Share

บทที่ 11

Author: มาแล้วก็อยู่ต่อเถอะ
“เมื่อครู่หม่อมฉันเพิ่งจะผ่านอุทยานหลวงมา คนจากตำหนักเฉิงเต๋อสองสามคน ก็นั่งอยู่ในศาลานินทาหม่อมฉัน...”

อวี๋ผินพร่ำบ่นไม่หยุด เล่าเรื่องที่ได้ยินในอุทยานหลวงให้เจียกุ้ยเฟยฟัง ยิ่งพูดก็ยิ่งเศร้า

“หม่อมฉัน... หม่อมฉันรู้สึกคับข้องใจเหลือเกินเพคะ...”

อวี๋ผินสะอื้นไห้ น้ำตาไหลพราก ปิ่นระย้าบนมวยผมนั้นสั่นไหวไปตามแรงสะอื้น

“ตอนที่ถวายตัวครั้งนั้น หม่อมฉันไม่สามารถทำให้ฝ่าบาทพอพระทัยได้ก็จริง แต่นังพวกนั้นกลับโทษว่าการที่ฝ่าบาทไม่ยอมเสด็จมาวังหลัง เป็นความผิดของหม่อมฉันทั้งหมด ช่างรังแกกันเกินไปแล้ว!”

ควันสีเขียวจาง ๆ ลอยขึ้นมาจากเตากระถางกำยาน เจียกุ้ยเฟยเอนกายอยู่บนเตียง ปลายนิ้วขยับลูกประคำไปมา แต่กลับนิ่งเงียบไม่พูดอะไรสักคำ

น่ารำคาญจะตายอยู่แล้ว

วัน ๆ เอาแต่มาพูดเรื่องไร้สาระหยุมหยิมพวกนี้ น้ำตาที่สะสมมาหลายปีนี่ท่วมตำหนักฉางเล่อได้แล้ว!

“อันผินยังบอกว่าหม่อมฉันเป็นตัวซวยอีกนะเพคะ!”

อวี๋ผินกำผ้าเช็ดหน้าในมือแน่น เล็บที่ย้อมสีชาดแทบจะจิกเข้าไปในฝ่ามือ

นางไม่ทันได้สังเกตเห็นความผิดปกติของเจียกุ้ยเฟยเลยแม้แต่น้อย เอาแต่จมอยู่กับความอัปยศของตนเอง ร้องทุกข์กับเจียกุ้ยเฟยไม่หยุด

“เห็นได้ชัดว่าเป็นจวงฉางไจ้ที่ไม่สามารถทำให้ฝ่าบาทพอพระทัยได้ แต่กลับทำให้หม่อมฉันต้องมาทนความอัปยศโดยใช่เหตุ!”

“เหอะ”

เจียกุ้ยเฟยพลันแค่นหัวเราะเยาะออกมาเสียงหนึ่ง ลูกประคำในมือกระทบกับโต๊ะข้างเตียงเสียงดังลั่น

ในที่สุดนางก็ทนไม่ไหวแล้ว!

นางเหลือบมองอวี๋ผินอย่างเย็นชา “เจ้าคิดว่าข้าตาบอดหรือ?”

เสียงร้องไห้ของอวี๋ผินหยุดชะงักในทันที นางมองสีหน้าของเจียกุ้ยเฟยอย่างระมัดระวัง

“กุ้ยเฟย ท่านหมายความว่าอย่างไรเพคะ?”

เจียกุ้ยเฟยลุกขึ้นนั่งตัวตรง ยกมือขึ้นเชยคางของอวี๋ผิน ในดวงตาหงส์นั้นเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง

“หากไม่ใช่เพราะเจ้าทำอวดฉลาด จะตกต่ำจนกลายเป็นตัวตลกของวังหลังได้อย่างไร!”

ในตำหนักจิ่นหวามีคนของนางอยู่ อวี๋ผินกักบริเวณเจียงหวนอย่างไร แล้วก็รีบเสนอหน้าไปหาฝ่าบาทอย่างไร นางรู้ดีแก่ใจ

แค่เจียงหวนคนเดียว ถึงแม้จะรูปโฉมงดงามอย่างยิ่ง แต่ทางบ้านไม่มีอำนาจ ต่อให้มีข่าวลือว่าได้ถวายตัวชั่วครั้งชั่วคราวแล้วจะเป็นอย่างไร?

