Se connecterคราม คาลอส เมอซินี่ วัชรโภคิน ยืนอยู่กลางห้องทำงานของผับซึ่งลูกพี่ลูกน้องของเขาเป็นเจ้าของ ดวงตาคมกรอบสีเขียมอมเทาเข้มเกือบดำ มองสำรวจห้องทำงานที่หากเทียบกับห้องทำงานอันโอ่อ่าของเขาแล้ว ห้องนี้เล็กกว่าห้องน้ำในห้องนอนของเขาเสียอีก แต่ถึงอย่างไร มันก็ดูดีเลยทีเดียว ห้องถูกตบแต่งโดยเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น โทนสีขาวสะอาดตา มีดกระถางต้นไม้ดอกไม้ประดับสวยงามอยู่มุมห้อง ดูสบายตา ให้ความรู้สึกสบาย สงบเงียบแตกต่างจากแสงสีเสียงที่ดังระทึกเร้าใจด้านนอก เหมือนหลุดเข้ามาอีกโลกหนึ่งเมื่อเข้ามาในห้องนี้...
เสียงประตูที่เปิดออกทำให้ครามหันไปมอง และก็ได้พบคู่รักที่เรียกว่า คู่รัก LGBTQ ซึ่งเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันแปลกหรือผิดตรงไหนที่คนเพศเดียวกันจะรักกัน เพราะความรัก มันไม่สามารถบังคับกันได้ และความรักระหว่างหญิงชายก็ไม่ได้หมายความว่า คนทั้งคู่จะอยู่ด้วยกันตลอดไป ดังนั้น ในเรื่องเพศ ความรักจึงไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าจะต้องเป็นแค่หญิงและชายเท่านั้น
“หวัดดีค่ะพี่คราม” แนนนี่เอ่ยทักทายลูกผู้พี่อย่างตื่นเต้นดีใจ ก่อนจะหันมาแนะนำคนรักให้ครามได้รู้จัก
“นี่พงษ์แฟนแนนนี่ค่ะ พงษ์ นี่พี่คราม”
“หวัดดีครับพี่คราม ยินดีที่รู้จักอย่างเป็นทางการสักทีนะครับ” พงษ์ยื่นมือไปจับกับครามด้วยความดีใจไม่แพ้กัน ซึ่งครามเองก็จับมือกับหนุ่มรุ่นน้องอย่างเป็นกันเอง
“ยินดีที่รู้จักเช่นกัน”
“เชิญนั่งก่อนค่ะ มานานรึยังคะเนี่ย”
“เพิ่งมาสักครู่นี่เอง” ครามก้าวไปทรุดตังลงนั่งที่โซฟานุ่มนั่งสบายด้วยท่าทางสบายๆ แต่กลับดูมีเสน่ห์ น่ามอง ซึ่งแนนนี่เองก็ต้องยอมรับว่า ญาติผู้พี่คนนี้หล่อเลิศ เบ้าหน้าฟ้าประธาน ทั้งหล่อทั้งรวย บรรยาสรรพคุณความหล่อรวยเพอร์เฟ็กต์ไม่ไหว...
