LOGIN“เย้ ๆ วู๊ ๆ วี๊ดวิ๊ว~” จากนั้นก็ตามมาด้วยเสียงผิวปากของเพื่อน ๆ เจ้าบ่าวที่ยังคงผิวปากแซว และเห็นจะมีกานตพงศ์ที่โห่ร้องออกมาเสียงดังกว่าใครเพื่อนอย่างถูกอกถูกใจ
“เห็นเจ้าบ่าวเจ้าสาวสวีตกันแล้ว ตอนนี้ก็มาถึงในช่วงที่สาว ๆ หลายคนต่างเฝ้าคอย...เรามาดูพร้อมกันนะคะคุณพลว่าใครจะเป็นผู้โชคดีได้เป็นเจ้าสาวคนต่อไป...เดี๋ยวจะให้เจ้าสาวโยนช่อดอกไม้นะคะ...พร้อมกันหรือยังเอ่ย เดี๋ยวดิฉันจะนับสาม พี่กิ่งโยนเลยนะคะ...ถ้าพร้อมแล้ว สาม...สอง...หนึ่ง” สลิลทิพย์ที่นับเลขช้า ๆ ทิ้งจังหวะเกือบห้าวินาทีถึงนับเลขสอง และทิ้งจังหวะอีกรอบ แล้วนับหนึ่ง ดอกไม้สีหวานช่อใหญ่ก็ลอยลิ่วตกใส่มือของคนที่ไม่ได้ไปแย่งกับเขาอย่างพราวนภาที่นั่งร่วมโต๊ะกับพ่อแม่เจ้าบ่าวเจ้าสาวอยู่หน้าเวทีอย่างพอเหมาะพอเจาะ
“และแล้วเราก็ได้คนที่ได้รับช่อดอกไม้แล้วนะคะ เชิญพี่น้ำฟ้า เพื่อนสนิทของเจ้าสาวขึ้นมากล่าวอวยพรให้กับบ่าวสาวหน่อยค่ะ”
พราวนภาเดินขึ้นเวทีทันทีที่ชมพูนุทเอ่ยชื่อของเธอ หลาย ๆ คนคิดตรงกันว่าหญิงสาวร่างเล็ก หุ่นบอบบาง ร่างสวยสดงดงามอย่างนางสาวไทยปีล่าสุด ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องสำอางบาง ๆ ดูลงตัวกับชุดเดรสสั้นแขนกุดกระโปรงบานมีลูกไม้เย็บมือประดับไว้ตรงปลายกระโปรง สีหวานของชุดอย่างสีชมพูอ่อนยาวพอดีเข่าเข้ากับร่างขาวนวลลออดูสง่างามราวนางฟ้านางสวรรค์ส่งผลให้ร่างสมส่วนสูงโปร่งที่อยู่ในรองเท้าส้นเตี้ยสีน้ำตาลดูงามขึ้นอีกเป็นกอง หนุ่ม ๆ ทั้งหลายเห็นต่างพากันร้องวี๊ดว้าวมองตาค้างหันมองคอแทบเคล็ด ทว่ากับถูกกานตพงศ์มองด้วยสายตาเข้มดุ ทำให้ทุกคนที่ชะเง้อคอต่างพากันหดหัวไม่ส่งเสียงร้องแซว
“ฟ้าขอให้พี่นนท์และกิ่งรักกันอย่างนี้ไปนาน ๆ มีหลานให้พวกเราอุ้มไว ๆ นะคะ ขอบคุณค่ะ” พราวนภาที่ขึ้นไปบนเวทีแล้วกล่าวออกมาอย่างเขินอายเมื่อทุกสายตาจับจ้องมองมาที่เธอคนเดียว รวมถึงเขาคนนั้น...คนที่อยู่ในหัวใจ
“และในนามของเจ้าภาพและบ่าวสาว ผมขอขอบพระคุณท่านผู้มีเกียรติทุกท่านที่มาร่วมแสดงความยินดีในวันสำคัญของทั้งคู่ในวันนี้ หากมีข้อบกพร่องผิดพลาดประการใด ทางเจ้าภาพต้องขออภัยไว้ ณ โอกาสนี้ ขอบคุณครับ” อัครพลเป็นคนกล่าวขอบคุณปิดท้ายและเสร็จสิ้นพิธีการบนเวทีแล้ว จากนั้นก็เป็นการแสดงสดของนักดนตรีที่จ้างมา ก่อนที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวจะลงมาถ่ายรูปกับแขก
