Se connecterชายหนุ่มเห็นร่างบางอรชรกำลังใช้บัวรดน้ำในกระถางที่ปลูกเสร็จแล้วและพรวนดินเตรียมลงอีกกระถางอย่างเพลิดเพลิน เลยย่องมากอดร่างบอบบางทันที
“อุ๊ย...” คนถูกแกล้งอุทานด้วยความตกใจที่อยู่ ๆ ก็ถูกสวมกอด หญิงสาวหันมาเตรียมต่อว่าแต่พอเห็นว่าเป็นใครก็ใจชื่น “พี่นนท์!! กิ่งตกใจหมดเลย”
“โอ๋ ๆ พี่ขอโทษคะ” นนทภัทรทำเสียงทะเล้นใส่ เลยโดนค้อนวงใหญ่ ที่ชอบเล่นอะไรให้ตกใจอยู่เรื่อย เขาเลยหอมแก้มนวลเป็นการปลอบใจและหนีความผิดด้วย
“ชื่นใจ”
“พี่นันท์ก็...” กรรณิกาใช้มือถูแก้มทั้งสองข้างไปมาด้วยความเขินอาย “ปล่อยก่อนค่ะ กิ่งยังไม่ได้เปิดน้ำใส่ต้นไม้เลยนะ”
“พี่ไปเปิดให้นะ” ก่อนวิ่งไปเปิดวาล์วน้ำที่ใช้จ่ายไปยังท่อต่าง ๆ ที่ถูกต่อไว้กับเครื่องสูบน้ำ ซึ่งน้ำที่ใช้ก็มาจากสระที่ขุดไว้นั่นแหละ
“มาครับพี่ช่วย”
จากนั้นก็วิ่งมานั่งลงข้าง ๆ ผู้เป็นภรรยา แล้วแย่งกิ่งโป๊ยเซียนมาจากมือเล็กเพื่อจะปักชำลงกระถางที่เตรียมดินไว้ พอทำเสร็จวาล์วที่เปิดน้ำไว้ก็เต็มพอดี ชายหนุ่มเลยวิ่งไปปิดอีกครั้ง ที่ติดสปริงเกอร์เพราะประหยัดน้ำและย่นระยะเวลาของเราไปในตัว แถมทำอย่างอื่นควบคู่ไปพร้อมกันได้อีกมันก็สะดวกตรงนี้นะสำหรับผู้หญิงอย่างเธอ
“ปิดร้านแล้วเหรอ ได้ดูความเรียบร้อยของร้านไหมนลิน” กรรณิกาถามเมื่อเดินมาเจอคนที่นั่งเล่นโทรศัพท์รออยู่เก้าอี้หน้าร้าน
ซึ่งตรงนี้จะมีลูกค้าชอบออกมานั่งรับลมเย็น ๆ พร้อมจิบชากาแฟหรือเครื่องดื่มอื่น ๆ ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ และได้จัดโต๊ะไว้ในสวนดอกไม้ฟังเสียงน้ำตกที่ทำตกแต่งเอาไว้ก็ทำให้เพลิดเพลินได้อีกเช่นกัน แถมใครชื่นชอบการถ่ายรูปก็จัดมุมไว้ให้ด้วย ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับแปลงไม้ดอกที่จัดแต่งไว้ตามมุมต่าง ๆ
“ตรวจดูหมดแล้วค่ะ” นันท์นลินลุกเดินมาเกาะแขนของพี่สะใภ้อย่างออเซาะ
“ขอบใจนะ”
“งั้นเรากลับบ้านกันเถอะ ใกล้เวลาอาหารข้าวเย็นแล้วนะ” นนทภัทรเอ่ยชวน หลังปล่อยให้ทั้งสองสาวคุยกัน
เดินมาถึงบ้าน แม่บ้านก็กำลังตั้งโต๊ะอยู่พอดี เขากับหญิงสาวเลยขอตัวไปอาบน้ำก่อน เพราะรู้สึกเหนียวเนื้อเหนียวตัวมากเลย ส่วนยัยตัวยุ่ง วิ่งไปในครัวตั้งแต่เห็นว่าป้าป่านกำลังยกกับข้าวมาวางแล้ว
