Se connecter“ขอบคุณมากๆ เลยค่ะพี่คราม งั้นวันนี้แนนนี่เป็นเจ้ามือเลี้ยงพี่เองนะคะ ดื่มกินได้เต็มที่เลยค่ะ แนนนี่เปย์ไม่อั้น”
“ขอบใจ แต่ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้”
“แหม พี่คราม พี่มาหาแนนนี่ทั้งที อีกอย่างก็ช่วยแนนนี่หลายอย่างแค่นี้ไม่เป็นไรค่ะ”
“โอเคๆ ไหนๆ ก็มาแล้ว ก็ขอรับน้ำใจเธอไว้ก็แล้วกันนะ”
“เป็นเกียรติอย่างยิ่งเลยค่ะพี่คราม” แนนนี่ยิ้มกว้างอย่างยินดี แต่แล้วการสนทนาของพวกเขาก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเสียงเคาะประตูห้องทำงานของแนนนี่ดังขึ้นรัวๆ แนนนี่พยักหน้าให้พงษ์ไปเปิดประตู และทันทีที่ประตูเปิดออก พนักงานหนุ่มคนหนึ่งก็พรวดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นๆ
“มีอะไรไอ้แสบทำหน้าเหมือนเจอผี” พงษ์เอ่ยถามอย่างสงสัย เมื่อเห็นสีหน้าของพนักงานของตน
“ยิ่งกว่าผีอีกครับพี่พงษ์ พี่แนนนี่”
“มีอะไรก็รีบพูดมา” แนนนี่ลุกขึ้นเดินมาหยุดตรงหน้า ไอ้แสบ
“ก็ ก็...”
“ก็อะไรอ้ำอึ้งอยู่ได้” แนนนี่เสียงดังใส่เมื่อเห็นท่าทางอ้ำๆ อึ้งๆ ของไอ้แสบ
“ก็เพื่อนของพี่ เอ่อ คุณคนนั้นน่ะ ที่ชื่อ ชื่อ...” แนนนี่กับพงษ์หันไปมองหน้ากัน และโดยไม่ต้องให้ไอ้แสบพูดชื่อออกมาก็รู้ว่าหมายถึงใคร
“แย่แล้ว...” ทั้งแนนนี่และพงษ์พูดขึ้นพร้อมกันก่อนจะถลาออกไปนอกห้อง โดยลืมที่จะหันมาบอกกว่าครามที่นั่งมองพวกเขาเงียบๆ คิดว่าพวกเขาคงจะเจอปัญหา แต่เขาก็เป็นคนนอก ทำได้แค่มองอยู่ห่างๆ หากพวกเขารับมือไม่ไหวจริงๆ ค่อยยื่นมือเข้าไปช่วย
ทั้งแนนนี่กับพงษ์และพนักงานออกไปจากห้องแล้ว ครามก็ทิ้งตัวพิงพนักโซฟาหลับตาลงเพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าที่เดินทางมาทั้งวัน...
“นังนิชาลงมาเดี๋ยวนี้!!!”
