Partager

บทที่ 2

last update Date de publication: 2026-01-02 11:26:03

“เสี่ยวฟางเจ้ามีอันใดก็พูดมา มัวแต่ร้องไห้เป็นเด็กไปได้” อยู่เรือนคนอื่นวันแรกย่อมต้องโดนรังแก นางเข้าใจดี แต่เสี่ยวฟางที่เคยอดทนต่อความยากลำบากได้ดีหายไปไหนแล้ว แล้วนี่ไปโดนใครทำอะไรมาอีกเล่า คิดแล้วนางก็กลัดกลุ้ม

“นายหญิง บ่าวรับใช้ที่ติดตามมาจากหลูเค่อเอ้อถูกส่งกลับเผ่าของเราหมดแล้วเจ้าค่ะ เหลือเพียงข้าผู้เดียว” เสียวฟางพูดไปก็สะอื้นไห้อย่างน่าสงสาร นางจึงจับมือของสาวรับใช้ทั้งลูบหลังมือให้นางใจเย็น ๆ

“ข้าไม่กลัวความลำบากเจ้าก็อย่ากังวลไป” อยู่ที่เผ่าหลูเค่อเอ้อ มีอะไรบ้างที่นางไม่เคยทำ นอนกลางดินกินกลางทราย ขี่ม้ายิ่งธนู สิ่งใดที่บุรุษทำได้สตรีเช่นนางก็ทำเป็นเช่นเดียวกัน

“แล้วผู้อื่นจะไว้ใจได้หรือเจ้าคะ” เสี่ยวฟางไม่ได้มองถึงความลำบาก ตลอดเวลาที่เหยียบเข้าจวนเป่ยอ๋อง ได้ยินแต่คำว่าพระชายาบ้านป่า สาวใช้ดินแดนเถื่อน คำพวกนั้นนางไม่อยากสนใจแต่นายหญิงของนางเล่าจะใช้ชีวิตเป็นพระชายาที่คนไม่เคารพได้อย่างไรกัน

“ไว้ใจไม่ได้ก็อย่าพูดอันสิ เจ้าก็หัดสงบคำบ้าง เอาเถอะดูกันว่าเช้านี้พระชายาเป่ยอ๋องเช่นข้าต้องทำสิ่งใดบ้าง”

ไม่รู้ว่าพิธีคารวะน้ำชาอะไรนั่นยังต้องมีไหม แต่หากมีก็คงให้คนมาแจ้งกระมัง แต่เมื่อเดินออกมาด้านนอก เห็นสาวใช้สองคนมายืนอยู่ที่ห้องโถงในเรือน นางถึงนั่งที่เก้าอี้พร้อมสอบถามถึงที่มาของนางทั้งสอง

“คารวะพระชายาเพคะ ท่านอ๋องให้พวกเรามารับใช้พระชายาเพคะ”

เหรินเล่อมองไปยังสองสตรี ท่าทางไม่ค่อยน่าไว้ใจนัก จึงยกมือขึ้นไล่พวกนางไป

“พวกเจ้าไปเถอะ เรือนข้าไม่ได้ใหญ่โตอะไร ไม่ต้องการสาวใช้ เจ้าเคยทำสิ่งใดอยู่ก็ทำสิ่งนั้นไปเถิด”

เสียงพูดอย่างไม่ใส่ใจ แต่ทว่ากลับทำให้ทั้งสองสาวใช้ถึงกับคุกเข่าโดยมีสาวใช้น่าจะอายุไม่ห่างจากนางนักบีบน้ำตาอย่างน่าสงสาร

“พวกเราถูกส่งมาให้อยู่ตำหนักพระชายา หากพระชายาไม่ต้องการ พวกเราก็ไร้ที่พึ่งต้องถูกขายเข้าหอนางโลม พระชายาโปรดเมตตาด้วย” เสียงสะอื้นปนกับเสียงพูดออกมาทำให้ดูแล้วน่าสงสาร นางเองก็ลำบากใจ เพราะไม่ชอบให้ใครมายุ่งเรื่องในเรือน จะวุ่นวายกันไปใหญ่ อีกอย่างไม่รู้ว่าที่นี่คนของใครเป็นของใครอีกด้วย

