Share

บทที่ 3

last update Last Updated: 2026-01-02 11:26:28

เสี่ยวหยวนจื่อรู้สึกชอบพระชายาผู้นี้ จากที่ได้สัมผัสชั่วระยะเวลาสั้น ๆ นับว่าเป็นคนที่น่าติดตามไม่น้อย นี่แหละสมกับเป็นพระชายาเป่ยอ๋อง มุทะลุดุดันไม่เกรงกลัวผู้ใด แต่เมื่อผ่านมาได้สักพักสังเกตว่าพระชายากลับเอามือจับหัวใจ

“พระชายาเพคะเป็นอะไรหรือไม่” เสี่ยวฟางเข้ามาพยุงตัวพระชายาหลังเดินมาใกล้ถึงเรือนพัก

“ข้าหายใจเกือบไม่ทั่วท้อง นี่ฮุ่ยมามาตามมาหรือไม่” นางเหลือบไปมองข้างหลังไม่เห็นผู้ใดก็เบาใจไปได้หน่อย อย่างน้อยวันนี้ก็ไม่ต้องฟังยายแก่ขี้บ่นสั่งสอนมารยาท

“โธ่...ข้าก็นึกว่าท่านไม่กลัว” เสี่ยวฟางมุ่ยหน้าอย่างผิดหวัง

“กลัวสิ...แต่ข้าต้องวางมาดพระชายา หากให้นางข่มตั้งแต่วันแรก พวกเจ้าจะอยู่กันยังไง ไม่รู้จักสำนึกบุญคุณข้าเอาเสียเลย” นางค่อนขอด แต่เรียกรอยยิ้มให้กับเสี่ยวหยวนจื่อที่เป็นสตรียิ้มยากให้ผลิยิ้มครั้งแรก ตั้งแต่มาอยู่ที่เรือนนี้

“ดูสิเจ้าไม่ค่อยยิ้ม แต่พอยิ้มข้าก็รู้สึกสดชื่นขึ้นทันตา เจ้ายิ้มบ่อย ๆ นะ”

เสี่ยวหยวนจื่อตีสีหน้าขรึมทันทีเมื่อพระชายาทักเช่นนี้ นางไม่ค่อยยิ้มเพราะด้วยงานของตัวเอง และต้องดึงสีหน้าของตนตึง เพื่อให้อ่านออกยากเสมอ แต่กับพระชายานางกลับหลุดตัวตนที่สร้างเอาไว้ง่าย ๆ เช่นนี้

‘น่าเจ็บใจจริง’

“ถ้าข้าไปเรียนมารยาท คนอย่างฮุ่ยมามามีหรือจะให้ข้าเรียนดี ๆ ลงโทษข้าไม่ได้ก็เอาเรื่องกับพวกเจ้า ข้าจึงต้องแข็งแกร่งปกป้องพวกเจ้าเข้าใจหรือไม่” ต่อให้สาวใช้ของนางจะเป็นคนของจวนเป่ยอ๋อง แต่นางก็ต้องปกป้องขึ้นชื่อว่าคนของนาง ใครก็ห้ามรังแก

“ขอบพระทัยเพคะพระชายา” ทั้งเสี่ยวฟางและเสี่ยวหยวนจื่อรีบยอบกายเคารพพระชายาอย่างซาบซึ้ง ก่อนจะเข้าไปพักผ่อนที่เรือน

เมื่อกลับมาถึงทั้งเรือนก็สะอาดเอี่ยมอ่อง และเสี่ยวเฟิงก็จัดการงานส่วนของเสี่ยวหยวนจื่อเรียบร้อยแล้ว

“นี่เจ้าทำคนเดียวหรือ” เหรินเล่อแปลกใจนัก ทำไมเสี่ยวเฟิงทำงานเก่งเช่นนี้ หรือนางถนัดใช้แรงงาน

“เพคะ พวกท่านไปเผชิญหน้ากับฮุ่ยมามาต้องเหน็ดเหนื่อย กลับมาถึงเรือนเห็นความสะอาดเรียบร้อยจิตใจย่อมปลอดโปร่ง ตอนเด็ก ๆ ข้าเป็นลูกสาวของชาวนา แต่พ่อกับแม่มีลูกหลายคน และข้าทำงานในไร่ในสวนไม่เก่งจึงได้รับหน้าที่ซักผ้าหุงข้าว ทำความสะอาดบ้าน ข้าจึงถนัดเพคะ”

