Masukในความคิดเธอ บอกตรง ๆ เลยว่าเห็นชายหนุ่มมาตั้งแต่เข้ามาทำงานที่นี่วันแรก ๆ ตอนนั้นนนทภัทรตามบิดามาทำงานด้วยบ่อย ๆ ในช่วงวันหยุด แม้จะยังอยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ทว่ารัศมีการเป็นผู้นำของเขากลับเปล่งประกายเด่นชัด
ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเขาไม่เคยถือตัวว่าตนเองเป็นเจ้านาย แต่ให้ทั้งความรักความอบอุ่นแก่พนักงานทุกคนเหมือนเป็นคนในครอบครัว ทว่าในเวลาเดียวกันก็ดูยำเกรง เลยทำให้พนักงานของที่นี่รักเขาและเคารพนับถือเขาที่เป็นเจ้านายเช่นเดียวกัน
เธอยังได้ยินมาว่ารีสอร์ตแห่งนี้นนทภัทรรักมาก เพราะได้จากน้ำพักน้ำแรงจากปู่ของชายหนุ่มและปู่ของกรรณิกาที่รวมเงินกันซื้อที่แห่งนี้ไว้ เพราะเห็นว่ามีถนนตัดผ่านอาจนำพาความเจริญเข้ามา ถึงแม้ช่วงนั้นเงินจะไม่ได้มีเยอะมากมาย แถมเงินยังหายากอีกกว่าจะได้มาแต่ละบาทเลือดตาแทบกระเด็น อันนี้เขาฟังมาจากบิดาเล่าให้ฟังมาอีกต่อหนึ่ง
ทำงานอยู่นาน พอมีเงินเก็บก้อนโตเลยซื้อที่ไว้ทั้งหมดเป็นจำนวนกว่าสองร้อยไร่ ซึ่งตอนนั้นไร่นาไม่ได้แพงเท่าเดี๋ยวนี้ จากที่ที่เคยเป็นป่ารกทึบพอถางเสร็จก็ดูสวยงามขึ้นมาจนมีนายทุนมาขอซื้อหลายราย แต่ก็ไม่ขายเพราะอยากเก็บไว้ให้ลูกหลานมีที่ทำกิน
ปีต่อมาปู่ปลูกข้าวโพดและมันสำปะหลังไว้กว่าร้อยห้าสิบไร่ ช่วงนั้นเป็นปีที่พืชจำพวกนี้ขาดตลาดทำให้มีพ่อค้าคนกลางมารับไปขายในราคาที่สูง จึงมีเงินมาทำเป็นบ้านพักสไตล์รีสอร์ตประมาณยี่สิบหลัง จนมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวและผู้คนแถบนั้นจนไม่พอให้คนเข้าพักเลยตัดสินใจขยับขยายให้มีห้องพักในหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นนอนกลางเต็นท์รอชมพระอาทิตย์ขึ้นก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียว
เมื่อเรียนจบปริญญาตรีบริหารธุรกิจมา เขาได้เข้าช่วยงานในฐานะรองประธานทันทีราวกับคนหนุ่มที่ไฟกำลังเดือดพล่าน โดยมีคุณนันทวัฒน์เป็นประธานจนกว่าเขาจะเรียนจบโทจากมหาวิทยาลัยเปิดแห่งหนึ่งในอายุเพียงยี่สิบสี่ปี พอเรียนจบก็เข้ารับตำแหน่งประธานบริหารทันที
ส่วนกานตพงศ์เรียนจบบริหารมาเช่นกัน แต่ไม่ได้เข้ามาบริหารรีสอร์ตช่วยนนทภัทรเพราะครอบครัวได้เปิดร้านอาหารในช่วงที่เขาขึ้นปีหนึ่ง เลยทำให้ต้องเข้าไปรับช่วงต่อจากบิดาในส่วนนั้นแทน ส่วนรีสอร์ตก็ให้นนทภัทรเป็นคนจัดการและดูแลทั้งหมด
