Share

บทที่ 4

last update Tanggal publikasi: 2026-01-02 11:26:55

โฉมสะคราญเดินหน้าบึ้งตึงเข้าไปในเรือน ภายในใจขุ่นมัวไปหมด ทั้งไม่ชอบใจสตรีผู้นั้นและกำลังหิวจึงให้เสี่ยวฟางไปทำแป้งย่างสูดของเผ่าหลูเค่อเอ้อให้ทุกคนกิน

นางมีเตาต้มยากับน้ำผึ้งที่เตรียมมาพร้อมเผื่อฉุกเฉินส่วนแป้งเสี่ยวหยวนจื่อก็เป็นคนจัดการเอามาให้หนึ่งถุง จากนั้นเสี่ยวฟางกับเสี่ยวเฟิงจึงช่วยกันทำ ส่วนนางกับเสี่ยวหยวนจื่อนั่งรออยู่ในห้อง

“เสี่ยวหยวนจื่อ เจ้าว่าสตรีผู้นั้นสำคัญกับท่านอ๋องหรือไม่” เหรินเล่อสอบถามเอากับบ่าวข้างกาย อยากรู้น้ำหนักของสตรีนางนั้นในใจท่านอ๋องเป็นอย่างไร

“นางเป็นหลานสาวฮุ่ยมามา ท่านอ๋องไม่ได้มีใจแต่ว่าฮุ่ยมามาคิดว่าจะอ้างบุญคุณให้รับนางเป็นชายารองเพคะ” เสี่ยวหยวนจื่อเข้าจวนมาเพียงไม่นานก็จริง แต่ข่าวว่าใครมีนิสัยใจคอเช่นไรในจวนแห่งนี้นางรู้ดีที่สุด นอกจากจะต้องรายงานท่านอ๋องแล้ว นางก็ต้องศึกษานิสัยใจคอสาวใช้เหล่านั้นอีกด้วย และสืบหาคนที่เข้ามาปะปนเพื่อสืบความลับของจวนเป่ยอ๋อง จะได้กำจัดให้สิ้นซาก

นั่งคุยได้เพียงชั่วครู่เสี่ยวฟางกับเสี่ยวเฟิงก็เข้ามา นางสั่งให้ปิดประตูเรือนเสีย ไม่อยากให้คนอื่นเห็นว่านางให้ความสนิทชิดเชื้อกับสาวใช้ในเรือน ประเดี๋ยวจะเข้าหู

ฮุ่ยมามา แล้วจะมาอบรมนางอีกหลายคำ

“พวกเจ้านั่งลงไม่ต้องยืนค้ำหัวข้า แล้วนี่แป้งย่างรับรองอร่อยและมีรสชาติกว่าอาหารซีเป่ยของพวกเจ้าเป็นไหน ๆ” หลูเค่อเอ้อเป็นเผ่าที่มีทรัพยากรและธัญพืชมากมาย นั่นจึงทำให้อาหารมีรสชาติจัดจ้านกว่าซีเป่ยที่แผ่นดินกว้างใหญ่ แต่ยังขาดแคลนอาหาร เพราะความเจริญยังกระจุกอยู่แค่เมืองหลวง

เสี่ยวเฟิงตอนแรกก็ไม่กล้านั่ง แต่เมื่อเห็นเสี่ยวหยวนจื่อนั่งลงนางก็นั่งบ้างแล้วก็เอาแป้งย่างทาน้ำผึ้งส่งให้กับพระชายา และพวกนางก็นั่งกินกันคนละแผ่น

“ฮุ่ยหลิงอันหากเป็นชายารองที่ฮุ่ยมามาต้องการให้เป่ยอ๋องรับ เจ้าคิดว่าท่านอ๋องจะรับหรือไม่” เหรินเล่อกัดแป้งย่างอีกคำแล้วก็ถามขึ้น คราวนี้เป็นเสี่ยเฟิงตอบบ้าง

“นางเป็นหลานสาวมามา สาวใช้ในจวนยังต้องเกรงใจนางอยู่สามส่วน สาวใช้ผู้เดียวที่เข้าออกตำหนักของท่านอ๋องได้มีเพียงนาง เพราะเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เล็ก ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากมามาเพคะ เหล่าสาวใช้ยังต้องก้มหัวให้นางเวลานางเดินผ่าน นางมีอำนาจมากกว่าสาวใช้ธรรมดา” เสี่ยวเฟิงกล่าวตอบไปตามที่ตัวเองรับรู้มา