แนนนี่ร้องลั่นเมื่อเห็นร่างเล็กของนิรชาขึ้นไปบนเวทีของนักร้องที่กำลังเล่นดนตรีอยู่ แถมเจ้าหล่อนยังไปแย่งไมค์ของนักร้องมาร้องเพลงอีก
แต่เสียงที่ร้องออกมามันทั้งเพี้ยน ทั้งผิดคีย์ กลายเป็นนักร้องนำ คือนำทำนอง นำเนื้อร้อง นำนักดนตรี
เสียงหมาเยี่ยวรดสังกะสียังเพราะกว่า นี่คือความคิดของแนนนี่ และคาดว่าคนทั้งผับก็คงคิดเหมือนกัน
ความวุ่นวายโกลาหลเกิดขึ้นเมื่อนิรชาที่ยังคงเมาไม่สร่างวิ่งหนีการไล่จับของพงษ์กับไอ้แสบ และดูท่าทางว่านางสนุกสนาน แนนนี่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอาและก็โล่งใจเมื่อพงษ์กับไอ้แสบจับตัวนิรชาได้ แต่ไม่วายที่เจ้าตัวที่ยังคงถือไมค์อยู่จะพูดใส่ไมค์เสียงดังฟังอ้อแอ้
“แด่ไอ้ผู้ชายเฮงซวย ขอให้แกไปเป็นไอ้ลูกหมาขี้เรื้อน ไอ้วอกกกก เย่ๆ วู้วๆๆ ขอให้ทุกคนมีความสุขในค่ำคืนเน้ รักนะ จุ๊บๆ”
“โอ๊ยยยย ฉันจะบ้าตาย ไปๆ พาไปที่ห้องทำงานก่อนเลย” แนนนี่กับพงษ์ทั้งดึงทั้งรั้งทั้งฉุดกระชากลากถูคนเมาออกไปอย่างทุลักทุเล
และในที่สุดก็พานิรชาเข้ามาถึงห้องทำงานได้สำเร็จ แต่ก็ทำเอาทั้งแนนนี่และพงษ์เหงื่อตกไปเลยทีเดียว
“นังนิชา นี่แกมันอันตรายต่อคนรอบข้างจริงๆ เวลาเมาเนี่ย” แนนนี่เท้าสะเอวมองคนที่นอนแผ่หราบนโซฟา โดยที่ครามยังคงนั่งอยู่บนโซฟาอีกตัวตรงข้ามกัน เขามองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างงงๆ อยู่เหมือนกัน
“เกิดอะไรขึ้นเหรอ”
“ก็นังนิชามันเมาน่ะสิคะ” แนนนี่หันไปตอบครามก่อนจะอธิบายเพิ่มเติม
“นังนิชามันโดนผู้ชายเท แถมยังโดนหลอกโดนเกาะจนเกือบหมอดตัว ก็เลยมาดื่มย้อมใจ แต่นังนี่มันแป๊กเดียวก็จอดแล้ว แต่ดันดื่มไปหลายแก้วสภาพก็เลยเป็นอย่างที่เห็นนี่ล่ะค่ะ”
“ผู้หญิงโง่” ครามพึมพำพลางส่ายหน้า มองหญิงสาวที่กำลังพยายามตะเกียกตะกายลุขึ้นจากโฟซา หญิงสาวหันขวับมายังเขาเมื่อลุกขึ้นนั่งได้ แม้จะโงนเงนพร้อมจะล้มพับได้ทุกเมื่อ
“ใคร ว่าใครผู้หญิงโง่ ใครพูด” นิรชาหันขวับมามองคนที่นั่งอยู่โซฟาตัวตรงข้าม ก่อนที่เจ้าหล่อนจะลูกขึ้นเดินเซๆ มาหยุดตรงหน้าเขา ดวงตากลมโตที่ตอนนี้ปรือๆ มองสำรวจชายหนุ่ม ทั้งยังยื่นหน้าเข้ามาใกล้ จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ครามนิ่งงันรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เมื่อสบตากับหญิงสาวขี้เมามันบ้ามากที่เขารู้สึกแบบนี้ ทั้งที่มันไม่ควรเกิดขึ้น ชีวิตเขาผ่านผู้หญิงมามากมาย