หลังเข้ารับตำแหน่งชายหนุ่มได้ปรับเปลี่ยนรีสอร์ตให้มีความทันสมัยและน่าอยู่มากขึ้น แต่ยังคงความดั่งเดิมเอาไว้ โดยใช้ธรรมชาติเข้าช่วย และรีสอร์ตมีชื่อติดลำดับท็อปไฟร์รีสอร์ตน่าพักที่สุดจากทั่วประเทศสองปีซ้อน ยิ่งทำให้มีคนสนใจอยากมาพักสักครั้ง แถมใกล้ ๆ ยังอยู่ติดน้ำตกขึ้นชื่อของอำเภออย่างน้ำตกเจ็ดสาวน้อย และสถานที่อื่น ๆ อีกมากมายที่อยู่ใกล้กัน
ผู้บริหารคนปัจจุบันของ NK Garden Resort เซ็นอนุมัติเอกสารฉบับสุดท้ายแล้วเสร็จในเวลาสิบแปดนาฬิกา ก่อนเก็บเรียงไว้ให้อย่างเป็นระเบียงเพื่อที่เลขาจะได้หาง่าย ๆ และขับเอทีวีออกมาหาภรรยาสาวสวยที่ร้านเบเกอรี
มาถึงกลับไม่เห็นกรรณิกาประจำอยู่เคาน์เตอร์เหมือนทุกวัน เห็นก็แต่ผู้ช่วยสองคนและยัยตัวยุ่ง น้องสาวของเขาที่กำลังช่วยเช็ดโต๊ะและจัดเรียงเก้าอี้ เมื่อเหลือลูกค้าอยู่บ้างประปราย
“สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ อะ...พี่นนท์” นันท์นลินหันมาทักพี่ชายเมื่อได้ยินเสียงประตูร้านเปิดด้วยคิดว่าเป็นลูกค้า
“พี่กิ่งล่ะนลิน”
“อยู่แปลงดอกไม้ค่ะ เห็นว่าพรุ่งนี้เช้าลูกค้าจะมารับโป๊ยเซียนที่สั่งไว้ เลยเข้าไปดูซะหน่อย”
“ขอบใจนะ” ยีผมนุ่มสลวยของน้องสาวเสร็จก็เดินไปเลยไม่สนใจคนที่อยู่แกล้งแม้แต่น้อยว่าทำหน้าไง
“โอ๊ย! พี่นนท์ผมนลินยุ่งหมดแล้วเนี่ย” คนตัวเล็กทำหน้างอตามหลังพี่ชายและพยายามใช้มือปัดผมให้กลับมาอยู่ทรงเดิม
ชายหนุ่มเดินมาแปลงโป๊ยเซียนที่หญิงสาวเพาะขายให้กับนักท่องเที่ยว ซึ่งมีอยู่หลากหลายชนิดและหลากสี สีชมพูและสีขาวเห็นจะมากกว่าสีอื่น อีกทั้งเป็นที่ชื่นชอบของคนที่เข้ามาพักที่นี่และยังมีแม่ค้ารับไปขายต่อ จนบางครั้งเพาะไม่ทันขายให้ลูกค้าก็มีให้เห็นอยู่เนื่อง ๆ
การปลูกดอกไม้เป็นงานอดิเรกอีกอย่างหนึ่งที่เธอให้ความสนใจและใช้เวลาตอนเย็นหลังปิดร้านมาคลุกอยู่แปลงดอกไม้เป็นประจำ...ที่ชอบโป๊ยเซียนก็เพราะเธอไปบ้านคุณยายแล้วเห็นดอกไม้ชนิดนี้เกิดชอบเลยขอมาปลูกที่บ้านบ้าง คุณยายเลยให้มาหลายสิบกระถาง
