LOGINธีรภพจัดแจงทุกอย่างด้วยตัวเอง ตั้งแต่การขับรถไปรับดารินในเช้าวันเดินทาง
พร้อมทั้งมอบหมายให้ ศิวะ เลขาคนสนิท ขับรถล่วงหน้าไปจัดการเรื่องห้องพักที่โรงแรมในเครือของเขาที่เขาใหญ่
ดารินนั่งรออย่างไม่เต็มใจนัก เธอเกือบโทรหาเพื่อนร่วมทีมให้ไปด้วยแล้ว
แต่ธีรภพยืนยันหนักแน่นว่าจะมารับเธอด้วยตัวเอง เมื่อรถหรูคันใหญ่จอดอยู่หน้าคอนโf
ดารินก็มองนาฬิกา ก่อนเดินไปที่รถอย่างเลี่ยงไม่ได้
"ขึ้นมาสิ พี่รออยู่นานแล้วนะ" ธีรภพเปิดกระจกเรียก พร้อมยิ้มจางๆ ที่ดูเป็นธรรมชาติแต่เจือด้วยเจตนาบางอย่าง
ดารินฝืนยิ้มบางๆ ก่อนเปิดประตูขึ้นรถ เธอพยายามไม่สบตาเขาตรงๆ เพื่อซ่อนความประหม่า
ระหว่างทาง ธีรภพเปิดเพลงคลอเบาๆ และพยายามชวนเธอคุยเรื่องงาน แต่ทุกคำถามและคำตอบกลับดูเป็นทางการเกินไป
"รินไม่ต้องทำตัวเกร็งกับพี่ขนาดนี้ก็ได้นะ เรารู้จักกันมาตั้งนานแล้วนี่"
ดารินถอนหายใจ ก่อนตอบกลับเสียงเรียบ
"คุณธีรภพตอนนี้เราอยู่ในสถานะเจ้านายกับลูกจ้าง ทุกอย่างควรอยู่ในกรอบงานนะคะ"
คำพูดที่เหมือนการตอกกลับนิ่มๆ ทำเอาธีรภพยิ้มน้อยๆ
"ก็ได้ แต่ขอเรียกว่ารินเหมือนเดิมได้ไหม?"
เธอชะงักเล็กน้อย แต่เลือกจะเงียบ ปล่อยให้บรรยากาศรอบตัวกลับมาเงียบอีกครั้ง
เมื่อทั้งคู่มาถึงโรงแรมที่ตั้งอยู่กลางภูเขา ศิวะก็กำลังรอต้อนรับพร้อมรายงานให้ธีรภพทราบ
"ทุกอย่างจัดเตรียมพร้อมแล้วครับ ห้องของคุณธีรภพอยู่ชั้นบนสุดติดกันกับห้องของคุณดารินตามที่สั่งไว้"
ดารินหันขวับไปมองธีรภพทันที
"ทำไมต้องให้ห้องฉันอยู่ติดกับคุณด้วยคะ"
ธีรภพตอบกลับด้วยน้ำเสียงสบายๆ
"จะได้สะดวกถ้าต้องคุยงานด่วน หรือรินคิดอะไรอยู่ล่ะ"
คำตอบที่ฟังดูบริสุทธิ์ แต่กลับทำให้ดารินอึ้งและไม่มีอะไรจะเถียง
เธอทำได้แค่กลอกตาและลากกระเป๋าของตัวเองเดินไปที่ห้องพัก ทิ้งธีรภพไว้ยืนมองตามด้วยรอยยิ้มที่เขาไม่แม้แต่จะพยายามปิดบัง
หลังจากทั้งวันเต็มไปด้วยการสำรวจพื้นที่และพูดคุยเรื่องแผนงาน
ธีรภพก็ส่งข้อความมาชวนดารินทานมื้อเย็นด้วยกันในห้องอาหารส่วนตัวของโรงแรม เธอไม่อยากไป แต่ก็รู้ดีว่าปฏิเสธไม่ได้
เมื่อมาถึง เธอพบว่าเขาจัดโต๊ะอาหารที่มีเพียงสองที่นั่ง บรรยากาศอบอุ่นใต้แสงไฟสีส้มอ่อนๆ ที่ดูโรแมนติกอย่างจงใจ
"มานั่งสิ พี่รออยู่" ธีรภพเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล พร้อมรินไวน์ใส่แก้วสองใบ
"ฉันไม่ดื่มค่ะ" ดารินพูดขึ้นทันที แต่ธีรภพยิ้มพลางเลื่อนแก้วไปตรงหน้าเธอ
