Se connecter“ใคร ว่าใครผู้หญิงโง่ ใครพูด” นิรชาหันขวับมามองคนที่นั่งอยู่โซฟาตัวตรงข้าม ก่อนที่เจ้าหล่อนจะลูกขึ้นเดินเซๆ มาหยุดตรงหน้าเขา ดวงตากลมโตที่ตอนนี้ปรือๆ มองสำรวจชายหนุ่ม ทั้งยังยื่นหน้าเข้ามาใกล้ จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ครามนิ่งงันรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เมื่อสบตากับหญิงสาวขี้เมา
มันบ้ามากที่เขารู้สึกแบบนี้ ทั้งที่มันไม่ควรเกิดขึ้น ชีวิตเขาผ่านผู้หญิงมามากมาย และพูดได้ว่า ทุกคนล้วนสวยสดมากกว่าหญิงสาวตรงหน้าหลายเท่านัก แต่แปลกมากที่เขาไม่เคยหัวใจเต้นแรงกับผู้หญิงเหล่านั้นเหมือนกับผู้หญิงคนนี้
“นาย.. นายพูดว่าฉันผู้หญิงโง่ใช่มั้ย” เสียงของหล่อนทำให้เขาตื่นจากภวังค์ แล้วปรับสีหน้าให้เย็นชาเคร่งขรึม ทำทีเป็นโกรธขึ้ง
“อะไรของเธอยายบ๊อง เมาแล้วก็ไปนอนไป๊”
“นี่ๆ นังนิชาออกมาๆ”
แนนนี่พยายามไปลากนิรชาออกมาจากคราม แต่กลายเป็นว่าโดนหล่อนผลักเสียจนแทบหงายหลัง ดีที่พงษ์เข้ามาประคองไว้ได้ทัน แล้วนิรชาก็เข้าไปคร่อมร่างของครามไว้ ตอนนี้ ทั้งสองขาและแขนเรียวกักขังร่างทรงพลังของครามไว้ โดยที่ชายหนุ่มเองก็ได้แต่ตกตะลึงไม่คิดว่าหล่อนจะทำแบบนี้ จึงได้แต่นั่งตัวแข็งจ้องใบหน้าแดงก่ำของนิรชานิ่ง อย่างลุ้นว่าหล่อนจะทำอะไรต่อจากนี้...
“ว้าว... นี่เทพบุตรตกลงมาจากสวรรค์เหรอเนี่ยยย...” ไม่พูดเปล่า แต่ก้มหน้าลงมาหาใกล้ขึ้นอีก มือน้อยๆ นั่นก็ประคองใบหน้าของเขา ลูบไล้ไปมาเหมือนสำรวจสมบัติล้ำค่า ซึ่งเขาก็ไดด้แต่นั่งนิ่งให้หล่อนสำรวจ โดยที่เขาเองก็ทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่เคยเจอสาวขี้เมากระโดดมาคร่อมไว้แบบนี้
“เฮ้ยนังนิชาแก ออกมาเดี๋ยวนี้เลย” แนนนี่พยายามจะเข้าไปห้ามและคิดว่าจะดึงนิรชาออกมา แต่ไม่ทันที่หล่อนจะก้าวเข้าไปหา สิ่งที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิด ก็เกิดขึ้น
“คุณเทพบุตร คุณเป็นของฉันแล้ว” พูดจบ นิรชาก็ก้มลงจูบปากของครามที่เผยอค้างอย่างคาดไม่ถึง มือแกร่งกำแน่นอย่างพยายามสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่าง ในขณะที่แนนนี่ว
“ซวยแล้ว...” แนนนี่พึมพำเบาๆ ทำท่าเหมือนจะเป็นลมล้มพับ ดีที่พงษ์ยังคงพยุงไว้อยู่ และเขาเองก็อึ้งไปเหมือนกัน
