Share

บทที่ 8

Penulis: มาแล้วก็อยู่ต่อเถอะ
เนื่องจากเรื่องที่ตำหนักหย่างซิน อวี๋ผินจึงอารมณ์ขุ่นมัวอย่างยิ่ง เมื่อกลับถึงตำหนักจิ่นหวาก็อาละวาดอย่างหนัก

ชุ่ยอิงกลัวว่าอวี๋ผินจะโมโหจนล้มป่วยไป จึงทั้งปลอบทั้งเกลี้ยกล่อม จนในที่สุดอวี๋ผินก็ยอมไปเดินเล่นที่อุทยานหลวงเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ

น่าเสียดายที่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ดันมาพบกับลี่เฟยเข้า

ไม่เพียงแต่จะไม่ได้พักผ่อนหย่อนใจ แถมยังไปเจอเรื่องซวยเข้ามาอีก

ชุ่ยอิงนึกเสียใจที่พามาในตอนแรก ขณะที่กำลังร้อนใจอยู่นั้น ลี่เฟยก็ประคองมือนางกำนัลเดินเข้ามาอย่างช้า ๆ แล้ว

ปิ่นระย้าทองคำประดับหยกที่ข้างขมับสั่นไหวเล็กน้อยตามการเคลื่อนไหวของนาง ขับเน้นให้ใบหน้าที่ธรรมดาสามัญนั้นดูร้ายกาจยิ่งขึ้น

ลี่เฟยเหลือบมองอวี๋ผินที่กำลังถูกชุ่ยอิงประคองอยู่ จงใจพูดเสียงดัง “อ้าว นี่ไม่ใช่น้องหญิงอวี๋ผินจากตำหนักจิ่นหวาหรอกหรือ?”

“ได้ยินว่าเมื่อวานนี้อยู่ที่หน้าตำหนักหย่างซินถึงกับยืนไม่ตรง วันนี้กลับมีแรงออกมาเดินเล่นแล้วหรือนี่?”

เมื่ออวี๋ผินได้ยินดังนั้น สีหน้าก็พลันเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำ

ในวังจะมีความลับอะไรได้ นางแพศยานี่ต้องได้ยินข่าวลือมาแน่ ๆ ตั้งใจจะมาทำให้นางอับอาย

ลี่เฟยเป็นคนของไทเฮา แม้จะไร้ซึ่งความโปรดปรานและรูปโฉมที่งดงาม แต่ก็อาศัยไทเฮาหนุนหลังจึงทำตัวกร่างในวังหลังมานานหลายปี

แต่แล้วอย่างไรเล่า ลี่เฟยมีไทเฮาหนุนหลัง ส่วนนางก็มีเจียกุ้ยเฟยหนุนหลังเช่นกัน

อวี๋ผินไม่ยอมแพ้ สะบัดมือของชุ่ยอิงออกทันที ยืดหลังตรงแล้วแค่นหัวเราะเยาะ ในคำพูดแฝงไปด้วยความเยาะเย้ยอย่างบอกไม่ถูก

“พี่หญิงลี่เฟยนี่ข่าวสารว่องไวเสียจริงนะเพคะ วัน ๆ เอาแต่หมอบอยู่ที่หน้าประตูวังคอยฟังข่าวลือ ระวังจะโดนลมพัดจนหน้าเบี้ยวไปเสียล่ะ!”

“หากว่างมากถึงเพียงนี้ สู้ไปคัดลอกพระสูตรหลาย ๆ ม้วนถวายไทเฮาไม่ดีกว่าหรือ จะได้ไม่ต้องมาคอยจ้องจับผิดคนอื่นอยู่ทั้งวัน คนที่ไม่รู้คงนึกว่าพี่หญิงอิจฉาที่ข้าได้รับความโปรดปราน!”

ลี่เฟยกับเจียกุ้ยเฟยต่อสู้กันมาสิบปี สิ่งที่เกลียดที่สุดคือการที่คนอื่นเอ่ยถึงคำว่า “ความโปรดปราน”

เมื่อตอนนั้นเจียกุ้ยเฟยเคยพูดประโยคหนึ่งว่า “รูปโฉมของพี่หญิงลี่เฟยนี้ ช่วยให้ฝ่าบาททรงประหยัดเครื่องประทินโฉมไปได้เยอะเลยนะเพคะ” ทำให้นางกลายเป็นตัวตลกของทั้งหกตำหนัก

บัดนี้นังอวี๋ผินต่ำต้อยผู้นี้ก็ยังกล้ามาเหยียบย่ำจุดอ่อนของนางอีก!