เมื่อนางเพ่งพิศดี ๆ แล้วสาวใช้ที่ร้องไห้ท่าทางคล่องแคล่วและช่างพูด ส่วนอีกคนดูไปดูมาเหมือนคนไม่ค่อยผูกมิตรต่อผู้ ทั้งยังไร้ไมตรีอีกด้วย ท่าทางคงจะอยู่ในจวนลำบาก แต่เอาเถอะเลี้ยงบ่าวไว้สักสองคนก็ไม่เห็นลำบากอันใด อีกอย่างสินเดิมที่รวมกับของหมั้นที่ฮองเฮาและฝ่าบาทประทานให้ก็มากโข คงไม่ลำบากยากจนเกินไปนัก

“เอาล่ะ หากเป็นเช่นนั้นเจ้าทั้งสองแนะนำตัวมาเถิด ข้าจะดูว่าพวกเจ้าทำสิ่งใดได้บ้าง”

เมื่อฟังคำถามนายท่านจบสาวใช้ที่ท่าทางพูดจาอ่อนหวานก็แนะนำตัวเองก่อน เผื่อพระชายาจะเอ็นดู

“ผู้น้อยชุยเฟิงเจ้าเพคะ ข้าน้อยทำเป็นทุกอย่าง เย็บปักถักร้อย ซักผ้า ผ่าฟืนทำเป็นหมดเพคะ”

เหรินเล่อฟังแล้วพยักหน้า และหันหน้าไปมองอีกคนที่ยังเงียบอยู่ให้พูดขึ้นบ้าง

“ผู้น้อยจินหยวนจื่อเพคะ”

เหรินเล่อมองจินหยวนจื่อแล้วก็มีความเคลือบแคลงสงสัย แต่ก็เอาเถอะในเมื่อส่งคนมาให้ใช้งานถึงสองคนนางก็จะใช้ให้คุ้มก็แล้วกัน

“ข้าชอบเรียกชื่อสั้น ๆ เจ้าข้าเรียกเสี่ยวเฟิง ส่วนเจ้าข้าเรียกเสี่ยวหยวนจื่อก็แล้วกัน อยู่ตำหนักข้าต้องรู้ว่าข้าชอบอะไรไม่ชอบอะไร และสิ่งที่ข้าเกลียดที่สุดคือคนทรยศ มารยาทไม่งามยังพอหัดได้ แต่หากเป็นคนทรยศข้าจะไม่เอาไว้”

นางบอกจบก็สังเกตสีหน้าทั้งสอง ใบหน้าของเสี่ยวหยวนจื่อเรียบนิ่งไร้แววตาหวาดกลัว แต่เสี่ยวเฟิงนั้นมีความเกรงกลัวอยู่บ้าง แต่ก็ไม่น่าจะเล็ดลอดสายตานางไปได้ บ่าวเพียงสองคนหากนางควบคุมไม่อยู่ ก็อย่าหวังครองตำแหน่งชายาเป่ยอ๋องเลย แค่อยู่ในจวนก็สุดแสนลำบากแล้ว

“เอาล่ะพวกเจ้าไปพักผ่อน หากข้าไม่เรียกไม่ต้องมาพบ เรื่องงานให้เสี่ยวฟางแจกจ่ายหน้าที่ ข้าย่อมไม่เอาเปรียบใครทุกคนย่อมได้ทำงานอย่างเท่าเทียมกัน” แต่ไหนแต่ไรนางไม่เคยเลือกที่รักมักที่ชัง ต่อให้ไม่ถูกชะตาแต่ต้องมีความยุติธรรมต่อทุกคน

เมื่อรับคำสั่งพระชายาแล้ว เสี่ยวหยวนจื่อจึงลอบออกไปรายงานท่านอ๋องทันที

“รายงานท่านอ๋อง พระชายาไม่ได้ตั้งกฎใดเพียงแต่มีข้อเดียวคือห้ามทรยศนายเพคะ”

