Share

บทที่ 9

Penulis: มาแล้วก็อยู่ต่อเถอะ
เสี่ยวเจาเบิกตากว้างทันที แม้แต่แป้งทอดไส้เนื้อในมือก็ไม่สนใจที่จะกินต่อ

“นายหญิงน้อยมีวิธีหรือเพคะ?”

เจียงหวนขยิบตาให้เสี่ยวเจา ยิ้มอย่างมีความหมายลึกซึ้งพลางเอ่ยขึ้น “ในวังมีคนตั้งมากมาย ใครบอกว่าเรื่องการจัดซื้อวัตถุดิบจะต้องให้พวกเราออกหน้าเองกันเล่า”

เสี่ยวเจาเข้าใจความหมายในคำพูดของเจียงหวนทันที “นายหญิงน้อยหมายความว่าจะหาคนมาช่วยพวกเราซื้อหรือเพคะ?”

เมื่อคิดว่าในอนาคตจะได้กินอาหารฝีมือของเจียงหวนอีก เสี่ยวเจาก็ดีใจขึ้นมาทันที แต่ดีใจได้ไม่ถึงหนึ่งวินาที บนใบหน้าของนางก็กลับเต็มไปด้วยความกังวลอีกครั้ง

“แต่ว่าใครจะยอมช่วยพวกเรากันล่ะ?”

นายหญิงหลายคนในวังหลังชอบรังแกนายหญิงน้อยของนางที่สุด ทำให้บรรดาข้ารับใช้ในตำหนักต่าง ๆ ก็พลอยไม่ให้เกียรตินายหญิงน้อยไปด้วย

เจียงหวนมองแวบเดียวก็เข้าใจความกังวลในใจของเสี่ยวเจา จึงค่อย ๆ ชี้แนะ

“ในวังนี้ ที่ไหนมีวัตถุดิบเยอะที่สุดกันนะ?”

เสี่ยวเจาตาสว่างทันที “ห้องเครื่องเพคะ!”

ห้องเครื่องรับผิดชอบพระกระยาหารของฮ่องเต้ สนมในวังหลังยากที่จะเข้าไปแทรกแซงได้

แต่พวกนางประการแรกคือไม่มีญาติพี่น้อง สองคือไม่ได้รับความโปรดปราน จะเอาอะไรไปติดสินบนคนอื่นเขา?

เสี่ยวเจารู้สึกกลัดกลุ้มเป็นอย่างยิ่ง รู้สึกว่าเป็นไปไม่ได้เลย

“นายหญิงน้อย ที่ห้องเครื่องนั่นผลประโยชน์เยอะ แต่พวกเรายากจนข้นแค้นนะเพคะ”

“ความคิดตื้น ๆ ”

เจียงหวนใช้นิ้วจิ้มหน้าผากของเสี่ยวเจาเบา ๆ ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ ในใจเต็มไปด้วยแผนการ

“ใครบอกว่าการติดสินบนต้องใช้เงินเท่านั้นกันล่ะ?”

นางกัดแป้งทอดไส้เนื้อไปหนึ่งคำ แล้วกวักมือเรียกเสี่ยวเจา

เสี่ยวเจาเดินเข้าไปใกล้ ๆ ด้วยความสงสัย เจียงหวนก็รีบกระซิบแผนการในใจของนางให้เสี่ยวเจาฟัง ยิ่งฟังดวงตาของเสี่ยวเจาก็ยิ่งเป็นประกาย

ถ้าหากทุกอย่างเป็นไปตามที่นายหญิงน้อยพูดจริง ๆ ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นไปได้!

เสี่ยวเจารู้สึกตื่นเต้นดีใจ ลุกพรวดขึ้นมา “บ่าวจะไปเดี๋ยวนี้เลยเพคะ!”

เจียงหวนแหงนหน้ามองเสี่ยวเจาที่สูงขึ้นมาอย่างกะทันหัน แล้วโบกมือไปมา

“เจ้าจะรีบร้อนไปไหน คนก็ไม่ได้หนีไปไหนเสียหน่อย กินข้าวก่อน”

“แต่ว่า...”