ลี่เฟยหุบพัดกลมในมือลง สายตาก็พลันปรากฏความมืดมนขึ้นมาทันที

“ปากของน้องหญิงนี่ ช่างจัดจ้านยิ่งกว่าซี่โครงผัดเปรี้ยวหวานเสียอีก”

นางได้ยินมาว่าอวี๋ผินมุดหัวอยู่ในครัวง่วนอยู่กับการทำอาหาร สุดท้ายก็ยกอาหารจานนี้ออกมาจนทำให้ฝ่าบาททรงพิโรธ

“เกรงว่าจะไม่ใช่อาหารที่ทำให้ฝ่าบาททรงสำลัก แต่เป็นตัวเจ้าที่ทำให้ฝ่าบาททรงสำลักมากกว่ากระมัง?”

อวี๋ผินตัวแข็งทื่อ ในหูมีเสียงดังหึ่ง ๆ

เพื่อเอาใจฮ่องเต้ นางแอบเทน้ำผึ้งดอกไหวลงไปในซี่โครงครึ่งกา ใครจะรู้ว่าฮ่องเต้จะไม่โปรดกลิ่นนี้...

เรื่องนี้นางคิดจะเก็บให้เน่าตายไปในท้อง ไม่นึกว่าวันนี้จะมาเจอลี่เฟย

แผนการของนางถูกสาวไส้ออกมาจนหมดเปลือก!

“พี่หญิงโปรดระวังคำพูดด้วยเพคะ!” อวี๋ผินจิกเล็บเข้าที่ฝ่ามืออย่างแรง บนใบหน้ากลับยิ้มเย้ายวนมากขึ้น มีเพียงน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเย็นชา

“ต่อให้น้องจะย่ำแย่เพียงใด ก็ยังดีกว่าพี่หญิงอยู่บ้าง อย่างน้อยก็ได้เข้าเฝ้าฝ่าบาทอยู่บ่อยครั้ง ส่วนป้ายชื่อสีเขียวที่กรมวังฝ่ายในส่งไปให้คงจะฝุ่นจับเขรอะหมดแล้ว ที่น้องยังพอมีไม้ขนไก่ดี ๆ อยู่บ้าง ให้พี่หญิงยืมไปปัดฝุ่นดีหรือไม่เพคะ?”

สีหน้าของลี่เฟยก็เปลี่ยนเป็นย่ำแย่เช่นกัน นางจะได้รับความโปรดปรานหรือไม่ ถึงคราวที่อวี๋ผินจะมานินทาแล้วหรือ!

นางสูดหายใจเข้าลึก ๆ บอกตัวเองให้ใจเย็น

“มิต้องหรอก แม้ว่าข้าจะไม่ได้รับความโปรดปราน ก็ยังดีกว่านกกระจอกบางตัวที่คิดว่าตัวเองได้เกาะกิ่งไม้แล้วจะกลายเป็นหงส์มีฐานะสูงส่ง”

ในที่สุดอวี๋ผินก็ไม่สามารถควบคุมสีหน้าได้อีกต่อไป

ว่าใครเป็นนกกระจอก ไม่ดูหน้าตัวเองบ้างเลย!

น้ำเสียงของนางแหลมขึ้นทันที “ข้าทำไปด้วยความจริงใจ พี่หญิงเอาแต่บิดเบือนเจตนาของคนอื่นเช่นนี้ มิน่าเล่าถึงไม่เป็นที่ชื่นชอบ!”

เมื่อลี่เฟยเห็นนางไม่เกรงใจ ก็ไม่ยอมแพ้เช่นกัน โต้กลับทันที

“จริงใจหรือ? หากจริงใจจริง ๆ เมื่อคืนคงไม่เกิดเรื่องอึกทึกครึกโครมเช่นนั้น น้องหญิงอวี๋ผิน นี่เจ้ากำลังสร้างความเดือดร้อนให้ฝ่าบาท หรือกำลังหาเรื่องเดือดร้อนให้ตัวเองกันแน่?”