ฟังรายงานจากสายลับหญิงของตัวเองแล้วก็ต้องยกยิ้ม นับว่ามีความคิดกว้างไกลไม่น้อยพระชายาบ้านป่าผู้นี้ แค่กฎเดียวก็ครอบคลุมทุกกฎแล้ว

“นางเป็นคนเช่นไร เจ้าดูออกหรือไม่” จินหยวนจื่อเติบโตมาในกองทัพ ชุบเลี้ยงโดยเป่ยอ๋องย่อมฝึกปรือฝีมือมาอย่างดี และการอ่านคนก็เฉียบขาดเช่นกัน

“ภายนอกเป็นคนเข้มแข็ง แต่เหมือนมีความรู้สึกปิดซ่อนไว้ภายใน น่าจะอ่อนไหวแต่ไม่อ่อนแอ”

เสี่ยวหยวนจื่อพูดไปตามที่เห็น และสัมผัสแรกที่ได้พบ แต่ก็ยังตัดสินตอนนี้ไม่ได้หรอก ต้องรออีกหน่อยเพื่อให้แน่ใจ

“จับตาดูนางให้ดี” เป่ยอ๋องสั่งจบก็โบกมือให้นางออกไปรับใช้ที่เรือนของพระชายา

เมื่อกลับมาถึงพบว่าเสี่ยงฟางได้จัดการแบ่งหน้าที่กันเรียบร้อยแล้ว นางจึงเข้าไปสมทบ

“เสี่ยวหยวนจื่อ เจ้าไปอู้งานที่ใดมา มานี่ข้าจะบอกว่าเจ้าทำงานอะไรบ้าง” เสี่ยวฟางขวักมือเรียกให้นางเข้าไปเร็ว ๆ อีกเดี๋ยวจะต้องแต่งตัวให้พระชายาเตรียมพบกับฮุ่ยมามาเพื่อเรียนรู้กฎเกณฑ์ทั้งในราชสำนัก และยามอยู่ในตำหนักเป่ยอ๋อง

“ท่านอ๋องเรียกไปพบกำชับให้ดูแลพระชายาให้ดี ข้าจึงมาช้าไป อภัยแม่นางเสี่ยวฟาง” เสี่ยวหยวนจื่ออ้างท่านอ๋องก็ไม่มีผู้ใดเอาผิดนางได้แล้ว และตั้งใจฟังงานที่ได้รับ

เมื่อรับหน้าที่เสร็จแล้ว พวกนางก็จัดการให้เรียบร้อยก่อนที่จะไปพบฮุ่ยมามา แต่ทว่าพระชายาควรมีสาวใช้ติดตามสองคน ดังนั้นจึงต้องเลือกหนึ่งในสองสาวใช้ผู้นี้ให้ติดตามไปด้วย แม้ว่าไม่อยากแต่ก็ต้องทำตามกฎ

เสี่ยวเฟิงนั้นไม่อยากไปพบฮุ่ยมามาสักนิด นางจึงก้มหน้าหลับตาภาวนาให้พระชายาเลือกเสี่ยวหยวนจื่อแทนนาง แต่เหมือนสวรรค์จะไม่ได้ยินคำอ้อนวอนของร้องของนางกระมัง

“เจ้าไปกับข้าเสี่ยวเฟิง เจ้าท่าทางคล่องแคล่ว”

เสียงถอนหายใจทำเอาเสี่ยวหยวนจื่อยกยิ้ม สาวใช้คนนี้คงไม่อยากติดตามพระชายาไปที่ใดนอกจากอยู่ในเรือนกระมัง

“เอ่อ...พระชายาเพคะ ให้ข้าเฝ้าเรือนดีกว่าเพคะ ข้าน่ะดูแลเรือนเก่งที่สุด เสี่ยวหยวนจื่อนั้นมาใหม่ยังไม่ค่อยรู้เรื่องที่นี่นัก ให้ไปฟังกฎระเบียบกับพวกท่านดีกว่า”