ได้มาแล้วก็เริ่มเพาะในกระถางเล็ก ๆ นำมาวางไว้ที่ต่าง ๆ ของที่นี่และที่ร้าน เมื่อนักท่องเที่ยวที่มาพักเห็นเข้าแล้วอยากซื้อเธอเลยขายต่อ ตั้งแต่นั้นมาเลยศึกษาวิธีเพาะปลูกอย่างจริงจังจนเริ่มมีชื่อเสียง ส่วนร้านเบเกอรีที่ทำอยู่ยังเป็นงานหลักที่เธอรักอีกอย่างเช่นกัน แต่ยังเผื่อเวลามาดูแลโป๊ยเซียนบ้างเมื่อมีคนดูแลร้านแทน
ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่นนทภัทรและกรรณิกาอยู่ที่นี่ ต่างได้ใช้เวลาร่วมกันตามประสาข้าวใหม่ปลามัน แม้ทุกอย่างจะออกนอกแผนไปบ้างก็ถือว่าชดเชยกันได้ ถึงจะได้ไปแค่ทะเลที่อยู่ตรงข้ามบ้านพักของอัครเดชในช่วงเย็นของทุกวันก็ตามจนวันนี้เป็นวันที่ทั้งสองจะเดินทางกลับ ทั้งอัครเดชทั้งชณิดาภาต่างเดินออกมาส่งถึงหน้าบ้าน“ขอบคุณสำหรับที่พักนะณิดา” กรรณิกาเอ่ย เมื่อเดินมาหยุดอยู่ข้างรถตู้ของโรงแรมที่จะออกไปส่งที่สนามบิน“ไม่เป็นไรหรอก แค่แกมาหาเราก็ดีใจแล้ว”“เรากลับก่อนนะ”“เดี๋ยวเราจะขึ้นไปหาบ่อย ๆ ฝากบอกน้ำฟ้าด้วยนะว่าคิดถึง” สองสาวกอดกันกลมเมื่อได้เวลาแล้ว“เดินทางปลอดภัยนะเว้ย ถึงแล้วก็โทรบอกกันบ้าง” อัครเดชบอกเพื่อน“อืม ๆ”“เรื่องที่ฉันเคยบอกก็จับตาดูให้ดีล่ะ อาจจะมีอะไรเด็ด ๆ ให้พ่อตาแม่ยายมึงตกใจเล่นก็ได้” เจ้าของบ้านกระซิบกระซาบให้ได้ยินกันสองคน โดยที่ไม่ให้สองสาวเห็น…“กลับมาแล้วค่ะ” กรรณิกาส่งเสียงมาตั้งแต่ยั
ก่อนกลับนนทภัทรและกรรณิกายังได้เห็นทะเลหมอกลอยปกคลุมอยู่ยอดขุนเขาท่ามกลางแสงแรกของวันที่สาดส่องลงมาบาง ๆ ก่อนพากันของว่างที่มีวางไว้ให้บริการตัวเองและเดินทางกลับด้วยรถตู้ที่ทางโรงแรมส่งมารับในเวลาต่อมาทันทีที่มาถึงโรงแรมที่พักนนทภัทรก็ได้ทำการคืนห้อง ด้วยเขาจะเข้าเกาะในตอนบ่าย ทว่ามีประกาศแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมว่าจะมีพายุเข้าในวันนี้ สองสามีภรรยาเลยต้องพับแผนที่วางไว้ใส่กระเป๋า ชณิดาภาที่รู้ข่าว สั่งให้เลขาของสามีพาทั้งสองนั่งรถกอล์ฟมาส่งที่บ้าน“น้ำตาลจ๊ะยกกระเป๋าไปอยู่ห้องเดิมที่คุณกิ่งเคยมาพักนะ” ชณิดาภาบอกคนงานของตัวเอง“ไม่เป็นครับพี่ยกขึ้นไปเอง” นนทภัทรปล่อยให้สองสาวได้คุยกันตามลำพังตามประสาสาว ๆ ส่วนตนยกกระเป๋ามาไว้บนห้องแทน ที่เหลือก็ให้ภรรยาเก็บใส่ตู้ ห้องนี้เขาเคยมานอนแล้วช่วงที่อัครเดชและชณิดาภาแต่งงาน การจัดแต่งห้องยังเป็นโทนสีขาวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า โซฟาก็ยังเป็นสีขาวมีลายจุดเล็ก ๆ อยู่บ้างประปราย“ขอบใจนะ เราคงรบกวนจนกว่าจะกลับเลยล่ะ” กรรณิกาพูดอย่างเกรงใจ“ทำไมถึงคิดอย่า
