลเพคะ!” นางรีบโน้มตัวทำความเคารพ รอยยิ้มแห่งความสุขเบ่งบานเต็มใบหน้า“นี่ก็ค่ำแล้ว เจ้าก็รีบกลับไปเถิด” เจียงหวนกล่าวอย่างอ่อนโยน“เพคะ หม่อมฉันทูลลา” เหอหลิงกอดกล่องของขวัญไว้แน่น จากนั้นก็รีบถอยหลังออกจากตำหนักเว่ยยางด้วยฝีเท้าแห่งความเบิกบานใจครั้นเห็นว่าเงาร่างของเหอหลิงหายลับไปจากประตูตำหนักแล้ว เจียงหวนจึงค่อยถอยหายใจส่งกลับไปได้สักทีเด็กคนนี้ จิตใจบริสุทธิ์ น่าสงสารที่ถูกเจ้าระบบบ้านั่นทำให้เดือดร้อนขนาดนี้เจียงหวนมองท้องฟ้า ตอนนี้ก็ใกล้ได้เวลามื้อเย็นแล้ว นางหมุนตัวเดินไปทางห้องครัวเล็กโดยตรงกวาดสายตามองวัตถุดิบทำอาหารที่หลากหลายอุดมสมบูรณ์ตรงหน้า พร้อมกับเริ่มคิดคำนวณในใจฮั่วหลิน ตาคนนั้น พักนี้ดูเหมือนงานยุ่งมากวันๆ ขลุกอยู่แต่กับการตรวจฎีกาในห้องทรงพระอักษร ไม่

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 417

    เหอหลิงตื่นเพราะรู้สึกคอแห้ง นางลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ สายตายังคงพร่ามัวอยู่เล็กน้อยสิ่งที่ปรากฏสู่สายตาคือเพดานในตำหนักเว่ยยางอันคุ้นเคย เพียงแต่แสงแดดข้างนอกที่ส่องลอดเข้ามาในหน้าต่างได้กลายเป็นแสงยามสายัณห์แล้ว[อืม… นี่ฉันหลับไปเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไรกัน? ][ใช่สิ พระสนมรินชาให้ฉันถ้วยหนึ่ง จากนั้นฉันก็จำอะไรไม่ได้เลย]เหอหลิงนวดขมับที่รู้สึกปวด พยายามย้อนนึกแต่เศษเสี้ยวความทรงจำยากที่จะนำมาปะติดปะต่อ ความละอายใจอย่างหนึ่งกลับผุดขึ้นมาในใจ[ให้ตายเถอะ ไม่นึกเลยว่าฉันจะหลับในตำหนักของพระสนม แถมยังหลับเป็นตายอย่างนี้อีก][เสียมารยาทจริงๆ เลย!]เหอหลิงตื่นเต็มตาในทันที นางรีบลุกขึ้นมา จากนั้นก็มองไปรอบๆเห็นเพียงเจียงหวนนั่งอยู่ไม่ไกล ในมือยังคงถือเข็มถักและไหมพรมก้อนหนึ่งไว้ ถักทออย่างแช่มช้า“พระสนม…”เหอหลิงรีบลุกขึ้น เสียงฟังดูแหบพร่าเพราะเพิ่งตื่น “ขออภัยด้วยเพคะ หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจจะงีบหลับ ครั้งหน้า ครั้งหน้าพระสนมตบหน้าปลุกหม่อมฉันได้เลยนะเพคะ!”เจียงหวนเงยหน้าขึ้นมองนาง ใบหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“ตื่นแล้วหรือ? หลับสบายหรือไม่?” นางวางสิ่งของในมือลง ชี้