เสี่ยวเฟิงรีบต่อรอง และนางยินดีทำงานจนหลังหัก หากแลกกับที่ไม่ต้องไปให้ฮุ่ยมามาโขกสับ

เหรินเล่อหรี่ตามอง นางเห็นว่าเสี่ยวเฟิงเข้าถึงง่ายกว่าเสี่ยวหยวนจื่อ แต่ท่าทางล่อกแล่กของนางก็อาจทำให้นางขายหน้าเอาได้ ผิดกับเสี่ยวหยวนจื่อที่สุขุมกว่า ดังนั้นนางจึงคิดว่าเสี่ยวหยวนจื่อก็ไม่เลว เพียงแต่นางไม่ค่อยเจรจาเท่านั้น

“เช่นนั้นเจ้าเฝ้าเรือนข้าให้ดี อย่าให้ใครเข้ามารื้อข้นตำหนักเล่า” นางไม่อยากฝืนใจใคร การให้ทำสิ่งใดผู้ที่กระทำต้องเต็มใจด้วยส่วนหนึ่ง แต่เมื่อนางตัดสินใจคงจะได้ยินเสียงปฏิเสธบ้างจากปากของเสี่ยวหยวนจื่อ แต่นอกจากไม่ได้ยินแล้ว ยังส่งสายตาแช่มชื่นให้นางราวกับพึงพอใจที่ได้พบกับฮุ่ยมามาอีกต่างหาก

“ผู้น้อยรับคำสั่งพระชายาเพคะ” เสี่ยวหยวนจื่อผู้ไม่เคยหวั่นเกรงผู้ใด นางจึงรับคำแต่โดยดี คาดว่าไปคราวนี้พระชายาน่าจะโดนกลั่นแกล้งไม่น้อย นางไปก็ดีเช่นกันจะได้ช่วยเหลือพระชายาได้บ้างไม่มากก็น้อย

ชุดฮั่นฝูกระโปรงยาวปักลายรุ่ยเซียงตัดด้วยเสื้อคลุมตัวนอกสีดอกท้อเกล้าผมปักปิ่นอย่างคนแต่งงานแล้ว ตามแบบประเพณีของซีเป่ยที่เสี่ยวฟางไปร่ำเรียนมาอย่างเคร่งครัดเพื่อปรนนิบัตินายของตน

เมื่อนางพร้อมแล้วจึงเดินนำไปโดยมีเสี่ยวหยวนจื่อคอยบอกทางที่ด้านหลัง เพราะคุ้นชินกับจวนเป่ย อ๋องแล้ว ทั้งยามค่ำคืนนางก็ออกมาตรวจตรารอบ ๆ ตามความเคยชินยามอยู่ในค่ายทหารอีกด้วย

เมื่อถึงห้องที่ให้อบรมสั่งสอนสตรีที่จะเข้ามาอยู่ในจวนเป่ยอ๋อง เบื้องหน้าเป็นมามาที่นั่งเชิดหน้าราวกับเป็นเจ้านายอีกคน นางจึงหยุดนิ่งและยืนสงบไม่ขยับกายไปที่ใด ทั้งมองไปอย่างแสดงอำนาจเช่นกัน

เบื้อหลังของนางมีเสี่ยวหยวนจื่อที่คอยกระซิบที่มาที่ไปของสตรีอวดดีผู้นี้

“ฮุ่ยซื่อเหลียน เป็นคนสนิทของพระสนมมารดาของท่านอ๋อง เมื่อมารดาท่านอ๋องเสียชีวิตไปก็ได้รับแต่งตั้งจากท่านอ๋องให้เป็นมามาดูแลความเรียบร้อยในจวนเป็นหลัก เป็นคนที่ท่านอ๋องนับถืออีกคน แต่ถ้าเป็นใหญ่ในจวนจริง ๆ คือขันทีเหลียง”

เมื่อฟังเสียงกระซิบจบนางก็ยกยิ้ม เพิ่งรู้ว่าจวนเป่ยอ๋องเลี้ยงดูบ่าวไพร่ให้ลามปามเช่นนี้