บ่าวสาวอยู่พูดคุยและร่วมถ่ายรูปกับแขกจนครบทุกโต๊ะก็เป็นเวลาดึกมากแล้ว นนทภัทรเลยชวนภรรยาสาวเดินมาหากานตพงศ์ที่ยังนั่งดื่มสังสรรค์กับเพื่อน ๆ สมัยเรียนอยู่
“ไอ้กานต์ ฉันฝากดูแขกด้วยนะเว้ย เดี๋ยวฉันจะพากิ่งไปนอนก่อน”
“เออ ๆ แกสองคนพากันไปพักผ่อนเถอะ ไม่ต้องทางนี้หรอก เดี๋ยวฉันจัดการได้” ได้ยินแบบนั้น นนทภัทรถึงหันมาพูดกับภรรยาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เรากลับบ้านเรากันเถอะค่ะกิ่ง”
กรรณิกาตอบรับเบา ๆ จากนั้นคู่สามีภรรยาหมาด ๆ ถึงนั่งรถกอล์ฟที่ให้ลูกน้องขับมาจอดไว้ให้หน้างาน ซึ่งห้องหอก็ไม่ได้ไกลแค่ถนนสี่เลนกั้นไว้เท่านั้น
เป็นเพราะบิดาห้ามไว้ไม่อยากให้บุตรชายสร้างเรือนหอใหม่ โดยให้เหตุผลว่าถ้านันท์นลินออกเรือนไปคงไปอยู่บ้านสามี บ้านหลังนี้จะไม่มีใครดูแล ปล่อยให้รกร้างตามกาลเวลา ถ้าเป็นเช่นนั้นตนคงเสียใจแย่ ที่รักษาบ้านพ่อแม่ที่สร้างมากับมือไว้ไม่ได้ นนทภัทรจึงพูดคุยกับทางครอบครัวของภรรยาและตัวหญิงสาวเอง ซึ่งมีความเห็นตรงกันว่าจะไม่สร้างเรือนหอใหม่ แต่เธอจะย้ายเข้ามาอยู่กับสามีที่บ้านเอง ดีกว่าออกไปอยู่ไกลครอบครัว ด้วยพ่อแม่เธอและพ่อแม่ของนนทภัทรก็อายุเยอะแล้ว พอตกลงกันได้เช่นนั้นหญิงสาวจึงย้ายข้าวของบางส่วนมาไว้ที่บ้านสามีด้วย
เมื่อขับรถกอล์ฟเข้ามาจอดในบ้าน นนทภัทรก็ช่วยภรรยาสาวหอบชายกระโปรงที่ยาวลากพื้นเพื่อให้เธอเดินขึ้นบันไดได้สะดวก ๆ เพื่อจะได้เข้าห้องไปพักผ่อนกัน อีกทั้งพิธีส่งตัวเข้าหอก็ทำไปตั้งแต่ตอนกลางวันแล้ว ตอนนี้จึงเป็นเวลาส่วนตัวของคนทั้งคู่ที่จะได้อยู่กันตามลำพังในห้องหอคืนแรก
“เชิญครับคุณภรรยา” เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยเมื่อมาหยุดอยู่หน้าห้อง นนทภัทรจึงเปิดประตูให้หญิงสาวเข้าห้องไปก่อน ส่วนตัวเองก็ประตูปิดพร้อมกดล็อกกลอนเสร็จสรรพ จนคนเข้ามาก่อนสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงดังคลิก
“เอ่อ ทำไมต้องล็อกด้วยคะ”
