ข้าไม่ใช่ภรรยาโง่เง่าของท่านอีกต่อไป

ข้าไม่ใช่ภรรยาโง่เง่าของท่านอีกต่อไป

last updateDernière mise à jour : 2025-10-29
Langue: Thai
goodnovel4goodnovel
Notes insuffisantes
17Chapitres
555Vues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

ในอดีต 'ซูเหยา' หลงรัก 'องค์ชายหานเย่ว์' จนยอมเป็นภรรยาโง่เง่าที่ถูกเขาทอดทิ้งให้ตรอมใจตายอย่างเดียวดาย เมื่อสวรรค์เมตตาให้ ปลายพู่กันจันทรา ได้เริ่มเขียนชีวิตบทใหม่ นางจึงไม่ขอหวนกลับไปสู่เส้นทางรักที่พังพินาศอีก ชาตินี้ข้าจะไม่เป็นเพียงภรรยาในเงาของใคร ข้าจะใช้ไหวพริบและความรู้ที่มีสร้างอาณาจักรผ้าไหมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแคว้น แต่ไฉนเลย องค์ชายหานเย่ว์ ผู้นั้นที่เคยเย็นชาใส่ข้า ถึงได้มานั่งเฝ้าหน้าโรงเตี๊ยมของข้าทุกวัน ท่านเจ้าคะ... ท่านมาขอคืนดีหรือมาขอแบ่งกำไรจากร้านของข้ากันแน่ เมื่อท่านยอมลดศักดิ์ศรีมานั่งปอกผลไม้ในครัวให้ข้า ข้าก็ต้องยอมรับว่า...'ท่านอดีตสามีผู้เย็นชา' เริ่มมีท่าทางน่ารักจนใจข้าหวั่นไหวเสียแล้ว

Voir plus

Chapitre 1

บทที่ 1 เริ่มต้นใหม่ ตอนที่ 1/3

กลิ่นกำยานอ่อนจางลอยกรุ่นอยู่ในอากาศยามเช้าตรู่ ไอเย็นกระทบผิวกาย ซูเหยาปรือตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกแรกที่กระทบสัมผัสไม่ใช่ความเหน็บหนาวของพื้นหินเย็นเยียบ ไม่ใช่ความเจ็บปวดจากการตรอมใจจนธาตุไฟแตกดับ หากแต่เป็น ความอ่อนนุ่มของผ้าห่มต่วนหนา ที่กำลังโอบล้อมกายเอาไว้

นางยังไม่ตาย?

ดวงตาที่เคยปราศจากแววของซูเหยาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความสงบเยือกเย็นที่ฝึกฝนมาเนิ่นนานในความว่างเปล่าของความตาย ไม่อาจต้านทานความสับสนที่ถาโถมเข้ามาได้ นางพลิกกายลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า ภายใต้ผ้าม่านเตียงที่ทอจากไหมเนื้อดี ประดับด้วยพู่หยกงดงาม แสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณสาดส่องลอดเข้ามาเบาบางจนมองเห็นฝุ่นผงเต้นระยิบระยับในอากาศ

ที่นี่คือ... ห้องนอนของนางในจวนตระกูลซู

ห้องนอนที่คุ้นเคยเสียจนความเจ็บปวดระลอกใหญ่ไหลบ่าเข้าท่วม

ซูเหยาหลับตาลงอย่างอ่อนล้า สัมผัสที่ปลายนิ้วยังคงรู้สึกถึงความ "มีชีวิต" ของเลือดเนื้อและลมหายใจ นางแตะลงบนทรวงอกของตนเอง หัวใจ... กำลังเต้นอยู่จริง ๆ

ความทรงจำจากชาติที่แล้วที่ควรจะกลายเป็นเถ้าธุลี กลับชัดเจนราวภาพวาดที่เพิ่งเขียนเสร็จ ซูเหยา คือภรรยาโง่เง่าที่หลงรัก องค์ชายหานเย่ว์ จนยอมละทิ้งศักดิ์ศรีของตระกูลขุนนางผู้ดีงาม ยอมทุ่มเททั้งชีวิตจิตใจเพื่อผู้ชายที่ไม่มีวันมองเห็นคุณค่าของนาง