สองชั่วโมงกลับการนั่งรถ ทั้งคู่ก็มาถึงที่หมายอย่างปลอดภัย เมื่อส่งลูกทัวร์ถึงที่หมายรถตู้ก็กลับไปทันที หากมองจากตรงนี้ที่เป้นเนินสูงจะเห็นว่ามีแพไม้ไผ่และเรือหลายสิบลำลอยละลิ่วอยู่เหนือผิวน้ำคอยรับลูกทัวร์ไปส่งตามที่พักที่ต้องนั่งเรือหรือแพเข้าไป“พี่นนท์เราไปถ่ายรูปก่อนไหมคะ” กรรณิกาตะโกนถามสามีแข่งกับเสียงลมที่พัดมา“จ้ะ พี่ว่ายังพอมีเวลา”ทั้งคู่เดินชมวิวเหนือเขื่อนพร้อมทั้งถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก จนผ่านไปครึ่งชั่วโมงถึงพากันลงเรือเพื่อไปยังห้องพักที่ทางโรงแรมจองไว้ให้ ใช้เวลานานพอสมควรถึงมาถึงที่พัก บรรยากาศโดยรอบร่มรื่น ร่มเย็น สงบ เหมาะแก่การพักผ่อน และยังเห็นหินปูนที่โผล่พ้นน้ำมามากมายเช็กอินที่ล็อบบี้เรียบร้อย พนักงานต้อนรับได้พาทั้งสองเดินบนแพไม้ไปยังห้องที่จองไว้ ซึ่งอยู่หลังสุดท้ายและอยู่ห่างจากหลังอื่น ๆ พอควร ตัวบ้านทำจากไม้ทั้งหมดมีหนึ่งห้องนอนและมีห้องน้ำในตัว ที่ที่เขาพักนั้นเหมาะสำหรับคู่รักที่มาฮันนีมูนอย่างเช่นคู่ของตน เพราะห้องห้องนี้จัดไว้ให้เป็นสไตล์สวีต เข้ามาในตัวบ้านจะเป็นกระจกด้านหน้ามีผ้าม่านสีฟ้าอ่อน
“คิดถึงเหมือนกัน สบายดีนะ”“สบายมาก นั่งก่อน” จัดแจงให้เพื่อนนั่งข้างตัวเองอย่างไม่ถามความเห็นของสามีและสามีของเพื่อน“สั่งเลยนะ เราเลี้ยงเอง” แล้วยื่นเมนูรายการอาหารให้คนข้าง ๆ“เอ่อ ที่รักครับ...” อัครเดชเอ่ยเสียงอึก ๆ อัก ๆ อย่างเกรงใจเมีย“ว่าไงคะ!!” ชณิดาภาถามเสียงเขียว“เปล่าครับเปล่า” ปฏิเสธด้วยคำพูดแต่ท่าทางก็มาพร้อมด้วยการโบกมือว่อนไปมาเฮ้อ สุดท้ายก็แพ้เมียอีกจนได้“พี่อัครน่ารักจังเลย” กรรณิกาปิดปากหัวเราะราวมีเรื่องตลกน่าขบขัน“ใช่ไหมล่ะ” ชณิดาภายักคิ้วให้เพื่อนประมาณว่าข่มไม่ได้อย่างฉันล่ะสิ เลยถูกเพื่อนสาวเบะปากใส่ซะเลยข้อหาหมั่นไส้ห้องอาหารที่สองคู่นั่งกันอยู่นั้นเป็นโซนอาหารไทยที่เคยมานั่งกินข้าวกับอัครเดชเมื่อคืนกรรณิกาสังเกตบริเวณโดยรอบ หลังเมื่อคืนไม่ได้แม้แต่จะมอง สถานที่ของที่นี่จัดได้อย่างสวยงาม สอดแทรกความเป็นไทยเข้าด้วยกันได้ เพอร์เฟกต์ถูกใจคนรักการจัดสวนอย่างเธอเป็นที่สุดด้านที่เธอนั่ง
