เข้าสู่ระบบ“ว่าแล้วทำไมหน้าคุ้น ๆ ที่แท้เป็นอดีตคู่หมั้นพี่ใหญ่นี่เอง” พนาเอ่ยพลางใช้มือเกาที่คางมน พลางนึกถึงอะไรบางอย่างในหัวไปด้วย
“แต่ดูเหมือนว่าพี่ใหญ่จะไม่ค่อยชอบหน้าเธอสักเท่าไหร่นะ” น้องเล็กเอ่ยสมทบ
“แกก็รู้ว่าพี่เราอ่อนไหวกับผู้หญิงมากแค่ไหน จะทำเป็นเข้มไปได้สักกี่น้ำก็ไม่รู้ ดูท่าทางคุณแอลลี่ก็เป็นผู้หญิงไม่ยอมคนซะด้วย งานนี้สนุกแน่ บางทีอีกไม่นานที่ไร่เราอาจจะมีงานมงคลก็เป็นได้นะไอ้เล็ก” คนพูดยิ้มอย่างมีเลศนัย
“แต่ก็ดีเหมือนกันนะ พี่ใหญ่โสดมานานแล้ว ถ้าแต่งงานกันตั้งแต่ตอนนั้นอาจจะมีลูกสองสามคนไปแล้วมั้ง งั้นเรามาลุ้นให้คู่นี้ได้แต่งงานกันเร็ว ๆ ดีไหม”
“โอเคไอ้น้อง บ้านเราจะได้มีเด็กตัวเล็ก ๆ วิ่งเล่นสักที”
สองพี่น้องปะมือรวมพลังกันด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เพราะอยากเห็นพี่ชายคนโตเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที
ตอนนี้เวหาเองก็ไม่มีใคร หากจะแต่งงานกับใครสักคนหนึ่ง พรรณวรทก็เป็นตัวเลือกที่ดีเพราะเป็นผู้หญิงที่ผู้ใหญ่เลือกไว้ให้ แต่ติดตรงที่ว่าเธอเคยทำให้เวหาเสียความรู้สึกมาแล้วครั้งหนึ่ง ทั้งสองเกรงว่าเรื่องมันอาจจะยากขึ้นมากกว่าเดิม
*-*-*-*-*-*-*-*
ประตูห้องนอนรับแขกถูกเปิดออก ชายหนุ่มลากกระเป๋าไปวางไว้กลางห้อง ก่อนจะยืนเอามือล้วงกระเป๋าอยู่กลางห้อง ตั้งใจแสดงสีหน้าเบื่อหน่ายให้เธอเห็น
“นี่ห้องนอนคุณ”
“สวยดีนี่ คนแต่งมีรสนิยมน่าดู” เธอว่าพลางกวาดสายตามองไปรอบห้องอย่างสนใจ บรรยากาศที่นี่ก็ดี ห้องนอนก็สวยน่าอยู่ เป็นอะไรที่น่าอยู่มาก ๆ
“ผมนี่ล่ะเป็นคนออกแบบตกแต่งเอง”
“งั้นถือว่าฉันชมคุณก็แล้วกันนะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วออกไปได้เลยฉันจะพักผ่อน”
“เรายังไม่ได้ตกลงกันเลยนะ”
“เรื่องอะไรคะ”
“ก็เรื่องแต่งงานไงล่ะ”
“สรุปว่าคุณยอมแต่งงานกับฉันแล้วเหรอ” เธอฉายรอยยิ้มแห่งความเจ้าเล่ห์ออกมา
“ไม่มีทาง! แต่ผมจะบอกคุณว่า ไม่ว่าจะยังไงผมก็ไม่มีทางแต่งงานกับคุณแน่นอน ผมไม่อยากให้ความหวังใครทั้งนั้น ตั้งแต่ตอนที่คุณปฏิเสธในครั้งนั้นผมสัญญากับตัวเองไว้ ว่าจะไม่มีทางแต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่ได้รักเด็ดขาด”