แต่นังโง่ไร้หัวคิดคนนี้ วันรุ่งขึ้นก็ไปกักบริเวณเจียงหวน แถมยังเลียนแบบเจียงหวนทำอาหารให้ฝ่าบาทอีก

ไม่รู้ว่าใครให้ความมั่นใจกับนางกัน!

ตอนนี้ดีเลย ทำเรื่องฉลาดแต่กลับกลายเป็นโง่

ศัตรูของนางต่างแอบหัวเราะเยาะนางลับหลัง บอกว่านางนำคนโง่เง่าเป็นตัวตลกมาไว้ในปกครอง

แต่อวี๋ผินกลับยังกล้ามาเสนอหน้าร้องไห้คร่ำครวญต่อหน้านาง คิดจะให้นางช่วยเหลือ!

ใบหน้าของอวี๋ผินขาวซีดราวกับกระดาษ อ้าปากคิดจะโต้เถียง แต่คำพูดที่ริมฝีปากกลับถูกสายตาอันเย็นชาของเจียกุ้ยเฟยทำให้ต้องกลืนกลับลงไป

ในเมื่ออวี๋ผินมาขอร้องนางถึงที่แล้ว เช่นนั้นก็ดี ให้อวี๋ผินไปลองหยั่งเชิงก่อนก็แล้วกัน

เจียกุ้ยเฟยมองอวี๋ผินที่อ้ำอึ้งไม่กล้าพูดจา แล้วกวักมือเรียก

“เจ้าเข้ามานี่ ข้าจะชี้ทางสว่างให้”

อวี๋ผินรีบเข้าไปใกล้ ๆ ฟังคำกระซิบของเจียกุ้ยเฟย ใบหน้าที่เคยขาวซีดของนางก็ค่อย ๆ กลับมามีสีเลือดฝาด

“หม่อมฉัน ขอบพระทัยกุ้ยเฟยที่ชี้แนะเพคะ”

อวี๋ผินคุกเข่าลงกับพื้น จิตใจที่อยากจะต่อสู้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง

เจียกุ้ยเฟยแค่นเสียงเย็นชาในใจ ขี้เกียจจะมองอวี๋ผินอีกต่อไป จึงโบกมือให้นางถอยออกไป

หากไม่ใช่เพราะเก็บอวี๋ผินไว้ยังมีประโยชน์ นางคงจะไล่อวี๋ผินไปนานแล้ว

ทางด้านนี้ หลังจากที่อวี๋ผินออกจากตำหนักฉางเล่อแล้ว ก็รีบกลับไปที่ตำหนักจิ่นหวาทันที สั่งให้ชุ่ยอิงไปเรียกเจียงหวนที่ตำหนักรองฝั่งตะวันตก

ไม่นานนัก เจียงหวนกับเสี่ยวเจาก็ตามชุ่ยอิงมาถึงตำหนักใหญ่

ถึงแม้ในใจเจียงหวนจะรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง แต่ก็ยังคงก้มหน้า ทำความเคารพอย่างนอบน้อม

“หม่อมฉันคารวะอวี๋ผิน ไม่ทราบว่าท่านเรียกหม่อมฉันมามีสิ่งใดจะสั่งหรือเพคะ”

หลายวันนี้มานี้นางอยู่ในตำหนักรอง ไม่ได้ไปหาเรื่องใครเลย

ปกติอวี๋ผินไม่ใช่ว่าเกลียดขี้หน้านางที่สุดหรอกหรือ? อยู่ดี ๆ จะมาเรียกนางไปทำไม!

เมื่อเห็นว่าเจียงหวนมาแล้ว อวี๋ผินก็เชิดคางขึ้นมองนาง ท่าทางดูหยิ่งยโสโอหัง

“จวงฉางไจ้ ข้าได้ยินมาว่าฝ่าบาททรงโปรดฝีมือของเจ้า เช่นนั้น เจ้าไปทำอาหารมาสักสองสามอย่าง ให้ข้าได้ลองชิมบ้าง”

เจียงหวนอดไม่ได้ที่จะเหลือบตาขึ้นมองบนในใจ

อวี๋ผินคือพระสนมเจ้าของตำหนักของนาง หลายวันมานี้นางแทบจะไม่มีอะไรจะกินอยู่แล้ว อวี๋ผินจะไม่รู้ได้อย่างไร!