“อยากให้คนอื่นเข้ามาเห็นเรานอนกอดกันอย่างนั้นหรือครับ” ร่างสูงว่า พลางก้าวเท้าช้า ๆ มาหาร่างบางที่นั่งอยู่สตูลปลายเตียงด้วยท่าทางคุกคาม การที่ชายหนุ่มทำเช่นนี้ยิ่งทำให้เธอกลัวหนักกว่าเดิม จนต้องถอยหลังชิดปลายเตียง มองไปทางไหนก็ไม่มีทางหนีทีไล่ ฝั่งซ้ายขวาก็เป็นที่เท้าแขน ส่วนด้านหลังยังเป็นเตียง ใช่! ขยับตัวไปนั่งบนเตียงสิยัยกิ่ง กรรณิกาคิดอย่างลำพอง คงไม่รู้ว่าสามีหมาด ๆ มองทุกกิริยาของเธอไม่ละสายตา เมื่อเห็นร่างบอบบางพยายามขยับตัวขึ้นไปบนที่นอนก็ถูกชายร่างสูงรวบร่างเข้ามากอดอย่างรอคอยอยู่ก่อนแล้ว หากก็ไม่ได้ทำอะไรมากกว่ากอดร่างแน่งน้อยเอาไว้หลวม ๆ
นั่งอยู่สวนหย่อมนานกว่าครึ่งชั่วโมงไม่มีทีท่าว่าทั้งเขาและเพื่อนจะเอ่ยปากพูดคุยกัน เพราะต่างฝ่ายต่างมีเรื่องให้ขบคิด เลยตัดสินใจชวนกันขึ้นตึก รีบเร่งฝีเท้าเมื่อเห็นว่าพยาบาลยืนคุยกับคุณกรรชัยหน้าห้องฉุกเฉินด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะเข้าไปร่วมวงสนทนาจนได้ความว่าคุณขวัญหทัยต้องนอนดูอาการสักคืนสองคืน เพราะแพทย์สั่งให้น้ำเกลือถุงใหญ่ เนื่องจากร่างกายอ่อนแอและเครียดเกินไป เกรงว่าจะวูบกลางอากาศ“อาการของคุณขวัญหทัยไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงนะคะ แค่ร่างกายอ่อนแอเพียงเท่านั้น เลยต้องให้น้ำเกลือและดูอาการสักสองคืนนะคะ หากไม่มีอาการอะไรแล้ว หมอจะให้กลับบ้านได้ค่ะ” พยาบาลสาวใหญ่รายงานอาการผู้ป่วยให้ญาติฟัง“ขอบคุณครับ”“ด้วยความยินดีค่ะ” ก่อนคุณหมอสาวสวยจะเดินกลับเข้าห้องฉุกเฉินประมาณสิบนาทีบุรุษพยาบาลเข็นเตียงคนไข้หญิงวัยกลางคนออกมาจากห้องดูอาการเพื่อไปยังห้องพักผู้ป่วยที่กานตพงศ์ไปติดต่อไว้ พร้อมทั้งคุณภาวิดาที่ฟื้นแล้วก็นั่งวิลแชร์ตามไปด้วยเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยได้สักพัก ชายหนุ่มบังคับให้มารดากินน้ำหวานที่พยาบาลนำเข้ามาให้
“แกโอเคนะ” กานตพงศ์ถามหลังพานนทภัทรมานั่งพักผ่อนในสวนหย่อมของโรงพยาบาลฟังเสียงของจิ้งหรีดเรไรที่ส่งเสียงขับร้องเพลงในยามค่ำคืนอย่างไพเราะเสนาะหูสำหรับคนที่ต้องการความสงบแต่ไม่ใช่เขาหรือนนทภัทร“อืม” ตอบรับสั้น ๆ แต่ได้ใจความ“ไปหาอะไรร้อน ๆ กินกันไหม” ชายหนุ่มยังคงถามต่อ เพราะไม่อยากให้เพื่อนเครียดเกินไปพอซื้อกาแฟร้อนคนละแก้วทั้งสองก็กลับมานั่งที่เดิม ต่างคนต่างไม่พูดอะไรออกมา เมื่อในภวังค์มีเรื่องให้คิดมากมาย ไม่ว่าจะเป็นร่างบางที่นอนอยู่ในห้องไอซียูและคุณขวัญหทัยที่ตอนนี้เป็นลมยังไม่ฟื้นขึ้นมาเลยครืด! ครืด! ครืด!