เสี่ยวเฟิงรีบบอกเหตุผลว่าเหตุใดนางจึงชำนาญ และนั่นเรียกสีหน้ายินดีให้กับเหรินเล่ออย่างยิ่ง

“ดีต่อไปหน้าที่จัดการงานเรือนของข้าเป็นหน้าที่เจ้าก็แล้วกัน ดูท่าแล้วเจ้าคงตบตีกับผู้ใดก็คงไม่ชนะหรอก ส่วนเสี่ยวหยวนจื่อเจ้าแม้ไม่ค่อยช่างเจรจา แต่สุขุมรอบรู้ติดตามข้ากับเสี่ยวฟางเวลาต้องไปพบใครในจวนแห่งนี้ก็แล้วกัน”

นางคิดว่ามอบหมายงานตามที่แต่ละคนถนัดจะดีกว่า เมื่อสั่งการสาวใช้เสร็จย่อตัวลงนั่งไม่ทันติดเก้าอี้ก็มีบ่าวรับใช้มาตามอีกแล้ว นางจึงต้องปั้นหน้าดุจนางพญาหงส์อีกครั้ง

“เรียนพระชายาได้เวลาเสวยอาหารแล้วเพคะ”

“อื้ม...ข้ารู้แล้ว”

ไม่รู้ว่าจวนแห่งนี้กินข้าวสายเพียงนี้เชียวรึ

“ที่นี่กินข้าวเวลาใดบ้าง” นางไม่ปล่อยให้สงสัยนานถามบ่าวรับใช้ทั้งสองทันที

“ที่นี่กินข้าวเวลาเดียวเพคะ คือยามอู่” เป็นเสี่ยวหยวนจื่อตอบนายของตนแทน

“ท่านอ๋องอับจนเพียงนี้เชียวหรือ จวนออกใหญ่โต”

เหรินเล่อไม่ทราบว่าที่พูดนั้นหยามน้ำหน้าเป่ยอ๋องเข้าแล้ว และเขาก็เดินผ่านมาพอดี

“เอ่อ...เรื่องนี้...” เสี่ยวเฟิงเองก็ไม่กล้าตอบ แต่กฎของมามาให้กินข้าวเวลาเดียวมาตลอด เพราะท่านอ๋องกินข้าวแค่เวลาเดียว ดังนั้นบ่าวจะกินมากกว่านายไม่ได้

“เสี่ยวฟางส่งจดหมายไปให้ท่านพ่อส่งข้าวสารมาจวนเป่ยอ๋อง คนทำงานกันทั้งวันให้กินข้าวเวลาเดียวแล้วจะเอาแรงที่ใดมาทำ มิน่าพวกเจ้าดูขาดสารอาหาร หากรู้ว่าสามียากจนข้าจะขนทองที่บ้านข้ามาให้มากหน่อย” คิดแล้วก็เสียดาย พี่ใหญ่ให้ขนทองมาอีกสองสามหีบแท้ ๆ แต่นางเกรงใจท่านพ่อกลัวทองในคลังจะเหลือน้อย

เป่ยอ๋องไม่คิดว่านางเป็นพระชายาจะไม่เห็นหัวเขาถึงเพียงนี้ จึงคิดจะเดินเข้าไปจัดการต่อว่าเสียหน่อย แต่เมื่อหันมาเห็นสีหน้าของเหลียงเหล่ยขันทีคู่กายจึงเอ่ยถามขึ้น

“จวนข้าเลี้ยงบ่าวไม่ดีใช่หรือไม่”

เหลียงเหล่ยปาดเหงื่อทันที เขาได้ยินทุกคำที่พระชายากล่าว ท่านอ๋องคงไม่ชอบให้ผู้ใดต่อว่าตนยากจนกระมัง

“เรื่องนั้น...”