“ไม่มีแต่” เจียงหวนขัดคำพูดของเสี่ยวเจา ดึงนางกลับมานั่งลงอีกครั้ง แล้วยัดแป้งทอดไส้เนื้อใส่มือนาง “ดูแป้งทอดไส้เนื้อสีเหลืองอร่ามหอมกรุ่นนี่สิ เจ้าจะยอมทิ้งมันไปหรือ?”

เสี่ยวเจารู้สึกเสียดาย เสี่ยวเจาจึงเลือกที่จะนั่งลงกินแป้งทอดต่อ

เจียงหวนเห็นดังนั้นก็พอใจเป็นอย่างยิ่ง ก่อนจะค่อย ๆ กินแป้งทอดของตนเองอย่างช้า ๆ

อืม อร่อยจริง ๆ ฝีมือตัวเองนี่ดีจริง ๆ

หลังจากที่ทั้งสองคนกินอิ่มแล้ว เสี่ยวเจาก็เก็บกวาดเรียบร้อย ออกจากตำหนักรองฝั่งตะวันตก ไปเดินด้อม ๆ มอง ๆ อยู่ใกล้ ๆ ห้องเครื่อง

นางแอบสังเกตการณ์บรรดาข้ารับใช้ที่เข้าออกห้องเครื่อง คัดกรองเป้าหมายที่จะเข้าหาอย่างละเอียดตามที่เจียงหวนบอก

แต่ยังไม่ทันที่เสี่ยวเจาจะเลือกคนได้ ก็มีคนเข้ามาหานางเสียก่อน

ขันทีน้อยคนหนึ่งผิวขาวสะอาด ใบหน้าดูใจดี รูปร่างท้วมเล็กน้อย เดินมาอยู่ตรงหน้าเสี่ยวเจาแล้วเอ่ยถามตามระเบียบ

“เจ้าอยู่ตำหนักไหน? ชื่ออะไร? มาทำอะไรแถวนี้?”

เสี่ยวเจาไม่ได้ตอบ แต่พินิจพิจารณาคนตรงหน้าอย่างละเอียด

อืม รูปร่างแบบนี้ คุณสมบัติแบบนี้ ตรงตามลักษณะคนที่เหมาะสมที่นายหญิงบอกไว้เป๊ะ!

เพียงแต่บริเวณนี้มีคนเดินผ่านไปมา ไม่ใช่ที่ที่เหมาะจะพูดคุย

เสี่ยวเจาทำท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ มองซ้ายทีขวาที แล้วจึงพูดเสียงเบา “กงกง ขอคุยด้วยเป็นการส่วนตัวได้หรือไม่เจ้าคะ”

เต๋อซั่นมองเสี่ยวเจาอย่างประหลาดใจ ไม่รู้ว่านางต้องการจะทำอะไร

“มีเรื่องอะไร พูดตรงนี้ไม่ได้หรือ?”

เมื่อเห็นว่าเต๋อซั่นไม่ยอมไปกับนาง เสี่ยวเจาก็ก้มลงมองท้องของเต๋อซั่นอีกครั้ง แล้วหยิบห่อกระดาษเคลือบน้ำมันออกมาจากอกเสื้อ

“กงกง บ่าวมาที่นี่เพราะมีเรื่องอยากจะขอให้กงกงช่วยเหลือ หากกงกงยินยอม บ่าวยินดีจะมอบของอร่อยนี้ให้กงกง”

เต๋อซั่นราวกับได้ยินเรื่องตลกอะไรบางอย่าง

ขอร้องเถอะ ที่นี่คือห้องเครื่องนะ?

นางกำนัลน้อยคนนี้จะเอาของอร่อยเลิศรสอะไรออกมาได้ ช่างเหมือนกับการอวดเก่งต่อหน้าผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ

อีกอย่าง เขาเป็นศิษย์น้องเล็กของหวังเต๋อกุ้ย ปกติก็ชอบวิ่งมาที่ห้องเครื่องที่สุดแล้ว ทำหน้าที่ยกอาหารไปถวายฝ่าบาท ของอร่อยอะไรบ้างที่ยังไม่เคยชิม?