เหรินเล่อพยักหน้าให้กับเสี่ยวเฟิงรับรู้ที่มาที่ไปของสตรีนางนั้นแล้ว และเสี่ยวเฟิงก็ยังเตือนพระชายาต่อ

“ผู้น้อยบังเอิญเตือนพระชายาสักเล็กน้อย อย่าคิดมีเรื่องกับแม่นางฮุ่ยหลิงอันจะดีกว่าเพคะ หากยังอยากอยู่อย่างสงบสุข เพราะฮุ่ยมามานั้นร้ายกาจมาก”

“ข้าก็อยากรู้เสียจริง ว่าข้าแต่งเป็นพระชายาหรือว่านางกันแน่” เหรินเล่อไม่ได้ติดใจเอาความจากเสี่ยวเฟิงรู้ว่านางหวังดี แต่เสี่ยวฟางเอ็ดเสี่ยวเฟิงเสียยกใหญ่

“ท่านหญิงแต่งเข้ามาเป็นพระชายาที่ฝ่าบาทพระราชทานสมรส อีกอย่างฐานะของท่านหญิงก็ไม่ได้ด้อยกว่าสตรีต่ำต้อยผู้นั้น เหตุใดบ่าวแค่คนเดียวยังต้องเกรงใจ” เสียวฟางบ่นเสี่ยวเฟิงจนหน้าเสียแต่แล้วเหรินเล่อก็ปรามนาง

“อย่าว่าเสี่ยวเฟิงเลย นางเพียงหวังดีตักเตือนพวกเรา ฟังนางไว้บ้างก็ย่อมดีเราจะได้ระวังตัว เจ้าก็อย่าอ่อนแอคนพูดนิดหน่อยร้องไห้ เป็นบ่าวในเรือนข้าต้องเข้มแข็ง แต่ไม่ต้องอดทนให้ใครรังแก ข้าอนุญาตให้เจ้ามีเรื่องกับทุกคนได้หากคนเหล่านั้นจะมารังแกเจ้าเมื่อข้าไม่อยู่”

คนเราต้องรู้จักสู้เสียก่อน หากไม่สู้แล้วจะอยู่รอดไปได้อย่างไร นางเป็นคนต่างถิ่นมาที่นี่นอกจากไม่มีอำนาจท่านพ่อหนุนหลัง หนำซ้ำเป็นชายาที่ไม่ต้องการเสียอีก นางจึงต้องสู้กับทุกคน

“พระชายาหลูเค่อเอ้อมีของอร่อยแบบนี้เชียวหรือเพคะ” เสียวหยวนจื่อไม่ได้สนใจที่เสี่ยวเฟิงพูดนัก นางชอบกินแป้งอย่างนี่เสียจริง มันทั้งหอมและหวานมันลงตัวยิ่งนัก

“แน่นอนสิ อาหารหลูเค่อเอ้อไม่มีรสชาติจืดชืดเหมือนใบหน้าเจ้าของจวนอย่างเป่ยอ๋องหรอก หากเจ้าหาเครื่องครัวเล็กน้อยให้ข้าได้ ข้าจะให้เสี่ยวฟางทำของอร่อยให้เจ้ากิน”

“เรื่องนั้นอย่ากังวลใจไปเพคะ หม่อมฉันยินดีรับใช้พระชายา”

เหรินเล่อเลิกสนใจเรื่องของหลานสาวมามาไปในที่สุด แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาคุยกับสาวใช้ทั้งสามคนในเรือนไม่ออกไปพบผู้ใดจนเย็นย่ำ

หลังจากพระชายาเข้านอนเสี่ยวหยวนจื่อก็ลอบออกจากเรือนพักของพระชายาไปรายงานท่านอ๋อง

“วันนี้นางเป็นอย่างไรบ้าง”

“ไม่ค่อยเจริญอาหาร บอกว่าอาหารซีเป่ยจืดชืดไร้รสชาติเหมือนเจ้าของจวนเพคะ” เสี่ยวหยวนจื่อปั้นแต่งคำพูดไม่เป็นนางจึงตอบแบบกำปั้นทุบดิน ตรงไปตรงมาแล้วนั่นทำให้อารมณ์ของเป่ยอ๋องขุ่นมัวจนกำหมัดทุบกับโต๊ะดัง ปึง!