นางเฝ้ารอเขาอยู่ที่เรือนรองอย่างโดดเดี่ยว ในขณะที่เขามีสนมและอนุมากมาย นางยอมถูกเหยียดหยาม ถูกทอดทิ้ง และสุดท้าย... นางก็ตรอมใจตายอย่างเดียวดาย ไม่มีแม้แต่หน้าขององค์ชายผู้นั้นมาดูใจเป็นครั้งสุดท้าย

‘ซูเหยา... เจ้ามันโง่เง่าจริง ๆ’

ความเจ็บปวดจากพิษรักที่กัดกินจนสิ้นลมในอดีต ยังคงหลงเหลือความขมขื่นไว้ให้สัมผัสแม้จะย้อนเวลากลับมาแล้วก็ตาม ทว่า... ความเจ็บปวดนั้นกลับกลายเป็นพลังงานบางอย่างที่แกร่งกร้าว

นางกวาดสายตาไปรอบห้องอีกครั้งอย่างละเอียด นางเห็นชุดแต่งงานที่ยังอยู่ในหีบผ้าไหมสีแดงมงคล เห็นเครื่องประดับทองคำที่มารดาสั่งทำพิเศษสำหรับงานอภิเษกที่กำลังจะมาถึง

นี่คือ ช่วงเวลาก่อนที่นางจะเริ่มก่อความผิดพลาดอันใหญ่หลวง

เป็นช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับองค์ชายยังอยู่ในระดับ 'การหมั้นหมาย' ยังไม่ได้ก้าวไปสู่จุดที่ความรักกลายเป็นความผูกพันและหนี้แค้นที่ยากจะสะสาง ในตอนนี้นางยังคงเป็นเพียงบุตรีตระกูลซูผู้สูงศักดิ์ ยังไม่ถูกตราหน้าว่าเป็น 'ภรรยาโง่เง่า' ที่ไม่รู้จักดูแลตัวเอง

ซูเหยาพรูลมหายใจออกมาอย่างช้า ๆ ความรู้สึกวุ่นวายภายในจิตใจถูกระงับไว้

ชาติที่แล้ว... นางทุ่มเททั้งชีวิตให้ความรักที่ไร้ค่า

ชาตินี้... นางจะไม่ยอมสูญเสียลมหายใจนี้ไปเพราะผู้ชายคนเดิมอีกเป็นอันขาด

นางลุกจากเตียงไปยังหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หญิงสาวในกระจกมีใบหน้าอ่อนเยาว์และงดงาม ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดใส ไม่มีความหมองคล้ำและร่องรอยของการตรอมใจเหมือนซูเหยาที่สิ้นลมในอดีต

นางยื่นมือออกไปสัมผัสใบหน้าตนเอง นี่คือร่างกายที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา เป็นร่างกายที่ยังสามารถสร้างทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นมาใหม่ได้

 "องค์ชายหานเย่ว์..." นางเอ่ยชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ หากแต่เต็มไปด้วย ความเหินห่างที่ไม่สามารถข้ามผ่านได้

‘ท่านอาจเป็นรัชทายาทที่สูงส่ง อาจเป็นชายที่งดงามที่สุดในใต้หล้า... แต่สำหรับข้าในชาตินี้ ท่านก็เป็นเพียงคนแปลกหน้าผู้หนึ่งเท่านั้น’

ความคิดของซูเหยาไม่ได้เต็มไปด้วยความแค้นอาฆาต หากแต่เต็มไปด้วย ความสงบและการปลดปล่อย นางเลือกที่จะไม่แก้แค้นด้วยวิธีการทำลายชีวิตผู้อื่น เพราะการแก้แค้นที่ดีที่สุดคือการสร้างชีวิตใหม่ให้เหนือกว่าในอดีต

นางย้อนเวลากลับมาพร้อมกับ ความทรงจำของนักธุรกิจหญิงผู้เก่งกาจ ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ในโลกอนาคตที่เต็มไปด้วยการแข่งขันทางการค้า และความรู้นั้นจะกลายเป็นอาวุธที่คมคายที่สุดของนาง

ซูเหยาเดินไปยังตู้ไม้เนื้อดีที่ตั้งอยู่มุมห้อง นางเปิดลิ้นชักที่เคยเป็นที่เก็บสมบัติล้ำค่าที่สุดในชีวิตของซูเหยาคนเก่า