เมื่อร่วมกันกินข้าวเย็นเสร็จทุกคนจะมานั่งพูดคุยในห้องรับแขกที่ให้ความรู้สึกเหมือนกับว่านั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น ด้านหนึ่งมองเห็นดอกไม้ที่นันท์นลินได้ปลูกไว้เพื่อร่มเงา เมื่อเปิดประตูกระจกทั้งสองด้านออกจะเห็นดอกแก้วและดอกปีบที่ส่งกลิ่นหอมคละคลุ้งไปทั่วบริเวณทำให้รู้สึกสดชื่นและนอนหลับสบาย
“นนท์กับกิ่งจะไปฮันนีมูนที่ไหนเหรอลูก” หญิงวัยกลางคนเอ่ยถาม เมื่อนั่งโซฟาตัวยาวข้าง ๆ สามีที่นั่งอ่านหนังสือพระเครื่องอยู่
“ผมว่าจะไปทะเลกันครับ”
“แล้วจะไปเมื่อไหร่ล่ะ” คุณนันทวัฒน์เงยหน้ามาถามบ้าง
“อาทิตย์หน้าครับ ผมว่าจะเคลียร์งานให้เสร็จก่อน”
คุณนันทวัฒน์และคุณภาวิดาพยักหน้ารับรู้ และนั่งพูดคุยกันเรื่องงานจนถึงสามทุ่มถึงขึ้นไปนอน...
ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมานนทภัทรเร่งเคลียร์งานที่คั่งค้างไว้ให้เสร็จทุกอย่าง และไม่ลืมสั่งผู้จัดการให้ดูความเรียบร้อยจนกว่าเขาจะกลับ พอพูดคุยกันจนเป็นที่เข้าใจก็กลับมากินข้าวเย็นที่บ้าน และเข้านอนก่อนเวลาเพื่อที่พรุ่งนี้จะได้ขับรถพาภรรยาสาวไปกรุงเทพ
“หนูไปก่อนนะคะ” กรรณิกาบอกทุกคนที่ออกมาส่งถึงรถยนต์ที่สามีสตาร์ทเครื่องรออยู่ก่อนแล้ว ตอนนี้เธออยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีน รองเท้าผ้าใบสีฟ้าขาว ส่วนอีกคนก็แต่งตัวไม่ต่างกัน หากสีรองเท้าเป็นสีขาวคาดดำ
“จ้ะ เที่ยวให้สนุกนะลูก” แม่ย่าบอกเสียงนุ่ม เมื่อออกมาส่งลูกชายและลูกสะใภ้
“ถึงแล้วก็โทรมาบอกแม่บ้างล่ะ” มารดาของหญิงสาวบอก
“ค่ะ / ครับ”
“ไม่ต้องเป็นห่วงร้านนะคะ เดี๋ยวนลินดูให้เอง” นันท์นลินที่ออกมาส่งพี่ชายและพี่สะใภ้ด้วยพูดบ้าง
“ยังไงก็ฝากด้วยนะ” เมื่อภรรยาปิดประตูรถเรียบร้อยแล้ว นนทภัทรก็เคลื่อนรถออกทันทีเมื่อเอ่ยลาทุกคน
ซึ่งกว่าจะถึงสนามบินดอนเมืองก็เกือบสามชั่วโมง สงสัยเขาขับ เรื่อย ๆ ด้วยความเร็วคงที่ล่ะมั้งถึงดูยาวนาน ทั้งที่สระบุรีกรุงเทพก็ไม่ได้ไกลกันมาก
“หาอะไรกินก่อนไหมกิ่ง” ชายหนุ่มชวนหญิงสาวกินข้าวกลางวัน ระหว่างรอขึ้นเครื่องไปสุราษฎร์ธานี โดยฝากรถยนต์ไว้ที่นี่กว่าหนึ่งสัปดาห์
“ก็ดีค่ะ” ก่อนที่ทั้งสองจะเดินตามป้ายที่ชี้บอกไปทางโรงอาหารของสนามบิน
ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่นนทภัทรและกรรณิกาอยู่ที่นี่ ต่างได้ใช้เวลาร่วมกันตามประสาข้าวใหม่ปลามัน แม้ทุกอย่างจะออกนอกแผนไปบ้างก็ถือว่าชดเชยกันได้ ถึงจะได้ไปแค่ทะเลที่อยู่ตรงข้ามบ้านพักของอัครเดชในช่วงเย็นของทุกวันก็ตามจนวันนี้เป็นวันที่ทั้งสองจะเดินทางกลับ ทั้งอัครเดชทั้งชณิดาภาต่างเดินออกมาส่งถึงหน้าบ้าน“ขอบคุณสำหรับที่พักนะณิดา” กรรณิกาเอ่ย เมื่อเดินมาหยุดอยู่ข้างรถตู้ของโรงแรมที่จะออกไปส่งที่สนามบิน“ไม่เป็นไรหรอก แค่แกมาหาเราก็ดีใจแล้ว”“เรากลับก่อนนะ”“เดี๋ยวเราจะขึ้นไปหาบ่อย ๆ ฝากบอกน้ำฟ้าด้วยนะว่าคิดถึง” สองสาวกอดกันกลมเมื่อได้เวลาแล้ว“เดินทางปลอดภัยนะเว้ย ถึงแล้วก็โทรบอกกันบ้าง” อัครเดชบอกเพื่อน“อืม ๆ”“เรื่องที่ฉันเคยบอกก็จับตาดูให้ดีล่ะ อาจจะมีอะไรเด็ด ๆ ให้พ่อตาแม่ยายมึงตกใจเล่นก็ได้” เจ้าของบ้านกระซิบกระซาบให้ได้ยินกันสองคน โดยที่ไม่ให้สองสาวเห็น…“กลับมาแล้วค่ะ” กรรณิกาส่งเสียงมาตั้งแต่ยั
ก่อนกลับนนทภัทรและกรรณิกายังได้เห็นทะเลหมอกลอยปกคลุมอยู่ยอดขุนเขาท่ามกลางแสงแรกของวันที่สาดส่องลงมาบาง ๆ ก่อนพากันของว่างที่มีวางไว้ให้บริการตัวเองและเดินทางกลับด้วยรถตู้ที่ทางโรงแรมส่งมารับในเวลาต่อมาทันทีที่มาถึงโรงแรมที่พักนนทภัทรก็ได้ทำการคืนห้อง ด้วยเขาจะเข้าเกาะในตอนบ่าย ทว่ามีประกาศแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมว่าจะมีพายุเข้าในวันนี้ สองสามีภรรยาเลยต้องพับแผนที่วางไว้ใส่กระเป๋า ชณิดาภาที่รู้ข่าว สั่งให้เลขาของสามีพาทั้งสองนั่งรถกอล์ฟมาส่งที่บ้าน“น้ำตาลจ๊ะยกกระเป๋าไปอยู่ห้องเดิมที่คุณกิ่งเคยมาพักนะ” ชณิดาภาบอกคนงานของตัวเอง“ไม่เป็นครับพี่ยกขึ้นไปเอง” นนทภัทรปล่อยให้สองสาวได้คุยกันตามลำพังตามประสาสาว ๆ ส่วนตนยกกระเป๋ามาไว้บนห้องแทน ที่เหลือก็ให้ภรรยาเก็บใส่ตู้ ห้องนี้เขาเคยมานอนแล้วช่วงที่อัครเดชและชณิดาภาแต่งงาน การจัดแต่งห้องยังเป็นโทนสีขาวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า โซฟาก็ยังเป็นสีขาวมีลายจุดเล็ก ๆ อยู่บ้างประปราย“ขอบใจนะ เราคงรบกวนจนกว่าจะกลับเลยล่ะ” กรรณิกาพูดอย่างเกรงใจ“ทำไมถึงคิดอย่า