ตอนนี้ยังมาเรียกนางไปทำอาหารอีก นางจะเอาอะไรทำ เอาชีวิตทำหรือ?

เสี่ยวเจาเป็นคนใจร้อน ยังไม่ทันที่นายหญิงจะพูดอะไร ก็ทรุดตัวลงคุกเข่าเสียงดังตุบ

“ทูลพระสนมเพคะ ตำหนักของพวกเราจะไม่มีอะไรจะกินอยู่แล้ว จะเอาวัตถุดิบที่ไหนมาถวายท่านได้อีก...”

สีหน้าของอวี๋ผินมืดมนลงทันที แล้วเสียงตวาดของชุ่ยอิงก็ดังตามมา

“นายหญิงของเจ้ายังไม่ได้พูดเลย เจ้าเป็นแค่บ่าวจะมาพูดแทรกทำไม!”

เหงื่อเย็น ๆ ผุดขึ้นบนหน้าผากของเจียงหวน

เสี่ยวเจาเด็กสาวคนนี้อะไรก็ดีไปหมด เสียอย่างเดียวคือปากไวเกินไป

ถ้าอยู่ในละครวังหลัง ตอนแรกก็คงกลายเป็นตัวประกอบที่ต้องตายไปแล้ว

“เสี่ยว...”

เจียงหวนกำลังจะบอกให้เสี่ยวเจาอย่าพูด แต่เสี่ยวเจากลับกลัวว่าอวี๋ผินจะหาเรื่องเจียงหวนเพราะเรื่องนี้ จึงเอ่ยปากขึ้นอีกครั้ง

“พระสนมโปรดพิจารณาด้วยเถิดเพคะ! ถังข้าวสารของนายหญิงน้อยของบ่าวว่างเปล่ามาหลายวันแล้ว แม้แต่...”

เพียะ—

เสียงตบหน้าดังขึ้นอย่างชัดเจน อวี๋ผินชักมือกลับ ปลอกเล็บยาวแหลมคมข่วนบนใบหน้าของเสี่ยวเจา ทิ้งรอยแดงยาวไว้หนึ่งเส้น

ชุ่ยอิงตกใจจนหน้าซีด รีบเอ่ยขึ้น “พระสนมเพคะ สั่งสอนบ่าวไพร่ไยต้องให้ท่านลงมือเอง ให้พวกบ่าวทำก็ได้เพคะ ท่านอย่าให้ตัวเองต้องเจ็บตัวเลยเพคะ”

ฝ่ามือของอวี๋ผินชาไปทั้งแถบ แต่นางยังไม่หายโมโห

แค่นางกำนัลตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง กล้าดีอย่างไรมาทำโอหังต่อหน้านางซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ดูท่าว่าการลงโทษครั้งที่แล้วจะเบาเกินไป!

อวี๋ผินแค่นเสียงเย็น สั่งการว่า “ลากออกไป ตบปาก!”

สิ้นเสียง ก็มีนางกำนัลสองคนเดินเข้ามาทันที หิ้วปีกเสี่ยวเจาแล้วลากออกไป

“เสี่ยวเจา!”

เจียงหวนตกใจจนหน้าซีด พยายามจะเข้าไปขวางโดยไม่รู้ตัว

หลายเดือนที่ทะลุมิติเข้ามาในนิยายนี้ แม้ว่านางจะถูกเมินเฉยและทารุณมาบ้าง แต่ก็ยังไม่เคยเกิดเรื่องใหญ่โตถึงขั้นเป็นเรื่องคอขาดบาดตายจริง ๆ

พอเคยชินกับการปล่อยปละละเลยแล้ว จิตใจก็พลอยเกียจคร้านทำตัวสบาย ๆ ไปด้วย จนลืมไปว่าตนเองอยู่ในวังหลังที่พร้อมจะขย้ำคนได้ทุกเมื่อ!

เมื่อเห็นว่าครั้งนี้อวี๋ผินเอาจริง เจียงหวนก็ร้อนใจขึ้นมาจริง ๆ แล้ว

เด็กโง่คนนี้ ครั้งที่แล้วก็เจ็บตัวไปทีหนึ่งแล้ว ครั้งนี้ทำไมยังไม่รู้จักจำอีก!