อวี๋ผินถูกคำพูดของลี่เฟยทำเอาโกรธจนแทบจะพูดไม่ออก

แต่เรื่องเมื่อคืนก็นับว่านางขายหน้าจริง ๆ ยากที่จะโต้เถียงอะไรออกไปได้

นางไม่อยากจะทนอัปยศอยู่ที่นี่อีก จึงกัดฟันแล้วหันหลังจะจากไป แต่กลับถูกเสียงของลี่เฟยเรียกไว้

“น้องหญิงอวี๋ผิน อย่าเพิ่งรีบไปสิ ข้ายังอยากจะถามหน่อยว่า เมื่อคืนตอนที่เจ้าถูกฝ่าบาทไล่ออกมา รองเท้าหลุดหายไปข้างหนึ่งเลยหรือ นี่เป็นเรื่องจริงหรือไม่?”

“หากพี่หญิงสงสัยใคร่รู้ถึงเพียงนั้น ก็ไปเก็บเอาเองที่หน้าตำหนักหย่างซินสิเพคะ”

อวี๋ผินแค่นเสียงเย็น

“เจ้า!” ลี่เฟยโกรธจนปลายนิ้วสั่นเทา “ช่างปากดีเสียจริง! ข้าจะคอยดูว่า เมื่อถึงเวลาที่เจียกุ้ยเฟยปกป้องเจ้าไม่ได้แล้ว เจ้าจะยังอวดดีไปได้อีกนานแค่ไหน!”

“เช่นนั้นก็ไม่รบกวนพี่หญิงเป็นห่วงแล้ว”

อวี๋ผินจัดปอยผมข้างหู เดินผ่านร่างของลี่เฟยไป ชายกระโปรงพัดพาลมเย็นเยียบวูบหนึ่ง

ทั้งสองแยกย้ายกันไปอย่างไม่สบอารมณ์ อวี๋ผินพาชุ่ยอิงกลับมาที่ตำหนักจิ่นหวาอีกครั้ง

ความอัดอั้นตันใจสุมอยู่ในอก นางทุบทำลายเครื่องกระเบื้องไปครึ่งห้อง โกรธจนกินอะไรไม่ลงแล้ว

ในขณะเดียวกัน ณ ตำหนักรองฝั่งตะวันตก

เจียงหวนนั่งยอง ๆ อยู่หน้าเตาไฟ ปลายนิ้วหยิบแป้งกองสุดท้ายที่เหลืออยู่ก้นถุงออกมาดู รู้สึกอยากจะร้องไห้แต่ก็ร้องไม่ออก

ไม่ได้รับความโปรดปรานก็ทนได้ ถูกทุบตีด่าทอก็ทนได้

แต่ไม่มีข้าวกินนี่ทนไม่ได้แล้ว!

“นายหญิงน้อย ถังข้าวสารก็ว่างเปล่าแล้วเพคะ...” เสี่ยวเจาอุ้มถังเปล่าเข้ามาใกล้ ๆ อย่างอิดเอื้อน ใบหน้าเต็มไปด้วยความทุกข์

“เสี่ยวเจา สวรรค์ จะฆ่าข้าให้ตายแล้ว”

เจียงหวนแหงนหน้ามองฟ้าพลางถอนหายใจ พับแขนเสื้อขึ้นอย่างยอมรับชะตากรรม เปิดโอ่งดินเผาที่มุมห้อง หยิบเนื้อหมักครึ่งชิ้นที่ห่อด้วยใบบัวออกมา พร้อมกับเด็ดต้นหอมสองสามต้นที่ปลูกไว้ในกระถางเล็ก ๆ มาด้วย

ก็คงต้องแก้ขัดไปแบบนี้ก่อน ถ้ากินไม่อิ่มก็ไม่มีแรงคิดหาวิธีแก้ไขหรอกนะ

เมื่อมองดูวัตถุดิบไม่กี่อย่างที่รวบรวมมาได้อย่างยากลำบากตรงหน้า ใบหน้าของเจียงหวนก็เต็มไปด้วยความทุกข์ระทม ก่อนจะคว้ากระทะขึ้นมาแล้วเริ่มทำอาหาร

ตอนที่แป้งทอดไส้เนื้อร้อน ๆ ออกจากกระทะ เสี่ยวเจาก็ถูกกลิ่นหอมยั่วจนกลืนน้ำลาย

“หอมเหลือเกิน! หอมกว่าอาหารที่บ่าวเคยได้กลิ่นที่ห้องเครื่องเสียอีก!”

เจียงหวนกระตุกมุมปาก นึกถึงอาหารที่ห้องเครื่องยกไปถวายบนโต๊ะของฮั่วหลิน

เทียบกับของพวกนั้นแล้ว จะไม่หอมได้อย่างไร?