เต๋อซั่นไม่ใส่ใจ “ของอร่อยของเจ้าต่อให้จะอร่อยแค่ไหน จะอร่อยกว่าของในห้องเครื่องได้หรือ?”

“แน่นอนเจ้าค่ะ” เสี่ยวเจาตอบอย่างมั่นใจ “กงกงลองชิมดูสักคำก็รู้แล้ว”

เมื่อเห็นว่านางไม่ได้พูดเล่น เต๋อซั่นก็รู้สึกประหลาดใจขึ้นมาเล็กน้อย

เขามองเสี่ยวเจาอย่างสงสัยอีกสองสามครั้ง ความอยากรู้อยากเห็นก็ถูกกระตุ้นขึ้นมาทันที

ไหน ๆ ตอนนี้เขาก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว ก็เลยตามเสี่ยวเจาไปยังที่ลับตาคนซึ่งอยู่ใกล้ ๆ

“ของอร่อยอะไร เปิดให้ข้าดูหน่อย”

คราวนี้เสี่ยวเจาก็ไม่ปิดบังอีกต่อไป ท่ามกลางสายตาที่คาดหวังของเต๋อซั่น นางก็เปิดห่อกระดาษเคลือบน้ำมันออก

แป้งทอดไส้เนื้อสีเหลืองอร่ามที่เย็นชืดแล้ว นอนแผ่อยู่บนใบบัวอย่างเหี่ยวเฉา

ความคาดหวังในแววตาของเต๋อซั่นหายไปในทันที เขาพ่นลมออกจากจมูก

“แค่นี้?”

เมื่อเสี่ยวเจาเห็นว่าเต๋อซั่นดูถูก ก็รีบเอ่ยขึ้น “กงกงอย่าได้ดูถูกแป้งทอดนี่นะเจ้าคะ! แป้งทอดนี่รสชาติดีมาก!”

เมื่อคิดว่ามาถึงขั้นนี้แล้ว กินสักคำรองท้องก็คงไม่เป็นไร เต๋อซั่นจึงหยิบแป้งทอดขึ้นมากัดไปหนึ่งคำ

จะได้ไล่นางกำนัลน้อยคนนี้ไปให้พ้น ๆ จะได้ไม่มาวอแวกับเขาอีก

ถึงแม้จะเย็นแล้ว แต่แป้งก็ยังคงกรอบอร่อย ไส้เนื้อก็หอมรสชาติเข้มข้น อบอวลไปทั่วปาก

เต๋อซั่นชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นดวงตาก็เป็นประกาย อดไม่ได้ที่จะกัดเข้าไปอีกคำ

เขาไม่เคยกินของอร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย!

กินคำแล้วคำเล่า

เมื่อเสี่ยวเจาเห็นว่าเต๋อซั่นกินอย่างเมามัน ก็ฉวยโอกาสเหมาะ ดึงแป้งทอดครึ่งชิ้นที่เหลือกลับมาทันที

“อ๊ะ กงกงอย่ากินเลยดีกว่าเจ้าค่ะ ของหยาบ ๆ เช่นนี้ จะคู่ควรกับปากอันสูงส่งของกงกงได้อย่างไร?”

“ช้าก่อน!”

เมื่อแป้งทอดในปากถูกฉวยไป เต๋อซั่นก็รีบคว้าข้อมือของนางไว้ทันที

พอสบเข้ากับดวงตาที่ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ของเสี่ยวเจา เขาก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าเสียกิริยาไป จึงรีบกระแอมเพื่อกลบเกลื่อน

“ข้า...ข้าแค่กลัวว่าจะสิ้นเปลืองอาหาร!”

เสี่ยวเจารู้ว่าเรื่องนี้สำเร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว

นางบอกแล้วว่าฝีมือของนายหญิงน้อยของนางเป็นที่หนึ่งในใต้หล้า! ไม่มีใครปฏิเสธได้!