“งั้นคุณก็รักฉันสิ ฉันออกจะสวยขนาดนี้รักได้ไม่ยากหรอกน่า”
“เคยได้ยินสวยแต่รูปจูบไม่หอมไหม คุณเป็นผู้หญิงประเภทนั้น” เป็นคราวที่เวหายิ้มเยาะเธอบ้าง
ตอนแรกที่ได้ยินพรรณวรทยอมรับว่ารู้สึกโกรธ แต่ทว่าเธอควบคุมอารมณ์ได้เป็นอย่างดี ยิ้มบาง ๆ ออกมาให้เขารู้ว่า เธอไม่ได้รู้สึกอะไรกับคำพูดพวกนั้นเลย
“คุณเคยจูบฉันเหรอถึงได้รู้ว่าไม่หอม” เจ้าหล่อนจงใจจ้องตาเขา ก้าวเท้าเดินเข้าไปใกล้ ทำเอาฝ่ายชายถอยหลังอย่างช้า ๆ
“คุณเป็นผู้หญิงนะ ถ้ามีใครมาเห็นเข้ามันจะดูไม่งาม”
“มีใครที่ไหนกัน ในห้องนี้มีแค่เราสองคนไม่ใช่หรอกเหรอ ไม่น่าเชื่อว่าคนที่ดูมาดแมนอย่างคุณจะประหม่าเวลาได้อยู่ใกล้ผู้หญิง” น้ำเสียงของเธอแหบพร่าแฝงไปด้วยความเร่าร้อน เอื้อมมือไปรั้งต้นคออีกฝ่ายเอาไว้อย่างแน่นหนา
“คะ...คุณจะทำอะไร!”
“ก็จะทำให้คุณรู้ยังไงล่ะว่าตัวฉันหอมไหม”
หัวใจเวหาเต้นแรงไม่เป็นจังหวะเมื่อได้กลิ่นน้ำหอมที่อยู่บนตัวเธอ กลิ่นนี้ทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างบอกไม่ถูก หายใจไม่ทั่วท้อง เมื่อริมฝีปากของเธอขยับเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ มือหนาเลื้อยไปบนแผ่นหลังอย่างลืมตัว แต่ทว่าในวินาทีนั้นเจ้าหล่อนกลับดับฝันไปเสียดื้อ ๆ
“คิก ๆ ๆ คุณนี่อ่อนหัดชะมัด แค่นี้ก็ทำตัวแข็งทื่อราวกับหุ่นยนต์ซะแล้ว”
“นี่คุณแกล้งผมงั้นเหรอ!”
“เปล่าสักหน่อยแค่ลองใจว่าคุณจะทำอะไรฉันไหม สุภาพบุรุษกว่าที่คิดแฮะ” เธอเอ่ยกลั้วขำ
“แล้วไม่คิดเหรอว่าผมจะรังเกียจคุณ เคยได้ยินไหมว่าอะไรที่มันได้มาง่าย ๆ มักจะไม่มีค่า พูดแค่นี้คงจะเข้าใจนะ หากคุณอยากจะอยู่ที่นี่ต่อไปผมก็ไม่ว่า แต่ช่วยรบกวนห้ามทำตัววุ่นวาย ห้ามสร้างภาระให้ผม อ้อ! และที่สำคัญห้ามมาอ่อยผมอีก เพราะถึงยังไงผมก็ไม่หลงกลผู้หญิงเมืองกรุงอย่างคุณหรอก” เขายักคิ้ว ทำหน้าตาอย่างน่าหมั่นไส้ ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง
ปัง!