“ดื่มอะไรดีคะพี่”
“น้ำเปล่าก็ได้ไม่เป็นไร”
“อะไรกันคะ มาที่นี่ทั้งที่ น้ำเปล่าไม่คู่ควรกับพี่หรอก” แนนนี่พูดติดตลกพลางยกถาดเครื่องดื่มมาวางบนโต๊ะกระจกตรงโซฟา พงษ์รู้งานรีบจัดการผสมเครื่องดื่มให้เขา ครามเองก็ไม่ได้ปฏิเสธ
“ที่นี่ดูดีทีเดียวนะ” ครามเอ่ยขึ้นหลังจากยกเครื่องดื่มในมือขึ้นจบช้าๆ
“พี่คิดว่างั้นหรือคะ” แนนนี่ถามอย่างตื่นเต้น
“ดีกว่าที่คุณน้าบอกหลายเท่าเลยล่ะ” ครามพูดยิ้มๆ
“แม่ก็เป็นแบบนี้ล่ะค่ะ อะไรก็ไม่ดีอย่างที่คาดหวังหรอก แต่ก็ขอบคุณพี่นะคะที่มาเยี่ยมแนนนี่”
“พี่คิดว่าจะมานานแล้วล่ะ แต่ไม่ว่างสักที คราวนี้ก็ว่างแล้ว กะจะอยู่เมืองไทยนานหน่อย ว่าจะหาเวลาไปเที่ยวด้วย”
“โอ้โห หนุ่มฮอตปรอตแตกแถมบ้างานอย่างพี่ครามก็มีวันนี้ด้วยหรือคะเนี่ย”
แนนนี่แซว เพราะมันยากมากที่ครามจะเอ่ยปากบอกว่าตัวเองว่า และมีเวลาเที่ยว เป็นอันว่าต่างก็รู้กันดีในเครือญาติว่าครามนั้นบ้างาน ทำแต่งานและเป็นเจ้านายที่เด็ดขาดเย็นชา พนักงานไม่ว่าจะระดับบนหรือล่างต่างก็เกรงกลัวเรียกได้ว่า หากท่าประธานหนุ่มหล่อเดินผ่านก็แทบจะพากันชะงักกลายเป็นหิน หรือทำตัวเหมือนล่องหนเพื่อจะได้ไม่ต้องเผชิญหน้ากับเขา
เรื่องความเด็ดขาดในการทำงานในแวดวงธุคกิจต่างก็รู้กิตติศัพท์ของนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงคนนี้ว่า เขาทั้งดุดันและเลือดเย็น ไม่ว่าคู่แข่งทางธุรกิจจะเป็นใคร หรือเก่งแค่ไหน เขาก็สามารถเอาชนะได้ อย่างเฉียบคม
และที่เป็นสิ่งที่ทุกคนต่างขยาดก็คือความเย็นชาต่อเพศตรงข้ามของเขานี่ล่ะ นอกจากมารดาแล้ว ครามแทบจะมองหญิงสาวทุกคนที่ผ่านเข้ามาเป็นเพียงกรวดทรายไร้ค่า ผ่านมาผ่านไป เป็นเพียงการระบายความใคร่ ที่ต่างฝ่ายต่างได้ในสิ่งที่ต้องการ เขาต้องการเซ็กซ์ คู่นอนของเขาต้องการเงิน ทุกอย่างคือการแลกเปลี่ยน ที่สมน้ำสมเนื้อ และหญิงสาวทุกคนที่ขึ้นเตียงกับเขา ล้วนได้ค่าตอบแทนที่คุ้มยิ่งกว่าคุ้มค่า จึงไม่น่าแปลกที่มีหญิงสาวมากมายอยากปีนขึ้เตียงของเขา แม้จะแค่ชั่วครู่ชั่วคราวก็ตาม
“เธอนี่ก็ช่างประชดประชันเก่งเหมือนคุณแม่พี่เลยนะเนี่ย” ครามเอนกายพิงพนักซาฟาตัวยาว แล้วมองไปยังพงษ์ที่นั่งฟังพวกเขาคุยกันเงียบๆ
“คุณพงษ์ คุณพร้อมจะไปฝึกงานที่อิตาลีเลยมั้ย”
“พร้อมสิครับ ผมเตรียมตัวมาเป็นปีๆ แล้วครับ” พงษ์พูดอย่างตื่นเต้น มองหน้าแนนนี่ที่ก็มีท่าทางตื่นเต้นไม่แพ้กัน
“พี่เตรียมคนไว้ให้เธอสองคนแล้ว พร้อมเมื่อไหร่ก็ไปได้เลย”
“พวกเราพร้อมเสมอค่ะ / ครับ” พงษ์กับแนนนี่พูดขึ้นพร้อมกัน