นางคืนแป้งทอดให้เต๋อซั่นอย่างว่าง่าย จนกระทั่งเต๋อซั่นกินหมดทั้งชิ้น นางจึงค่อย ๆ เอ่ยปาก

“เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ กงกง ข้าไม่ได้พูดผิดกระมัง”

โบราณว่าไว้ เมื่อรับของของคนอื่นมาแล้ว ก็พูดอะไรได้ไม่เต็มปาก

ท่าทีของเต๋อซั่นที่มีต่อเสี่ยวเจา ไม่มีความรำคาญใจเหมือนตอนแรกอีกต่อไป

“ว่ามาเถอะ เจ้าอยากให้ข้าช่วยอะไร?”

เมื่อเสี่ยวเจาได้ยินดังนั้น ก็รีบเข้าเรื่องทันที แล้วเอ่ยขึ้น “กงกง คืออย่างนี้เจ้าค่ะ บ่าวชื่อเสี่ยวเจา เป็นสาวใช้ข้างกายของจวงฉางไจ้ อยากจะขอให้กงกงช่วยซื้อวัตถุดิบให้หน่อยเจ้าค่ะ”

เต๋อซั่นสงสัย “เจ้าเป็นแค่นางกำนัลที่รับใช้นายหญิง จะเอาวัตถุดิบไปทำอะไร?”

“กงกงท่านไม่ทราบ” เสี่ยวเจาพูดพลางทำหน้าเศร้า “นายหญิงน้อยของบ่าวปกติจะถูกหักค่าใช้จ่ายอย่างหนักตลอด ในวังต้องอยู่อย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัวดูสีหน้าคนอื่น อาหารการกินก็ทำเองมาตลอด แต่ตอนนี้ถูกกักบริเวณมาหลายวันแล้ว ในตำหนักไม่มีข้าวสารแป้งหมี่เหลือเลยแม้แต่น้อย แป้งทอดไส้เนื้อที่ให้กงกงวันนี้ ก็เป็นอาหารมื้อสุดท้ายแล้ว...”

น้ำเสียงของเสี่ยวเจาเศร้าสร้อยน่าสงสาร ยกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดหน้า ถูจนเปลือกตาจนแดงก่ำ

“วันก่อนนายหญิงต้มข้าวต้ม ต้องใช้เข็มปักผ้าค่อย ๆ คีบเมล็ดข้าวทีละเม็ด! แล้วก็เสื้อผ้าของบ่าว...” นางยกชายกระโปรงขึ้นมาสะบัด ๆ บริเวณที่เปื้อนคราบน้ำมันมีรูโหว่ขนาดใหญ่ “ท่านดูสิเจ้าคะ! หนูมันหิวจนแทะชายกระโปรงบ่าวเหมือนเป็นแป้งทอดไปแล้ว!”

นางสะอื้นออกมาเสียงหนึ่ง หยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาสั่งน้ำมูกเสียงดังลั่น

“กงกงโปรดพิจารณาด้วยเถิดเจ้าค่ะ! หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่านายหญิงน้อยของบ่าวจะเลี้ยงหนูไม่ไหวแล้ว!”

เต๋อซั่นฟังอยู่นานครึ่งค่อนวัน ยังรู้สึกงง ๆ อยู่บ้าง

ในวังยังมีนายหญิงที่น่าสงสารขนาดนี้ด้วยหรือ?

เห็นแก่แป้งทอดไส้เนื้อชิ้นนี้ เขาก็พอจะช่วยได้บ้าง แต่ก็ช่วยแบบโจ่งแจ้งเกินไปไม่ได้

“เอาละ ๆ ไม่ต้องร้องคร่ำครวญแล้ว ที่ห้องเครื่องยังเหลือต้นหอมกับเส้นบะหมี่อยู่บ้าง เจ้าจะเอาหรือไม่”

“มีแค่เท่านี้เองหรือเจ้าคะ?”