และพูดได้ว่า ทุกคนล้วนสวยสดมากกว่าหญิงสาวตรงหน้าหลายเท่านัก แต่แปลกมากที่เขาไม่เคยหัวใจเต้นแรงกับผู้หญิงเหล่านั้นเหมือนกับผู้หญิงคนนี้“นาย.. นายพูดว่าฉันผู้หญิงโง่ใช่มั้ย” เสียงของหล่อนทำให้เขาตื่นจากภวังค์ แล้วปรับสีหน้าให้เย็นชาเคร่งขรึม ทำทีเป็นโกรธขึ้ง“อะไรของเธอยายบ๊อง เมาแล้วก็ไปนอนไป๊”“นี่ๆ นังนิชาออกมาๆ”แนนนี่พยายามไปลากนิรชาออกมาจากคราม แต่กลายเป็นว่าโดนหล่อนผลักเสียจนแทบหงายหลัง ดีที่พงษ์เข้ามาประคองไว้ได้ทัน แล้วนิรชาก็เข้าไปคร่อมร่างของครามไว้ ตอนนี้ ทั้งสองขาและแขนเรียวกักขังร่างทรงพลังของครามไว้ โดยที่ชายหนุ่มเองก็ได้แต่ตกตะลึงไม่คิดว่าหล่อนจะทำแบบนี้ จึงได้แต่นั่งตัวแข็งจ้องใบหน้าแดงก่ำของนิรชานิ
“ขอบคุณมากๆ เลยค่ะพี่คราม งั้นวันนี้แนนนี่เป็นเจ้ามือเลี้ยงพี่เองนะคะ ดื่มกินได้เต็มที่เลยค่ะ แนนนี่เปย์ไม่อั้น”“ขอบใจ แต่ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้”“แหม พี่คราม พี่มาหาแนนนี่ทั้งที อีกอย่างก็ช่วยแนนนี่หลายอย่างแค่นี้ไม่เป็นไรค่ะ”“โอเคๆ ไหนๆ ก็มาแล้ว ก็ขอรับน้ำใจเธอไว้ก็แล้วกันนะ”“เป็นเกียรติอย่างยิ่งเลยค่ะพี่คราม” แนนนี่ยิ้มกว้างอย่างยินดี แต่แล้วการสนทนาของพวกเขาก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเสียงเคาะประตูห้องทำงานของแนนนี่ดังขึ้นรัวๆ แนนนี่พยักหน้าให้พงษ์ไปเปิดประตู และทันทีที่ประตูเปิดออก พนักงานหนุ่มคนหนึ่งก็พรวดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นๆ“มีอะไรไอ้แสบทำหน้าเหมือนเจอผี” พงษ์เอ่ยถามอย่างสงสัย เมื่อเห็นสีหน้าของพนักงานของตน“ยิ่งกว่าผีอีกครับพี่พงษ์ พี่แนนนี่”“มีอะไรก็รีบพูดมา” แนนนี่ลุกขึ้นเดินมาหยุดตรงหน้า ไอ้แสบ“ก็ ก็...”“ก็อะไรอ้ำอึ้งอยู่ได้” แนนนี่เสียงดังใส่เมื่อเห็นท่าทางอ้ำๆ อึ้งๆ ของไอ้แสบ“ก็เพื่อนของพี่ เอ่อ คุณคนนั้นน่ะ ที่ชื่อ ชื่อ...” แนนนี่กับพงษ์หันไปมองหน้ากัน และโดยไม่ต้องให้ไอ้แสบพูดชื่อออกมาก็รู้ว่าหมายถึงใคร“แย่แล้ว...” ทั้งแนนนี่และพงษ์พูดขึ้นพร้อมกันก่อนจะถลาออกไปนอกห้