“นางกล้านินทาเรางั้นรึ” เสียงคำรามดุจพยัคฆ์หงุดหงิดดังขึ้น ตอนนี้เขาอยากขย้ำนางให้เป็นหมื่นชิ้นแล้วกลืนลงคอทีละคำอย่างไม่รีบร้อน

‘ตอนกลางวันก็หาว่าเขายากจนข้นแค้น ตกเย็นก็บอกอาหารที่จวนข้าจืดชืดเหมือนใบหน้าของข้า นางเอาตาตุ่มมองหรือไง ใบหน้าของข้าออกจากหล่อเหล่าเยี่ยงชายองอาจ’

“เรื่องนี้มัน...” เสี่ยวหยวนจื่อก็ไม่รู้จะพูดเช่นไรดี แต่หากจะให้ชมก็ควรคิดว่าท่านอ๋องเป็นคนที่ใบหน้างดงามผู้หนึ่ง แต่ว่าไม่ใช่แบบที่นางหลงใหลจึงเห็นด้วยกับพระชายาอยู่เล็กน้อยที่บอกว่าท่านอ๋องจืดชืดเพราะหากไม่ตรากตรำทำศึก ผิวกายของท่านอ๋องก็ขาวผ่องดุจหยกเนื้อดี แต่ลักษณะนี้นางไม่ชอบเท่าไหร่

“ฝากบอกให้นางเตรียมตัวด้วย พรุ่งนี้จะเข้าเฝ้าฝ่าบาท” เป่ยอ๋องโบกมือให้เสี่ยวหยวนจื่อออกไป แต่เมื่อนางออกมา เห็นแม่นางฮุ่ยหลิงอันยกน้ำแกงสงบจิตเข้าไปให้ท่านอ๋อง ทำให้น่าสงสัยว่าท่านอ๋องคิดกับนางเช่นไรกันแน่

แต่ช่างเถอะล้วนไม่ใช่เรื่องของนาง

“ขออภัยท่านอ๋อง หลิงอันเอาน้ำแกงสงบใจมาให้เพคะ” เสียงเปิดประตูทำให้เป่ยอ๋องเหลือบมองครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองหน้าขันทีเหลียงให้จัดการไปรับ แล้วไล่ให้นางกลับไป

“วันนี้ท่านอ๋องอารมณ์ไม่ดีอย่ารบกวน”

ฮุ่ยหลิงอันที่อยากปรนนิบัติท่านอ๋องเสียเต็มประดา ก่อนเข้ามา นางไปอาบน้ำแช่น้ำสมุนไพรและกลีบดอกไม้จนกลิ่นกายหอมกรุ่น แต่กลับทำมาเหนื่อยเปล่าเพราะว่าเป่ย อ๋องไม่ชายตามองนางเลยสักนิดเดียว และชุดของนางเปิดเผยเนินเนื้อมาถึงครึ่งอกแล้วกลับไม่สามารถทำให้ความกำหนัดของบุรุษหนุ่มพลุ่งพล่านได้

“ให้ข้านวดให้หรือไม่เพคะท่านอ๋อง” ฮุ่ยหลิงอันยังไม่ยอมแพ้ แต่เมื่อเห็นสายตาของขันทีเหลียงเหล่ยก็เป็นอันต้องล่าถอยไปแต่โดยดี นางเจ็บใจแต่ก็ทำสิ่งใดไม่ได้จึงได้แต่กลับไปยังเรือนพักของตน

เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากเหรินเล่อตื่นนอนแล้วก็ได้รับข่าวที่ไม่ค่อยดีทันที เรื่องต้องไปพบกับฝ่าบาทและฮองเฮากับเขาโดยลำพัง นั่นทำให้นางอึดอัดใจที่สุด

“นี่ข้าต้องนั่งรถม้าคันเดียวกับเป่ยอ๋องหรือ”