ข้างในมีจดหมายรักที่เขียนค้างไว้ มีพู่หยกแกะสลักรูปมังกรที่ตั้งใจจะมอบให้องค์ชายหานเย่ว์ในงานเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ และมีปิ่นปักผมที่นางเคยแอบซื้อมาจากช่างฝีมือดีที่องค์ชายเคยเอ่ยชม

นางใช้ปลายนิ้วแตะลงบนปิ่นหยกนั้น เพียงครู่เดียวก็ชักมือกลับ ราวกับว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเชื้อโรคที่น่ารังเกียจ นางไม่มีความรู้สึกใด ๆ เหลืออยู่เลย นอกจากความว่างเปล่า

นางกวาดทุกสิ่งลงในกล่องไม้ใบเล็ก นำไปวางไว้ข้างเตาผิงสำหรับอุ่นกายยามฤดูหนาว แม้ตอนนี้จะเป็นฤดูใบไม้ผลิ แต่เตาผิงก็ยังคงมีเชื้อไฟอยู่

เปลวไฟสีแดงฉานค่อย ๆ กลืนกินกระดาษที่บรรจุความรู้สึกอันโง่เขลาของนางในชาติที่แล้ว แสงไฟสะท้อนในดวงตาของซูเหยาอย่างเฉยเมย นางเฝ้ามองอดีตที่เคยทำลายชีวิตตัวเองถูกเผาผลาญจนกลายเป็นเถ้าถ่าน

"ความรักที่ทำให้ข้าตรอมใจตาย... ก็ควรจะตายไปพร้อมกับความทรงจำอันโง่เขลานั้น"

นางใช้เท้าเขี่ยเถ้าถ่านที่หลงเหลืออยู่ให้มอดดับลงอย่างสมบูรณ์

สิ้นแล้ว... เพลิงผลาญแห่งความรักที่ว่างเปล่า

ซูเหยาเงยหน้าขึ้นมองเพดานไม้ที่งดงามของห้องนอน นางไม่ได้คิดถึงองค์ชายหานเย่ว์อีกต่อไป ในหัวของนางเต็มไปด้วยแผนการที่วางซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ราวกับกลยุทธ์ของนักบริหารมืออาชีพ

เป้าหมายใหม่ของนางคือการสร้าง อาณาจักรผ้าไหม ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแคว้น