“ดีมาก งั้นพวกเธอก็เตรียมตัวให้พร้อมจะไปวันไหนก็ไปได้เลย” แล้งคราวก็หยิบซองเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะกระจกตรงหน้ายื่นให้พงษ์
พงษ์รับมาถือไว้แล้วขยับไปนั่งใกล้กับแนนนี่ ทั้งสองเปิดซองเอกสารออกมาดูด้วยความตื่นเต้น รายละเอียดงานและตั๋วเครื่องบินพร้อมบินสำหรับเขาทั้งสอง และการได้ไปพักที่เพ้นท์เฮ้าสุดหรูหราของครามด้วย พร้อมผู้ช่วยฝีมือฉกาจข้างกายของครามที่จะเป็นคนสอนงานให้พวกเขาทั้งสอง การไปอิตาลีครั้งนี้ ก็เหมือนว่าพวกเขาไปเรียนต่อด้านบริหารธุรกิจ โดยมีอาจารย์ที่เป็นสุดยอดปารมาจารย์เป็นผู้ดูแล
“ขอบคุณมากนะคะพี่คราม”
“ไม่เป็นไร มันเป็นสิ่งที่เธอควรได้ ไปทำให้สำเร็จ ให้คุณน้าได้เห็นว่าเธอไม่แพ้ใคร เธอมีคุณค่าแค่ไหน ไม่ต้องแคร์ว่าใครจะมองยังไง พี่สนับสนุนเธอ”
ครามบอกเสียงอ่อนโยน ผิดกับที่พูดกับคนอื่นๆ เพราะเขาเห็นแนนนี่เหมือนน้องสาว แม้ว่าคนทางบ้านของแนนนี่จะตั้งแง่รังเกียจที่เธอเป็นแบบนี้ และยังดูถูกดูแคลนพงษ์ เพราะคิดว่าพงษ์มาเกาะหาผลประโยชน์จากแนนนี่ แต่สำหรับเขาแล้ว เขาคิดว่าเขามองคนไม่ผิด แม้พงษ์จะเรียนมาน้อยกว่าแนนนี่ แต่เป็นคนเอาการเอางาน มีความทะเยอทะยานที่จะเรียนรู้เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น เขาเป็นคนที่ควรค่าแก่การให้โอกาส และเขาเชื่อว่า แนนนี่กับพงษ์จะพิสูจน์ตัวเองกับครอบครัวว่าพวกเขารักกัน และสามารถนำพาชีวิตไปอยู่ในจุดสูงสุด ซึ่งคนที่คอยดูแคลนพวกเขาไม่อาจจะเทียบได้
แนนนี่ มีน้องสาวหนึ่งคนอายุห่างกันห้าปี ชื่อ วริศา หรือ แหวน วริศา เป็นคนขี้อิจฉาและมักคอยพูดใส่ร้ายแนนนี่ให้บิดามารดาฟังเสมอ ทำให้บิดามารดาของแนนนี่ มีอคติกับแนนี่และพงษ์ การที่แนนนี่กับพงษ์เปิดผับแบบนี้ วริศาก็ใส่ไคร้ว่าแนนนี่เปิดผับแอบแฝงการขายบริการ ดังนั้น ทั้งพงษ์และแนนนี่จึงออกมาอยู่คอนโดด้วยกัน ช่วยกันทำงาน จนมีเงินจำนวนหนึ่งซึ่งมากพอจะใช้ชีวิตอย่างสบายไปตลอดชาติ อย่างที่วริศาไม่สามารถจะมีได้ และไม่มีความสามารถอย่างแนนนี่ ดังนั้นสิ่งที่วริศาทำได้ก็คือ การใส่ร้าย ตั้งแง่อคติกับแนนนี่ ไม่อยากให้บิดามารดาเห็นแนนนี่ดีกว่าตน เขาจึงรู้สึกเห็นใจและเห็นเนื้อแท้ของแนนนี่ว่าเป็นอย่างไร ดังนั้นเขาจึงพร้อมสนับสนุนแนนนี่ในทุกๆ ด้าน เพราะแนนนี่สมควรได้รับ