“มีแค่เท่านี้” เต๋อซั่นตอบอย่างหนักแน่น เขาไม่ใช่ผู้ดูแลห้องเครื่อง ให้ของเท่านี้ได้ก็ถือว่าดีมากแล้ว

เสี่ยวเจาไม่เชื่อ ห้องเครื่องใหญ่โตขนาดนี้จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะมีของเหลือแค่นี้

นางอยากจะขอเพิ่มอีกหน่อย แต่เต๋อซั่นยืนกรานคำเดียวว่ามีแค่เท่านี้

เสี่ยวเจาหมดหนทาง ทำหน้าเศร้าหมอง สุดท้ายก็ยังคงรับต้นหอมกับเส้นบะหมี่ไป

อย่างไรเสีย มีก็ยังดีกว่าไม่มี

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 420

    วุ่นวายกว่าที่คิดไว้จริงๆ ด้วย ภัยพิบัติจากธรรมชาติและหายนะที่เกิดจากมนุษย์ อีกทั้งยังเรื่องข้าราชการโกงกินอีก ไม่น่าเล่าเขาถึงได้ดูอับจนหนทางเช่นนี้เจียงหวนนึกถึงกรณีคล้ายกันที่ถูกบันทึกไว้ในหนังสือยุคปัจจุบัน ก่อนจะสูดหายใจลึกๆ“ฝ่าบาทเพคะ” น้ำเสียงของนางชัดเจนและหนักแน่น “หม่อมฉันคิดว่า ภารกิจที่เร่งด่วนที่สุดในยามนี้ ก็คือมอบเงินช่วยเหลือผ่านการทำงานเพคะ”ฮั่วหลินชะงัก “มอบเงินช่วยเหลือผ่านการทำงาน?”“ใช่เพคะ”เจียงหวนพยักหน้า นางเริ่มอธิบายเป็นลำดับอย่างชัดเจน“แทนที่จะปล่อยให้ผู้ลี้ภัยว่างงานไปวันๆ รวมตัวกันก่อเหตุวุ่นวาย มิสู้รวมกลุ่มพวกเขาสร้างระบบน้ำ เสริมความแข็งแกร่งให้บ่อน้ำในเมือง ซ่อมแซมถนนหลวง ราชสำนักให้อาหารที่พักและเงินค่าแรงเล็กน้อย แบบนี้พวกเขาก็จะมีทางรอด ไม่ถึงกับต้องอดตาย และพวกเขาก็ยังมีงานทำ ทำให้จิตใจสงบมั่นคง แล้วยังทุ่มเทแรงกายทำงานก่อสร้างสิ่งต่างๆ ได้อีกนะเพคะ” นางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้นว่า “ขณะเดียวกัน จำเป็นต้องตรวจสอบและจับขุนนางโลภ ฝ่าบาทส่งผู้ตรวจการหรือขุนนางที่ไว้วางพระทัยได้ มอบกระบี่อาญาสิทธิ์ให้พวกเขาไปทำการสื

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 419

    เจียงหวนชะงักฝีเท้า ได้ยินเสียงความเดือดดาลและร้อนใจที่คุกรุ่นอยู่ในใจของฮั่วหลินอย่างชัดเจน[เจ้าพวกโง่ รู้จักแต่ฆ่าแกงกัน!][ชาวบ้านผู้ลี้ภัยก็เป็นราษฎรของข้าเช่นกัน พวกเขาหิวโหยและหนาวเหน็บถึงขนาดนั้น ใครบ้างเล่าไม่อยากมีชีวิตอยู่?][ฆ่า? ฆ่าให้หมดไหวหรืออย่างไร? หากฆ่าหมดแล้วใครจะมาทำไร่ไถนา? ใครจะมาจ่ายภาษี?][ยังมีการช่วยเหลือหลังปัญหาอุทกภัยที่เมืองเจียงหนานอีก เงินสองก้อนถูกส่งไปแล้ว กว่าขุนนางแต่ขั้นขูดรีดเสร็จ เหลือถึงมือราษฎรสักกี่แดงกันเชี่ยว?][พวกริ้นไรพวกนี้! ข้าเกลียดยิ่งนัก...]เสียงในใจของฮั่วหลินเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและไร้กำลังอย่างสุดซึ้ง ราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกขังไว้ในกรง หาทางออกไม่เจอหัวใจของเจียงหวนหนักอึ้งเล็กน้อยนางรู้ว่าฮั่วหลินกดดันอย่างมาก ปัญหาที่อยู่ของผู้ลี้ภัย การโกงกินกันในราชสำนัก… แต่ละเรื่องล้วนเป็นปัญหาที่รับมือยากขุนนางใหญ่พวกนั้นในราชสำนัก บ้างก็รับเบี้ยหวัดแต่ไม่ทำงาน บ้างก็รู้จักแต่ฝักใฝ่อำนาจในราชสำนัก คนที่แบ่งเบาภาระของเขาได้อย่างแท้จริงนั้นมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยก่อนหน้านี้ แม้ว่านางจะลอบช่วยเหลืออย่างลับๆ บ้าง แต่ก็ต้องระมัดระว