มีหรือที่อวี๋ผินจะยอมให้เจียงหวนช่วยคน สายตาฉายแววอำมหิต ตวาดเสียงกร้าว

“ใครก็ได้ ยังไม่รีบจับตัวจวงฉางไจ้ให้ข้าอีก!”

มีบ่าวไพร่เยี่ยงไร ก็มีนายหญิงเยี่ยงนั้น!

นางยังต้องการให้เจียงหวนทำงานให้นางชั่วคราว จึงยังไม่สามารถลงโทษเจียงหวนได้ ถือว่านางโชคดีไป

แต่นางกำนัลคนนี้ วันนี้นางจะต้องสั่งสอนให้ได้!

“เพคะ”

นางกำนัลอีกสองคนเดินเข้ามา ประกบซ้ายขวาคนละข้าง แล้วจับตัวเจียงหวนไว้

เจียงหวนร้อนใจจนเหงื่อท่วมตัว ในสถานการณ์เช่นนี้จะแข็งขืนไม่ได้ ต้องใช้วิธีประนีประนอม

“พระสนม เป็นเสี่ยวเจาที่ไม่รู้ความ นางก็แค่กลัวว่าจะปรนนิบัติไม่ดีพอ ทำให้พระสนมไม่พอใจ ขอให้พระสนมโปรดเมตตาด้วยเถิดเพคะ!”

นางก้มหน้าต่ำมาก ท่าทางแทบจะคุกเข่าลงไปในดิน

พยายามพูดจาอ่อนหวาน เกลี้ยกล่อมอวี๋ผิน

แต่ยังไม่ทันที่เจียงหวนจะพูดจบ น้ำเสียงที่เย็นชาไร้ความปรานีของอวี๋ผินก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“เอาผ้ามาอุดปากจวงฉางไจ้ไว้ ข้าไม่ต้องการให้จวงฉางไจ้พูดตอนนี้!”

เมื่อครู่ตอนที่ให้เจียงหวนทำอาหารให้นาง เจียงหวนไม่ตอบ ตอนนี้ก็ไม่จำเป็นต้องตอบแล้ว!

ชุ่ยอิงเป็นคนมีไหวพริบอย่างยิ่ง รีบเอาผ้าเช็ดหน้ายัดเข้าไปในปากของเจียงหวนทันที เพื่อป้องกันไม่ให้เจียงหวนคายผ้าเช็ดหน้าออกมา ยังหาเชือกมามัดไว้ด้วย

“อื้อ ๆ ...”

เจียงหวนดิ้นรนไม่หยุด แต่แขนทั้งสองข้างกลับถูกจับไว้แน่น ไม่สามารถขยับได้แม้แต่น้อย

ร่างเล็ก ๆ ของเสี่ยวเจาถูกลากออกไป ความตื่นตระหนกของนางอยู่ในสายตาของเจียงหวนอย่างชัดเจน ทะลวงหัวใจของนางจนเป็นรู

เมื่อเสียงของไม้ไผ่ฟาดลงบนเนื้อหนังดังขึ้น กล้ามเนื้อทั่วร่างของเจียงหวนก็เกร็งขึ้นมาทันที

นางได้ยินเสียงกรีดร้องครั้งแรกของเสี่ยวเจาค้างอยู่ในลำคอ ดูเหมือนนางจะพยายามอดทนไม่ร้องออกมา

แต่พอถูกไม้ไผ่ฟาดลงไปอีกสองสามครั้ง เสี่ยวเจาก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป

“อ๊า!”

เสียงกรีดร้องที่แสบแก้วหูดังขึ้น พร้อมกับเสียงตบหน้าเป็นระยะ ๆ

เลือดไหลซึมออกมาจากมุมปากของเสี่ยวเจา ไม่นานแก้มของนางก็บวมเป่ง

พออ้าปากกรีดร้อง ก็จะทำให้แผลฉีกขาด เลือดก็ไหลออกมาอีกครั้ง

นางกำนัลที่ลงโทษล้วนเป็นคนของอวี๋ผิน ลงมืออย่างไม่ปรานีเลยแม้แต่น้อย เพียงครู่เดียว เสียงกรีดร้องของเสี่ยวเจาก็ค่อย ๆ แผ่วลง
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 420