นางก้าวลงจากเตียง สวมชุดคลุมเรียบง่าย แล้วเดินออกไปจากห้องอย่างสงบ

ซูเหยาคนเก่าที่เคยอ่อนแอได้ตายลงไปแล้วจริง ๆ

ซูเหยาคนใหม่ กำลังจะเริ่มต้นชีวิตในฐานะ นายหญิงผู้ยิ่งใหญ่

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
17
บทที่ 1 เริ่มต้นใหม่ ตอนที่ 1/3
กลิ่นกำยานอ่อนจางลอยกรุ่นอยู่ในอากาศยามเช้าตรู่ ไอเย็นกระทบผิวกาย ซูเหยาปรือตาขึ้นอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกแรกที่กระทบสัมผัสไม่ใช่ความเหน็บหนาวของพื้นหินเย็นเยียบ ไม่ใช่ความเจ็บปวดจากการตรอมใจจนธาตุไฟแตกดับ หากแต่เป็น ความอ่อนนุ่มของผ้าห่มต่วนหนา ที่กำลังโอบล้อมกายเอาไว้นางยังไม่ตาย?ดวงตาที่เคยปราศจากแววของซูเหยาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความสงบเยือกเย็นที่ฝึกฝนมาเนิ่นนานในความว่างเปล่าของความตาย ไม่อาจต้านทานความสับสนที่ถาโถมเข้ามาได้ นางพลิกกายลุกขึ้นนั่งอย่างเชื่องช้า ภายใต้ผ้าม่านเตียงที่ทอจากไหมเนื้อดี ประดับด้วยพู่หยกงดงาม แสงอาทิตย์ยามรุ่งอรุณสาดส่องลอดเข้ามาเบาบางจนมองเห็นฝุ่นผงเต้นระยิบระยับในอากาศที่นี่คือ... ห้องนอนของนางในจวนตระกูลซูห้องนอนที่คุ้นเคยเสียจนความเจ็บปวดระลอกใหญ่ไหลบ่าเข้าท่วมซูเหยาหลับตาลงอย่างอ่อนล้า สัมผัสที่ปลายนิ้วยังคงรู้สึกถึงความ "มีชีวิต" ของเลือดเนื้อและลมหายใจ นางแตะลงบนทรวงอกของตนเอง หัวใจ... กำลังเต้นอยู่จริง ๆความทรงจำจากชาติที่แล้วที่ควรจะกลายเป็นเถ้าธุลี กลับชัดเจนราวภาพวาดที่เพิ่งเขียนเสร็จ ซูเหยา คือภรรยาโง่เง่าที่หลงรัก องค์ชายหานเย่ว์ จนย
Read More
บทที่ 1 เริ่มต้นใหม่ ตอนที่ 2/3
ซูเหยาสวมเสื้อคลุมสีเขียวอ่อนเรียบง่ายที่ไม่ได้ปักลวดลายวิจิตรบรรจง นางก้าวออกจากเรือนอย่างสงบเงียบผิดวิสัย ซูเหยาคนเก่า นั้น หากตื่นขึ้นมาในยามนี้ มักจะเร่งเร้าให้สาวใช้เตรียมชุดที่สวยที่สุดเพื่อหวังจะไปพบองค์ชายหานเย่ว์ หรืออย่างน้อยก็ต้องเฝ้ามองไปทางประตูจวนเพื่อรอคอยเทียบเชิญที่ไม่มีวันมาถึงแต่ ซูเหยาคนใหม่ เดินตรงไปยังเรือนกลางอย่างใจเย็นและมั่นคง สายตานางสงบราวผิวน้ำในยามราตรี ไม่มีความกระวนกระวายหรือความใคร่หลงใด ๆ เหลืออยู่เลยเมื่อนางเดินไปถึงห้องโถงหลัก มารดาของนาง ฮูหยินซู กำลังนั่งจิบชาอยู่ นางเป็นสตรีที่รักบุตรสาวมากที่สุด แต่ก็หนักใจที่สุดกับอาการ 'คลั่งรัก' ของซูเหยา"เหยาเอ๋อร์ เจ้าตื่นเช้าจังวันนี้..." ฮูหยินซูเงยหน้าขึ้นทักทายด้วยสีหน้าอ่อนโยน แต่เมื่อเห็นท่าทางของบุตรสาวก็ชะงักไปเล็กน้อย"คารวะท่านแม่" ซูเหยาโค้งคำนับอย่างนุ่มนวล แต่ท่วงท่าสง่างามและเป็นธรรมชาติจนน่าประหลาดใจ นางเลือกที่นั่งที่ใกล้แสงสว่างที่สุด จากนั้นก็รินชาให้มารดาอย่างประณีตฮูหยินซูสังเกตบุตรสาวอย่างถี่ถ้วน นี่ไม่ใช่ 'ซูเหยาผู้เป็นเหมือนกระต่ายน้อย' ที่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับดวงตาที่แดงก่ำเพราะฝันว