“ไร้มารยาท สตรีบ้านป่า” ฮุ่ยมามาต่อว่านางทั้งที่นางยังไม่ได้ทำสิ่งใดเลยด้วยซ้ำ แน่ชัดแล้วว่าสตรีผู้นี้เป็นคนแรกของจวนที่ไม่ชอบนาง

“ข้าไม่รู้เช่นกันว่ามารยาทในซีเป่ยสอนกันอย่างไร แต่ที่หลูเค่อเอ้อ ยามที่เจ้านายเดินมาบ่าวต้องเคารพไม่ใช่นั่งตีตัวเสมอเช่นนี้ หรือว่าข้าที่เป็นชายาต้องคารวะน้ำชาฮุ่ยมามาที่เป็นบ่าวด้วยหรือไม่ เวลาข้าออกงานจะได้คุยได้ว่าทุกเช้าต้องคารวะบ่าวในเรือน ทุกเย็นต้องคารวะก่อนเข้านอน”

ใบหน้านางแสนท้าทาย อยากรู้นักว่าสตรีไม่รู้จักเจียมตัวผู้นี้จะมาไม้ไหนอีก

“นี่เจ้า...”

“ข้าชายาเป๋ยอ๋อง เรียกให้ถูกดีหรือไม่”

ฮุ่ยมามากระทืบเท้าอย่างไม่พอใจ นางไม่เคยมีผู้ใดกล้ามาเหยียบจมูกเพียงนี้

“เหอะ! อย่าหลงตนไปหน่อยเลย เป่ยอ๋องต้องแต่งคนต่างแคว้นเข้ามาเป็นชายาก็น่าอัปยศหมดอนาคตมากพออยู่แล้ว” ฮุ่ยซื่อเหลียนเลี้ยงดูท่านอ๋องมาตั้งแต่น้อย และหวังเสมอว่าท่านอ๋องจะไปได้ไกลกว่านี้ หากไม่เพราะนางผู้นี้ป่านนี้ท่านอ๋องจะเรืองอำนาจเพียงใดกัน

“ไม่นึกว่าปากท่านจะมีอำนาจเหนือฝ่าบาท ครั้งนี้แต่งก็ไม่ใช่ข้าที่บังคับขืนใจท่านอ๋องเสียหน่อย จะโทษข้าได้อย่างไร หรือท่านจะไปเอาความกับฝ่าบาทเล่าที่ทำให้ท่านอ๋องของฮุ่ยมามาหมดอนาคต”

สตรีผู้นี้กล้าขนาดหมิ่นเบื้องสูง ไม่ธรรมดา รับสั่งฝ่าบาทผู้ใดกล้าฝ่าฝืนด้วยรึ

“นี่ท่าน...หาคุกให้ข้างั้นรึ”

“ข้าเพียงแต่ยืนของข้าเฉย ๆ เป็นท่านพูดมาเองทั้งหมด แล้วนี่เมื่อไหร่จะลุก หรือให้พระชายาเช่นข้าคุกเข่าถวายความเคารพเล่า” ดวงตาวาวโรจน์ของนางมองจ้องไปที่ฮุ่ยมามาอย่างไม่หวั่นเกรง และนั่นทำให้นางถึงลุกขึ้นจากเก้าอี้

“นี่คือคำสั่งท่านอ๋อง” นางกล่าวเมื่อยืนอยู่เบื้องหน้าพระชายาอวดดีผู้นี้

แม้ฮุ่ยมามาจะรับคำสั่งให้สั่งสอน แต่ทว่าสิ่งใดควรไม่ควรนางก็ควรรู้เช่นกัน

“แล้วที่ท่านนั่งเทียบเสมอชายาของเป่ยอ๋อง นี่คำสั่งท่านอ๋องด้วยหรือไม่เล่า หรือว่าท่านก็คือ....” นางไม่พูดแต่ไหวดวงตาระริกรู้ว่าหมายถึงสิ่งใด

“พระชายาไม่ควรคิดอกุศลเช่นนี้ ข้าเป็นถึงคนสนิทของพระสนมมารดาของเป่ยอ๋อง”

“คำก็สนิท สองคำก็สนิท ถึงขั้นร่วม...เรียง...เคียง”

“หุบปาก!”