“ใคร ว่าใครผู้หญิงโง่ ใครพูด” นิรชาหันขวับมามองคนที่นั่งอยู่โซฟาตัวตรงข้าม ก่อนที่เจ้าหล่อนจะลูกขึ้นเดินเซๆ มาหยุดตรงหน้าเขา ดวงตากลมโตที่ตอนนี้ปรือๆ มองสำรวจชายหนุ่ม ทั้งยังยื่นหน้าเข้ามาใกล้ จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ครามนิ่งงันรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เมื่อสบตากับหญิงสาวขี้เมามันบ้ามากที่เขารู้สึกแบบนี้ ทั้งที่มันไม่ควรเกิดขึ้น ชีวิตเขาผ่านผู้หญิงมามากมาย และพูดได้ว่า ทุกคนล้วนสวยสดมากกว่าหญิงสาวตรงหน้าหลายเท่านัก แต่แปลกมากที่เขาไม่เคยหัวใจเต้นแรงกับผู้หญิงเหล่านั้นเหมือนกับผู้หญิงคนนี้“นาย.. นายพูดว่าฉันผู้หญิงโง่ใช่มั้ย” เสียงของหล่อนทำให้เขาตื่นจากภวังค์ แล้วปรับสีหน้าให้เย็นชาเคร่งขรึม ทำทีเป็นโกรธขึ้ง“อะไรของเธอยายบ๊อง เมาแล้วก็ไปนอนไป๊”“นี่ๆ นังนิชาออกมาๆ”แนนนี่พยายามไปลากนิรชาออกมาจากคราม แต่กลายเป็นว่าโดนหล่อนผลักเสียจนแทบหงายหลัง ดีที่พงษ์เข้ามาประคองไว้ได้ทัน แล้วนิรชาก็เข้าไปคร่อมร่างของครามไว้ ตอนนี้ ทั้งสองขาและแขนเรียวกักขังร่างทรงพลังของครามไว้ โดยที่ชายหนุ่มเองก็ได้แต่ตกตะลึงไม่คิดว่าหล่อนจะทำแบบนี้ จึงได้แต่นั่งตัวแข็งจ้องใบหน้าแดงก่ำของนิรชานิ
“ขอบคุณมากๆ เลยค่ะพี่คราม งั้นวันนี้แนนนี่เป็นเจ้ามือเลี้ยงพี่เองนะคะ ดื่มกินได้เต็มที่เลยค่ะ แนนนี่เปย์ไม่อั้น”“ขอบใจ แต่ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้”“แหม พี่คราม พี่มาหาแนนนี่ทั้งที อีกอย่างก็ช่วยแนนนี่หลายอย่างแค่นี้ไม่เป็นไรค่ะ”“โอเคๆ ไหนๆ ก็มาแล้ว ก็ขอรับน้ำใจเธอไว้ก็แล้วกันนะ”“เป็นเกียรติอย่างยิ่งเลยค่ะพี่คราม” แนนนี่ยิ้มกว้างอย่างยินดี แต่แล้วการสนทนาของพวกเขาก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเสียงเคาะประตูห้องทำงานของแนนนี่ดังขึ้นรัวๆ แนนนี่พยักหน้าให้พงษ์ไปเปิดประตู และทันทีที่ประตูเปิดออก พนักงานหนุ่มคนหนึ่งก็พรวดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นๆ“มีอะไรไอ้แสบทำหน้าเหมือนเจอผี” พงษ์เอ่ยถามอย่างสงสัย เมื่อเห็นสีหน้าของพนักงานของตน“ยิ่งกว่าผีอีกครับพี่พงษ์ พี่แนนนี่”“มีอะไรก็รีบพูดมา” แนนนี่ลุกขึ้นเดินมาหยุดตรงหน้า ไอ้แสบ“ก็ ก็...”“ก็อะไรอ้ำอึ้งอยู่ได้” แนนนี่เสียงดังใส่เมื่อเห็นท่าทางอ้ำๆ อึ้งๆ ของไอ้แสบ“ก็เพื่อนของพี่ เอ่อ คุณคนนั้นน่ะ ที่ชื่อ ชื่อ...” แนนนี่กับพงษ์หันไปมองหน้ากัน และโดยไม่ต้องให้ไอ้แสบพูดชื่อออกมาก็รู้ว่าหมายถึงใคร“แย่แล้ว...” ทั้งแนนนี่และพงษ์พูดขึ้นพร้อมกันก่อนจะถลาออกไปนอกห้