Read More
บทที่ 1 เริ่มต้นใหม่ ตอนที่ 3/3
แต่ ซูเหยาคนใหม่ เพียงแค่ปรายตามองไปยังประตูจวนอย่างสงบ ไม่มีแม้แต่รอยยิ้มหรือความหวั่นไหวปรากฏบนใบหน้า นางยังคงจิบชาในถ้วยอย่างเชื่องช้าสาวใช้คนสนิทขององค์ชาย หลี่กงกง ผู้มีท่าทางสง่าผ่าเผย ก้าวเข้ามาในห้องโถงพร้อมกับ เทียบเชิญสีทอง ที่หอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นหอมเฉพาะตัวจากวังขององค์ชาย"คารวะท่านเจ้ากรมซู คารวะฮูหยินซู และคารวะคุณหนูซูเหยาขอรับ" หลี่กงกงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่แฝงไว้ด้วยความหยิ่งผยองเล็กน้อยตามประสาคนสนิทเชื้อพระวงศ์ "วันนี้บ่าวได้รับพระบัญชาจากองค์ชายหานเย่ว์ ให้มาเชิญคุณหนูไปร่วม งานเลี้ยงบุปผา ที่จัดขึ้นเป็นการส่วนตัวในวังเย็นนี้ขอรับ"ในอดีต นี่คือคำเชิญแรก ๆ ที่ทำให้นางเต้นดีใจอย่างบ้าคลั่ง และเป็นจุดเริ่มต้นของความหวังที่ทำให้นางคิดไปเองว่าองค์ชายเริ่มสนใจนางแล้วฮูหยินซูหันไปมองบุตรสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหวัง 'ในที่สุด! องค์ชายก็เริ่มให้ความสนใจบุตรสาวของนางแล้ว'แต่ซูเหยาเพียงแค่วางถ้วยชาลงอย่างแผ่วเบา รอยยิ้มบนใบหน้าของนางยังคงเป็นมิตร แต่ดวงตาคู่นั้นกลับเต็มไปด้วย ความว่างเปล่า ที่ไม่มีใครอ่านออก"ขอบคุณองค์ชายที่ทรงเมตตาเพคะ แต่ซูเหยาคงต้องขอปฏิเสธค
Read More
บทที่ 2 เส้นทางสู่ตงไห่ ตอนที่ 1/3
เสียงล้อรถม้าบดกับกรวดดังครืดคราดอย่างเชื่องช้าในยามที่แสงอรุณกำลังแตะขอบฟ้า ซูเหยา นั่งอยู่ภายในรถม้าที่ตกแต่งอย่างเรียบง่ายที่สุดเท่าที่ฐานะบุตรีของเจ้ากรมซูจะทำได้ มีเพียงผ้าคลุมสีเทาเข้มที่ทำให้นางดูกลืนไปกับผู้คนนางไม่ได้ใช้ขบวนรถม้าที่หรูหราอลังการตามธรรมเนียมของสตรีชั้นสูง มีเพียงรถม้าขนสัมภาระที่จำเป็นสำหรับการทำธุรกิจสองคัน และคนคุ้มกันวัยกลางคน จางซื่อ กับสาวใช้คนสนิท ชิงหลิง เท่านั้นนางเอนกายพิงเบาะ มองผ่านช่องหน้าต่างบานเล็กไปยังประตูเมืองหลวงที่กำลังถอยห่างออกไปเรื่อย ๆ ภาพของประตูวังและกำแพงสูงใหญ่ที่นางเคยเฝ้ามองด้วยความหลงใหลในอดีต ปรากฏอยู่เบื้องหน้าเป็นครั้งสุดท้ายไม่มีความอาลัยอาวรณ์ ไม่มีหยดน้ำตา หรือแม้แต่ความเสียดายใด ๆ ‘อำนาจและความรักที่เคยโอบอุ้มข้าไว้ในกรงทอง... สุดท้ายก็ทำลายข้าจนสิ้น ฉะนั้นชีวิตใหม่นี้ ข้าขอสร้างกรงทองด้วยน้ำมือของตนเองเท่านั้น’เมื่อรถม้าเคลื่อนออกจากเขตเมืองหลวงมาได้ระยะหนึ่ง ซูเหยาก็กางแผนที่การค้าและสมุดบันทึกปลายทางของนางคือ เมืองตงไห่ เมืองท่าชายแดนที่อยู่ไกลออกไปสามวันเต็ม เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้แหล่งผลิตรังไหมคุณภาพดี แต่การขน