“ก็ต้องอย่างนั้นสิเพคะ” เสี่ยวฟางตอบ

“เช่นนั้น เจ้าอยู่กับเสี่ยวเฟิง นางอ่อนแอถูกรังแกง่ายดูแลนางให้ดีเล่า” เมื่อต้องเลือกสาวใช้ไปได้หนึ่งคนนางเลือกเสี่ยวหยวนจื่อจะดีกว่า ดูท่าทางคล่องตัวกว่าทั้งยังรู้จักพูดรู้จักเงียบ

แต่นางกลับต้องเศร้าใจเมื่อรับรู้ว่าเอาสาวใช้เข้าไปไม่ได้สักคน

“ฮะ...พวกเจ้าว่าอันใดนะ ข้าต้องไปกับเขาแค่สองคน” นางอยากจะบ้าตาย แต่เอาเถอะวังหลวงใช่ที่วิ่งเล่นเสียเมื่อไหร่ ให้พวกนางอยู่ในเรือนก็ดี

“เจ้าดูแลทุกคนด้วยเล่า อย่าให้ใครรังแกเอาได้ หากฮุ่ยมามาจัดการพวกเจ้า ต้องสู้ตายเท่านั้นบอกว่าเป็นคำสั่งข้า” นางห่วงหน้าพะวงหลังจริง ๆ ไม่อยากไปแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้

“พระชายาเวลาจะตอบสิ่งใดต่อหน้าฮองเฮาและฝ่าบาทดูสีหน้าเป่ยอ๋องนะเพคะ” เสี่ยวหยวนจื่อกำชับกับพระชายาเล็กน้อย และนางรู้ดีว่าศัตรูของเป่ยอ๋องคือฮองเฮา

“ได้ข้าจะจำใส่ใจไว้” เมื่อแต่งตัวเสร็จสาวใช้ของนางก็ไปส่งขึ้นรถม้าที่หน้าจวน วันนี้แต่งตัวเต็มยศเหมาะสมกับตำแหน่งพระชายาเป่ยอ๋อง แต่เมื่อหันมาเห็นสีหน้าของฮุ่ยหลิงอันขณะก้าวจะขึ้นรถนางจึงแกล้งสะดุดขาตัวเอง ทำให้คนที่เคลื่อนไหวว่องไวกระชากตัวนางเอาไว้

อุ้ย....!

นางส่งเสียงตกใจก่อนจะฉีกยิ้มพิมพ์ใจส่งไปให้เป่ยอ๋องแล้วหันไปขยิบตาให้ฮุ่ยหลิงอัน ยิ่งเห็นนางกำมือแน่นแน่นอนว่ายิ่งสะใจลึก ๆ

เป่ยอ๋องรับตัวนางแล้วก็พ่นลมหายใจก่อนจะบ่นออกมา “หัดเดินให้ตรงทาง”

พูดจบแล้วเขาก็จับมือนางให้ขึ้นรถม้าแล้วเขาไปนั่งด้วยกันในนั้น ภาพที่เห็นเหล่าสาวใช้บ่าวชายซุบซิบกันระงมสร้างความไม่พอใจกับฮุ่ยหลิงอันเป็นอย่างยิ่ง

ขณะนั่งในรถม้านางนั่งเชิดหน้าขึ้นไม่ต่างจากเขาเช่นกัน เรียกว่าเลียนแบบก็ว่าได้ แต่คนที่นั่งข้าง ๆ ดันไม่สบอารมณ์จึงเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ

“หากฝ่าบาททรงซักถามเกี่ยวกับเรื่องในจวนเจ้าคิดไว้หรือยังว่าจะตอบเช่นไร” เสียงเรียบเอ่ยถามและกำลังรอฟังคำตอบจากนาง อยากรู้ว่านางจะรู้กาลเทศะหรือไม่

“ง่ายมาก อยู่มาสองวันข้ารู้ชัดแจ้งแก่ใจดี”

“อย่างไร” เขาย่นคิ้วถาม นางพูดเหมือนรู้ทุกอย่างในจวนอย่างดีทั้งที่เพิ่งเหยียบเข้าจวนเขานี่นะ

“ตื่นเช้ามาหลังคืนเข้าหอต้องคารวะน้ำชามามา หลานสาวมามามีอำนาจเหนือทุกคนเป็นรองก็แต่เป่ยอ๋อง กินข้าววันละมื้อ แล้วก็...”