    วุ่นวายกว่าที่คิดไว้จริงๆ ด้วย ภัยพิบัติจากธรรมชาติและหายนะที่เกิดจากมนุษย์ อีกทั้งยังเรื่องข้าราชการโกงกินอีก ไม่น่าเล่าเขาถึงได้ดูอับจนหนทางเช่นนี้เจียงหวนนึกถึงกรณีคล้ายกันที่ถูกบันทึกไว้ในหนังสือยุคปัจจุบัน ก่อนจะสูดหายใจลึกๆ“ฝ่าบาทเพคะ” น้ำเสียงของนางชัดเจนและหนักแน่น “หม่อมฉันคิดว่า ภารกิจที่เร่งด่วนที่สุดในยามนี้ ก็คือมอบเงินช่วยเหลือผ่านการทำงานเพคะ”ฮั่วหลินชะงัก “มอบเงินช่วยเหลือผ่านการทำงาน?”“ใช่เพคะ”เจียงหวนพยักหน้า นางเริ่มอธิบายเป็นลำดับอย่างชัดเจน“แทนที่จะปล่อยให้ผู้ลี้ภัยว่างงานไปวันๆ รวมตัวกันก่อเหตุวุ่นวาย มิสู้รวมกลุ่มพวกเขาสร้างระบบน้ำ เสริมความแข็งแกร่งให้บ่อน้ำในเมือง ซ่อมแซมถนนหลวง ราชสำนักให้อาหารที่พักและเงินค่าแรงเล็กน้อย แบบนี้พวกเขาก็จะมีทางรอด ไม่ถึงกับต้องอดตาย และพวกเขาก็ยังมีงานทำ ทำให้จิตใจสงบมั่นคง แล้วยังทุ่มเทแรงกายทำงานก่อสร้างสิ่งต่างๆ ได้อีกนะเพคะ” นางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้นว่า “ขณะเดียวกัน จำเป็นต้องตรวจสอบและจับขุนนางโลภ ฝ่าบาทส่งผู้ตรวจการหรือขุนนางที่ไว้วางพระทัยได้ มอบกระบี่อาญาสิทธิ์ให้พวกเขาไปทำการสื

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 419

    เจียงหวนชะงักฝีเท้า ได้ยินเสียงความเดือดดาลและร้อนใจที่คุกรุ่นอยู่ในใจของฮั่วหลินอย่างชัดเจน[เจ้าพวกโง่ รู้จักแต่ฆ่าแกงกัน!][ชาวบ้านผู้ลี้ภัยก็เป็นราษฎรของข้าเช่นกัน พวกเขาหิวโหยและหนาวเหน็บถึงขนาดนั้น ใครบ้างเล่าไม่อยากมีชีวิตอยู่?][ฆ่า? ฆ่าให้หมดไหวหรืออย่างไร? หากฆ่าหมดแล้วใครจะมาทำไร่ไถนา? ใครจะมาจ่ายภาษี?][ยังมีการช่วยเหลือหลังปัญหาอุทกภัยที่เมืองเจียงหนานอีก เงินสองก้อนถูกส่งไปแล้ว กว่าขุนนางแต่ขั้นขูดรีดเสร็จ เหลือถึงมือราษฎรสักกี่แดงกันเชี่ยว?][พวกริ้นไรพวกนี้! ข้าเกลียดยิ่งนัก...]เสียงในใจของฮั่วหลินเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและไร้กำลังอย่างสุดซึ้ง ราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกขังไว้ในกรง หาทางออกไม่เจอหัวใจของเจียงหวนหนักอึ้งเล็กน้อยนางรู้ว่าฮั่วหลินกดดันอย่างมาก ปัญหาที่อยู่ของผู้ลี้ภัย การโกงกินกันในราชสำนัก… แต่ละเรื่องล้วนเป็นปัญหาที่รับมือยากขุนนางใหญ่พวกนั้นในราชสำนัก บ้างก็รับเบี้ยหวัดแต่ไม่ทำงาน บ้างก็รู้จักแต่ฝักใฝ่อำนาจในราชสำนัก คนที่แบ่งเบาภาระของเขาได้อย่างแท้จริงนั้นมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยก่อนหน้านี้ แม้ว่านางจะลอบช่วยเหลืออย่างลับๆ บ้าง แต่ก็ต้องระมัดระว