สองชั่วโมงกลับการนั่งรถ ทั้งคู่ก็มาถึงที่หมายอย่างปลอดภัย เมื่อส่งลูกทัวร์ถึงที่หมายรถตู้ก็กลับไปทันที หากมองจากตรงนี้ที่เป้นเนินสูงจะเห็นว่ามีแพไม้ไผ่และเรือหลายสิบลำลอยละลิ่วอยู่เหนือผิวน้ำคอยรับลูกทัวร์ไปส่งตามที่พักที่ต้องนั่งเรือหรือแพเข้าไป“พี่นนท์เราไปถ่ายรูปก่อนไหมคะ” กรรณิกาตะโกนถามสามีแข่งกับเสียงลมที่พัดมา“จ้ะ พี่ว่ายังพอมีเวลา”ทั้งคู่เดินชมวิวเหนือเขื่อนพร้อมทั้งถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก จนผ่านไปครึ่งชั่วโมงถึงพากันลงเรือเพื่อไปยังห้องพักที่ทางโรงแรมจองไว้ให้ ใช้เวลานานพอสมควรถึงมาถึงที่พัก บรรยากาศโดยรอบร่มรื่น ร่มเย็น สงบ เหมาะแก่การพักผ่อน และยังเห็นหินปูนที่โผล่พ้นน้ำมามากมายเช็กอินที่ล็อบบี้เรียบร้อย พนักงานต้อนรับได้พาทั้งสองเดินบนแพไม้ไปยังห้องที่จองไว้ ซึ่งอยู่หลังสุดท้ายและอยู่ห่างจากหลังอื่น ๆ พอควร ตัวบ้านทำจากไม้ทั้งหมดมีหนึ่งห้องนอนและมีห้องน้ำในตัว ที่ที่เขาพักนั้นเหมาะสำหรับคู่รักที่มาฮันนีมูนอย่างเช่นคู่ของตน เพราะห้องห้องนี้จัดไว้ให้เป็นสไตล์สวีต เข้ามาในตัวบ้านจะเป็นกระจกด้านหน้ามีผ้าม่านสีฟ้าอ่อน
“คิดถึงเหมือนกัน สบายดีนะ”“สบายมาก นั่งก่อน” จัดแจงให้เพื่อนนั่งข้างตัวเองอย่างไม่ถามความเห็นของสามีและสามีของเพื่อน“สั่งเลยนะ เราเลี้ยงเอง” แล้วยื่นเมนูรายการอาหารให้คนข้าง ๆ“เอ่อ ที่รักครับ...” อัครเดชเอ่ยเสียงอึก ๆ อัก ๆ อย่างเกรงใจเมีย“ว่าไงคะ!!” ชณิดาภาถามเสียงเขียว“เปล่าครับเปล่า” ปฏิเสธด้วยคำพูดแต่ท่าทางก็มาพร้อมด้วยการโบกมือว่อนไปมาเฮ้อ สุดท้ายก็แพ้เมียอีกจนได้“พี่อัครน่ารักจังเลย” กรรณิกาปิดปากหัวเราะราวมีเรื่องตลกน่าขบขัน“ใช่ไหมล่ะ” ชณิดาภายักคิ้วให้เพื่อนประมาณว่าข่มไม่ได้อย่างฉันล่ะสิ เลยถูกเพื่อนสาวเบะปากใส่ซะเลยข้อหาหมั่นไส้ห้องอาหารที่สองคู่นั่งกันอยู่นั้นเป็นโซนอาหารไทยที่เคยมานั่งกินข้าวกับอัครเดชเมื่อคืนกรรณิกาสังเกตบริเวณโดยรอบ หลังเมื่อคืนไม่ได้แม้แต่จะมอง สถานที่ของที่นี่จัดได้อย่างสวยงาม สอดแทรกความเป็นไทยเข้าด้วยกันได้ เพอร์เฟกต์ถูกใจคนรักการจัดสวนอย่างเธอเป็นที่สุดด้านที่เธอนั่ง