น่าเสียดายที่วัตถุดิบหมดเกลี้ยงแล้ว ทำให้ฝีมือของนางถูกจำกัด

“กินข้าว!” เจียงหวนถอนหายใจ วางจานแป้งทอดลงบนโต๊ะ

ถ้าเป็นเมื่อก่อน นางคงจะต้องจัดจานให้สวยงาม แต่ตอนนี้?

เจียงหวนเหลือบมองขอบหน้าต่างที่ผุพัง ในใจหัวเราะเหอะ ๆ ช่างมันเถอะ

ไม่มีอารมณ์

สองนายบ่าวล้างมือเสร็จก็นั่งลงกินข้าวที่โต๊ะเตี้ย

แป้งที่กรอบนอกนุ่มในแตกกระจายในปาก น้ำจากเนื้อที่เค็มหอมและชุ่มฉ่ำก็ทะลักออกมาเต็มโพรงปากทันที

เสี่ยวเจาถูกความร้อนลวกจนต้องสูดปากอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่ยอมคายแป้งทอดในปากออกมา

เพียงแต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้วัตถุดิบหมดแล้ว สีหน้าของเสี่ยวเจาก็พลันเศร้าหมองทันที

“เฮ้อ น่าเสียดายจริง ๆ หากสามารถซื้อวัตถุดิบเองได้โดยไม่ต้องผ่านอวี๋ผินก็คงจะดี”

“ไม่รู้ว่าครั้งหน้าจะได้ชิมฝีมือของนายหญิงน้อยอีกเมื่อไร”

คำพูดของเสี่ยวเจานี้กลับช่วยเตือนสติเจียงหวน

ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในหัว ในใจนางมีแผนการแล้ว

“ใครบอกว่าซื้อไม่ได้กันล่ะ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 420

    วุ่นวายกว่าที่คิดไว้จริงๆ ด้วย ภัยพิบัติจากธรรมชาติและหายนะที่เกิดจากมนุษย์ อีกทั้งยังเรื่องข้าราชการโกงกินอีก ไม่น่าเล่าเขาถึงได้ดูอับจนหนทางเช่นนี้เจียงหวนนึกถึงกรณีคล้ายกันที่ถูกบันทึกไว้ในหนังสือยุคปัจจุบัน ก่อนจะสูดหายใจลึกๆ“ฝ่าบาทเพคะ” น้ำเสียงของนางชัดเจนและหนักแน่น “หม่อมฉันคิดว่า ภารกิจที่เร่งด่วนที่สุดในยามนี้ ก็คือมอบเงินช่วยเหลือผ่านการทำงานเพคะ”ฮั่วหลินชะงัก “มอบเงินช่วยเหลือผ่านการทำงาน?”“ใช่เพคะ”เจียงหวนพยักหน้า นางเริ่มอธิบายเป็นลำดับอย่างชัดเจน“แทนที่จะปล่อยให้ผู้ลี้ภัยว่างงานไปวันๆ รวมตัวกันก่อเหตุวุ่นวาย มิสู้รวมกลุ่มพวกเขาสร้างระบบน้ำ เสริมความแข็งแกร่งให้บ่อน้ำในเมือง ซ่อมแซมถนนหลวง ราชสำนักให้อาหารที่พักและเงินค่าแรงเล็กน้อย แบบนี้พวกเขาก็จะมีทางรอด ไม่ถึงกับต้องอดตาย และพวกเขาก็ยังมีงานทำ ทำให้จิตใจสงบมั่นคง แล้วยังทุ่มเทแรงกายทำงานก่อสร้างสิ่งต่างๆ ได้อีกนะเพคะ” นางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้นว่า “ขณะเดียวกัน จำเป็นต้องตรวจสอบและจับขุนนางโลภ ฝ่าบาทส่งผู้ตรวจการหรือขุนนางที่ไว้วางพระทัยได้ มอบกระบี่อาญาสิทธิ์ให้พวกเขาไปทำการสื