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 418

    “พระสนมเกรงใจเกินไปแล้วเพคะ หม่อมฉันได้สอนพระสนมนับว่าเป็นบุญวาสนา มิกล้ารับไว้หรอกเพคะ”“รับไว้เถิด” เจียงหวนยิ้ม “มิใช่สิ่งของล้ำค่าใด แต่เจ้าต้องชอบแน่”[พระสนมให้ของขวัญฉัน? ลุ้นจังเลยว่าจะเป็นอะไร!]เหอหลิงตื่นเต้นมาก ความหงุดหงิดที่ระบบสร้างขึ้นเมื่อครู่หายไปในพริบตา“ขอบพระทัยพระสนมที่ตบรางวัลเพคะ!” นางรีบโน้มตัวทำความเคารพ รอยยิ้มแห่งความสุขเบ่งบานเต็มใบหน้า“นี่ก็ค่ำแล้ว เจ้าก็รีบกลับไปเถิด” เจียงหวนกล่าวอย่างอ่อนโยน“เพคะ หม่อมฉันทูลลา” เหอหลิงกอดกล่องของขวัญไว้แน่น จากนั้นก็รีบถอยหลังออกจากตำหนักเว่ยยางด้วยฝีเท้าแห่งความเบิกบานใจครั้นเห็นว่าเงาร่างของเหอหลิงหายลับไปจากประตูตำหนักแล้ว เจียงหวนจึงค่อยถอยหายใจส่งกลับไปได้สักทีเด็กคนนี้ จิตใจบริสุทธิ์ น่าสงสารที่ถูกเจ้าระบบบ้านั่นทำให้เดือดร้อนขนาดนี้เจียงหวนมองท้องฟ้า ตอนนี้ก็ใกล้ได้เวลามื้อเย็นแล้ว นางหมุนตัวเดินไปทางห้องครัวเล็กโดยตรงกวาดสายตามองวัตถุดิบทำอาหารที่หลากหลายอุดมสมบูรณ์ตรงหน้า พร้อมกับเริ่มคิดคำนวณในใจฮั่วหลิน ตาคนนั้น พักนี้ดูเหมือนงานยุ่งมากวันๆ ขลุกอยู่แต่กับการตรวจฎีกาในห้องทรงพระอักษร ไม่

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 417

    เหอหลิงตื่นเพราะรู้สึกคอแห้ง นางลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ สายตายังคงพร่ามัวอยู่เล็กน้อยสิ่งที่ปรากฏสู่สายตาคือเพดานในตำหนักเว่ยยางอันคุ้นเคย เพียงแต่แสงแดดข้างนอกที่ส่องลอดเข้ามาในหน้าต่างได้กลายเป็นแสงยามสายัณห์แล้ว[อืม… นี่ฉันหลับไปเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไรกัน? ][ใช่สิ พระสนมรินชาให้ฉันถ้วยหนึ่ง จากนั้นฉันก็จำอะไรไม่ได้เลย]เหอหลิงนวดขมับที่รู้สึกปวด พยายามย้อนนึกแต่เศษเสี้ยวความทรงจำยากที่จะนำมาปะติดปะต่อ ความละอายใจอย่างหนึ่งกลับผุดขึ้นมาในใจ[ให้ตายเถอะ ไม่นึกเลยว่าฉันจะหลับในตำหนักของพระสนม แถมยังหลับเป็นตายอย่างนี้อีก][เสียมารยาทจริงๆ เลย!]เหอหลิงตื่นเต็มตาในทันที นางรีบลุกขึ้นมา จากนั้นก็มองไปรอบๆเห็นเพียงเจียงหวนนั่งอยู่ไม่ไกล ในมือยังคงถือเข็มถักและไหมพรมก้อนหนึ่งไว้ ถักทออย่างแช่มช้า“พระสนม…”เหอหลิงรีบลุกขึ้น เสียงฟังดูแหบพร่าเพราะเพิ่งตื่น “ขออภัยด้วยเพคะ หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจจะงีบหลับ ครั้งหน้า ครั้งหน้าพระสนมตบหน้าปลุกหม่อมฉันได้เลยนะเพคะ!”เจียงหวนเงยหน้าขึ้นมองนาง ใบหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“ตื่นแล้วหรือ? หลับสบายหรือไม่?” นางวางสิ่งของในมือลง ชี้