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 418

    “พระสนมเกรงใจเกินไปแล้วเพคะ หม่อมฉันได้สอนพระสนมนับว่าเป็นบุญวาสนา มิกล้ารับไว้หรอกเพคะ”“รับไว้เถิด” เจียงหวนยิ้ม “มิใช่สิ่งของล้ำค่าใด แต่เจ้าต้องชอบแน่”[พระสนมให้ของขวัญฉัน? ลุ้นจังเลยว่าจะเป็นอะไร!]เหอหลิงตื่นเต้นมาก ความหงุดหงิดที่ระบบสร้างขึ้นเมื่อครู่หายไปในพริบตา“ขอบพระทัยพระสนมที่ตบรางวัลเพคะ!” นางรีบโน้มตัวทำความเคารพ รอยยิ้มแห่งความสุขเบ่งบานเต็มใบหน้า“นี่ก็ค่ำแล้ว เจ้าก็รีบกลับไปเถิด” เจียงหวนกล่าวอย่างอ่อนโยน“เพคะ หม่อมฉันทูลลา” เหอหลิงกอดกล่องของขวัญไว้แน่น จากนั้นก็รีบถอยหลังออกจากตำหนักเว่ยยางด้วยฝีเท้าแห่งความเบิกบานใจครั้นเห็นว่าเงาร่างของเหอหลิงหายลับไปจากประตูตำหนักแล้ว เจียงหวนจึงค่อยถอยหายใจส่งกลับไปได้สักทีเด็กคนนี้ จิตใจบริสุทธิ์ น่าสงสารที่ถูกเจ้าระบบบ้านั่นทำให้เดือดร้อนขนาดนี้เจียงหวนมองท้องฟ้า ตอนนี้ก็ใกล้ได้เวลามื้อเย็นแล้ว นางหมุนตัวเดินไปทางห้องครัวเล็กโดยตรงกวาดสายตามองวัตถุดิบทำอาหารที่หลากหลายอุดมสมบูรณ์ตรงหน้า พร้อมกับเริ่มคิดคำนวณในใจฮั่วหลิน ตาคนนั้น พักนี้ดูเหมือนงานยุ่งมากวันๆ ขลุกอยู่แต่กับการตรวจฎีกาในห้องทรงพระอักษร ไม่

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 417

    เหอหลิงตื่นเพราะรู้สึกคอแห้ง นางลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ สายตายังคงพร่ามัวอยู่เล็กน้อยสิ่งที่ปรากฏสู่สายตาคือเพดานในตำหนักเว่ยยางอันคุ้นเคย เพียงแต่แสงแดดข้างนอกที่ส่องลอดเข้ามาในหน้าต่างได้กลายเป็นแสงยามสายัณห์แล้ว[อืม… นี่ฉันหลับไปเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไรกัน? ][ใช่สิ พระสนมรินชาให้ฉันถ้วยหนึ่ง จากนั้นฉันก็จำอะไรไม่ได้เลย]เหอหลิงนวดขมับที่รู้สึกปวด พยายามย้อนนึกแต่เศษเสี้ยวความทรงจำยากที่จะนำมาปะติดปะต่อ ความละอายใจอย่างหนึ่งกลับผุดขึ้นมาในใจ[ให้ตายเถอะ ไม่นึกเลยว่าฉันจะหลับในตำหนักของพระสนม แถมยังหลับเป็นตายอย่างนี้อีก][เสียมารยาทจริงๆ เลย!]เหอหลิงตื่นเต็มตาในทันที นางรีบลุกขึ้นมา จากนั้นก็มองไปรอบๆเห็นเพียงเจียงหวนนั่งอยู่ไม่ไกล ในมือยังคงถือเข็มถักและไหมพรมก้อนหนึ่งไว้ ถักทออย่างแช่มช้า“พระสนม…”เหอหลิงรีบลุกขึ้น เสียงฟังดูแหบพร่าเพราะเพิ่งตื่น “ขออภัยด้วยเพคะ หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจจะงีบหลับ ครั้งหน้า ครั้งหน้าพระสนมตบหน้าปลุกหม่อมฉันได้เลยนะเพคะ!”เจียงหวนเงยหน้าขึ้นมองนาง ใบหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“ตื่นแล้วหรือ? หลับสบายหรือไม่?” นางวางสิ่งของในมือลง ชี้