"สักแก้วคงไม่เป็นไร ถือว่าเป็นการผ่อนคลายจากงานวันนี้"ดารินลังเล แต่สุดท้ายก็รับแก้วไวน์มา เธอไม่อยากดูเหมือนคนไม่เป็นมิตรต่อเจ้านาย
ในระหว่างมื้ออาหาร ธีรภพพยายามชวนคุยเรื่องทั่วไป ทั้งการเดินทางที่ผ่านมาของเธอ
และความสนุกในการออกแบบรีสอร์ต แต่ดารินตอบกลับอย่างสุภาพและเป็นทางการตลอด
ไม่ปล่อยให้การสนทนาลื่นไหลไปในทางส่วนตัว
จนกระทั่งธีรภพพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"ริน…สิบปีแล้วนะ แต่พี่ยังไม่เคยลืมเราเลย"
คำพูดนั้นทำให้ดารินชะงัก เธอวางแก้วไวน์ลงอย่างระวัง สายตาหลบเลี่ยง
"คุณธีรภพ เราไม่ควรคุยถึงเรื่องนี้เราไม่ได้อยู่ในจุดที่ควรพูดถึงอดีตอีกแล้ว"
ธีรภพมองเธอนิ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่ลดความเป็นทางการลง
"แต่สำหรับพี่ อดีตมันไม่ได้จบแบบที่ควรจะเป็น"
ดารินเงียบ ปล่อยให้ความเงียบครอบงำบรรยากาศ ทั้งคู่จ้องมองกันในความนิ่งงันที่เต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน
"คืนนี้พี่ไม่ได้ตั้งใจจะทำให้รินไม่สบายใจ แค่อยากให้เรากลับมาคุยกันเหมือนเมื่อก่อน" ธีรภพพูดขึ้นในที่สุด
ดารินถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามสงบ
"มันเป็นไปไม่ได้แล้วค่ะ เราต่างก็เปลี่ยนไปแล้ว"
ธีรภพไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาเพียงมองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย
แต่ดารินเลือกที่จะไม่สนใจ เธอขอตัวกลับห้องพัก
โดยทิ้งธีรภพไว้กับโต๊ะอาหารที่ยังมีไวน์เหลือครึ่งขวดและความคิดมากมายที่วนเวียนในหัวใจ
ในคืนที่ความเงียบอยู่ในอากาศ ธีรภพเคาะประตูห้องของดาริน
ดวงตาของเธอกระตุกเมื่อได้ยินเสียงนั้นจากอีกด้านของประตู
เธอกำลังนั่งอยู่บนเตียงอ่านเอกสารงาน บรรยากาศรอบตัวเธอจมดิ่งลงสู่ความเงียบ
“ริน…พี่ขอนั่งคุยต่อได้ไหม?” เสียงของธีรภพดังมาจากนอกประตู
ดารินเงียบอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถอนหายใจหนักๆ ในใจรู้ดีว่าเธอไม่สามารถปฏิเสธได้จริงๆ
เธอลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปเปิดประตู พร้อมกับมองเขาที่ยืนยิ้มอยู่ข้างนอก
"คุณธีรภพ" ดารินพูดเสียงเรียบ
ธีรภพยิ้มให้ก่อนที่เขาจะยกขวดไวน์ขึ้นแล้วพูดเบาๆ
"ไม่ไหวแล้วครับพี่อยากดื่มต่อ รินช่วยเป็นเพื่อนหน่อยนะครับ"
เธอลังเลอยู่สักพัก ก่อนพยักหน้าเบาๆ ไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอขัดใจ
เขาก้าวเข้ามาในห้องอย่างไม่รีบร้อน และไปนั่งบนโซฟาข้างเตียงอย่างสบายๆ ขวดไวน์ถูกเปิดแล้วเขาก็รินใส่แก้วสองใบในทันที
"ไม่ต้องเกรงใจค่ะ ดื่มเถอะ" ดารินยิ้มบางๆ แล้วรับไวน์จากเขา
ธีรภพยกแก้วขึ้นแล้วพูดอย่างนุ่มนวล
"ขอบคุณครับ รินคงไม่อยากอยู่ด้วยกัน แต่พี่แค่อยากมีเวลาอยู่กับเรา"
ดารินรู้สึกได้ถึงความมุ่งมั่นในคำพูดของเขา เธอจ้องไปที่แก้วไวน์ในมือ ก่อนยกดื่มในคำพูดที่หลุดออกไป
"คุณทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจเหมือนกับเมื่อก่อนนั่นแหละค่ะ"
ธีรภพมองเธอด้วยสายตาที่อ่อนลงเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมาอย่างตรงไปตรงมา
"พี่ขอโทษถ้าทำให้รินรู้สึกแบบนั้น พี่แค่ยังอยากอยู่ใกล้ๆ รินมากกว่านี้"
ดารินกลั้นหายใจ สายตาของธีรภพเหมือนจะขอโทษจริงจัง ความรู้สึกเก่าๆ ที่เธอพยายามกลบเกลื่อนกลับลอยขึ้นมาทันที
เธอละสายตาออกจากเขาแล้วพูดออกไปอย่างระมัดระวัง
"คุณธีรภพ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็แล้วแต่ค่ะ เรื่องเก่าๆ มันคงไม่ได้เป็นอะไรที่ควรพูดถึง"
ธีรภพเงียบไปครู่หนึ่ง ขวดไวน์ในมือเหมือนจะเป็นสิ่งเดียวที่เขาคุยด้วยได้ในตอนนี้ ก่อนที่เขาจะตอบเสียงแผ่วๆ
"ครับพี่เข้าใจ"
ดารินรับรู้ถึงความเครียดในตัวเขา ความรู้สึกหลากหลายที่เขาถ่ายทอดผ่านคำพูด
แต่เธอไม่ได้ยินเสียงของการขอโทษในท่าทาง หรือคำพูดที่เพียงพอให้เธอยอมเปิดใจเผชิญหน้ากับอดีตนั้นได้
คืนนี้ทั้งคู่ดื่มไวน์ต่อไป ท่ามกลางความเงียบและคำพูดที่ไม่ได้กล่าวออกมา
ความรู้สึกที่พยายามจะบอกบางอย่างก็ยังคงค้างอยู่ในใจ ทั้งสองอยู่ห่างกัน แต่ก็เหมือนจะไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
บรรยากาศในสวนที่บ้านดารินอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและความสุข เมื่อธีรภพยืนเคียงข้างดารินในวันสำคัญของพวกเขา ทุกคนในครอบครัวและเพื่อนสนิทต่างมาร่วมเป็นสักขีพยานในรักที่แท้จริง ซึ่งในนั้นมีเพื่อนที่สำคัญไม่แพ้กัน สำหรับดารินและศิวะ พวกเขาเป็นส่วนสำคัญในการก้าวผ่านหลายอุปสรรคด้วยกันพลอยดารา, เพื่อนรักของดารินยืนอยู่ข้าง ๆ ดารินในวันนี้ รอยยิ้มของเธอเผยความยินดีที่เห็นเพื่อนรักหาคนที่เหมาะสมกับชีวิตได้ พร้อมกันนั้นยังดูแลลูกอย่างดีได้ยินข่าวดีเธอก็ยินดีร่วมดีใจอย่างเต็มใจ"ยัยรินเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุด ฉันดีใจมากที่เห็นแกในวันนี้" พลอยดารากล่าวขณะกอดดาริน"ขอบคุณมากนะพลอย ฉันดีใจที่มีแกอยู่เคียงข้างเสมอมา" ดารินตอบ พร้อมทั้งกอดเธอแน่นศิวะ เลขาที่รู้ใจของธีรภพที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เขาก็เผยรอยยิ้มและสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม เขารู้ดีถึงเส้นทางที่พวกเขาผ่านมาด้วยกัน ทุกคนยืนอยู่เคียงข้างในความฝันของทั้งคู่ที่ได้กลายเป็นจริงแล้ว"ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่จะเหมือนกับการเห็นเจ้านายที่สุดรักมีความสุขครับ" ศิวะพูดอย่างอบอุ่นการเดินลงทางเดินของดารินและธีรภพถูกเติมเต็มด้วยเสียงเพลงและเสียงหัวเราะจากเพ
บรรยากาศยามเย็นในบ้านของดารินเงียบสงบ ท้องฟ้าคล้อยต่ำลงตามเวลาที่ล่วงไปไม่นาน เสียงรถยนต์ที่ขับเข้ามาจอดหน้าบ้านทำให้ดารินต้องลุกขึ้นไปมองจากหน้าต่างธีรภพในชุดเรียบง่ายแต่สุภาพก้าวลงจากรถพร้อมด้วยใบหน้าเคร่งขรึม เขาหอบดอกไม้ช่อสวยในมือ อีกมือหนึ่งถือกล่องของขวัญเล็ก ๆ"พี่ภพมาถึงแล้วค่ะ" ดารินพูดเบา ๆ ขณะมองพ่อและแม่ที่นั่งอยู่"ถ้าเขาพร้อมมาขอโอกาสจากครอบครัวเรา พ่อกับแม่ก็พร้อมฟัง" พ่อพูดเรียบ ๆ แต่แฝงด้วยความหนักแน่นดารินพยักหน้าเปิดประตูเชิญธีรภพเข้ามาในบ้าน ชายหนุ่มยกมือไหว้อย่างนอบน้อมก่อนส่งยิ้มบาง ๆ ให้พ่อแม่ของดาริน"สวัสดีครับคุณพ่อ คุณแม่ ผมธีรภพนะครับ" เขาเอ่ยด้วยเสียงสุภาพทั้งสองรับไหว้แต่ยังคงมองเขานิ่ง ดารินนั่งลงข้างแม่ของเธอ ธีรภพตั้งใจหันไปมองพ่อของดารินก่อนพูดอย่างจริงจัง"ผมต้องขอโทษที่เคยทำให้รินเสียใจในอดีต ผมรู้ว่าการกลับมาครั้งนี้ ผมต้องพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง แต่ผมอยากให้คุณพ่อคุณแม่มั่นใจได้ว่า ผมตั้งใจจะดูแลรินอย่างดีที่สุด"พ่อของดารินเลื่อนสายตาไปมองลูกสาวก่อนหันกลับมาที่ธีรภพ"และถ้าคุณทำให้ลูกสาวพ่อร้องไห้อีกล่ะ? พ่อควรจะไว้ใจคุณอีกครั้งจริง ๆ ไหม?"คำ
ที่ห้องพัก ธีรภพนั่งอยู่บนโซฟาพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล ดารินนั่งลงข้างเขา พลางส่งยิ้มบาง ๆ ที่พยายามปลอบโยน แต่เขากลับยื่นมือมาจับมือของเธอไว้แน่น“ริน” เขาเริ่มเสียงนุ่มจริงจัง "พี่อยากให้รินหยุดไปไซต์งานอีก พี่ไม่อยากให้รินเสี่ยงอะไรอีกแล้ว”ดารินมองธีรภพด้วยแววตาแปลกใจ ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ อย่างเอ็นดู “พี่ภพ รินแค่ท้อง ไม่ได้ป่วยนะคะ รินยังทำงานได้ แล้วอีกอย่าง งานในไซต์ยังไม่เสร็จดีด้วย รินเป็นหัวหน้าทีม จะให้ทิ้งไปตอนนี้คงไม่ดีนัก”ชายหนุ่มถอนหายใจ หันตัวมาประสานสายตากับเธอ น้ำเสียงจริงจังยิ่งขึ้น “ไม่ใช่แค่เรื่องนั้นนะ พี่เป็นห่วงริน พี่รู้ว่าที่ไซต์งานมันไม่ได้สบาย อากาศร้อน บางที่ยังต้องเดินลุยฝุ่นลุยดิน พี่แค่อยากให้รินพักผ่อน ดูแลตัวเองให้ดีที่สุด”ดารินยิ้มอ่อน ๆ ก่อนเอื้อมมือไปจับแก้มของเขา “รินเข้าใจค่ะว่าพี่ภพห่วง แต่รินอยากทำหน้าที่ของตัวเองให้สมบูรณ์ก่อน รินไม่ได้คิดจะทำจนเหนื่อยเกินไป รินจะคอยระวังตัวเอง แล้วรินก็มีพี่ภพคอยดูแลนี่นา ไม่ใช่เหรอคะ”ธีรภพจ้องมองเธอ รู้ดีว่าดารินเป็นคนเด็ดเดี่ยว เธอพูดถูกว่าเขาควรเชื่อใจเธอ แต่ในใจของเขากลับเต็มไปด้วยความหว
หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น แพรวากลับมาที่ไซต์งานด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดี มีหลายสายที่เธอได้รับจากบริษัทต้นสังกัด แจ้งว่าเธอต้องถูกเรียกตัวกลับกรุงเทพด่วนในช่วงบ่ายของวันถัดมา ผู้จัดการโครงการได้เข้ามาที่ไซต์งานเพื่อประชุมกับทีม เขาประกาศต่อหน้าทุกคนอย่างเป็นทางการ"บริษัทเห็นสมควรที่จะเปลี่ยนแปลงบุคลากรบางตำแหน่งเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน" โดยเฉพาะในตำแหน่งของคุณแพรวา เราได้ทำการประเมินแล้วว่า คุณจะต้องกลับไปที่สำนักงานใหญ่ในกรุงเทพทันที และจะมีผู้ที่เหมาะสมเข้ามาทำหน้าที่แทน"คำประกาศนั้นทำให้บรรยากาศในห้องประชุมตึงเครียดไปชั่วขณะ ดารินนั่งอยู่มุมหนึ่งของโต๊ะประชุม โดยมีธีรภพนั่งใกล้เธอ เขาหันไปมองแพรวาที่นั่งนิ่งด้วยสีหน้าตกใจระคนไม่พอใจ"ดิฉันมีสิทธิ์รู้เหตุผลที่ต้องกลับไหมคะ?" แพรวากลั้นอารมณ์ไม่พอใจ พยายามพูดอย่างระมัดระวังผู้จัดการเหลือบมองเอกสารในมือก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเป็นกลาง "จากการประเมิน บริษัทพบว่ามีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการทำงานและความประพฤติของคุณ เราเล็งเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงบุคลากรครั้งนี้จะส่งผลดีกับโครงการในภาพรวม"แพรวาเม้มปากแน่นด้วยความเจ็บใจ สายตาเหลื