Read More
บทที่ 2 เส้นทางสู่ตงไห่ ตอนที่ 2/3
การเดินทางสามวันเต็มสิ้นสุดลง เมื่อรถม้าของซูเหยาเข้าสู่เขต เมืองตงไห่ แตกต่างจากเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยกำแพงสูงและวังอันโอ่อ่า ตงไห่เป็นเมืองท่าที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของเกลือทะเลและความวุ่นวายของการค้าขาย เรือสำเภาขนาดใหญ่จอดเทียบท่าอย่างหนาแน่น แม้จะมีชีวิตชีวา แต่เมืองนี้ก็ยังคงมีกลิ่นอายของความล้าหลังอยู่มาก ถนนหนทางไม่ได้รับการดูแลอย่างดี ตึกรามบ้านช่องส่วนใหญ่สร้างจากไม้ที่ดูเก่าแก่‘ที่นี่คือเมืองที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจสูง เพราะเป็นจุดเชื่อมต่อการค้าทางน้ำ แต่ยังไม่ได้รับการพัฒนาและการบริหารจัดการที่ดีพอ’ นั่นหมายถึง โอกาส ที่ยิ่งใหญ่สำหรับนางรถม้าเคลื่อนมาหยุดอยู่หน้าอาคารไม้เก่าแก่หลังหนึ่งที่มีป้ายไม้แขวนอยู่อย่างเงียบเหงา ฉื่อเยว่ (ปลายพู่กันจันทรา) ร้านค้าและโรงงานผ้าไหมของตระกูลซู สาขาตงไห่แห่งนี้ มีสภาพทรุดโทรมกว่าที่นางคาดการณ์ไว้มาก สีของป้ายซีดจาง ประตูร้านดูอับทึบ ไม่มีลูกค้าแม้แต่คนเดียวซูเหยาเกี่ยวผ้าคลุมออกจากใบหน้า นางก้าวลงจากรถม้าอย่างสง่างาม แต่ความรู้สึกภายในใจนั้นไม่ได้โกรธเคือง กลับเป็นความท้าทายที่น่าตื่นเต้นผู้ดูแลร้านที่ออกมาต้อนรับมีเพียงคนเดียว เป็นช
Read More
บทที่ 2 เส้นทางสู่ตงไห่ ตอนที่ 3/3
ซูเหยาใช้เวลาตลอดคืนในการตรวจสอบสมุดบัญชีที่เหลาสือส่งมาให้ เพียงชั่วข้ามคืน โต๊ะทำงานของนางก็เต็มไปด้วยแผนภูมิและตารางเปรียบเทียบที่วาดขึ้นอย่างรวดเร็ว นางพบความผิดปกติทันที การเบิกจ่ายวัตถุดิบ รังไหมเกรดดี มีปริมาณสูงกว่าผลผลิตผ้าไหมที่ได้มากเกินจริง นี่เป็นสัญญาณชัดเจนของการยักยอกเช้าวันรุ่งขึ้น ซูเหยาเรียกประชุมผู้ดูแลโรงงานทั้งหมดในห้องโถงเล็ก ๆ ข้างร้านค้า มีเพียงผู้ดูแลระดับอาวุโสเจ็ดแปดคน และแน่นอนว่ามีเหลาสือรวมอยู่ด้วย ทุกคนมีสีหน้าเคร่งเครียดและกังวล"ข้าขอขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมประชุมในยามเช้านี้" ซูเหยาเริ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ หากแต่ทรงพลัง "ข้าใช้เวลาเพียงคืนเดียวในการวิเคราะห์กิจการของฉื่อเยว่ และผลลัพธ์ที่ได้นั้น... น่าผิดหวังยิ่งนัก"นางไม่ได้ใช้อารมณ์โกรธ แต่นางเปิดเผยข้อเท็จจริงอย่างเฉียบขาด นางชี้ไปที่แผนภูมิที่แสดงความไม่สมดุลของวัตถุดิบ "ในหกเดือนที่ผ่านมา ฉื่อเยว่ได้เบิกจ่ายรังไหมเกรดเอไปจำนวน 2,500 ชั่ง แต่ผลผลิตผ้าไหมชั้นดีที่เรามีอยู่ในคลังสินค้ามีเพียง 600 ม้วน เท่านั้น ท่านผู้ดูแลทุกท่าน ลองคำนวณดูเถิดว่า ส่วนต่างของวัตถุดิบจำนวนมหาศาลนี้... หายไป