พรรณวรทจ้องมองไปยังประตูบานใหญ่ด้วยความโมโห กำมือแน่นจนสั่นเทา ตอนแรกคิดว่าความสาวและความสวยของเธอจะทำให้อีกฝ่ายตกหลุมพราง แต่ทว่าเขาใจแข็งกว่าที่คิดมาก แม้จะดูเหมือนอ่อนหัดเรื่องผู้หญิง แต่ก็มีความร้ายกาจซ่อนเร้นอยู่ไม่น้อย
“ฉันไม่ยอมแพ้คุณแน่”
ออกมาจากห้องแล้วเวหาก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความรู้สึกโล่ง ยกมือขึ้นไปวางทาบบนอกด้านซ้าย พบว่าหัวใจยังคงเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ เขาจะไม่ยอมอ่อนข้อให้เธอคนนี้เด็ดขาด ในเมื่อไม่เคยเห็นกันอยู่ในสายตาตั้งแต่แรก เขาก็จะไม่ให้ค่าเธอเช่นกัน
เพราะผู้ชายคนนี้ไม่ใช่ของตาย...ที่คิดอยากจะกลับมาใช้งานตอนไหนก็ได้
ช่วงเย็นวันนั้น.....แสงสีส้มอ่อนสะท้อนลงมาให้ความอบอุ่นแก่ผืนป่าสีเขียว ในช่วงพระอาทิตย์กำลังคล้อยต่ำลงมา เป็นช่วงเวลาเดียวกันที่คนงานต่างก็ทยอยเตรียมตัวกลับที่พักหลังจากหมดเวลาทำงาน เสียงสนทนาดังเซ็งแซ่ของคนงานเงียบลงเรื่อย ๆ จนบัดนี้มีเพียงเสียงนกร้องประสานเสียงดังมาให้ได้ยินเป็นระยะ ๆ“อยู่ที่นี่ก็ตั้งนาน...แต่ทำไมฉันไม่เคยมาเดินเล่นในไร่ช่วงเย็น ๆ อย่างนี้เลยนะ...รู้สึกดีจัง” เธอหันไปยิ้มให้ผู้เป็นสามี ขณะเดินจูงมือกันบนถนนลูกรังตรงกลางไร่องุ่นอย่างรู้สึกสบายใจ“ถ้าชอบเอาไว้ผมพามาบ่อย ๆ นะ รู้ไหมว่าคุณคือผู้หญิงคนแรกที่ผมเดินจูงมือในไร่อย่างนี้เลยนะ” เขาหันไปยิ้มให้ภรรยาสุดที่รัก ส่งความจริงใจผ่านนัยน์ตาคมคู่นั้น“น่าภูมิใจจัง เอ...ว่าแต่ฉันเป็นผู้หญิงคนที่เท่าไหร่ของคุณล่ะ”“เอาเรื่องจริงหรือเรื่องโกหก”“เอาเรื่องจริงสิ ฉันอยากรู้ว่าคนอย่างพ่อเลี้ยงเวหาผ่านผู้หญิงมาแล้วกี่คน”“อืม...ขอผมนับแปบนึงนะ”“แสดงว่าเยอะน่าดูสินะ ฉันควรจะดีใจไหมเนี่ยที่ได้เป็นหนึ่งในเมียของคุณ” พรรณวรทส่ายหน้าเล็กน้อย ช่วงเวลาที่รอฟังคำตอบก็ทอดมองไปยังถนนที่อยู่ตรงหน้า มันไกลสุดลูกหูลูกตา ปลายทางมีภูเขาส
ผ่านเรื่องวุ่น ๆ มาแล้วตอนนี้ไร่ภูผากลับสู่ภาวะปกติเช่นเดิม ร้านกาแฟมีพนักงานสาวสวยเข้ามาใหม่ แต่ก็ไม่วายหลงเสน่ห์พ่อเลี้ยงเช่นเดิม พรรณวรทได้แต่ขำและคิดว่าคงหนีเรื่องอย่างนี้ไม่ได้ เพราะสามีของเธอออกจะหล่อและมาดแมนตรงสเปคสาว ๆ ถึงเพียงนี้ จึงเปลี่ยนจากระแวงเป็นความภูมิใจแทนซะเลยหลังจากถูกเสนอเงินจำนวนหนึ่งเพื่อให้ออกจากไร่ กาสะลองไม่เคยกลับมาเหยียบที่นี่อีกเลย แต่เพื่อนซี้ทั้งสองของเธอยังคงทำงานที่เดิม