คราม คาลอส เมอซินี่ วัชรโภคิน ยืนอยู่กลางห้องทำงานของผับซึ่งลูกพี่ลูกน้องของเขาเป็นเจ้าของ ดวงตาคมกรอบสีเขียมอมเทาเข้มเกือบดำ มองสำรวจห้องทำงานที่หากเทียบกับห้องทำงานอันโอ่อ่าของเขาแล้ว ห้องนี้เล็กกว่าห้องน้ำในห้องนอนของเขาเสียอีก แต่ถึงอย่างไร มันก็ดูดีเลยทีเดียว ห้องถูกตบแต่งโดยเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น โทนสีขาวสะอาดตา มีดกระถางต้นไม้ดอกไม้ประดับสวยงามอยู่มุมห้อง ดูสบายตา ให้ความรู้สึกสบาย สงบเงียบแตกต่างจากแสงสีเสียงที่ดังระทึกเร้าใจด้านนอก เหมือนหลุดเข้ามาอีกโลกหนึ่งเมื่อเข้ามาในห้องนี้...เสียงประตูที่เปิดออกทำให้ครามหันไปมอง และก็ได้พบคู่รักที่เรียกว่า คู่รัก LGBTQ ซึ่งเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันแปลกหรือผิดตรงไหนที่คนเพศเดียวกันจะรักกัน เพราะความรัก มันไม่สามารถบังคับกันได้ และความรักระหว่างหญิงชายก็ไม่ได้หมายความว่า คนทั้งคู่จะอยู่ด้วยกันตลอดไป ดังนั้น ในเรื่องเพศ ความรักจึงไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าจะต้องเป็นแค่หญิงและชายเท่านั้น“หวัดดีค่ะพี่คราม” แนนนี่เอ่ยทักทายลูกผู้พี่อย่างตื่นเต้นดีใจ ก่อนจะหันมาแนะนำคนรักให้ครามได้รู้จัก“นี่พงษ์แฟนแนนนี่ค่ะ พงษ์ นี่พี่คราม”“หวัดดีครับพี่คราม ยินดีที
“แก.. ไหวมั้ยเนี่ยนังนิชา” นรินดาหันมาประคองเพื่อนออกมาจากโต๊ะที่นั่งดื่มกันอยู่อย่างทุกลักทุเล“ไหวสิ ทำไมจะไม่ไหว ฉันไม่ได้เมาซะหน่อย”“สภาพพพพ... นี่เขาเรียกว่าเมาหัวราน้ำแล้วจ้าเพื่อนรัก”“แกมี่ธุระก็ไปทำเถอะ เดี๋ยวฉันกลับเอง”“สภาพอย่างแกนี่นะจะกลับเอง ฝันไปเถอะ” นรินดามองหาตัวช่วยก่อนจะกวักมือเรียก พี่พงษ์ พนักงานคนสนิทของพี่แนนนี่ หรือจะเรียกว่า คู่รักของพี่แนนนี่ก็ได้“พี่พงษ์มานี่หน่อยค่ะ”“ว่าไงครับน้องริน อ้าว นี่นิชานี่” พงษ์มองหญิงสาวทั้งสองก่อนจะมองนิรชาแล้วขมวดคิ้ว“ทำไมเมาขนาดนี้”“นิชาไม่ได้เมานะ” นิรชายังมีแก่ใจจะแย้ง พี่พงษ์หัวเราะขบขัน“เออๆ ไม่เมาก็ไม่เมา”“ก็ตามที่เห็นแหละค่ะพี่พงษ์ คือรินอยากให้ช่วยส่งนางกลับคอนโดรินหน่อยน่ะค่ะ”พี่พงษ์กับพี่แนนนี่คือเพื่อนรุ่นพี่ที่รักและไว้ใจกันมาตั้งแต่สมัยเรียน ละทั้งสองก็เป็นคนดีที่หล่อนสามารถฝากฝังเพื่อนรักไว้ได้“พี่ว่าให้นิชาไปนอนพักที่ห้องแนนนี่ก่อนดีกว่า พอดีว่าพี่มีแขกสำคัญต้องดูแลน่ะ”“เอางั้นเหรือพี่”“เอางี้สิ ไว้พอนางสร่างเมาพี่กับแนนนี่จะไปส่งเอง”“งั้นฝากพี่ด้วยนะคะ รินมีธุระด่วน”“เจ้านายขาโหดเรียกล่ะสิ” พี่พงษ