Read More
บทที่ 3 เปิดฉากฉื่อเยว่ ตอนที่ 1/3
โรงย้อมสีผ้าไหมฉื่อเยว่ ที่เคยสกปรกและส่งกลิ่นเหม็นอับจากการสะสมของสีเก่า ๆ ได้ถูกทำความสะอาดจนพื้นหินดูสะอาดตา ภาชนะสำหรับย้อมสีถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบตามคำสั่งของ ซูเหยา ผู้ยืนอยู่กลางโรงงานในชุดผ้าฝ้ายสีอ่อนที่ดูทะมัดทะแมงนางไม่ได้นั่งบัญชาการจากโต๊ะทำงาน แต่ลงมือคุมการย้อมสีชุดแรกด้วยตนเอง โดยมี เจียอิง ผู้ดูแลใหญ่คนใหม่และคนงานย้อมสีที่ซื่อสัตย์จับตาดูทุกขั้นตอนด้วยความสงสัย"เจียอิง ท่านไม่ต้องใช้ความร้อนสูงในการย้อมครั้งนี้ น้ำในอ่างต้องมีอุณหภูมิคงที่ตามที่ข้ากำหนด และที่สำคัญที่สุด... สารคงสภาพสีที่เราผสมขึ้นใหม่นี้ จะต้องถูกเติมลงไปในสัดส่วนที่แม่นยำ"ซูเหยาไม่เชื่อในการกะปริมาณด้วยสายตาเหมือนคนย้อมสีเก่า ๆ แต่นางใช้ถ้วยตวงและเกล็ดน้ำหนักอย่างละเอียด เพื่อให้แน่ใจว่าสีที่ได้จะมีความคงที่และไม่ผิดเพี้ยนเมื่อถึงขั้นตอนการย้อมเส้นไหมลงในอ่าง ผ้าไหมย้อมเย็น ชุดแรกถูกยกขึ้นจากน้ำ สีแดงมงคลที่ปรากฏนั้น สวยสดใสราวกับโลหิตมังกร แต่ในขณะเดียวกันก็มีความนุ่มนวลและสม่ำเสมออย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อเทียบกับผ้าไหมย้อมร้อนแบบเก่าที่มักมีสีด่างและแห้งกระด้าง"ดูสิ" คนงานคนหนึ่งอุทานออกมา
Read More
บทที่ 3 เปิดฉากฉื่อเยว่ ตอนที่ 2/3
ท่านผู้เฒ่าหลิวมองซูเหยาด้วยความแปลกใจ นางเป็นสตรีที่งดงามเกินกว่าจะเป็นพ่อค้าทั่วไป และท่วงท่าก็สง่างามเกินกว่าจะมาขายของในตลาด"นายหญิงซู... ท่านมาถึงที่นี่มีธุระอันใดกับหลิวผู้เฒ่าหรือ"ซูเหยาไม่ได้กล่าวคำทักทายที่ยืดยาว นางเปิดหีบผ้าไหมออกอย่างช้า ๆ ผ้าไหมย้อมเย็นสีแดงมงคลสะท้อนแสงไฟในห้องอย่างสวยงาม สีสันที่สดใสและเนื้อผ้าที่นุ่มนวลอย่างประหลาด ทำให้ท่านผู้เฒ่าหลิวต้องลูบผ้าอย่างพิถีพิถัน"ท่านหลิว ข้าทราบว่าสินค้าผ้าไหมในตลาดตอนนี้ไม่ได้สร้างความแตกต่างให้แก่ท่านเลยแม้แต่น้อย แต่ผ้าไหม ฉื่อเยว่ ชุดใหม่นี้แตกต่างกัน" ซูเหยาเริ่มการเจรจา"ผ้าไหมทั่วไปมีสีที่ซีดจางง่ายและไม่ทนทานต่อความชื้น แต่ผ้าไหมย้อมเย็นของข้ามีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่า ข้ากล้าให้ 'การรับประกัน' แก่ท่าน หากผ้าไหมของข้ามีปัญหาเรื่องสีตกหรือความคงทนภายในหนึ่งปี ข้าจะยินดีรับคืนสินค้าทั้งหมดและชดเชยค่าเสียหายเต็มจำนวน"ข้อเสนอการรับประกัน ในธุรกิจผ้าไหมยุคโบราณเป็นเรื่องที่ไม่มีใครกล้าทำ "คุณภาพดีเยี่ยมจริง ๆ นายหญิงซู แต่... ราคาขายส่งของท่านสูงกว่าราคาตลาดถึงหนึ่งในสิบส่วน""ราคาที่สูงกว่าของข้า แต่แลกกับการที