“พอ ๆ ” หวังหยางซั่วรู้สึกปวดศีรษะตุบ ๆ จนต้องยกมือห้าม หากนางกล่าวเช่นนี้ออกไปจริง ๆ มีหวังเขาได้เป็นตัวตลกในสายตาฮองเฮากันพอดี

“เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว”

เหรินเล่อขบขันเขายิ่งนัก ดีให้เขารู้ซะบ้างว่านางเจอกับอะไรในจวนเป่ยอ๋อง

“ก็ข้าพบเจอสิ่งใดก็พูดไปตามตรง หลูเค่อเอ้อของเราเป็นคนตรงไปตรงมา รักก็บอกรักเกลียดก็บอกเกลียดไม่อ้อมค้อม”

“เจ้าห้ามพูดสิ่งใดทำได้แค่ยิ้มก็พอ” นี่คือคำสั่ง แต่นางทำหูทวนลมไม่รู้ไม่ชี้แทน

‘คนเช่นนางหรือจะสั่งได้’

เมื่อถึงวังหลวงเขาก็ให้นางเดินติดตามเขามาติด ๆ เหรินเล่อที่มองซ้ายขวาแล้วก็พบว่าวังหลวงซีเป่ยนี่กว้างใหญ่นัก แค่มีฮ่องเต้อยู่องค์เดียวเหตุใดต้องสร้างให้ใหญ่เพียงนี้ ไม่สู้เอาเงินไปแจกราษฎรไม่ดีกว่ารึ ชาวบ้านจะได้อยู่ดีกินดี

“เป่ยอ๋องเพคะ วังหลวงเหตุใดกว้างใหญ่นักเล่า”

“แสดงความมั่งคั่ง” เขาตอบเสียงไม่ดังนัก

“เห้อ แคว้นพวกท่านนี่ตัดสินกันที่นอนสินะแสดงถึงความมั่งคั่ง สู้แคว้นข้าไม่ได้ประชาชนอยู่ดีกินดี ทุกปีมีส่วนแบ่งทองคำจากเหมือง หากพบเหมืองแร่ใหม่ ๆ ประชาชนทุกคนย่อมมีส่วนได้ด้วย แต่ไม่เห็นต้องสร้างเรือนหลังใหญ่ ทุกคนก็มีความสุขได้”

นั่นคือเอกลักษณ์ของแคว้นนาง ที่ไม่ว่าที่ใดก็เทียบไม่ได้

เป่ยอ๋องคร้านจะพูด หรือที่จริงก็เถียงไม่ได้มากกว่า เขาเคยผ่านแคว้นหลูเค่อเอ้อครั้งหนึ่ง ชาวบ้านไม่ได้พิถีพิถันเรื่องการแต่งตัว แต่จะพิถีพิถันเรื่องอาหารเสียมากกว่า ทุกบ้านมีผักมีปลามีเนื้อกินไม่ขาด ร่างกายของชาวบ้านแข็งแรงไม่เจ็บป่วย และมีสมุนไพรรักษาโรคเกือบทุกชนิด จนครั้งหนึ่งเคยอิจฉาเผ่าของนางที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย

จนเมื่อถึงตำหนักรับรองของฝ่าบาทในอุทยานหลวง ทั้งเป่ยอ๋องและเหรินเล่อทำความเคารพพร้อมเพรียงกัน

“ถวายบังคมเพคะฝ่าบาทฮองเฮา”

“ถวายบังคมฝ่าบาทฮองเฮาพ่ะย่ะค่ะ”

“เอาเถอะไม่ต้องมากพิธีคนกันเองทั้งนั้น นั่งสิ” หวังเหว่ยกวง เชิญน้องชายและน้องสะใภ้นั่งชมดอกไม้ในสวย วันนี้อากาศแจ่มใสจึงอยากให้มานั่งเล่นดื่มชากันสักหน่อย

“ขอบพระทัยเพคะ” เหรินเล่อย่อตัวก่อนจะนั่งแล้วเป็นฮองเฮาที่เอ่ยขึ้น

“เป็นอย่างไรเล่า ชายาจากหลูเค่อเอ้อดูแลจวนเป่ย อ๋องได้หรือไม่ หรือต้องแต่งชายารองเพิ่มอีกสักคนสองคน