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 419

    เจียงหวนชะงักฝีเท้า ได้ยินเสียงความเดือดดาลและร้อนใจที่คุกรุ่นอยู่ในใจของฮั่วหลินอย่างชัดเจน[เจ้าพวกโง่ รู้จักแต่ฆ่าแกงกัน!][ชาวบ้านผู้ลี้ภัยก็เป็นราษฎรของข้าเช่นกัน พวกเขาหิวโหยและหนาวเหน็บถึงขนาดนั้น ใครบ้างเล่าไม่อยากมีชีวิตอยู่?][ฆ่า? ฆ่าให้หมดไหวหรืออย่างไร? หากฆ่าหมดแล้วใครจะมาทำไร่ไถนา? ใครจะมาจ่ายภาษี?][ยังมีการช่วยเหลือหลังปัญหาอุทกภัยที่เมืองเจียงหนานอีก เงินสองก้อนถูกส่งไปแล้ว กว่าขุนนางแต่ขั้นขูดรีดเสร็จ เหลือถึงมือราษฎรสักกี่แดงกันเชี่ยว?][พวกริ้นไรพวกนี้! ข้าเกลียดยิ่งนัก...]เสียงในใจของฮั่วหลินเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและไร้กำลังอย่างสุดซึ้ง ราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกขังไว้ในกรง หาทางออกไม่เจอหัวใจของเจียงหวนหนักอึ้งเล็กน้อยนางรู้ว่าฮั่วหลินกดดันอย่างมาก ปัญหาที่อยู่ของผู้ลี้ภัย การโกงกินกันในราชสำนัก… แต่ละเรื่องล้วนเป็นปัญหาที่รับมือยากขุนนางใหญ่พวกนั้นในราชสำนัก บ้างก็รับเบี้ยหวัดแต่ไม่ทำงาน บ้างก็รู้จักแต่ฝักใฝ่อำนาจในราชสำนัก คนที่แบ่งเบาภาระของเขาได้อย่างแท้จริงนั้นมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยก่อนหน้านี้ แม้ว่านางจะลอบช่วยเหลืออย่างลับๆ บ้าง แต่ก็ต้องระมัดระว

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 418

    “พระสนมเกรงใจเกินไปแล้วเพคะ หม่อมฉันได้สอนพระสนมนับว่าเป็นบุญวาสนา มิกล้ารับไว้หรอกเพคะ”“รับไว้เถิด” เจียงหวนยิ้ม “มิใช่สิ่งของล้ำค่าใด แต่เจ้าต้องชอบแน่”[พระสนมให้ของขวัญฉัน? ลุ้นจังเลยว่าจะเป็นอะไร!]เหอหลิงตื่นเต้นมาก ความหงุดหงิดที่ระบบสร้างขึ้นเมื่อครู่หายไปในพริบตา“ขอบพระทัยพระสนมที่ตบรางวัลเพคะ!” นางรีบโน้มตัวทำความเคารพ รอยยิ้มแห่งความสุขเบ่งบานเต็มใบหน้า“นี่ก็ค่ำแล้ว เจ้าก็รีบกลับไปเถิด” เจียงหวนกล่าวอย่างอ่อนโยน“เพคะ หม่อมฉันทูลลา” เหอหลิงกอดกล่องของขวัญไว้แน่น จากนั้นก็รีบถอยหลังออกจากตำหนักเว่ยยางด้วยฝีเท้าแห่งความเบิกบานใจครั้นเห็นว่าเงาร่างของเหอหลิงหายลับไปจากประตูตำหนักแล้ว เจียงหวนจึงค่อยถอยหายใจส่งกลับไปได้สักทีเด็กคนนี้ จิตใจบริสุทธิ์ น่าสงสารที่ถูกเจ้าระบบบ้านั่นทำให้เดือดร้อนขนาดนี้เจียงหวนมองท้องฟ้า ตอนนี้ก็ใกล้ได้เวลามื้อเย็นแล้ว นางหมุนตัวเดินไปทางห้องครัวเล็กโดยตรงกวาดสายตามองวัตถุดิบทำอาหารที่หลากหลายอุดมสมบูรณ์ตรงหน้า พร้อมกับเริ่มคิดคำนวณในใจฮั่วหลิน ตาคนนั้น พักนี้ดูเหมือนงานยุ่งมากวันๆ ขลุกอยู่แต่กับการตรวจฎีกาในห้องทรงพระอักษร ไม่