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 416

    ไม่นาน น้ำชาถูกดื่มจนเห็นก้นถ้วย เจียงหวนยังคงเห็นเหอหลิงมีท่าทางเหม่อลอย จึงได้แต่ถอนหายใจเบาๆ หยิบผ้าคลุมบางๆ มาคลุมที่หน้าตักของนาง“นอนสักครู่เถิด พักผ่อนสักหน่อย” เสียงของนางอ่อนโยนราวกับมีฤทธิ์กล่อมประสาทอาจเพราะชาเย็นถ้วยนั้นแสดงผล หรืออาจเพราะเสียงอ่อนโยนของเจียงหวนกล่อมให้ประสาทที่ตึงเครียดของเหอหลิงผ่อนคลายลง เหอหลิงรู้สึกเพียงหนังตาหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ ความง่วงถาโถมเข้ามานางไม่ทันได้ครุ่นคิดถึงค่าความใกล้ชิดที่ผิดปกตินั่น ก็เอนหลังลงไปที่พนักตั่ง เอียงหัวนอนหลับไปเสียแล้วเจียงหวนมองใบหน้าด้านข้างยามหลับของเหอหลิงแพขนตางอนยาวทอดเงาแผงเล็กๆ อยู่ใต้ดวงตา คิ้วงามขมวดเข้าหากันเล็กน้อย คล้ายนอนหลับไม่สนิทนางยื่นนิ้วมือออกไปจิ้มแก้มของเหอหลิงหลับได้เร็วทีเดียว ดูท่าฤทธิ์ยากล่อมประสาทถ้วยนั้นยอดเยี่ยมมากในเวลานี้เอง เสียงคลื่นอิเล็กทรอนิกส์ของระบบดังขึ้นในหัวของเหอหลิงอีกครั้ง「แจ้งเตือน! ตรวจพบสารออกฤทธิ์กล่อมประสาทในร่างกายของโฮสต์ สารดังกล่าวส่งผลให้จิตใต้สำนึกของโฮสต์ผิดปกติ ระบบป้องกันตัวหยุดทำงานโดยสมบูรณ์! 」「ทดลองเปิดโหมดเร่งการเผาผลาญ… ล้มเหลว! สมรรถภาพด้าน

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 415

    เข็มถักในมือของเจียงหวนสอดสานกันอย่างมีจังหวะ ไหมพรมนิ่มพันอยู่รอบปลายนิ้วกลิ่นหอมของอาหารที่ยังเหลืออยู่และกลิ่นอายอบอุ่นของไหมพรมที่กระจายอยู่ในอากาศ เดิมทีควรเป็นช่วงเวลาที่ชวนให้รู้สึกง่วงแต่ทว่า คลื่นความกลัวที่ซัดสาดอยู่ภายในใจของเหอหลิงกลับดังเข้ามาในหูของเจียงหวนอย่างชัดเจนนางเหลือบมองเหอหลิงด้วยหางตาอย่างแนบเนียน เห็นเพียงเหอหลิงสีหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมอัตราอันตรายถึง 65% ฟังดูแล้วก็น่ากลัวมากแต่ทว่า มันจะไม่น่าเหลือเชื่อเกินไปหน่อยหรือถ้าพิจารณาจากที่ระบบบ้านี่ประเมินค่าความประทับใจของฮั่วหลินเมื่อคราวก่อน ตอนนี้เจียงหวนสงสัยในความน่าเชื่อถือของมันอย่างมากเจียงหวนเห็นเหอหลิงตกใจจนวิญญาณแทบหลุดจากร่าง นางได้แต่ลอบเดาะลิ้นในใจ นี่มันมิจฉาชีพชัดๆได้แต่อกสั่นขวัญแขวนทั้งวัน ก็นับว่าน่าสงสารมากแล้ว การทะลุมิติมาไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆเห้อ น่าสงสารจริงๆขณะคิด เจียงหวนรู้สึกทนดูไม่ได้ขึ้นมานางวางเข็มถักในมือลง ลุกขึ้นและเดินไปนั่งที่ตั่งมองดูใบหน้าซีดขาวของเหอหลิง เจียงหวนยื่นมือออกไปเสยปอยผมที่อยู่ตรงหน้าผาก“เป็นอะไรไป จู่ๆ ก็เหงื่ออ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status