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 416

    ไม่นาน น้ำชาถูกดื่มจนเห็นก้นถ้วย เจียงหวนยังคงเห็นเหอหลิงมีท่าทางเหม่อลอย จึงได้แต่ถอนหายใจเบาๆ หยิบผ้าคลุมบางๆ มาคลุมที่หน้าตักของนาง“นอนสักครู่เถิด พักผ่อนสักหน่อย” เสียงของนางอ่อนโยนราวกับมีฤทธิ์กล่อมประสาทอาจเพราะชาเย็นถ้วยนั้นแสดงผล หรืออาจเพราะเสียงอ่อนโยนของเจียงหวนกล่อมให้ประสาทที่ตึงเครียดของเหอหลิงผ่อนคลายลง เหอหลิงรู้สึกเพียงหนังตาหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ ความง่วงถาโถมเข้ามานางไม่ทันได้ครุ่นคิดถึงค่าความใกล้ชิดที่ผิดปกตินั่น ก็เอนหลังลงไปที่พนักตั่ง เอียงหัวนอนหลับไปเสียแล้วเจียงหวนมองใบหน้าด้านข้างยามหลับของเหอหลิงแพขนตางอนยาวทอดเงาแผงเล็กๆ อยู่ใต้ดวงตา คิ้วงามขมวดเข้าหากันเล็กน้อย คล้ายนอนหลับไม่สนิทนางยื่นนิ้วมือออกไปจิ้มแก้มของเหอหลิงหลับได้เร็วทีเดียว ดูท่าฤทธิ์ยากล่อมประสาทถ้วยนั้นยอดเยี่ยมมากในเวลานี้เอง เสียงคลื่นอิเล็กทรอนิกส์ของระบบดังขึ้นในหัวของเหอหลิงอีกครั้ง「แจ้งเตือน! ตรวจพบสารออกฤทธิ์กล่อมประสาทในร่างกายของโฮสต์ สารดังกล่าวส่งผลให้จิตใต้สำนึกของโฮสต์ผิดปกติ ระบบป้องกันตัวหยุดทำงานโดยสมบูรณ์! 」「ทดลองเปิดโหมดเร่งการเผาผลาญ… ล้มเหลว! สมรรถภาพด้าน