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 417

    เหอหลิงตื่นเพราะรู้สึกคอแห้ง นางลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ สายตายังคงพร่ามัวอยู่เล็กน้อยสิ่งที่ปรากฏสู่สายตาคือเพดานในตำหนักเว่ยยางอันคุ้นเคย เพียงแต่แสงแดดข้างนอกที่ส่องลอดเข้ามาในหน้าต่างได้กลายเป็นแสงยามสายัณห์แล้ว[อืม… นี่ฉันหลับไปเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไรกัน? ][ใช่สิ พระสนมรินชาให้ฉันถ้วยหนึ่ง จากนั้นฉันก็จำอะไรไม่ได้เลย]เหอหลิงนวดขมับที่รู้สึกปวด พยายามย้อนนึกแต่เศษเสี้ยวความทรงจำยากที่จะนำมาปะติดปะต่อ ความละอายใจอย่างหนึ่งกลับผุดขึ้นมาในใจ[ให้ตายเถอะ ไม่นึกเลยว่าฉันจะหลับในตำหนักของพระสนม แถมยังหลับเป็นตายอย่างนี้อีก][เสียมารยาทจริงๆ เลย!]เหอหลิงตื่นเต็มตาในทันที นางรีบลุกขึ้นมา จากนั้นก็มองไปรอบๆเห็นเพียงเจียงหวนนั่งอยู่ไม่ไกล ในมือยังคงถือเข็มถักและไหมพรมก้อนหนึ่งไว้ ถักทออย่างแช่มช้า“พระสนม…”เหอหลิงรีบลุกขึ้น เสียงฟังดูแหบพร่าเพราะเพิ่งตื่น “ขออภัยด้วยเพคะ หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจจะงีบหลับ ครั้งหน้า ครั้งหน้าพระสนมตบหน้าปลุกหม่อมฉันได้เลยนะเพคะ!”เจียงหวนเงยหน้าขึ้นมองนาง ใบหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“ตื่นแล้วหรือ? หลับสบายหรือไม่?” นางวางสิ่งของในมือลง ชี้

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 416

    ไม่นาน น้ำชาถูกดื่มจนเห็นก้นถ้วย เจียงหวนยังคงเห็นเหอหลิงมีท่าทางเหม่อลอย จึงได้แต่ถอนหายใจเบาๆ หยิบผ้าคลุมบางๆ มาคลุมที่หน้าตักของนาง“นอนสักครู่เถิด พักผ่อนสักหน่อย” เสียงของนางอ่อนโยนราวกับมีฤทธิ์กล่อมประสาทอาจเพราะชาเย็นถ้วยนั้นแสดงผล หรืออาจเพราะเสียงอ่อนโยนของเจียงหวนกล่อมให้ประสาทที่ตึงเครียดของเหอหลิงผ่อนคลายลง เหอหลิงรู้สึกเพียงหนังตาหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ ความง่วงถาโถมเข้ามานางไม่ทันได้ครุ่นคิดถึงค่าความใกล้ชิดที่ผิดปกตินั่น ก็เอนหลังลงไปที่พนักตั่ง เอียงหัวนอนหลับไปเสียแล้วเจียงหวนมองใบหน้าด้านข้างยามหลับของเหอหลิงแพขนตางอนยาวทอดเงาแผงเล็กๆ อยู่ใต้ดวงตา คิ้วงามขมวดเข้าหากันเล็กน้อย คล้ายนอนหลับไม่สนิทนางยื่นนิ้วมือออกไปจิ้มแก้มของเหอหลิงหลับได้เร็วทีเดียว ดูท่าฤทธิ์ยากล่อมประสาทถ้วยนั้นยอดเยี่ยมมากในเวลานี้เอง เสียงคลื่นอิเล็กทรอนิกส์ของระบบดังขึ้นในหัวของเหอหลิงอีกครั้ง「แจ้งเตือน! ตรวจพบสารออกฤทธิ์กล่อมประสาทในร่างกายของโฮสต์ สารดังกล่าวส่งผลให้จิตใต้สำนึกของโฮสต์ผิดปกติ ระบบป้องกันตัวหยุดทำงานโดยสมบูรณ์! 」「ทดลองเปิดโหมดเร่งการเผาผลาญ… ล้มเหลว! สมรรถภาพด้าน