“ทำไมแกไม่ตบนังคุณหนูไฮโซหน้าด้านนั่นสักฉาดสองฉาดให้สาแก่ใจ แล้วก็กระทืบไอ้ผู้ชายเฮงซวยนั่นซ้ำอีกสักสามสี่ตุ๊บ”นรินดาโวยวายเดินไปเดินมาอย่างหงุดหงิด นิรชาหัวเราะกับท่าทางของเพื่อนรัก“ฉันยังไม่หัวร้อนเลย เธอหัวร้อนทำไม”“ก็ฉันโกรธแทนแกนี่นา ไอ้ผู้ชายเฮงซวย มันน่านัก”“ช่างเถอะๆ ฉันทำใจได้นานแล้ว”“แต่ทำไมแกยังส่งเงินให้มันอีกล่ะ ทั้งที่รู้ว่ามันหลอกเธอน่ะ”“ก็ตอนนั้นเขาบอกว่าคุณน้าป่วย” นิรชาตอบเสียงอ่อย“แกก็เชื่องั้นสิ”“ไม่เชื่อหรอก แต่ก็ไม่อยากใจจืดใจดำ”“จ้าคุณแม่พระ คนคนวันจันทร์ ผู้แบกรับทุกอย่าง ไม่ไหวบอกไหว เห็นใจทุกคน ยกเว้นตัวเอง”“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคนเกิดวันจันทร์เนี่ย” นิรชาหัวเราะกับคำพูดของเพื่อนรัก นรินดามองบนเบี้ปากอย่างหมั่นไส้เพื่อนรัก“จ้า ไม่เกี่ยวก็ไม่เกี่ยว”“ฉันมันยอมโง่เอง คิดว่าความดีจะชนะทุกอย่าง ความทุ่มเทความจริงใจของฉันจะทำให้เขากลับตัว”“ผู้ชายเฮงซวยอย่างไอ้นายธนานั้นน่ะ ไม่มีวันกลับตัวกลับใจหรอก ข้อนี้ฉันว่าเธอรู้ดีที่สุด” “ก็ใช่... แต่ ฉันก็”“ทำใจไม่ได้” นรินดาตอบแทนคนที่นั่งก้มหน้าหงอยๆ อยู่ข้างๆ หญิงสาวเอื้อมมือไปโอบเพื่อนรักกดศีรษะของนิรชามาซบ
ถุงกระดาษที่ด้านในมีกล่องของขวัญสุดแสนพิเศษ ที่หล่อนต้องการมอบให้คนรักร่วงหล่นจากมือกระแทกกับพื้นจนของด้านในกระจัดกายออกมาจากถุงเกลื่อนพื้น เมื่อภาพที่เห็นตรงหน้าคือ ธนา คนรักของหล่อนกำลังเดินโอบกอด หอมแก้มหญิงสาวสวยที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าทั้งเนื้อทั้งตัวของเจ้าหล่อนประดับประดาด้วยเสื้อผ้าเครื่องประดับแบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วท่าทีเย่อหยิ่งที่ฝ่ายชายต้องคอยพะเน้าพะนอ เอาอกเอาใจเหมือนคนรักกันมานาน ยิ่งทำให้ นิรชา หรือ นิชา เจ็บแปลบในอก น้ำตาที่ไม่รู้มันมาจากไหนไหลอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว เมื่อสิ่งที่เห็นได้บอกเรื่องราวอย่างชัดเจนแล้วว่า ความสัมพันธ์ของธนากับหญิงสาวคนนั้น อยู่ในขั้นไหน คำพูดที่ลอยตามลมมาเข้าหูสรรพนามที่ใช้เรียกกันก็บอกได้เลยว่า พวกเขาเป็นอะไรกัน ที่รัก มันคงไม่ใช่คำที่เพื่อนชายหญิงพูดกันแน่นอน นอกเสียจากว่า เขาทั้งสองเป็นคนรักกัน และอาจจะถึงขั้นเป็นสามีภรรยากันแล้วอย่างแน่นอนเรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ มันเกิดขึ้นตอนไหน ทำไมหลอนไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย ทั้งที่เมื่อสามวันก่อน ธนายังโทร. มาคุยกับเธอเหมือนเช่นปกติที่เคยเป็น ไม่มีวี่แววว่าเขาจะนอกใจหล่อนเลย