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 415

    เข็มถักในมือของเจียงหวนสอดสานกันอย่างมีจังหวะ ไหมพรมนิ่มพันอยู่รอบปลายนิ้วกลิ่นหอมของอาหารที่ยังเหลืออยู่และกลิ่นอายอบอุ่นของไหมพรมที่กระจายอยู่ในอากาศ เดิมทีควรเป็นช่วงเวลาที่ชวนให้รู้สึกง่วงแต่ทว่า คลื่นความกลัวที่ซัดสาดอยู่ภายในใจของเหอหลิงกลับดังเข้ามาในหูของเจียงหวนอย่างชัดเจนนางเหลือบมองเหอหลิงด้วยหางตาอย่างแนบเนียน เห็นเพียงเหอหลิงสีหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมอัตราอันตรายถึง 65% ฟังดูแล้วก็น่ากลัวมากแต่ทว่า มันจะไม่น่าเหลือเชื่อเกินไปหน่อยหรือถ้าพิจารณาจากที่ระบบบ้านี่ประเมินค่าความประทับใจของฮั่วหลินเมื่อคราวก่อน ตอนนี้เจียงหวนสงสัยในความน่าเชื่อถือของมันอย่างมากเจียงหวนเห็นเหอหลิงตกใจจนวิญญาณแทบหลุดจากร่าง นางได้แต่ลอบเดาะลิ้นในใจ นี่มันมิจฉาชีพชัดๆได้แต่อกสั่นขวัญแขวนทั้งวัน ก็นับว่าน่าสงสารมากแล้ว การทะลุมิติมาไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆเห้อ น่าสงสารจริงๆขณะคิด เจียงหวนรู้สึกทนดูไม่ได้ขึ้นมานางวางเข็มถักในมือลง ลุกขึ้นและเดินไปนั่งที่ตั่งมองดูใบหน้าซีดขาวของเหอหลิง เจียงหวนยื่นมือออกไปเสยปอยผมที่อยู่ตรงหน้าผาก“เป็นอะไรไป จู่ๆ ก็เหงื่ออ

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 298

    ฮั่วหลินยังคงไม่วางใจ ทว่าเมื่อเห็นท่าทางตื่นเต้นของนาง ก็ทำได้เพียงพยักหน้า[ฮือ ไล่ข้าไปเช่นนี้อีกแล้ว][หากเจออันตรายเข้าอีกจะทำอย่างไรเล่า ฉะนั้นข้าไปเป็นเพื่อนนางก็แล้วกัน][อืมๆ เป็นเหตุผลที่ฟังขึ้นอย่างมาก]เจียงหวนได้ยินเสียงในใจของเขา จึงยิ้มไล่เขา“รีบเสด็จกลับห้องทรงพระอักษรของฝ่าบาท

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 296

    “ฝ่าบาทเสด็จ!”ฮั่วหลินแทบจะสาวเท้าเข้ามาพร้อมกับเสียงรายงานนี้ เสื้อคลุมของเขาปลิวม้วนไปตามแรงเดิน ฝีเท้าเร่งรีบกว่ายามปกติช่วงประชุมเช้าเขามัวแต่ยื้อยุดฉุดรั้งอยู่กับตาเฒ่าพวกนั้น พวกเขาทะเลาะราวกับฟ้าดินจะถล่มลงมาเพียงเพราะเรื่องเล็กน้อยเขาข่มความหงุดหงิดในใจสะสางราชกิจจนเสร็จสิ้น ครั้นเสร็จ

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 294

    เจียงหวนชำเลืองมองไหมดิ้นทองและอัญมณีสีแดงที่ส่องประกายจนแสบตาแวบหนึ่ง ในใจไร้ซึ่งคลื่นอารมณ์นางไม่อยากคอสเพลย์เป็นเศรษฐีใหม่ไร้รสนิยมที่ชอบใส่สร้อยทองเส้นใหญ่ๆ หรอกนะนางพยักหน้าเล็กน้อย “เวินกุ้ยเหรินมีน้ำใจแล้ว”หลิ่วซูเหยาก้าวเท้ามาข้างหน้า กิริยาสุขุมสง่างาม นางประคองกล่องผ้าไหมที่บรรจุแท่น

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 273

    “อ้อ เลือกสนมใหม่”เจียงหวนพยักหน้าเบาๆ จากนั้นก็ราวกับได้สติกลับมา ดวงตาเบิกกว้างขึ้นอย่างฉับพลัน “ฮั่วหลิน!? เลือกสนม!?”“พระสนม โปรดระวังวาจาด้วยเพคะ!” เสี่ยวเจาตกใจจนเกือบเข้ามาปิดปากนาง “ข่าวกระจายไปทั่วแล้วเพคะ ฝ่าบาททรงตรัสว่าเจียกุ้ยเฟย ไม่สิ หลินตาอิ้งมีพฤติกรรมขาดคุณธรรม และตำหนักในก็ว่า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status