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 416

    ไม่นาน น้ำชาถูกดื่มจนเห็นก้นถ้วย เจียงหวนยังคงเห็นเหอหลิงมีท่าทางเหม่อลอย จึงได้แต่ถอนหายใจเบาๆ หยิบผ้าคลุมบางๆ มาคลุมที่หน้าตักของนาง“นอนสักครู่เถิด พักผ่อนสักหน่อย” เสียงของนางอ่อนโยนราวกับมีฤทธิ์กล่อมประสาทอาจเพราะชาเย็นถ้วยนั้นแสดงผล หรืออาจเพราะเสียงอ่อนโยนของเจียงหวนกล่อมให้ประสาทที่ตึงเครียดของเหอหลิงผ่อนคลายลง เหอหลิงรู้สึกเพียงหนังตาหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ ความง่วงถาโถมเข้ามานางไม่ทันได้ครุ่นคิดถึงค่าความใกล้ชิดที่ผิดปกตินั่น ก็เอนหลังลงไปที่พนักตั่ง เอียงหัวนอนหลับไปเสียแล้วเจียงหวนมองใบหน้าด้านข้างยามหลับของเหอหลิงแพขนตางอนยาวทอดเงาแผงเล็กๆ อยู่ใต้ดวงตา คิ้วงามขมวดเข้าหากันเล็กน้อย คล้ายนอนหลับไม่สนิทนางยื่นนิ้วมือออกไปจิ้มแก้มของเหอหลิงหลับได้เร็วทีเดียว ดูท่าฤทธิ์ยากล่อมประสาทถ้วยนั้นยอดเยี่ยมมากในเวลานี้เอง เสียงคลื่นอิเล็กทรอนิกส์ของระบบดังขึ้นในหัวของเหอหลิงอีกครั้ง「แจ้งเตือน! ตรวจพบสารออกฤทธิ์กล่อมประสาทในร่างกายของโฮสต์ สารดังกล่าวส่งผลให้จิตใต้สำนึกของโฮสต์ผิดปกติ ระบบป้องกันตัวหยุดทำงานโดยสมบูรณ์! 」「ทดลองเปิดโหมดเร่งการเผาผลาญ… ล้มเหลว! สมรรถภาพด้าน

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 415

    เข็มถักในมือของเจียงหวนสอดสานกันอย่างมีจังหวะ ไหมพรมนิ่มพันอยู่รอบปลายนิ้วกลิ่นหอมของอาหารที่ยังเหลืออยู่และกลิ่นอายอบอุ่นของไหมพรมที่กระจายอยู่ในอากาศ เดิมทีควรเป็นช่วงเวลาที่ชวนให้รู้สึกง่วงแต่ทว่า คลื่นความกลัวที่ซัดสาดอยู่ภายในใจของเหอหลิงกลับดังเข้ามาในหูของเจียงหวนอย่างชัดเจนนางเหลือบมองเหอหลิงด้วยหางตาอย่างแนบเนียน เห็นเพียงเหอหลิงสีหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมอัตราอันตรายถึง 65% ฟังดูแล้วก็น่ากลัวมากแต่ทว่า มันจะไม่น่าเหลือเชื่อเกินไปหน่อยหรือถ้าพิจารณาจากที่ระบบบ้านี่ประเมินค่าความประทับใจของฮั่วหลินเมื่อคราวก่อน ตอนนี้เจียงหวนสงสัยในความน่าเชื่อถือของมันอย่างมากเจียงหวนเห็นเหอหลิงตกใจจนวิญญาณแทบหลุดจากร่าง นางได้แต่ลอบเดาะลิ้นในใจ นี่มันมิจฉาชีพชัดๆได้แต่อกสั่นขวัญแขวนทั้งวัน ก็นับว่าน่าสงสารมากแล้ว การทะลุมิติมาไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆเห้อ น่าสงสารจริงๆขณะคิด เจียงหวนรู้สึกทนดูไม่ได้ขึ้นมานางวางเข็มถักในมือลง ลุกขึ้นและเดินไปนั่งที่ตั่งมองดูใบหน้าซีดขาวของเหอหลิง เจียงหวนยื่นมือออกไปเสยปอยผมที่อยู่ตรงหน้าผาก“เป็นอะไรไป จู่ๆ ก็เหงื่ออ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status