“เอาเถอะ...ไปรอที่โต๊ะอาหารข้าจะประกาศเรื่องสำคัญวันนี้” เกิดมาไม่เคยมีใครหักหน้าเขาเช่นนี้มาก่อน นางเป็นเพียงสตรีแต่จะให้บ้านเดิมนางส่งข้าวสารส่งทองเข้ามาเติมเสบียงในจวน รู้ถึงไหนอับอายถึงนั้น ไม่รู้กฎพวกนี้ตั้งกันไว้เช่นไร เขามัวแต่ออกรบและไม่ค่อยเสวยอาหารมากนัก เพราะจะทำให้ร่างกายไม่กระฉับกระเฉง แต่นางกลับคิดว่าเขายากจนข้นแค้น

ใบหน้าถมึงทึงนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหาร เขารอนางราวหนึ่งเค่อแล้ว นางเพิ่งเดินนวยนาดมาถึง สร้างความไม่พอใจอย่างยิ่งให้กับเขา เสียงถอนหายใจอย่างไม่สบอารมณ์ทำเอาเหล่าบ่าวไพร่สะดุ้งสะเทือนกันเป็นทิวแถว

เหรินเล่อมาถึงก็ยอบกายทักทายสวามีก่อนจะนั่งลง

“คารวะท่านอ๋องเพคะ”

“เรือนเจ้าอยู่ไกลรึ เหตุใดจึงมาช้า”

เหรินเล่อเงยหน้าขึ้นมองคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีชัด ๆ อีกทีโดยที่ไม่มีผ้าคลุมหน้าพบว่าเขางดงามตามฉบับบุรุษซีเป่ยทีเดียว ตาคม คิวดาบ จมูกโด่งเป็นสัน คางยาวกลมมนรับกับใบหน้ารูปไข่ มองโดยรวมยังไงก็ยังได้ขึ้นชื่อว่าบุรุษรูปงาม เสียอย่างเดียว

‘ปากเสียไปหน่อย’

“ขออภัยที่ให้ท่านอ๋องรอเพคะ ข้าเพียงมีเรื่องปรึกษากับบ่าวรับใช้เล็กน้อย...ระ...เรื่อง” นางกำลังจะเอ่ยว่าปรึกษาเรื่องใดอยู่ เขาก็พูดแทรกขึ้นกลางคัน

“ฮุ่ยมามา ต่อไปบ่าวรับใช้ให้กินข้าวสองมื้อ เที่ยงกับเย็น ทุกมื้อให้มีเนื้อด้วย ร่างกายบ่าวไพร่จะได้แข็งแรง”

เหรินเล่อกำลังจะเอ่ยเรื่องนี้พอดี แต่เขากลับประกาศให้กินข้าวสองมื้อ...นี่เขามีวิชาหูสุนัขหรือไง จึงได้ยินที่นางสนทนากันในเรือน

“อะ...ไรนะเพคะท่านอ๋อง” ฮุ่ยมามาเดิมดูแลเรื่องค่าใช้จ่าย ที่จริงบ่าวรับใช้ต้องกินข้าวสองมื้อ แต่นางอ้างเรื่องท่านอ๋องกินเพียงมื้อเดียวบ่าวก็ต้องมื้อเดียวเช่นกัน ไม่นึกว่าท่านอ๋องจะสนใจไยดีความเป็นอยู่ของเหล่าบ่าวไพร่ด้วย นางรู้สึกกระวนกระวายใจเรื่องค่าใช้จ่ายขึ้นมาทันที

“หูหนวกรึ?” เป่ยอ๋องไม่เคยดุฮุ่ยมามา นี่คือครั้งแรกทำให้ฮุ่ยมามารีบก้มหน้ารับคำสั่งทันที

“หามิได้เพคะท่านอ๋อง ผู้น้อยทราบแล้ว” ฮุ่ยมามาเหลือบไปเห็นสายตาไหวระริกของพระยาชาก็รู้สึกเจ็บใจ แต่เดิมคิดอยากใช้คำสั่งท่านอ๋องให้นางอยู่ในโอวาท แต่เรื่องเปลี่ยนไปเช่นนี้ไม่รู้ใครปากโป้งไปแจ้งท่านอ๋อง หากนางรู้จะเอากะลาตบปากให้เลือดกระเด็น

ค่าใช้จ่ายที่เป็นส่วนต่างนางก็ไม่มีสิทธิ์ข้องเกี่ยวอีกต่อไป ที่สะสมมาหลายปีก็นำออกไปใช้ซื้อที่ดิน กับสะสมเอาไว้ใช้ยามชรา นับจากนี้นางต้องตรวจตราเรื่องข้าวของให้ดี ไม่สะสมให้มากเหมือนแต่ก่อนได้อีก

“มามาท่านลำบากใจสิ่งใดรึ หากขาดแคลน...” เหรินเล่อยังไม่ทันเอ่ยจบก็มีเสียงดังขึ้นขัดจังหวะ

ปัง!