ในขณะที่ทั้งแนนนี่กับพงษ์มัวแต่อึ้ง ทางด้านนิรชาที่เป็นฝ่ายจู่โจมหนุ่มรูปงานที่ทึกเอาว่าเขาเป็นเทพบุตรของตน ด้วยจูบที่ไม่ประสีประสา ทั้งเงอะงะและไร้ซึ่งประสบการณ์อย่างที่เขาสัมผัสได้ และมันก็ทำให้หัวใจหนุ่มเต้นแรง พลุ่งพล่านด้วยอารมณ์ที่ถูกปลุกขึ้นมาจากการหลับใหล เขาเองก็เกือบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ แต่ก็เหมือนพระเจ้ายังเมตตาของอยู่ เมื่อจู่ๆ เจ้าของจูบไม่ประสา ก็ผล็อยหลับไป เหมือนหลับกลางอากาศ ศีรษะเล็กอิงอยู่กับไหล่กว้างของเขา ดวงตาหลับพริ้ม ริมฝีปากที่ปล้นจูบเขาเมื่อครู่เผยอน้อยๆ ดูเหมือนเด็กน้อยจอมซนที่เล่นจนเหนื่อยแล้วหลับไป
“ขะ ขอโทษนะคะพี่คราม นังนิชา มันเมาน่ะค่ะ พี่อย่าถือสามันเลยนะคะ” เมื่อได้สติ ทั้งแนนนี่และพงษ์ ก็ต่างรีบถลามาดึงร่างอ่อนปวกเปียกของนิรชาออกจากอกกว้างของคราม
“ไม่เป็นไร” ครามพยายามทำเสียงเคร่งขรึม เก็บอารมณ์อย่างที่สุด ก่อนจะลุกขึ้นยืน ดึงเสื้อสูทที่ถูกยายขี้เมาทำยุ่งเหยิงให้เข้าที่ ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“งั้นพี่ขอตัวก่อนนะ ไว้วันหลังจะมาใหม่”
“ค่ะพี่ครามเดินทางดีๆ นะคะ” แนนนี่พูดตามหลังร่างสูงใหญ่ของเขาไป ก่อนจะหันมามองคนที่หลับคอพับคออ่อนในอ้อมแขนของตน
“เห็นมั้ยว่ามันจะสร้างเรื่อง ทำไมซื้อหวยไม่ถูกวะ” แนนนี่บ่น พงษ์หัวเราะขบขัน แนนนี่ ถลึงตาใส่คนรัก
“ไม่ต้องมาหัวเราะ พามันไปส่งยายรินเลย ไม่ต้องให้นอนที่นี่แล้ว ปวดหัว”
“ครับๆ ไปกัน” แล้วพงษ์ก็ย่อตัวลง ให้แนนนี่พาร่างอ่อนปวกเปียกของนิรชาขึ้นขี่หลังพงษ์ โดยตนคอยประคองอยู่ข้างๆ แต่ก่อนจะไปก็ไม่วายจะโทร. ไปกำชับไอ้แสบให้ดูแลร้านดีๆ
“ใคร ว่าใครผู้หญิงโง่ ใครพูด” นิรชาหันขวับมามองคนที่นั่งอยู่โซฟาตัวตรงข้าม ก่อนที่เจ้าหล่อนจะลูกขึ้นเดินเซๆ มาหยุดตรงหน้าเขา ดวงตากลมโตที่ตอนนี้ปรือๆ มองสำรวจชายหนุ่ม ทั้งยังยื่นหน้าเข้ามาใกล้ จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ครามนิ่งงันรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เมื่อสบตากับหญิงสาวขี้เมามันบ้ามากที่เขารู้สึกแบบนี้ ทั้งที่มันไม่ควรเกิดขึ้น ชีวิตเขาผ่านผู้หญิงมามากมาย และพูดได้ว่า ทุกคนล้วนสวยสดมากกว่าหญิงสาวตรงหน้าหลายเท่านัก แต่แปลกมากที่เขาไม่เคยหัวใจเต้นแรงกับผู้หญิงเหล่านั้นเหมือนกับผู้หญิงคนนี้“นาย.. นายพูดว่าฉันผู้หญิงโง่ใช่มั้ย” เสียงของหล่อนทำให้เขาตื่นจากภวังค์ แล้วปรับสีหน้าให้เย็นชาเคร่งขรึม ทำทีเป็นโกรธขึ้ง“อะไรของเธอยายบ๊อง เมาแล้วก็ไปนอนไป๊”“นี่ๆ นังนิชาออกมาๆ”แนนนี่พยายามไปลากนิรชาออกมาจากคราม แต่กลายเป็นว่าโดนหล่อนผลักเสียจนแทบหงายหลัง ดีที่พงษ์เข้ามาประคองไว้ได้ทัน แล้วนิรชาก็เข้าไปคร่อมร่างของครามไว้ ตอนนี้ ทั้งสองขาและแขนเรียวกักขังร่างทรงพลังของครามไว้ โดยที่ชายหนุ่มเองก็ได้แต่ตกตะลึงไม่คิดว่าหล่อนจะทำแบบนี้ จึงได้แต่นั่งตัวแข็งจ้องใบหน้าแดงก่ำของนิรชานิ
“ขอบคุณมากๆ เลยค่ะพี่คราม งั้นวันนี้แนนนี่เป็นเจ้ามือเลี้ยงพี่เองนะคะ ดื่มกินได้เต็มที่เลยค่ะ แนนนี่เปย์ไม่อั้น”“ขอบใจ แต่ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้”“แหม พี่คราม พี่มาหาแนนนี่ทั้งที อีกอย่างก็ช่วยแนนนี่หลายอย่างแค่นี้ไม่เป็นไรค่ะ”“โอเคๆ ไหนๆ ก็มาแล้ว ก็ขอรับน้ำใจเธอไว้ก็แล้วกันนะ”“เป็นเกียรติอย่างยิ่งเลยค่ะพี่คราม” แนนนี่ยิ้มกว้างอย่างยินดี แต่แล้วการสนทนาของพวกเขาก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเสียงเคาะประตูห้องทำงานของแนนนี่ดังขึ้นรัวๆ แนนนี่พยักหน้าให้พงษ์ไปเปิดประตู และทันทีที่ประตูเปิดออก พนักงานหนุ่มคนหนึ่งก็พรวดเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นๆ“มีอะไรไอ้แสบทำหน้าเหมือนเจอผี” พงษ์เอ่ยถามอย่างสงสัย เมื่อเห็นสีหน้าของพนักงานของตน“ยิ่งกว่าผีอีกครับพี่พงษ์ พี่แนนนี่”“มีอะไรก็รีบพูดมา” แนนนี่ลุกขึ้นเดินมาหยุดตรงหน้า ไอ้แสบ“ก็ ก็...”“ก็อะไรอ้ำอึ้งอยู่ได้” แนนนี่เสียงดังใส่เมื่อเห็นท่าทางอ้ำๆ อึ้งๆ ของไอ้แสบ“ก็เพื่อนของพี่ เอ่อ คุณคนนั้นน่ะ ที่ชื่อ ชื่อ...” แนนนี่กับพงษ์หันไปมองหน้ากัน และโดยไม่ต้องให้ไอ้แสบพูดชื่อออกมาก็รู้ว่าหมายถึงใคร“แย่แล้ว...” ทั้งแนนนี่และพงษ์พูดขึ้นพร้อมกันก่อนจะถลาออกไปนอกห้
คราม คาลอส เมอซินี่ วัชรโภคิน ยืนอยู่กลางห้องทำงานของผับซึ่งลูกพี่ลูกน้องของเขาเป็นเจ้าของ ดวงตาคมกรอบสีเขียมอมเทาเข้มเกือบดำ มองสำรวจห้องทำงานที่หากเทียบกับห้องทำงานอันโอ่อ่าของเขาแล้ว ห้องนี้เล็กกว่าห้องน้ำในห้องนอนของเขาเสียอีก แต่ถึงอย่างไร มันก็ดูดีเลยทีเดียว ห้องถูกตบแต่งโดยเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น โทนสีขาวสะอาดตา มีดกระถางต้นไม้ดอกไม้ประดับสวยงามอยู่มุมห้อง ดูสบายตา ให้ความรู้สึกสบาย สงบเงียบแตกต่างจากแสงสีเสียงที่ดังระทึกเร้าใจด้านนอก เหมือนหลุดเข้ามาอีกโลกหนึ่งเมื่อเข้ามาในห้องนี้...