เสียงสั่นจากมือถือเครื่องบางของนนทภัทรสั่นเตือน เป็นผลให้ชายหนุ่มหลุดจากภวังค์ความคิดกลับสู่โลกปัจจุบัน เพื่อรับสายของคนที่โทรเข้ามา“ว่าไงนลิน” น้ำเสียงนุ่มทุ้มของชายหนุ่มกรอกเสียงลงไป เมื่อรับสายของน้องสาวที่คงจะทราบเรื่องแล้วจากแม่บ้าน(พี่กิ่งเป็นยังไงบ้างคะ) ปลายสายถามด้วยความเป็นห่วง ที่ตอนนี้ทุกคนภายในบ้านมานั่งฟังข่าวอยู่กับเธอด้วยความเป็นห่วงไม่แพ้กัน
เสียงไซเรนฉุกเฉินถูกเปิดไปตลอดทางเพื่อให้รถที่สัญจรอยู่บนท้องถนนหลบทางให้ ซึ่งทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี จนสิบนาทีต่อมาเจ้าหน้าที่ได้พารถมาจอดบริเวณจุดรับผู้ป่วยของโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง ก่อนร่างบอบบางที่เต็มไปด้วยเลือดจะถูกบุรุษพยาบาลเข็นเข้าห้องฉุกเฉินพัลวัน“กิ่ง!! ถึงโรงพยาบาลแล้วนะ อดทนนิดนะคนดี” นนทภัทรรีบวิ่งตามบุรุษพยาบาลทันได้กุมมือบางอย่างให้กำลังใจ แล้วปล่อยให้แพทย์และพยาบาลทำการรักษา โดยไม่ต้องให้ใครเอ่ยบอก ตัวเขาเองก็อยากให้หญิงสาวได้รักษาอย่างทันท่วงทีเช่นกันหนึ่งชั่วโมงที่เขารออยู่หน้าห้องด้วยใจจดจ่อ พยายามมีสติให้มากที่สุด แม้จะเหลืออยู่เพียงน้อยนิด หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยเลือดของภรรยาสาวก็ไม่มีกะจิตกะใจจะลุกไปเปลี่ยนและยังคอยยกมือไหว้ภาวนาให้คุณพระคุณเจ้าคุมครองคนรักอยู่ตลอดเวลา“อย่าเป็นอะไรนะกิ่ง” พึมพำกับตัวเองในใจกระทั่งเวลาผ่านไปอีกครั้ง ครอบครัวเกรียงไกรและครอบครัวรุ่งโรจน์ทราบข่าวจากเขาระหว่างนั่งรถมาพร้อมร่างบางว่าหญิงสาวถูกรถชนอาการสาหัสก็รีบเดินทางมาอย่างเร็ว คุณขวัญหทัยทันทีที่รู้ข่าวก
ร้านที่ว่าเป็นร้านไอศกรีมโบราณที่มีให้เลือกหลายรสหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น ถ้วย แก้ว และขนมปัง ราคาก็ไม่แพง เหมาะกับวัยนักเรียนไปจนถึงชรา ซึ่งเมื่อก่อนตอนเธอเรียนอาชีวะกับชณิดาภามักมากินเป็นประจำ คงมีแต่พราวนภาที่เลือกเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งเพื่อนคนนี้มีความฝันอยากเป็นดีไซน์เนอร์“รับแบบไหนดีคะ” เจ้าของร้านเดินมารับรายการด้วยตัวเอง เมื่อทั้งคู่นั่งเก้าอี้ที่ทางร้านจัดไว้ให้“โกโก้แก้วใหญ่สองค่ะ” สั่งอย่างรู้ใจทั้งตัวเองและสามี“รอสักครู่นะคะ”กินไอศกรีมโบราณร้านนี้เสร็จ นนทภัทรก็ขับรถมาจอดในที่จอดรถที่ทางตลาดผักจัดไว้ให้ ก่อนเดินตามหลังภรรยาเพื่อช่วยถือของที่ซื้อไม่ว่าจะเป็นผัก ของแห้งอีกสองสามอย่าง“พี่นนท์เย็นนี้เราทำแกงเลียงดีไหมคะ” หญิงสาวหันมาถามคนช่วยถือที่เดินตามหลัง“ก็ดีนะ พี่ไม่ได้กินนานแล้ว” พอถูกกระตุ้นความอยากขึ้นมาอย่างนี้ทำให้คิดได้ว่าไม่ได้กินนานแล้ว“งั้นเราไปซื้อกุ้งและส่วนผสมอื่น ๆ กัน”ตกลงกันได้ ก็เดินตรงไปยังร้านที่ถูกพูดถึง ร้านนี
ตั้งแต่กรรณิกามาเปิดร้านจนตอนนี้เธอก็ยังไม่ได้ว่างมือเลย คงเป็นเพราะวันนี้วันเสาร์ลูกค้าเลยเยอะกว่าปกติ ซึ่งมีทั้งลูกค้าขาจรและลูกค้าขาประจำ แถมยังจะมีลูกค้าเข้ามารับขนมที่สั่งไว้ประมาณห้าถึงหกราย“สวัสดีค่ะน้องกิ่ง ลูกค้ายังแน่นร้านเหมือนเดิมเลยนะคะ” เสียงลูกค้าคนสุดท้ายและเป็นลูกค้าเจ้าประจำเอ่ยทักทาย พลางสอดส่องสายตาไปทั่วร้านเมื่อเห็นคนนั่งเต็มจนไม่มีที่ว่าง“สวัสดีค่ะ” ยกมือไหว้อย่างให้ความเคารพเพราะคนที่ยืนอยู่ต่อหน้ามีอายุมากกว่าห้าถึงหกปี “นี่ค่ะ ขนมที่สั่งไว้”“ขอบใจมากนะจ๊ะ”“ค่ะ โอกาสหน้าเชิญใหม่นะคะ”“พี่กิ่งคะแป้งที่จะใช้ทำขนมเปี๊ยะหมดค่ะ” ลูกค้าเดินออกร้านไป กายถึงเดินออกมาบอกอย่างรู้มารยาท“เหรอ พอจะทำสักส่วนหรือเปล่าล่ะ”“น่าจะพอค่ะ”“งั้นทำเท่าที่พอก่อนนะ พรุ่งนี้เช้าพี่จะเข้าไปซื้อในเมืองให้”“ค่ะ”“วันนี้พี่ไม่ได้ช่วยปิดร้านนะ”“ไม่เป็นไรค่ะ” สั่ง
พอดีช่วงบ่ายไม่มีเรียน กลุ่มเธอเลยไปหาข้อมูลที่ห้องสมุดกลางของมหาวิทยาลัย เนื่องจากว่าชั้นปีสี่ใกล้จะฝึกงานแล้วเลยไม่มีอะไรมาก แค่ทำโพรเจกต์ให้ทันเวลาที่กำหนดส่งก็พอ เมื่อได้หนังสือตามต้องการแล้วตกลงทำรายการยืมหนังสือคนละเล่มสองคน“นลินกลับยังไง เมื่อเช้ามายังไงเหรอ” ณัฐพลที่อาสาถือหนังสือปึกใหญ่มาให้ ถามระหว่างเดินไปตึกคณะ โดยมีสลิลทิพย์และชมพูนุทเดินตามหลังมาห่าง ๆ“เราขับรถของพี่ชายมา”“แล้วจอดรถไว้ไหน”“ใต้ตึกคณะ” พูดจบก็มาถึงรถเก๋งสีน้ำตาลคันงามของพี่ชาย ก่อนที่ร่างสูงจะวางหนังสือตามมือที่คนตัวเล็กชี้“ดูนัดจะสนใจเธอเป็นพิเศษนะนลิน” ชมพูนุทพูดขึ้น เมื่อนันท์นลินขับออกมาได้สักพัก“ห๊ะ! ทำไมถึงคิดอย่างนั้น” คนถูกตั้งข้อสังเกตถามกลับ“ไม่รู้สิ เดาเอา” ตอบหน้าตายที่สุดในความรู้สึกของคนมอง “ระวังไว้แล้วกัน จะโดนจีบไม่ทันตั้งตัว”“อาจจะไม่ใช่อย่างนั้นก็ได้มั้ง”ระหว่างนั้นรถก็ชะลอลงหน้าบ้านของชมพูนุทที่ทำเป็นห้องพัก