เสียงมือกระทบกับโต๊ะทำให้ทุกคนสะดุ้งแล้วเสียงคำรามลั่นของเป่ยอ๋องก็ดังขึ้นตามมา

“จวนเป่ยอ๋องไม่เคยขาดแคลนสิ่งใด!”

คำพูดของเป่ยอ๋องสร้างความหวั่นเกรงจนใบหน้ามามาซีดเผือด เช่นนั้นท่านอ๋องคงระแคะระคายบ้างกระมังเรื่องของกินของใช้ในจวนที่ไม่ค่อยดีนัก

“ไม่ขาดแคลนก็ไม่ขาดแคลน แต่หากวันใดขาดแคลนข้าเอาของจากบ้านของข้ามาก็ได้ บ้านข้าอุดมสมบูรณ์ทั้งข้าวปลาอาหาร เงินและทองคำ” เหรินเล่อมองตาเขานิ่งไม่หวั่นเกรงสิ่งใด ยิ่งเมื่อรู้จุดอ่อนของเป่ยอ๋องนางชอบชอบใจ

‘ชายชาตินักรบฆ่าได้หยามไม่ได้’ หึ หึ นางจะรอดูว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป

เป่ยอ๋องหยิบตะเกียบขึ้นแล้วก็เริ่มลงมือทานอาหาร เขาคีบจานไหน นางก็ต้องคีบตามรู้สึกไม่อิสระไม่พอ อาหารจืดชืดเป็นน้ำแบบนี้ สาบานว่าได้ปรุงมาแล้ว

‘ไร้รสชาติชะมัด’

แต่สายตาของนางมองไปยังสาวใช้ที่คอยปรนนิบัติท่านอ๋อง ทั้งคอยคีบให้ ทั้งรินน้ำชายให้ขยับจานกับข้าวให้ทั้งที่อยู่แค่ตรงหน้าเป่ยอ๋อง ทำให้นางหงุดหงิดจึงจ้องมองไปที่สตรีนางนั้นอย่างเปิดเผย

เมื่อสายตาของนางสบประสานไปยังสาวใช้อีกคนเขาก็ปาตะเกียบทันทีที่เพิ่งกินไปได้ไม่กี่คำ...

ปึง!

“ท่านอ๋องอิ่มแล้วหรือเพคะ” เสียงอ่อนหวานถามอย่างเป็นห่วง จนทำให้เหรินเล่ออดแบะปากไม่ได้ หากเป็นเช่นนี้อีกนิดก็เคี้ยวแทนแล้วก็บ้วนให้เป่ยอ๋องทำหน้าที่กลืนอย่างเดียวกระมัง

“อิ่มแล้ว” เขาบอกเสียงเข้ม

“แต่เพิ่งกินได้นิดเดียวเองนี่เพคะ”

สาบานว่าสตรีผู้นี้เป็นสาวใช้ หากเดาไม่ผิดคงเป็นสตรีอุ่นเตียงหรือหากเป็นที่เผ่าของนางก็เรียกว่าอนุนั่นเอง

“ต่อไปเจ้าไม่ต้องร่วมโต๊ะอาหาร เห็นหน้าเจ้าแล้วไม่จรรโลงใจ กินข้าวไม่อร่อย...”