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 415

    เข็มถักในมือของเจียงหวนสอดสานกันอย่างมีจังหวะ ไหมพรมนิ่มพันอยู่รอบปลายนิ้วกลิ่นหอมของอาหารที่ยังเหลืออยู่และกลิ่นอายอบอุ่นของไหมพรมที่กระจายอยู่ในอากาศ เดิมทีควรเป็นช่วงเวลาที่ชวนให้รู้สึกง่วงแต่ทว่า คลื่นความกลัวที่ซัดสาดอยู่ภายในใจของเหอหลิงกลับดังเข้ามาในหูของเจียงหวนอย่างชัดเจนนางเหลือบมองเหอหลิงด้วยหางตาอย่างแนบเนียน เห็นเพียงเหอหลิงสีหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมอัตราอันตรายถึง 65% ฟังดูแล้วก็น่ากลัวมากแต่ทว่า มันจะไม่น่าเหลือเชื่อเกินไปหน่อยหรือถ้าพิจารณาจากที่ระบบบ้านี่ประเมินค่าความประทับใจของฮั่วหลินเมื่อคราวก่อน ตอนนี้เจียงหวนสงสัยในความน่าเชื่อถือของมันอย่างมากเจียงหวนเห็นเหอหลิงตกใจจนวิญญาณแทบหลุดจากร่าง นางได้แต่ลอบเดาะลิ้นในใจ นี่มันมิจฉาชีพชัดๆได้แต่อกสั่นขวัญแขวนทั้งวัน ก็นับว่าน่าสงสารมากแล้ว การทะลุมิติมาไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆเห้อ น่าสงสารจริงๆขณะคิด เจียงหวนรู้สึกทนดูไม่ได้ขึ้นมานางวางเข็มถักในมือลง ลุกขึ้นและเดินไปนั่งที่ตั่งมองดูใบหน้าซีดขาวของเหอหลิง เจียงหวนยื่นมือออกไปเสยปอยผมที่อยู่ตรงหน้าผาก“เป็นอะไรไป จู่ๆ ก็เหงื่ออ

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 276

    นี่ไม่ได้หมายความว่า ที่เมื่อก่อนที่ฝ่าบาทโปรดนางเพียงคนเดียว เป็นเพราะถูกภูตผีบังตาจนไร้สติหรือไรเจียงหวนมิได้ต่อคำ ไทเฮาก็ดูเหมือนจะพอพระทัยในท่าทีของเจียงหวน ทรงจิบชาไปคำหนึ่ง“จวงเฟย เจ้าต้องจำไว้ว่าในวังหลังนั้น เรื่องที่ต้องห้ามที่สุดก็คือการผูกขาดความโปรดปรานของฮ่องเต้ การแบ่งปันความโปรดปร

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 231

    นางกำนัลน้อยร้องไห้หนักกว่าเดิม นางส่ายหน้าสุดกำลัง “ไม่ใช่เพคะพระสนม! เช้านี้ตอนบ่าวตื่นมาแล้วจัดเตียงพับผ้าห่ม ก็ยังไม่เห็นปิ่นปักผมอะไรเลย จะต้องมีคนใส่ร้ายบ่าวแน่เพคะ ขอพระสนมโปรดให้ความเป็นธรรมแก่บ่าวด้วยเถิดเพคะ”นางร้องไห้อย่างหนักจนลมหายใจขาดห้วง ท่าทางโดดเดี่ยวไร้คนช่วยที่น่าเวทนาของนาง ทำ

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 221

    การนอนหลับในครั้งนี้ของเจียงหวนลึกสนิทเป็นพิเศษ ราวกับพยายามชดเชยต่อเรื่องน่าอายเมื่อคืนนี้ กับความความเหนื่อยล้าในสองสามวันที่ผ่านมา ในตอนที่นางตื่นขึ้นอย่างช้าๆ ภายในห้องนอนก็สว่างมากแล้วนางตบบริเวณด้านข้างตัวเองเบาๆ พบว่ามันว่างเปล่า ไม่รู้ว่าฮั่วหลินจากไปตั้งแต่ยามใด“พระสนม ทรงตื่นแล้วหรื

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 203

    ถึงแม้เจียงหวนจะยังไม่พร้อม แต่สายตาและเสียงในใจที่มุ่งมั่นตั้งใจของฮั่วหลินนั้น ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นอย่างแน่นอนนับตั้งเเต่เช้าวันนั้น ฮั่วหลินก็แทบจะหาทุกช่องว่างเพื่อมาที่ตำหนักเว่ยยาง โดยเฉพาะมื้อกลางวันและมื้อค่ำที่เขาจะมาปรากฏตัวตรงเวลาเสมอ เพื่อหาโอกาสตอนพลบค่ำวันนี้ ฮั่วหลินก็จัดการราชกิจส

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status