เหรินเล่อส่งยิ้มซ่อนมีดให้หนึ่งสาย แต่ภายในใจนั้นร้อนรุ่ม สงสัยจะเป็นศัตรูของเป่ยอ๋องอีกคน เพราะนั่งยังไม่ทันเย็นก็โยนมีดมาเลื่อยขาเตียงไม่พอ ยังดูแคลนว่านางเป็นคนไม่เอาไหนอีกด้วย

หากเป็นที่อื่นสตรีผู้นี้คงไม่พ้นถูกนางตอกกลับแรง ๆ แต่นี่เป็นถึงแม่ของแผ่นดินซีเป่ย ต้องให้เกียรติ แต่เขาก็ตอบฮองเฮาแทนนาง

“นางเป็นคนที่พี่สะใภ้คัดเลือกเองกับมือ จะไม่ดีได้อย่างไร หากนางไม่ดีแล้วคงกระทบชื่อเสียงบัลลังก์หงส์ของแคว้นกระมัง” วาจาเรียบเรื่อยแต่ก็แฝงด้วยคำค่อนแคะเช่นกัน ‘หากด่าว่านางไม่เอาไหน คนเลือกก็ไม่เอาไหนเช่นกัน’ วาจาลึกล้ำ

นางดูแล้วสามีนางน่าจะเหมาะสมกับฮองเฮาราวกับกิ่งทองใบหยกกระมัง หากนับจากฝีปาก และคิดว่าคงไม่ต้องสนิทสนมกับฮองเฮาเป็นดีที่สุด อย่างไรก็ขึ้นชื่อว่าศัตรูของสามี

“ข้าย่อมเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เจ้าอยู่แล้วน้องรอง” เหลียนชิงเย่าฉีกยิ้มจอมปลอมส่งให้กับเป่ยอ๋อง แม้ในใจก็เดือดระอุอยู่ก็ตาม

‘หน็อย กล้ามาค่อนแคะนางคอยดูเถอะ!’

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 61

    “เช่นนั้นคืนนี้เราอาบน้ำด้วยกันดีหรือไม่...” อาบน้ำในความหมายของเป่ยอ๋องย่อมไม่ได้อาบน้ำธรรมดา และเขาชอบอาบน้ำกับนางที่สุด “ไม่เพคะ” “ใจร้าย เจ้าไม่รู้หรือว่าข้าอด...อยาก...มานานเท่าไหร่แล้ว” เขาจงใจเน้นคำให้นางรู้ว่าเขาทรมานเพียงใด “ข้าง่วงแล้ว” “ไม่เป็น

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 60

    สามปีถัดมาเป่ยอ๋องสร้างเรือนใหญ่โตที่ชายแดนสำหรับลูก ๆ ได้วิ่งเล่น เพราะนางไม่ยอมกลับมาซีเป่ย ดังนั้นจึงเป็นข้อตกลงกันว่าอยู่ที่ชายแดนระหว่างเผ่าหลูเค่อ เอ้อ กับซีเป่ยและเมื่อเป่ยอ๋องสร้างเรือนอย่างยิ่งใหญ่ การค้าแถบชายแดนก็คึกคักมากยิ่งขึ้น ขุนนางที่เอาแต่รับส่วยถูกกำจัดจนหมดสิ้น เหลือเพียงขุนนางซื

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 59

    เหรินเล่อขึ้นเตียงแล้วหลับตาทันที ทั้งสั่งไม่ให้คนเข้ามารบกวน เพราะนางง่วงนอนแล้ว แต่มีหรือใครจะขวางเป่ยอ๋องได้ จนเมื่อเขามาหยุดยืนอมยิ้มให้กับนางอยู่ข้างเตียงนอน “เจ้ารีบมานอนรอข้าเช่นนี้ รู้ใช่หรือไม่รางวัลของข้าคืออะไร” เสียบแหบพร่าเปล่งข้างหู แต่แล้วนางก็ผลักไสเขาออกไป เพราะเนื้อตัวเขาม

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 58

    สามวันต่อมา เหรินเล่อเริ่มอยากออกกำลังกายมากขึ้น เพราะเอาแต่นอนจนรู้สึกปวดหัวไปหมด โดยที่หลังจากนางฟื้น อีกคนก็ป้วนเปี้ยนกับนางโผล่มาให้เห็นเช้า กลางวันและเย็น มีบางช่วงที่หายไปนางให้คนไปสืบก็พบว่าเขาไปดูค่ายทหารที่ชายแดน แต่เมื่อนางคิดถึงได้ไม่ทันไร คนหน้าด้านก็โผล่มาให้นางเห็นอีกแล้ว วันน