แม้นิสัยใจจะเปลี่ยนแปลงกันไม่ได้ แต่เมื่อไม่มีคนนำทีมอย่างกาสะลองก็ไม่มีปัญหาอะไร“คุณแอลลี่จะไปไหนครับ”ได้ยินเสียงพนาดังจากด้านหลัง พรรณวรทก็หันขวับไปมองแล้วส่งยิ้มให้“ฉันจะเข้าไปหาคุณใหญ่ที่ไร่ค่ะ พอดีว่าหัดทำขนมกล้วยเลยจะเอาไปส่งค่ะ คุณกลางมีอะไรหรือเปล่าคะ”“ผมมีอะไรจะให้ดูครับ” คนพูดยิ้มกริ่มราวกับมีเรื่องน่ายินดี“อะไรเหรอคะ คงจะเป็นเรื่องดี ๆ แน่นอนถึงได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อย่างนี้”พนาใช้นิ้วเขี่ยหน้าจอมือถืออยู่สักพักก็ยื่นมาให้พี่สะใภ้ดู“นี่ครับ”“นี่ใครกันคะหน้าตาสวยเชียว อย่าบอกนะว่าเป็นแฟนคุณกลาง”“ยังไม่ใช่แฟนครับ แค่กำลังตามจีบแต่ไม่รู้เขาจะยอมใจอ่อนหรือเปล่า”“ว่าแล้วเ
“แค่อยากรู้ว่าคุณรักผมมากแค่ไหน ตอนที่คุณร้องไห้อยู่บนรถผมโคตรจะดีใจมากเลยรู้ไหม คนอย่างพ่อเลี้ยงเวหาไม่มีทางยอมมีเมียน้อยให้เสียเกียรติหรอกครับผม”“ให้มันจริงอย่างที่พูดเถอะ ฉันจะคอยดู” เธอยิ้มและร้องไห้ในเวลาเดียวกัน ก่อนจะเป็นฝ่ายโน้มใบหน้าขึ้นไปจูบเขาก่อนเมื่อริมฝีปากสัมผัสกันแล้วเวหาก็คลายอ้อมกอด จับมือเรียวมาประสานนิ้วไว้บนที่นอนนุ่ม ส่งปลายลิ้นร้อนเข้าไปชอนไชลิ้มลองรสชาติความหอมหวานอย่างบ้าคลั่ง“อื้อ...”เวหาเริ่มปฏิบัติการปลดเปลื้องอาภรณ์ของเธอออกอย่างช้า ๆ จนเจ้าหล่อนอยู่ในสภาพเปลือยเปล่า เขาจ้องมองทุกสัดส่วนของเธอปานจะกลืนกิน พร้อมทั้งถอดเสื้อผ้าตัวเองไปด้วย“ผมรักคุณมากนะแอลลี่ รักจนยอมให้คุณได้ทุกอย่าง”“ฉันก็รักคุณค่ะ”เวหาเดินเข่าเข้าไปนั่งตรงหว่างขาเรียว ยกขาข้างหนึ่งขึ้นมา ลากลิ้นเลียตั้งแต่ปลายเท้าแล้วหยุดอยู่ที่ต้นขา นัยน์ตาคมจ้องมองเนินสวาทด้วยแววตาเป็นประกาย แสดงออกทางสีหน้าว่าต้องการเธอมากแค่ไหน ก่อนจะแยกกลีบอูมทั้งสองข้างแล้วประทับริมฝีปากลง ลิ้มลองรสชาติอย่างหิวโหย“อ๊ะ...อื้อ...ซี๊ดดด....คุณใหญ่คะ!”จ๊วบ! จ๊วบ! จ๊วบ!พรรณวรทนอนดิ้นพล่าน ขบริมฝีปากล่างแน่น ๆ เ
สิ่งที่เธอได้ยินทำให้รู้สึกเจ็บปวดเหมือนโดนมีดกลีดกลางใจซ้ำ ๆ ดวงตาสวยแดงก่ำก่อนจะมีหยาดน้ำใส ๆ ไหลลงมาเป็นทางบนพวงแก้มขาว ไม่เคยคิดว่าเวหาจะตัดสินใจอย่างนี้ แล้วเธอยังอยากจะกลับไปหาเขาอยู่อีกหรือ(คุณแอลลี่ครับ!)(คุณแอลลี่ครับ!)“เอ่อ...