“อย่าทำอย่างนั้นสิคะ” นนทภัทรพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียเมื่อถูกรบกวนห้วงนิทราจากคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดแล้วกระชับรัดกอดแน่น“อือ กิ่งหายใจไม่ออกนะ” พลางใช้มือดันอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอยู่ออก และเธอเพิ่งรู้ตัวว่าไม่อาภรณ์ใด ๆ อยู่บนเรือนร่างเลยแม้แต่ชิ้นเดียว “พี่นนท์ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าให้กิ่งด้วยคะ”แต่คนที่กำลังสูดดมกลิ่นกายหอม ๆ อยู่หาสนใจไม่ กลับใช้ปลายนิ้วชี้ข้างหนึ่งจี้เอวบางอย่างหยอกเย้า เป็นผลให้คนโดนแกล้งหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เพราะบ้าจี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เจออย่างนี้จึงเกิดอาการชักดิ้นชักงอให้เห็น“ฮ่า ฮ่า พี่นนท์คะกิ่งจั๊กจี้นะ อย่าแกล้งกันอย่างนี้สิ”แกล้งจนพอใจชายหนุ่มถึงปล่อยร่างเล็ก เมื่อหลุดออกจากแขนแกร่งได้หญิงสาวรีบลุกขึ้นวิ่งเข้าห้องน้ำทั้งร่างกายเปลือยเปล่าอย่างนั้น แต่ก่อนจะเข้าไปกับหันมาแลบลิ้นใส่ร่างสูงที่นั่งมองมาจากบนที่นอน“ยังอีก!”นนทภัทรทำท่าจะลุก ทำให้ร่างเล็กส่งเสียงกรีดร้องออกมาแล้วรีบปิดประตูห้องน้ำจนเกิดเสียงดัง เกรงว่าชายหนุ่มจะเข้ามาแกล้งเธอถึงข้าง
“กิ่งจ๋า อาบน้ำพร้อมพี่นะครับ พี่อยากมีคนถูหลังให้น่ะ”“ว้าย! พี่นนท์” เข้าห้องมาได้ชายหนุ่มก็อุ้มร่างบางตรงไปยังห้องน้ำทันที หญิงสาวกรีดร้องด้วยความตกใจ ก่อนสามีหนุ่มจะวางร่างของเธอลงพื้นกระเบื้องพร้อมทั้งจับถอดเสื้อผ้าจนหมด ไม่ว่าจะเป็นของชิ้นเล็กชิ้นน้อย ถึงมาถอดของตัวเองบ้างโดยใช้เวลาแค่เสี้ยววินาที ร่างกายแข็งแรงเปลือยเปล่าอุดมไปด้วยลอนกล้ามเนื้อท้องของผู้ชายที่มักใช้เวลาหมดไปกับการออกกำลังกายเป็นแรมเดือนกว่าจะได้ร่างกายกำยำอย่างนี้ ทำให้หญิงสาวมองด้วยสายตาตกตะลึงเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ถึงแม้จะเห็นมาหลายต่อหลายครั้งก็ยังไม่ชินกับร่างกายของสามีหนุ่มอยู่ดี ล่าสุดในคืนเข้าหอเธอไม่ได้สังเกตอะไรในร่างกำยำนี้แม้แต่น้อย ทุกครั้งที่เขาพาเธอเล่นผีผ้าห่มเขาไม่เคยเลยที่จะให้เธอตั้งตัวหรือเตรียมใจและครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันปลง!สั้น ๆ แต่ได้ใจความ“กิ่งเช็ดน้ำลายด้วยค่ะ ไหลถึงครางแล้ว” ร่างบางที่มองเขาจนตาค้างอยู่เป็นนานยังไม่ได้สติสักที เลยเอ่ยแซวไปอย่างนั้นเอง“อุ้ย” หญิงสาวตกใจเมื่อได้ยินคำของสามี เลยเกิดอา