Read More
บทที่ 3 เปิดฉากฉื่อเยว่ ตอนที่ 3/3
"หากทรัพย์สินของท่านหายไปในขณะที่พักอยู่ในโรงเตี๊ยมซู ทางเราจะรับผิดชอบชดใช้เต็มจำนวน" ข้อเสนอนี้ดึงดูดพ่อค้าที่ต้องเดินทางพร้อมเงินจำนวนมากได้ทันทีหนึ่งเดือนถัดมา โรงเตี๊ยมซู ก็กลายเป็นชื่อที่ถูกกล่าวถึงอย่างหนาหูในหมู่พ่อค้าและนักเดินทางที่ผ่านเข้าออกเมืองตงไห่ ทุกเย็น ซูเหยาจะมานั่งในห้องโถงโรงเตี๊ยมเพื่อตรวจบัญชี และสิ่งที่นางได้รับไม่ได้มีเพียงเงินทอง แต่คือ ข้อมูลข่าวสารที่มีค่า นางได้ยินเรื่องเส้นทางการค้าใหม่ ๆ การเก็บภาษีที่เข้มงวดของแคว้นใกล้เคียง และแม้กระทั่งข่าวลือเกี่ยวกับความไม่สงบทางการเมืองที่อาจกระทบต่อกิจการของนางกิจการผ้าไหม ฉื่อเยว่ และ โรงเตี๊ยมซู ต่างทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง รายได้รวมของกิจการทะลุเป้าหมายที่นางวางไว้ในช่วงสามเดือนแรก ความมั่นคงทางการเงินนี้มอบอิสรภาพที่นางปรารถนาซูเหยานั่งคำนวณตัวเลข ทรัพย์สินที่นางสร้างขึ้นด้วยตนเองในเมืองตงไห่ มีมูลค่าเกินกว่าสินเดิมที่นางเคยมีเมื่อครั้งอยู่ในเมืองหลวง ทว่า ความสงบสุขก็ไม่ได้อยู่ยืนยาวตลอดไปจดหมายที่ส่งมาจากมารดาของนางที่เมืองหลวง เริ่มมีน้ำเสียงที่แสดงความกังวลมากขึ้น"เหยาเอ๋อร์... เจ้าควรกลับมาเยี่ยมพ่
Read More
บทที่ 4 องค์ชายผู้สับสน ตอนที่ 1/2
ตำหนักบูรพาของ องค์ชายหานเย่ว์ ในเมืองหลวงยังคงโอ่อ่าสง่างามตามปกติ องค์ชายผู้เป็นรัชทายาทในอนาคตกำลังนั่งพิจารณาฎีกาการเก็บภาษีฤดูใบไม้ผลิด้วยท่าทีเย็นชา โต๊ะทำงานของเขาเต็มไปด้วยเอกสารสำคัญ ไม่มีสิ่งของไร้สาระใด ๆ วางอยู่เขาใช้ชีวิตอย่างปกติ... ทว่าความปกติที่แสนจะสมบูรณ์แบบนี้กลับมี ความรู้สึก 'ขาดอะไรบางอย่าง' ไปอย่างประหลาด ปกติแล้ว ไม่ว่าจะเช้าหรือเย็น โต๊ะทำงานของเขาจะต้องมีจดหมายรักที่เขียนด้วยลายมือบรรจง หรือของว่างที่ถูกส่งมาจาก ซูเหยา ‘ไร้สาระ’ องค์ชายคิดอย่างหงุดหงิด เขามักจะคิดว่าคำอ้อนวอนและของขวัญเหล่านั้นเป็นเรื่องไร้แก่นสารที่รบกวนสมาธิ แต่ตอนนี้... เมื่อความวุ่นวายนั้นหายไป ความสงบที่ได้รับกลับไม่เป็นที่พึงพอใจเลยแม้แต่น้อยองค์ชายหานเย่ว์ตระหนักว่าเขาไม่ได้เห็นหรือได้ยินเรื่องของซูเหยามาเป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้ว นับตั้งแต่ที่นางปฏิเสธคำเชิญร่วมงานเลี้ยงบุปผา"หลี่กงกง" องค์ชายเรียกขันทีคนสนิทด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงความหงุดหงิดที่ไม่สามารถซ่อนได้ "เหตุใดเจ้ากรมซูจึงยังไม่กลับจากเมืองตงไห่ และเหตุใด... ข้าถึงไม่ได้รับรายงานการเตรียมตัวอภิเษกของสตรีผู้นั้นเลย"
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status