ค่ะคุณกลาง”(คุณโอเคไหมครับเนี่ย จริง ๆ ผมไม่น่าพูดให้ฟังเลย)“ไม่เป็นไรค่ะฉันโอเค เขาคงตัดสินใจดีแล้วล่ะ คุณกลางแค่นี้ก่อนนะคะฉันต้องขึ้นไปห้องพักแล้ว”ตู๊ด ๆ ๆ ๆเธอไม่รอฟังคำร่ำลาจากปลายสาย เพราะตอนนี้น้ำตามันหลั่งออกมาไม่หยุดหย่อน แม้พยายามกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้เล็ดลอดออกมาแต่ก็ทำไม่ได้“ฮึก...ฮือ...”“คุณผู้หญิงเป็นอะไรไหมครับ”“ฉะ...ฉันไม่เป็นไรค่ะ”“จอดหน้าโรงแรมเลยใช่ไหมครับ”“ใช่ค่ะ”เธอรีบจ่ายเงินค่าโดยสารแล้วลงจากรถ เดินก้มหน้าตรงเข้าไปในโรงแรม เพราะกลัวว่าใครจะเห็นว่าตอนนี้เธออ่อนแอแค่ไหนห้านาทีต่อมา.......เข้ามาในห้องพักแล้วเจ้าหล่อนก็ทิ้งตัวลงบนเตียงนอนอย่างไร้พลังงาน หยาดน้ำใสไหลลงจากหางตาเมื่อนึกถึงประโยคที่พนาเอ่ยผ่านสายมา หรือเขาจะหมดรักเธอแล้วจริง ๆ ถึงได้หักหาญน้ำใจกันเช่นนี้“คุณมันบ้าไปแล้ว ฮึก คุณทำอย่างนี้ได้ยังไงคุณใหญ่ ฉัน
@กรุงเทพมหานครได้กลับมาที่นี่อีกครั้งทำให้พรรณวรทนึกถึงเรื่องราวเก่า ๆ ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งยังมีบิดาอยู่ข้างกาย บ้านราคาหลายสิบล้านตอนนี้ตกเป็นของคนอื่นไปแล้ว เธอจะไม่มีวันลืมว่ามันเคยเป็นสถานที่ซึ่งบันทึกเรื่องราวความทรงจำดี ๆ ระหว่างเธอกับบิดาเอาไว้ แต่ก็ไม่คิดที่จะเอามันกลับคืนมาเป็นของตัวเองแล้ว ก็เพราะบ้านหลังนั้นอีกเช่นกันที่ทำให้บิดาเธอต้องปลิดชีพตัวเองออกจากโรงแรมที่พักแล้วเธอก็เดินทางมาที่วัด ซึ่งเป็นสถานที่เก็บอัฐิของบิดาเอาไว้ เดินถือพวงมาลัยไปตรงไปยังโซนที่ตั้งของเจดีย์บรรจุอัฐิ ซึ่งถูกจัดวางไว้เป็นสัดเป็นส่วนอย่างมีระเบียบ เมื่อถึงที่หมายแล้วเจ้าหล่อนก็หยุดอยู่ตรงหน้าเจดีย์ ซึ่งมีรูปของผู้เป็นบิดาติดอยู่พร้อมกับชื่อที่บ่งบอกว่าเป็นผู้ใด“พ่อ...หนูมาหาพ่อแล้วนะคะ” เธอนั่งพับเพียบแล้ววางพวงมาลัยที่ถูกร้อยเรียงอย่างปรานีตไว้บนฐานเจดีย์ ก่อนจะก้มลงกราบระลึกถึงบุญคุณที่ท่านให้กำเนิด และเลี้ยงดูจนเติบใหญ่มาจนถึงตอนนี้“วันนี้หนูไปเคลียร์หนี้สินของเราจนหมดทุกเจ้าแล้วนะคะ พ่อไม่ต้องห่วงอะไรแล้วนะ เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์เป็นเงินของคุณใหญ่ ผู้ชายที่พ่ออยากให้หนูแต่งงานด้วย แ