พูดจบก็ลุกเดินออกไปทันที ไม่รั้งรอให้นางต่อปากต่อคำ

‘หน็อยยย...ฝากไว้ก่อนเถอะแก้แค้นสิบปีไม่สาย มาว่าเห็นหน้าข้ากินข้าวไม่อร่อย แล้วอย่ามาร้องขอกินอาหารจากเรือนข้าแล้วกัน’

สตรีผู้นั้นยิ้มเยาะใส่นางแล้วก็สะบัดหน้าตามท่านอ๋องออกไป ทำให้นางคิดว่าต้องจัดการอะไรสักอย่าง หากบ่าวรับใช้ผู้นี้กำเริบเสิบสานเกินไป นางจะคุมคนไม่ได้

“เสี่ยวหยวนจื่อกลับ!”
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 61

    “เช่นนั้นคืนนี้เราอาบน้ำด้วยกันดีหรือไม่...” อาบน้ำในความหมายของเป่ยอ๋องย่อมไม่ได้อาบน้ำธรรมดา และเขาชอบอาบน้ำกับนางที่สุด “ไม่เพคะ” “ใจร้าย เจ้าไม่รู้หรือว่าข้าอด...อยาก...มานานเท่าไหร่แล้ว” เขาจงใจเน้นคำให้นางรู้ว่าเขาทรมานเพียงใด “ข้าง่วงแล้ว” “ไม่เป็น

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 60

    สามปีถัดมาเป่ยอ๋องสร้างเรือนใหญ่โตที่ชายแดนสำหรับลูก ๆ ได้วิ่งเล่น เพราะนางไม่ยอมกลับมาซีเป่ย ดังนั้นจึงเป็นข้อตกลงกันว่าอยู่ที่ชายแดนระหว่างเผ่าหลูเค่อ เอ้อ กับซีเป่ยและเมื่อเป่ยอ๋องสร้างเรือนอย่างยิ่งใหญ่ การค้าแถบชายแดนก็คึกคักมากยิ่งขึ้น ขุนนางที่เอาแต่รับส่วยถูกกำจัดจนหมดสิ้น เหลือเพียงขุนนางซื

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 59

    เหรินเล่อขึ้นเตียงแล้วหลับตาทันที ทั้งสั่งไม่ให้คนเข้ามารบกวน เพราะนางง่วงนอนแล้ว แต่มีหรือใครจะขวางเป่ยอ๋องได้ จนเมื่อเขามาหยุดยืนอมยิ้มให้กับนางอยู่ข้างเตียงนอน “เจ้ารีบมานอนรอข้าเช่นนี้ รู้ใช่หรือไม่รางวัลของข้าคืออะไร” เสียบแหบพร่าเปล่งข้างหู แต่แล้วนางก็ผลักไสเขาออกไป เพราะเนื้อตัวเขาม

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 58

    สามวันต่อมา เหรินเล่อเริ่มอยากออกกำลังกายมากขึ้น เพราะเอาแต่นอนจนรู้สึกปวดหัวไปหมด โดยที่หลังจากนางฟื้น อีกคนก็ป้วนเปี้ยนกับนางโผล่มาให้เห็นเช้า กลางวันและเย็น มีบางช่วงที่หายไปนางให้คนไปสืบก็พบว่าเขาไปดูค่ายทหารที่ชายแดน แต่เมื่อนางคิดถึงได้ไม่ทันไร คนหน้าด้านก็โผล่มาให้นางเห็นอีกแล้ว วันน

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 57

    “แล้วรู้แล้วรึ” “แน่นอนว่ารู้แล้ว ทั้งซื่อหนิงฮวา และฮุ่ยซื่อเหลียนได้รับกรรมที่ก่อไว้แล้ว” ซื่อหนิงฮวาเขาย่อมตัดขาดนาง และคิดว่านางคงเสียหน้าไม่น้อยที่เขาปฏิเสธรัก ส่วนฮุ่ยซื่อเหลียน การต้องทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเองในวัยที่ใกล้ฝั่งแล้วคงไม่ง่ายนัก “เหอะ...ข้าไม่เชื่ออย่างท่านหรือจะต

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 56

    “นาง...ตั้งครรภ์!” เขาหันกลับมามองเหรินหลี่เฉียนที่เข้ามาด้านใน แล้วก็ยังไม่ทันได้ขวาง จนอีกร่างก็ได้ยินที่นางเพ้อด้วยพิษไข้แล้ว “ใช่...หลานข้าไม่เกี่ยวกับเจ้า” เหรินหลี่เฉียนผลัก เป่ยอ๋องให้หลบออกไป “แต่ข้าเป็นบิดากับสามี” “แต่เจ้าทำนางเจ็บปวด จนหัวใจสลาย” คำพูด

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status