“เจ้านะสิหุบปาก!” เหรินเล่อยกนิ้วเรียวยาวดั่งลำเทียนชี้หน้าฮุ่ยมามาที่กำลังถือไม้หวายที่เหลาจนกลมคงคิดเอาไว้สั่งสอนนาง นางกระชากที่เดียวแล้วใช้เพียงมือเดียวหักมัน

เป๊าะ!

“สอนมารยาทแต่คนสอนกลับไร้มารยาทเช่นนี้ ยังมีอะไรสอนข้าได้อีกรึ อะไรควรไม่ควรยังไม่รู้อย่าว่าแต่มารยาทเลย หากเจ้าอยู่ที่หลูเค่อเอ้อ เป็นได้แค่ทาสทำความสะอาดในห้องสุขาเท่านั้น จำเอาไว้”

เหรินเล่อจัดการฮุ่ยมามาแล้วเดินจากไป ไม่อยู่ฟังเสียงกรีดร้องเหมือนแม่หมูออกลูกของบ่าวอวดดีผู้นี้อีก

‘ไร้ประโยชน์สิ้นดี’

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 61

    “เช่นนั้นคืนนี้เราอาบน้ำด้วยกันดีหรือไม่...” อาบน้ำในความหมายของเป่ยอ๋องย่อมไม่ได้อาบน้ำธรรมดา และเขาชอบอาบน้ำกับนางที่สุด “ไม่เพคะ” “ใจร้าย เจ้าไม่รู้หรือว่าข้าอด...อยาก...มานานเท่าไหร่แล้ว” เขาจงใจเน้นคำให้นางรู้ว่าเขาทรมานเพียงใด “ข้าง่วงแล้ว” “ไม่เป็น

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 60

    สามปีถัดมาเป่ยอ๋องสร้างเรือนใหญ่โตที่ชายแดนสำหรับลูก ๆ ได้วิ่งเล่น เพราะนางไม่ยอมกลับมาซีเป่ย ดังนั้นจึงเป็นข้อตกลงกันว่าอยู่ที่ชายแดนระหว่างเผ่าหลูเค่อ เอ้อ กับซีเป่ยและเมื่อเป่ยอ๋องสร้างเรือนอย่างยิ่งใหญ่ การค้าแถบชายแดนก็คึกคักมากยิ่งขึ้น ขุนนางที่เอาแต่รับส่วยถูกกำจัดจนหมดสิ้น เหลือเพียงขุนนางซื

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 59

    เหรินเล่อขึ้นเตียงแล้วหลับตาทันที ทั้งสั่งไม่ให้คนเข้ามารบกวน เพราะนางง่วงนอนแล้ว แต่มีหรือใครจะขวางเป่ยอ๋องได้ จนเมื่อเขามาหยุดยืนอมยิ้มให้กับนางอยู่ข้างเตียงนอน “เจ้ารีบมานอนรอข้าเช่นนี้ รู้ใช่หรือไม่รางวัลของข้าคืออะไร” เสียบแหบพร่าเปล่งข้างหู แต่แล้วนางก็ผลักไสเขาออกไป เพราะเนื้อตัวเขาม

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 58

    สามวันต่อมา เหรินเล่อเริ่มอยากออกกำลังกายมากขึ้น เพราะเอาแต่นอนจนรู้สึกปวดหัวไปหมด โดยที่หลังจากนางฟื้น อีกคนก็ป้วนเปี้ยนกับนางโผล่มาให้เห็นเช้า กลางวันและเย็น มีบางช่วงที่หายไปนางให้คนไปสืบก็พบว่าเขาไปดูค่ายทหารที่ชายแดน แต่เมื่อนางคิดถึงได้ไม่ทันไร คนหน้าด้านก็โผล่มาให้นางเห็นอีกแล้ว วันน