คราม คาลอส เมอซินี่ วัชรโภคิน ยืนอยู่กลางห้องทำงานของผับซึ่งลูกพี่ลูกน้องของเขาเป็นเจ้าของ ดวงตาคมกรอบสีเขียมอมเทาเข้มเกือบดำ มองสำรวจห้องทำงานที่หากเทียบกับห้องทำงานอันโอ่อ่าของเขาแล้ว ห้องนี้เล็กกว่าห้องน้ำในห้องนอนของเขาเสียอีก แต่ถึงอย่างไร มันก็ดูดีเลยทีเดียว ห้องถูกตบแต่งโดยเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น โทนสีขาวสะอาดตา มีดกระถางต้นไม้ดอกไม้ประดับสวยงามอยู่มุมห้อง ดูสบายตา ให้ความรู้สึกสบาย สงบเงียบแตกต่างจากแสงสีเสียงที่ดังระทึกเร้าใจด้านนอก เหมือนหลุดเข้ามาอีกโลกหนึ่งเมื่อเข้ามาในห้องนี้...เสียงประตูที่เปิดออกทำให้ครามหันไปมอง และก็ได้พบคู่รักที่เรียกว่า คู่รัก LGBTQ ซึ่งเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันแปลกหรือผิดตรงไหนที่คนเพศเดียวกันจะรักกัน เพราะความรัก มันไม่สามารถบังคับกันได้ และความรักระหว่างหญิงชายก็ไม่ได้หมายความว่า คนทั้งคู่จะอยู่ด้วยกันตลอดไป ดังนั้น ในเรื่องเพศ ความรักจึงไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าจะต้องเป็นแค่หญิงและชายเท่านั้น“หวัดดีค่ะพี่คราม” แนนนี่เอ่ยทักทายลูกผู้พี่อย่างตื่นเต้นดีใจ ก่อนจะหันมาแนะนำคนรักให้ครามได้รู้จัก“นี่พงษ์แฟนแนนนี่ค่ะ พงษ์ นี่พี่คราม”“หวัดดีครับพี่คราม ยินดีที
“แก.. ไหวมั้ยเนี่ยนังนิชา” นรินดาหันมาประคองเพื่อนออกมาจากโต๊ะที่นั่งดื่มกันอยู่อย่างทุกลักทุเล“ไหวสิ ทำไมจะไม่ไหว ฉันไม่ได้เมาซะหน่อย”“สภาพพพพ... นี่เขาเรียกว่าเมาหัวราน้ำแล้วจ้าเพื่อนรัก”“แกมี่ธุระก็ไปทำเถอะ เดี๋ยวฉันกลับเอง”“สภาพอย่างแกนี่นะจะกลับเอง ฝันไปเถอะ” นรินดามองหาตัวช่วยก่อนจะกวักมือเรียก พี่พงษ์ พนักงานคนสนิทของพี่แนนนี่ หรือจะเรียกว่า คู่รักของพี่แนนนี่ก็ได้“พี่พงษ์มานี่หน่อยค่ะ”“ว่าไงครับน้องริน อ้าว นี่นิชานี่” พงษ์มองหญิงสาวทั้งสองก่อนจะมองนิรชาแล้วขมวดคิ้ว“ทำไมเมาขนาดนี้”“นิชาไม่ได้เมานะ” นิรชายังมีแก่ใจจะแย้ง พี่พงษ์หัวเราะขบขัน“เออๆ ไม่เมาก็ไม่เมา”“ก็ตามที่เห็นแหละค่ะพี่พงษ์ คือรินอยากให้ช่วยส่งนางกลับคอนโดรินหน่อยน่ะค่ะ”พี่พงษ์กับพี่แนนนี่คือเพื่อนรุ่นพี่ที่รักและไว้ใจกันมาตั้งแต่สมัยเรียน ละทั้งสองก็เป็นคนดีที่หล่อนสามารถฝากฝังเพื่อนรักไว้ได้“พี่ว่าให้นิชาไปนอนพักที่ห้องแนนนี่ก่อนดีกว่า พอดีว่าพี่มีแขกสำคัญต้องดูแลน่ะ”“เอางั้นเหรือพี่”“เอางี้สิ ไว้พอนางสร่างเมาพี่กับแนนนี่จะไปส่งเอง”“งั้นฝากพี่ด้วยนะคะ รินมีธุระด่วน”“เจ้านายขาโหดเรียกล่ะสิ” พี่พงษ