เสียงประตูที่เปิดออกทำให้ครามหันไปมอง และก็ได้พบคู่รักที่เรียกว่า คู่รัก LGBTQ ซึ่งเขาก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันแปลกหรือผิดตรงไหนที่คนเพศเดียวกันจะรักกัน เพราะความรัก มันไม่สามารถบังคับกันได้ และความรักระหว่างหญิงชายก็ไม่ได้หมายความว่า คนทั้งคู่จะอยู่ด้วยกันตลอดไป ดังนั้น ในเรื่องเพศ ความรักจึงไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าจะต้องเป็นแค่หญิงและชายเท่านั้น“หวัดดีค่ะพี่คราม” แนนนี่เอ่ยทักทายลูกผู้พี่อย่างตื่นเต้นดีใจ ก่อนจะหันมาแนะนำคนรักให้ครามได้รู้จัก“นี่พงษ์แฟนแนนนี่ค่ะ พงษ์ นี่พี่คราม”“หวัดดีครับพี่คราม ยินดีที
“แก.. ไหวมั้ยเนี่ยนังนิชา” นรินดาหันมาประคองเพื่อนออกมาจากโต๊ะที่นั่งดื่มกันอยู่อย่างทุกลักทุเล“ไหวสิ ทำไมจะไม่ไหว ฉันไม่ได้เมาซะหน่อย”“สภาพพพพ... นี่เขาเรียกว่าเมาหัวราน้ำแล้วจ้าเพื่อนรัก”“แกมี่ธุระก็ไปทำเถอะ เดี๋ยวฉันกลับเอง”“สภาพอย่างแกนี่นะจะกลับเอง ฝันไปเถอะ” นรินดามองหาตัวช่วยก่อนจะกวักมือเรียก พี่พงษ์ พนักงานคนสนิทของพี่แนนนี่ หรือจะเรียกว่า คู่รักของพี่แนนนี่ก็ได้“พี่พงษ์มานี่หน่อยค่ะ”“ว่าไงครับน้องริน อ้าว นี่นิชานี่” พงษ์มองหญิงสาวทั้งสองก่อนจะมองนิรชาแล้วขมวดคิ้ว“ทำไมเมาขนาดนี้”“นิชาไม่ได้เมานะ” นิรชายังมีแก่ใจจะแย้ง พี่พงษ์หัวเราะขบขัน“เออๆ ไม่เมาก็ไม่เมา”“ก็ตามที่เห็นแหละค่ะพี่พงษ์ คือรินอยากให้ช่วยส่งนางกลับคอนโดรินหน่อยน่ะค่ะ”พี่พงษ์กับพี่แนนนี่คือเพื่อนรุ่นพี่ที่รักและไว้ใจกันมาตั้งแต่สมัยเรียน ละทั้งสองก็เป็นคนดีที่หล่อนสามารถฝากฝังเพื่อนรักไว้ได้“พี่ว่าให้นิชาไปนอนพักที่ห้องแนนนี่ก่อนดีกว่า พอดีว่าพี่มีแขกสำคัญต้องดูแลน่ะ”“เอางั้นเหรือพี่”“เอางี้สิ ไว้พอนางสร่างเมาพี่กับแนนนี่จะไปส่งเอง”“งั้นฝากพี่ด้วยนะคะ รินมีธุระด่วน”“เจ้านายขาโหดเรียกล่ะสิ” พี่พงษ