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 57

    “แล้วรู้แล้วรึ” “แน่นอนว่ารู้แล้ว ทั้งซื่อหนิงฮวา และฮุ่ยซื่อเหลียนได้รับกรรมที่ก่อไว้แล้ว” ซื่อหนิงฮวาเขาย่อมตัดขาดนาง และคิดว่านางคงเสียหน้าไม่น้อยที่เขาปฏิเสธรัก ส่วนฮุ่ยซื่อเหลียน การต้องทำงานหาเงินเลี้ยงตัวเองในวัยที่ใกล้ฝั่งแล้วคงไม่ง่ายนัก “เหอะ...ข้าไม่เชื่ออย่างท่านหรือจะต

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 56

    “นาง...ตั้งครรภ์!” เขาหันกลับมามองเหรินหลี่เฉียนที่เข้ามาด้านใน แล้วก็ยังไม่ทันได้ขวาง จนอีกร่างก็ได้ยินที่นางเพ้อด้วยพิษไข้แล้ว “ใช่...หลานข้าไม่เกี่ยวกับเจ้า” เหรินหลี่เฉียนผลัก เป่ยอ๋องให้หลบออกไป “แต่ข้าเป็นบิดากับสามี” “แต่เจ้าทำนางเจ็บปวด จนหัวใจสลาย” คำพูด

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 21

    ซื่อหนิงฮวาเดินออกมาอย่างเสียหน้า ความเจ็บแค้นทำให้นางไม่สนใจสายตาของผู้คนที่มองนางมาอย่างดูแคลน นางสนแต่สิ่งที่สตรีบ้านป่าผู้นั้นพูดเป็นจริงหรือไม่ “ไปจวนเป่ยอ๋อง ข้ามีเรื่องต้องพูดคุยกับเขา” “นายหญิงเจ้าคะ...ไม่งามนะเจ้าคะ” “ข้าจะไป” ซื่อหนิงฮวาไม่เชื่อฟังคำที่เ

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 5

    “ได้ข่าวว่าหลูเค่อเอ้อมีดินดีน้ำดีใช่หรือไม่” หวังเหว่ยกวงถามขึ้นแต่นั้นกลับได้รับสายตาห้ามปรามจากหวังหยางซั่ว คลับคล้ายกับไม่ให้พูดมากจนเกินไปนัก ทั้งเหรินเล่อเองก็มองออกว่าฮ่องเต้ของซีเป่ยก็ไม่น่าจะใช่คนดีอะไรมากนัก คงจะโลภเหมือนผู้นำหรือฮ่องเต้แคว้นอื่น ๆ ทั่วไป นางจึงได้แต่ตอบแบบแบ่งรับ

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 4

    โฉมสะคราญเดินหน้าบึ้งตึงเข้าไปในเรือน ภายในใจขุ่นมัวไปหมด ทั้งไม่ชอบใจสตรีผู้นั้นและกำลังหิวจึงให้เสี่ยวฟางไปทำแป้งย่างสูดของเผ่าหลูเค่อเอ้อให้ทุกคนกิน นางมีเตาต้มยากับน้ำผึ้งที่เตรียมมาพร้อมเผื่อฉุกเฉินส่วนแป้งเสี่ยวหยวนจื่อก็เป็นคนจัดการเอามาให้หนึ่งถุง จากนั้นเสี่ยวฟางกับเสี่ยวเฟิงจึงช่ว

  • อ๋องสารเลวผู้นี้อำมหิตเกินใคร   บทที่ 1

    บทนำ หลูเค่อเอ้อ ชนเผ่าติดต่อกับแคว้นซีเป่ยด้านทิศตะวันตก เป็นเผ่าที่ได้ลงนามสัญญาสงบศึกมาช้านาน และเป็นพันธมิตรที่ดีกับซีเป่ยเสมอมา ท่ามกลางทุ่งหญ้าสีทองตัดกับท้องฟ้าสีคราม มีเมฆประดับแซมสีขาวเป็นระยะช่างเป็นภาพที่สวยงามจับตาจนเหรินเล่อคิดว่านี่คือสวรรค์บนดิน และเป็นสิ่งที่ปรารถนามากที่สุด

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status