“อย่าทำอย่างนั้นสิคะ” นนทภัทรพูดด้วยน้ำเสียงงัวเงียเมื่อถูกรบกวนห้วงนิทราจากคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดแล้วกระชับรัดกอดแน่น“อือ กิ่งหายใจไม่ออกนะ” พลางใช้มือดันอกแกร่งที่เปลือยเปล่าอยู่ออก และเธอเพิ่งรู้ตัวว่าไม่อาภรณ์ใด ๆ อยู่บนเรือนร่างเลยแม้แต่ชิ้นเดียว “พี่นนท์ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าให้กิ่งด้วยคะ”แต่คนที่กำลังสูดดมกลิ่นกายหอม ๆ อยู่หาสนใจไม่ กลับใช้ปลายนิ้วชี้ข้างหนึ่งจี้เอวบางอย่างหยอกเย้า เป็นผลให้คนโดนแกล้งหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง เพราะบ้าจี้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เจออย่างนี้จึงเกิดอาการชักดิ้นชักงอให้เห็น“ฮ่า ฮ่า พี่นนท์คะกิ่งจั๊กจี้นะ อย่าแกล้งกันอย่างนี้สิ”แกล้งจนพอใจชายหนุ่มถึงปล่อยร่างเล็ก เมื่อหลุดออกจากแขนแกร่งได้หญิงสาวรีบลุกขึ้นวิ่งเข้าห้องน้ำทั้งร่างกายเปลือยเปล่าอย่างนั้น แต่ก่อนจะเข้าไปกับหันมาแลบลิ้นใส่ร่างสูงที่นั่งมองมาจากบนที่นอน“ยังอีก!”นนทภัทรทำท่าจะลุก ทำให้ร่างเล็กส่งเสียงกรีดร้องออกมาแล้วรีบปิดประตูห้องน้ำจนเกิดเสียงดัง เกรงว่าชายหนุ่มจะเข้ามาแกล้งเธอถึงข้าง
“กิ่งจ๋า อาบน้ำพร้อมพี่นะครับ พี่อยากมีคนถูหลังให้น่ะ”“ว้าย! พี่นนท์” เข้าห้องมาได้ชายหนุ่มก็อุ้มร่างบางตรงไปยังห้องน้ำทันที หญิงสาวกรีดร้องด้วยความตกใจ ก่อนสามีหนุ่มจะวางร่างของเธอลงพื้นกระเบื้องพร้อมทั้งจับถอดเสื้อผ้าจนหมด ไม่ว่าจะเป็นของชิ้นเล็กชิ้นน้อย ถึงมาถอดของตัวเองบ้างโดยใช้เวลาแค่เสี้ยววินาที ร่างกายแข็งแรงเปลือยเปล่าอุดมไปด้วยลอนกล้ามเนื้อท้องของผู้ชายที่มักใช้เวลาหมดไปกับการออกกำลังกายเป็นแรมเดือนกว่าจะได้ร่างกายกำยำอย่างนี้ ทำให้หญิงสาวมองด้วยสายตาตกตะลึงเบิกตากว้างอ้าปากค้าง ถึงแม้จะเห็นมาหลายต่อหลายครั้งก็ยังไม่ชินกับร่างกายของสามีหนุ่มอยู่ดี ล่าสุดในคืนเข้าหอเธอไม่ได้สังเกตอะไรในร่างกำยำนี้แม้แต่น้อย ทุกครั้งที่เขาพาเธอเล่นผีผ้าห่มเขาไม่เคยเลยที่จะให้เธอตั้งตัวหรือเตรียมใจและครั้งนี้ก็เช่นเดียวกันปลง!สั้น ๆ แต่ได้ใจความ“กิ่งเช็ดน้ำลายด้วยค่ะ ไหลถึงครางแล้ว” ร่างบางที่มองเขาจนตาค้างอยู่เป็นนานยังไม่ได้สติสักที เลยเอ่ยแซวไปอย่างนั้นเอง“อุ้ย” หญิงสาวตกใจเมื่อได้ยินคำของสามี เลยเกิดอา