เช้าวันรุ่งขึ้น ธีรภพตื่นขึ้นมาจัดเตรียมงานและบอกดารินว่าเขาต้องออกไปทำธุระที่โรงแรมของเขาในตัวเมือง ส่วนดารินเองต้องออกไปหน้างานเพื่อดูความคืบหน้า และเธอชวนพลอยดาราไปด้วยที่ไซต์งาน ท่ามกลางแสงแดดยามสายและเสียงเครื่องจักรทำงาน ดารินยืนตรวจสอบแผนงานในมือขณะที่พูดคุยกับวิศวกรหน้างาน ใบหน้าของเธอขาวขึ้นเล็กน้อยจากความอ่อนเพลียที่สะสมมา และอากาศร้อนที่โอบล้อมร่างก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกหมดแรง"ยัยริน แกไหวไหม" พลอยดาราที่มองเห็นอาการของเธอถามอย่างเป็นห่วง"ไหวๆฉันแค่มึนๆ นิดหน่อย" ดารินตอบยิ้มอ่อน ก่อนที่จะยืนโงนเงนเล็กน้อยยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ โลกทั้งใบก็เหมือนจะมืดสนิทลงทันที หูของเธออื้อจนเสียงพูดคุยรอบข้างเลือนหาย ร่างของดารินค่อยๆ ทรุดลงในอ้อมแขนของพลอยดารา"ยัยริน! ยัยริน!" พลอยดาราร้องลั่น ทำให้คนรอบข้างรีบวิ่งเข้ามา พนักงานคนหนึ่งรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาธีรภพทันทีที่โรงแรมธีรภพที่กำลังพูดคุยเรื่องงานอยู่ ได้รับสายด่วนจากพลอยดารา น้ำเสียงร้อนรนของเธอทำให้เขาตัวเย็นวาบ“ธีรภพคะ! ยัยรินเป็นลมที่ไซต์งานค่ะ! รีบมาหน่อยนะคะ ยัยรินอาการไม่ดีเลย”ธีรภพไม่รอช้า วางเอกสารลงและวิ่งออก
ธีรภพก้มตัวลง ช้อนร่างบางของดารินขึ้นในอ้อมแขนอย่างแผ่วเบา ดวงตาของเขาสบตาเธอ รอยยิ้มที่มุมปากของเขาช่างดูซุกซน"พี่ภพ จะทำอะไรคะ!" ดารินเอ่ยเสียงสูง หัวใจเต้นโครมคราม"พี่แค่อยากให้รินผ่อนคลายบ้าง วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เดี๋ยวพี่จัดการเอง" เขาพูดพร้อมหัวเราะเบา ๆ"แต่รินไม่ได้ขอให้พี่ทำแบบนี้นี่นา!" เธอโวยวายเบา ๆ แต่ไม่ได้พยายามดิ้นรนออกจากอ้อมแขนเขาธีรภพเดินพาเธอเข้าห้องน้ำ วางเธอลงที่ขอบอ่างอาบน้ำก่อนจะเปิดน้ำอุ่นให้ไหลลงมา"คืนนี้ พี่จะดูแลรินให้เหมือนเจ้าหญิงเลยดีไหม" เขาเอ่ยขณะที่ถอดเสื้อคลุมตัวเองออก ดวงตาของเขาฉายประกายขี้เล่นดารินหน้าแดงซ่าน "พี่ภพ! ไม่เอานะ"ธีรภพยิ้มกว้าง "พี่ล้อเล่นน่ะ แต่จริง ๆ แล้ว ถ้ารินเหนื่อย ก็ลองแช่น้ำสบาย ๆ จะดีกว่า"เขาจัดการเตรียมน้ำอุ่นพร้อมฟองสบู่หอมอ่อน ๆ ก่อนจะยืนพิงประตูห้องน้ำด้วยท่าทางผ่อนคลาย "เดี๋ยวพี่ออกไปรอข้างนอก รินจะได้มีเวลาอาบน้ำ"ดารินมองเขาด้วยความโล่งใจนิด ๆ แต่ก็ยังมีรอยยิ้มประดับที่มุมปาก"ขอบคุณค่ะ พี่ภพ" เสียงของเธอนุ่มนวลลงธีรภพยิ้มอ่อน ก่อนจะปิดประตูให้เธอพักผ่อนในอ่างน้ำอุ่น ๆ ช่วงเวลานั้น แม้จะเงียบสงบ แต่ความ