“ทำไมแกไม่ตบนังคุณหนูไฮโซหน้าด้านนั่นสักฉาดสองฉาดให้สาแก่ใจ แล้วก็กระทืบไอ้ผู้ชายเฮงซวยนั่นซ้ำอีกสักสามสี่ตุ๊บ”นรินดาโวยวายเดินไปเดินมาอย่างหงุดหงิด นิรชาหัวเราะกับท่าทางของเพื่อนรัก“ฉันยังไม่หัวร้อนเลย เธอหัวร้อนทำไม”“ก็ฉันโกรธแทนแกนี่นา ไอ้ผู้ชายเฮงซวย มันน่านัก”“ช่างเถอะๆ ฉันทำใจได้นานแล้ว”“แต่ทำไมแกยังส่งเงินให้มันอีกล่ะ ทั้งที่รู้ว่ามันหลอกเธอน่ะ”“ก็ตอนนั้นเขาบอกว่าคุณน้าป่วย” นิรชาตอบเสียงอ่อย“แกก็เชื่องั้นสิ”“ไม่เชื่อหรอก แต่ก็ไม่อยากใจจืดใจดำ”“จ้าคุณแม่พระ คนคนวันจันทร์ ผู้แบกรับทุกอย่าง ไม่ไหวบอกไหว เห็นใจทุกคน ยกเว้นตัวเอง”“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคนเกิดวันจันทร์เนี่ย” นิรชาหัวเราะกับคำพูดของเพื่อนรัก นรินดามองบนเบี้ปากอย่างหมั่นไส้เพื่อนรัก“จ้า ไม่เกี่ยวก็ไม่เกี่ยว”“ฉันมันยอมโง่เอง คิดว่าความดีจะชนะทุกอย่าง ความทุ่มเทความจริงใจของฉันจะทำให้เขากลับตัว”“ผู้ชายเฮงซวยอย่างไอ้นายธนานั้นน่ะ ไม่มีวันกลับตัวกลับใจหรอก ข้อนี้ฉันว่าเธอรู้ดีที่สุด” “ก็ใช่... แต่ ฉันก็”“ทำใจไม่ได้” นรินดาตอบแทนคนที่นั่งก้มหน้าหงอยๆ อยู่ข้างๆ หญิงสาวเอื้อมมือไปโอบเพื่อนรักกดศีรษะของนิรชามาซบ
ถุงกระดาษที่ด้านในมีกล่องของขวัญสุดแสนพิเศษ ที่หล่อนต้องการมอบให้คนรักร่วงหล่นจากมือกระแทกกับพื้นจนของด้านในกระจัดกายออกมาจากถุงเกลื่อนพื้น เมื่อภาพที่เห็นตรงหน้าคือ ธนา คนรักของหล่อนกำลังเดินโอบกอด หอมแก้มหญิงสาวสวยที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าทั้งเนื้อทั้งตัวของเจ้าหล่อนประดับประดาด้วยเสื้อผ้าเครื่องประดับแบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วท่าทีเย่อหยิ่งที่ฝ่ายชายต้องคอยพะเน้าพะนอ เอาอกเอาใจเหมือนคนรักกันมานาน ยิ่งทำให้ นิรชา หรือ นิชา เจ็บแปลบในอก น้ำตาที่ไม่รู้มันมาจากไหนไหลอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว เมื่อสิ่งที่เห็นได้บอกเรื่องราวอย่างชัดเจนแล้วว่า ความสัมพันธ์ของธนากับหญิงสาวคนนั้น อยู่ในขั้นไหน คำพูดที่ลอยตามลมมาเข้าหูสรรพนามที่ใช้เรียกกันก็บอกได้เลยว่า พวกเขาเป็นอะไรกัน ที่รัก มันคงไม่ใช่คำที่เพื่อนชายหญิงพูดกันแน่นอน นอกเสียจากว่า เขาทั้งสองเป็นคนรักกัน และอาจจะถึงขั้นเป็นสามีภรรยากันแล้วอย่างแน่นอนเรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ มันเกิดขึ้นตอนไหน ทำไมหลอนไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย ทั้งที่เมื่อสามวันก่อน ธนายังโทร. มาคุยกับเธอเหมือนเช่นปกติที่เคยเป็น ไม่มีวี่แววว่าเขาจะนอกใจหล่อนเลย