“ใช่หรือไม่ใช่พวกเธอต่างก็รู้ดี ถ้าพวกเธอสองคนยังอยากทำงานที่นี่ต่อไป บอกความจริงฉันมาว่าวันนั้นที่น้ำตก พวกเธอรู้เห็นอะไรบ้าง” มาถึงขั้นนี้แล้วพรรณวรทต้องการทำให้เรื่องมันกระจ่างเสียที มันจะได้จบ ๆ ไป“พวกเราไม่รู้ไม่เห็นอะไรเลยนะคะแม่เลี้ยง”กาสะลองยิ้มเยาะอย่างพอใจ เพราะคิดว่าถึงอย่างไรเพื่อนทั้งสองก็ไม่มีทางหักหลังเป็นแน่“ใช่ ๆ พวกเราไม่ได้ไปที่นั่นจริง ๆ ค่ะมีแต่นังกาสะลองคนเดียวเท่านั้น”“เล่ามาว่าพวกเธอรู้เห็นอะไรบ้าง แล้วฉันจะไม่เอาเรื่อง”“นี่พวกแกกล้าหักหลังฉันเหรอ!” เจ้าหล่อนถลึงตามองเพื่อนสองเพื่อข่มขู่“ฉันขอโทษนะกาสะลอง เพราะถ้ายังอยู่ข้างแกพวกฉันก็ไม่มีเงาหัวแน่ ๆ แม่เลี้ยงคะ นังกาสะลองมันเป็นคนผลักเพื่อนแม่เลี้ยงตกน้ำในวันนั้น สร้างสถานการณ์ให้แม่เลี้ยงโดนใส่ร้ายค่ะ”“อีคำหล้าอีเพื่อนสารเลว มึงกล้าหักหลังกู”เพี๊ยะ!ด้วยความโมโหกาสะลองรีบพุ่งเข้าหาเพื่อน ขยุ้มผมด้านหลังแล้วง้างมือฟาดเข้าไปที่ใบหน้าสุดแรง หลังจากนั้นความชุลมุนในห้องพักคนงานก็เริ่มต้นขึ้นจากการตบตีของเพื่อนรักทั้งสามคน คนที่อยู่ในหอพักต่างก็ตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อมามุงดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพรรณวรทเดินกล
“ว่ามาสิ”“กรุณาบอกลูกน้องในไร่ของคุณด้วยว่าฉันเป็นคู่หมั้นคุณ โดยเฉพาะไอ้พวกลูกน้องหื่นพวกนั้น ฉันยังไม่ได้ชำระความเรื่องที่คุณปล่อยให้ฉันอยู่กับไอ้พวกนั้นเลยนะ ถ้าพวกมันรุมโทรมฉันจะทำยังไง” พูดถึงเรื่องนี้พรรณวรทก็โมโหขึ้นอีกครั้ง“ก็ไม่ทำยังไง คุณจะได้มีผัวสมใจอยากยังไงล่ะ มีทีเดียวหลายคนเลยนะไม
“โอ๊ย! ฉันเจ็บนะ”“สมควรแล้วไหมล่ะ ทำไมคุณถึงไม่มียางอายเอาซะเลย ทำอย่างนั้นต่อหน้าคนอื่นได้ยังไง” หลังเกิดเหตุการณ์น่าอายที่ร้านกาแฟ เวหาก็ลากตัวเธอขึ้นรถขับออกมาจากที่นั่นโดยเร็ว พามายังท้ายไร่ก่อนจะเป็นเป้าสายตาไปมากกว่านี้“ก็คุณคิดจะหักหน้าฉัน ไม่มีทางยอมให้มันเกิดขึ้นหรอก” เธอยืนกอดอกทำหน้าไม
“คู่หมั้นพ่อเลี้ยงงั้นเหรอ!” คนที่เพิ่งมาใหม่ยืนอึ้งไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง เพราะตั้งแต่เข้ามาทำงานที่นี่ ยังไม่เคยเห็นเวหาพาผู้หญิงคนไหนเข้ามาในไร่เลยสักครั้ง“ใช่! แล้วคุณล่ะเป็นใคร” ตอนนี้เจ้าหล่อนหายจากอาการตื่นกลัวแล้ว สามารถพูดคุยกับอีกฝ่ายได้อย่างสบายใจขึ้น“ฉันชื่อดาวเรืองเป็นผู้จัดการไร่นี้
ในระหว่างทางคนทั้งสองต่างก็นั่งเงียบ อีกคนขับรถไปอย่างไม่สบอารมณ์ ส่วนอีกคนเอาแต่นั่งมองสองข้างทางด้วยความตื่นตาตื่นใจ ใบหน้าสวยมีรอยยิ้มตลอดเวลา เมื่อได้เห็นความอุดมสมบูรณ์ของสองข้างทาง ธรรมชาติที่เธอไม่คิดว่าจะได้กลับมาสัมผัสมันอีกครั้ง หลังจากครอบครัวย้ายไปอยู่เมืองหลวงตั้งแต่เธอยังเด็กเอี๊ยด!