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 57

    “แล้วรู้แล้วรึ” “แน่นอนว่ารู้แล้ว ทั้งซื่อหนิงฮวา และฮุ่ยซื่อเหลียนได้รับกรรมที่ก่อไว้แล้ว” ซื่อหนิงฮวาเขาย่อมตัดขาดนาง และคิดว่านางคงเสียหน้าไม่น้อยที่เขาปฏิเสธรัก ส่วนฮุ่ยซื่อเหลียน การต้องทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเองในวัยที่ใกล้ฝั่งแล้วคงไม่ง่ายนัก “เหอะ...ข้าไม่เชื่ออย่างท่านหรือจะต

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 56

    “นาง...ตั้งครรภ์!” เขาหันกลับมามองเหรินหลี่เฉียนที่เข้ามาด้านใน แล้วก็ยังไม่ทันได้ขวาง จนอีกร่างก็ได้ยินที่นางเพ้อด้วยพิษไข้แล้ว “ใช่...หลานข้าไม่เกี่ยวกับเจ้า” เหรินหลี่เฉียนผลัก เป่ยอ๋องให้หลบออกไป “แต่ข้าเป็นบิดากับสามี” “แต่เจ้าทำนางเจ็บปวด จนหัวใจสลาย” คำพูด

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 2

    “เสี่ยวฟางเจ้ามีอันใดก็พูดมา มัวแต่ร้องไห้เป็นเด็กไปได้” อยู่เรือนคนอื่นวันแรกย่อมต้องโดนรังแก นางเข้าใจดี แต่เสี่ยวฟางที่เคยอดทนต่อความยากลำบากได้ดีหายไปไหนแล้ว แล้วนี่ไปโดนใครทำอะไรมาอีกเล่า คิดแล้วนางก็กลัดกลุ้ม “นายหญิง บ่าวรับใช้ที่ติดตามมาจากหลูเค่อเอ้อถูกส่งกลับเผ่าของเราหมดแล้วเจ้าค

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 1

    บทนำ หลูเค่อเอ้อ ชนเผ่าติดต่อกับแคว้นซีเป่ยด้านทิศตะวันตก เป็นเผ่าที่ได้ลงนามสัญญาสงบศึกมาช้านาน และเป็นพันธมิตรที่ดีกับซีเป่ยเสมอมา ท่ามกลางทุ่งหญ้าสีทองตัดกับท้องฟ้าสีคราม มีเมฆประดับแซมสีขาวเป็นระยะช่างเป็นภาพที่สวยงามจับตาจนเหรินเล่อคิดว่านี่คือสวรรค์บนดิน และเป็นสิ่งที่ปรารถนามากที่สุด

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 21

    ซื่อหนิงฮวาเดินออกมาอย่างเสียหน้า ความเจ็บแค้นทำให้นางไม่สนใจสายตาของผู้คนที่มองนางมาอย่างดูแคลน นางสนแต่สิ่งที่สตรีบ้านป่าผู้นั้นพูดเป็นจริงหรือไม่ “ไปจวนเป่ยอ๋อง ข้ามีเรื่องต้องพูดคุยกับเขา” “นายหญิงเจ้าคะ...ไม่งามนะเจ้าคะ” “ข้าจะไป” ซื่อหนิงฮวาไม่เชื่อฟังคำที่เ

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 3

    เสี่ยวหยวนจื่อรู้สึกชอบพระชายาผู้นี้ จากที่ได้สัมผัสชั่วระยะเวลาสั้น ๆ นับว่าเป็นคนที่น่าติดตามไม่น้อย นี่แหละสมกับเป็นพระชายาเป่ยอ๋อง มุทะลุดุดันไม่เกรงกลัวผู้ใด แต่เมื่อผ่านมาได้สักพักสังเกตว่าพระชายากลับเอามือจับหัวใจ “พระชายาเพคะเป็นอะไรหรือไม่” เสี่ยวฟางเข้ามาพยุงตัวพระชายาหลังเดินมาใก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status