“ทำไมแกไม่ตบนังคุณหนูไฮโซหน้าด้านนั่นสักฉาดสองฉาดให้สาแก่ใจ แล้วก็กระทืบไอ้ผู้ชายเฮงซวยนั่นซ้ำอีกสักสามสี่ตุ๊บ”นรินดาโวยวายเดินไปเดินมาอย่างหงุดหงิด นิรชาหัวเราะกับท่าทางของเพื่อนรัก“ฉันยังไม่หัวร้อนเลย เธอหัวร้อนทำไม”“ก็ฉันโกรธแทนแกนี่นา ไอ้ผู้ชายเฮงซวย มันน่านัก”“ช่างเถอะๆ ฉันทำใจได้นานแล้ว”“แต่ทำไมแกยังส่งเงินให้มันอีกล่ะ ทั้งที่รู้ว่ามันหลอกเธอน่ะ”“ก็ตอนนั้นเขาบอกว่าคุณน้าป่วย” นิรชาตอบเสียงอ่อย“แกก็เชื่องั้นสิ”“ไม่เชื่อหรอก แต่ก็ไม่อยากใจจืดใจดำ”“จ้าคุณแม่พระ คนคนวันจันทร์ ผู้แบกรับทุกอย่าง ไม่ไหวบอกไหว เห็นใจทุกคน ยกเว้นตัวเอง”“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคนเกิดวันจันทร์เนี่ย” นิรชาหัวเราะกับคำพูดของเพื่อนรัก นรินดามองบนเบี้ปากอย่างหมั่นไส้เพื่อนรัก“จ้า ไม่เกี่ยวก็ไม่เกี่ยว”“ฉันมันยอมโง่เอง คิดว่าความดีจะชนะทุกอย่าง ความทุ่มเทความจริงใจของฉันจะทำให้เขากลับตัว”“ผู้ชายเฮงซวยอย่างไอ้นายธนานั้นน่ะ ไม่มีวันกลับตัวกลับใจหรอก ข้อนี้ฉันว่าเธอรู้ดีที่สุด” “ก็ใช่... แต่ ฉันก็”“ทำใจไม่ได้” นรินดาตอบแทนคนที่นั่งก้มหน้าหงอยๆ อยู่ข้างๆ หญิงสาวเอื้อมมือไปโอบเพื่อนรักกดศีรษะของนิรชามาซบ
ถุงกระดาษที่ด้านในมีกล่องของขวัญสุดแสนพิเศษ ที่หล่อนต้องการมอบให้คนรักร่วงหล่นจากมือกระแทกกับพื้นจนของด้านในกระจัดกายออกมาจากถุงเกลื่อนพื้น เมื่อภาพที่เห็นตรงหน้าคือ ธนา คนรักของหล่อนกำลังเดินโอบกอด หอมแก้มหญิงสาวสวยที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าทั้งเนื้อทั้งตัวของเจ้าหล่อนประดับประดาด้วยเสื้อผ้าเครื่องประดับแบรนด์เนมตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วท่าทีเย่อหยิ่งที่ฝ่ายชายต้องคอยพะเน้าพะนอ เอาอกเอาใจเหมือนคนรักกันมานาน ยิ่งทำให้ นิรชา หรือ นิชา เจ็บแปลบในอก น้ำตาที่ไม่รู้มันมาจากไหนไหลอาบแก้มโดยไม่รู้ตัว เมื่อสิ่งที่เห็นได้บอกเรื่องราวอย่างชัดเจนแล้วว่า ความสัมพันธ์ของธนากับหญิงสาวคนนั้น อยู่ในขั้นไหน คำพูดที่ลอยตามลมมาเข้าหูสรรพนามที่ใช้เรียกกันก็บอกได้เลยว่า พวกเขาเป็นอะไรกัน ที่รัก มันคงไม่ใช่คำที่เพื่อนชายหญิงพูดกันแน่นอน นอกเสียจากว่า เขาทั้งสองเป็นคนรักกัน และอาจจะถึงขั้นเป็นสามีภรรยากันแล้วอย่างแน่นอนเรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ มันเกิดขึ้นตอนไหน ทำไมหลอนไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลย ทั้งที่เมื่อสามวันก่อน ธนายังโทร. มาคุยกับเธอเหมือนเช่นปกติที่เคยเป็น ไม่มีวี่แววว่าเขาจะนอกใจหล่อนเลย







